การเปิดตลาดการค้าบริการของไทยในเวทีโลก

         ได้มีโอกาสเข้ารับฟังการถ่ายทอดความรู้จากการเข้าร่วมสัมมนาของท่านอาจารย์สิริรัตน์  เลิศมี-มงคลชัย ที่ท่านได้เข้าร่วมสัมมนาการเปิดตลาดการค้าบริการของไทยในเวทีโลก เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2552 โดยเฉพาะเรื่องของการการเปิดเสรีทางการค้า (Free Trade Area) และผลกระทบของ FTA ต่อธุรกิจการขนส่ง การศึกษา และสปา รวมถึงข้อตกลงทางการค้ากับประเทศต่างๆ โดยให้ข้อมูลความคืบหน้าของการเจรจาเปิดการค้าเสรีระหว่างไทยกับประเทศคู่เจรจา

         เขตการค้าเสรี (Free Trade Area) หมายถึง การรวมกลุ่มเศรษฐกิจโดยมีเป้าหมาย เพื่อลดภาษีศูลกรกรระหว่างกันภายในกลุ่มลงให้เหลือน้อยที่สุดหรือเป็น 0% และใช้อัตราภาษีปกติที่สูงกว่ากับประเทศนอกกลุ่ม การนำเขตการค้าเสรีในอดีตมุ่งในด้านการเปิดเสรีด้านการค้า โดยการลดภาษี และอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีเป็นหลัก แต่เขตการเค้าเสรีในระยะหลังๆ นั้น รวมไปถึงการเปิดเสรีด้านบริการและการลงทุน

          แล้วเรื่องการเตรียมบุคลากรหรือทรัพยากรบุคคลด้านต่างๆ ได้มีการเตรียมตัวมากน้อยขนาดไหน ? เป็นคำถามที่จะทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันหาคำตอบ และร่วมกันในการเตรียมการพร้อมรับมือกับ FTA เราลองมาดูในแต่ละประเด็นกันครับ

         ผลกระทบของ FTA ต่อธุรกิจด้านลอจิสติกส์

         เนื่องจากมาตรฐานของลอจิสติกส์ไทยยังอยุ่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐานสากล และมีต้นทุนสูงถึงร้อยละ 19 ของ GDP ประเทศไทย ภายใต้พันธกรณีที่ได้เปิดตลาดลอจิสติกส์ในองค์การค้าโลก โดยอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุน และจัดตั้งธุรกิจไทย แต่ให้ถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 49 ปัจจุบันบริษัทที่ทำธุรกิจลอจิสติกส์ในระดับนานาชาติจะเป็นของต่างชาติส่วนใหญ่ การจัดอันดับดัชนีโลจิสติกสส์ของธนาคารโลกปี 2550 พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 31 จาก 150 ประเทศ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยของเราจะต้องเตรียมบุคลากร หรือทรัพยากรบุคคลให้พร้อม ทั้งในเรื่องของภาษาและความสามารถของบุคลากรที่จะรองรับการขยายตัวของธุรกิจโลจิสติกส์นี้

          ผลกระทบของ FTA ต่อธุรกิจสปา

          วิทยากรได้นำเสนอระดับของการจัดอันดับธุรกิจสปาระดับโลก ซึ่งก็มีธุรกิจสปาของไทยที่ติดอันดับ โดยการจัดระดับประจำปี 2009 จากนิตยสาร Travel & Leisure (World Best Spas 2009) ถึง 7 แห่ง คือ

  1. Anatare Koh Sansui Resort and Spa        95.07
  2. Four Season Resort Chiangmai                 94.96
  3. Mandarin Friengal Bangkok                       94.61
  4. Anatara Hua Hin Resort Spa                      94.21
  5. Mandarin Oriental Dhara Dhevi Chiangmai          92.19
  6. Shangri-La Hotel Bangkok                                           91.8
  7. Penninsula Bangkok                                                       90.63

          ทั้งนี้เป็นผลจากการให้บริการแก่ผู้มาเยือน ด้วยความใส่ใจ และความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสปาไทย ถึงแม้ว่าประเทศไทยเราจะมีติดอันดับหลายแห่งด้วยกัน แต่ประเทศไทยเราก็ควรที่จะพัฒนาบุคลากรให้พร้อมในการดำเนินธุรกิจสปา และให้ความรุ้ด้าน FTA ต่อผู้เกี่ยวข้องในธุรกิจสปาเช่นเดียวกัน

          ผลกระทบของ FTA ต่อธุรกิจบริการ

          ธุรกิจการศึกษาของบไทยไม่ได้ติดอันดับท็อปเทนโลกเหมือนประเทศสิงคโปร์ หรือญี่ปุ่น ดังนั้นการเปิดสาขาชองสถาบันการศึกษาไทยในต่างประเทศจำเป็นต้องศึกษาการประกันคุณภาพการศึกษาที่ต่างประเทศกำหนด ซึ่งเป็นมาตรฐานตามเงื่อนไขของแต่ละประเทศ   ดังนั้นการดำเนินธุรกิจการศึกษาในต่างประเทศ จึงควรเลือกในสิ่งที่ต่างประเทศไม่มี หรือเป็นเอกลักษณ์ของไทย เป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ เช่น มวยไทย สอนทำอาหารไทย นวดแผนไทย การฝึกโยคะ การทำสมาธิ เป็นต้น  ธุรกิจบริการก็เช่นกัน เราควรเตรียมความพร้อม และมองภาพรวมของการรับมือกับ FTA ที่จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน

          และในฐานะที่ท่านได้มีโอกาสเรียนในวิชาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ ท่านจะมีแนวทางในการรับมือกับ FTA อย่างไรบ้าง ? พร้อมทั้งจะมีจะมีแนวทางการพัฒนาทรัพยากรด้านบุคคลอย่างไร เมื่อมันกำลังจะเข้ามาแล้ว !!!!!

เกี่ยวกับ Khongsak Tuisuep

Management Lecturer of Faculty of Business Administration. Yonok University, Lampang TH.
เรื่องนี้ถูกเขียนใน KM:การบริหารจัดการยุคใหม่, การจัดการ, การจัดการโลจิสติกส์, คณะบริหารธุรกิจ และติดป้ายกำกับ , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

5 ตอบกลับที่ การเปิดตลาดการค้าบริการของไทยในเวทีโลก

  1. Sirinthorn Uttitchalanon พูดว่า:

    FTA นับว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารธุรกิจในปัจจุบัน ความรู้ที่เราได้รับจากการฟังบรรยายสรุป ควรที่จะนำไปปรับใช้ เผยแพร่ และสอดแทรกให้กับนักศึกษาในวิชาที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง FTA เช่น วิชาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ

  2. atichart พูดว่า:

    อ่าน Blog ย้อนหลังไปสัก 10 เรื่อง หนีไม่พ้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคนทั้งสิ้น คนเป็นทรัพยากรองค์กรที่สำคัญลำดับต้นๆ คนเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจที่จะผลักดันให้องค์กรไปข้างหน้าหรือถอยหลังลงคลอง คนเป็นผู้เปลี่ยนแปลงและตั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ ขึ้นมาเอง และพยายามยัดเยียดให้ทั่วโลกทำตาม โดยบอกว่าที่ฉันคิดนั้นดีที่สุด คนอีกนั่นแหละเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่มีอารมย์และจิตใจเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เรื่อง FTA ต้องแก้ที่ต้นเหตุคือ “คน” FTA ไม่ต้องมีเลยก็ได้ ถ้า “ฉันจะไม่ซื้อรถยนต์ขับ” “ฉันจะไม่ซื้อของหรูๆ ฟุ่มเฟือย” “ฉันจะไม่ใช้ Notebook” แต่คงทำไม่ได้มั๊ง แม้ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงดูจะเป็นยาขนานวิเศษแก้โรคได้สารพัดโรค แต่มนุษย์เรามีกรรมจริงๆ ที่ไม่สามารถชนะใจตนเองได้ ดังนั้น การเตรียมพร้อมด้าน “คน” ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะผมรู้ดีว่า ความรู้และประสบการณ์ของคน สำคัญที่สุด

  3. จริงดังที่อาจารย์อติชาตว่าไว้ครับ ว่า “ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงดูจะเป็นยาขนานวิเศษแก้โรคได้สารพัดโรค” แต่ที่คนที่สามารถใช้ยาขนานนี้ได้ มีเพียงไม่กี่คน คนที่ทำได้ก็คือคนที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ .. แต่มนุษย์มีกิเลสและเป็นธรรมชาติที่จะมีความต้องการอย่างไม่สิ้นสุด .. คนที่ฝืนกิเลสก็จะกลายเป็นคนผิดปกติของสังคม .. ที่ big c ชั้น 1 มีสปาปลาตอดเท้า ผมไปยืนดูอยู่นานสองนาน เพราะเชื่อว่าอาจไม่ได้ดูอีก .. แต่ผมไม่ได้ใช้บริการครับ แค่ดูก็ ok แล้ว

  4. atichart พูดว่า:

    ที่โรบินสันแอร์พอร์ตเชียงใหม่ มีบริการสปาปลาบำบัด “ปลาการ์รารูฟา” ราวปลายเดือนพฤศจิกายน 2552 ลูกๆ ทั้งสองคนของผมยังใช้บริการเลย ถ้าจำไม่ผิด สนนราคา 80 บาท ต่อคน สำหรับ 15 นาที ปลายเดือนธันวาคมไปดูอีกครั้ง ไม่มีแล้ว ขอเดาเอาว่า ที่ลำปางก็คงไม่ต่างกัน

  5. เมื่อเราผ่านอะไรมามาก
    เห็นความทุกข์ เห็นโลกมากขึ้น
    ผ่านการเดินทาง…
    เราเริ่มมีความปรารถนาอีกด้านหนึ่ง
    เมื่อก่อนอยากเป็นต้นไม้ที่พุ่งสูงขึ้น
    วันนี้อยากเป็นต้นไม้ที่หยั่งรากลึกลงไป…
    ต้นไม้ต้นเดียวกันนั่นแหละ แต่การเปลี่ยนมุมมองวิธีคิดใหม่ของภาระงาน (บังเอิญบ่อยๆๆมาก) จากการบ่มเพาะทุกปัญหา ทุกข์สุขที่มีทั้งจริงและจอมปลอม เกิดขึ้นสม่ำเสมอ ทำให้ให้พวกเราแข็งแกร่งและพอเพียงใช่ไหมเจ้า..

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*