แก้เกมการเมือง

     วันนี้ได้รับวารสาร Productivity corner ของสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ปีที่ 10 ฉบับที่ 114 กันยายน 2552 มาหมาดๆ พอเปิดอ่านไปหัวข้อ Human Touch แล้ว มีเนื้อหาเรื่อง “แก้เกมการเมือง” อืมดูแล้วน่าสนใจดี พอลองอ่านดูแล้วยิ่งน่าสนใจไปใหญ่ เลยนำมาแบ่งปันให้กับประชาคม Blog Yonok ครับ ซึ่งเขียนโดยคุณรัชฎา  อสิสนธิสกุล โดยมีเนื้อหาดังนี้ครับ

     องค์กรใด ถ้าการเมือง “แรง” ไม่แพ้การเมืองระดับประเทศแล้ว ไม่นานย่อมเข้าสู่ความเสื่อมถอย คนดีและเก่งเริ่มตีตนออกห่างหรือไม่ก็วางเฉย ไม่รับรู้หรือช่วยกันแก้ไข อาการขนาดนี้นับว่าสาหัส ถ้าม่แก้ไขอาจมีสภาพไม่ต่างกับองค์กรยักษ์ใหญ่ในอดีตที่เหลือแต่เพียงตำนานความสำเร็จให้คนพูดถึงเท่านั้น

     บรรยากาศการทำงานในองค์กรเช่นนี้ ยากต่อการจูงใจให้บุคลากรทุ่มเทกับการทำงาน หรือเหนี่ยวรั้งให้คนเก่งอยู่กับองค์กร สุดท้ายผลการดำเนินงานอาจบรรลุความสำเร็จได้ยาก ความจริงแล้ว การแก้ไขให้บรรยากาศของการทำงานลดปัญหาการเล่นเกมการเมือง อาจต้องทำหลายวิธีตามสภาพอาการ ว่าหนักเบาเพียงใด แต่ไม่ยากเกินกว่าผู้บริหารที่จะทำได้ วิธีที่แนะนำ ได้แก่

  • กำหนดหน้าที่รับผิดชอบที่ชัดเจน วิธีนี้เป็นวิธีพื้นฐาน หรือวัยรุ่นเรียกว่า วิธีแบบบ้านๆ แค่เขียนใบพรรณนาลักษณะงาน (Job Description) ที่มีระบุว่าตำแหน่งใดต้องทำงานใดบ้าง อำนาจในการบริหารมีขอบเขตแค่ไหน เชื่อหรือไม่ว่า หลายองค์กรใบพรรณนาลักษณะงานหลักจากเขียนขึ้น (ด้วยความยากลำบาก) แล้วไม่เคยนำมาใช้หรือเก็บไว้ที่ใครคนใดคนหนึ่งในองค์กรจนทุกคนหลงลืม บางแห่งอยู่รวมกับคู่มือการบริหารคุณภาพขององค์กร (คู่มือระบบ ISO นั่นเอง) พนักงานหรือหัวหน้างานอาจไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตการทำงานก็ได้ ดังนั้น การใช้ที่ถูกต้องนั้น จำเป็นต้องให้พนักงานได้รับทราบหน้าที่และขอบเขตอำนาจในการทำงานของตนเอง ถ้าการทำงานจริงไม่ตรงกับเอกสารต้องปรับให้ตรงกับความเป็นจริงอยู่เสมอ
  • วางระบบการเลื่อนตำแหน่งตามความสามารถ การเมืองเกิดจากการที่บุคลากรเข้าใจว่า คนที่สามารถเลื่อนตำแหน่งได้นั้นอาจมีสาเหตุอื่นแอบแฝงนอกจากการพิจารณาความสามารถที่แท้จริง ถ้ามีตัวอย่างที่มีการเลื่อนตำแหน่งคนที่ใครๆ ต่างสังสัยว่ามีความสามารถไม่พอในตำแหน่งนั้นแล้ว จะทำให้เกิดความเข้าใจว่าผู้บริหารอาจตองการตบแทนเฉพาะบางคนด้วยเหตุผลพิเศษที่ไม่เปิดเผย การสร้างระบบการเลื่อนตำแหน่ง (หรือในการบริหารทรัพยากรบุคคลเรียกว่า Career path) โดยพิจารณาจากความสามารถ หรือ Competency ที่ระบุไว้ชัดเจว่า ต้องเป็นคนที่มีความสามารถและคุณสมบัติแบบใดแล้ว จึงจะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง จะช่วยลดความเข้าใจผิดและองค์กรสามารถเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมโดยไม่ต้องอาศัยดุลยพินิจของผู้บริหารที่แต่ละคนอาจะแตกต่างกัน
  • กำหนดนโยบายค่าตอบแทนและผลประโยชน์ที่สอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ องค์กรควรทบทวนและปรับปรุงนโยบายในเรื่องนี้ใหทันกับการเปลี่ยนแปลงอย่างเมาสมตามสถานะขององค์กร เช่น ไม่แตกต่างกันมากนักกบค่าตอบแทนของตำแน่งเดียวกันในองค์กรอื่นที่มีขนาดใกล้เคียงกัน คอยติดตามและให้สวัสดิการที่ตรงกับความต้องการของพนักงานบ้าง (ถ้ามากนักอาจเป็นภาระเรื่องค่าใช้จ่าย) ถ้าการเมืองมุ่งเรื่องผลประโยชน์มาก อาจต้องใช้กลยุทธ์ เช่น ค่าตอบแทนของแต่ละระดบตำแหน่งงานไม่ควรแตกต่างกันมากนัก หรือกำหนดให้ตำแหน่งที่มีค่าตอบแทนสูงต้องมีผลงานหรือเป้าหมายสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
  • ใส่ใจเรื่องการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจท่ถูกต้อง เมื่อกำหนดระบบหรือนโยบายการบริหารงานแล้ว สิ่งสำคัญต่อไป คือ การหมั่นสื่อสารสร้างความเข้าใจอยู่บ่อยๆ อย่าหวังว่าการอธิบายหรือส่งกระดาษให้หนึ่งแผ่นแล้ว ทุกคนจะเข้าใจเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในภาวะอืมครึม มีความเข้าใจผิพลาดคลาดเคลื่อนอยู่บ่อย หรือีข่าวลือข่าวปล่อยทั้งหลาย การสื่อสารที่สั้นกระชับ และรวดเร็ว จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อยุติการแพร่กระจายของข่าวลือทั้งหลายได้เป็นอย่างดี ถ้าปล่อยไว้นานคนที่ได้ฟังอาจคิดว่าเป็นเรื่องจริง เมื่อนั้นต่อให้ใช้วิธีการสื่อสารใดๆ อาจยากเกินเขียวยา
  • ผู้นำเข็มแข็งเด็ดขาด ถ้าได้ทำดังที่บอกข้างต้นแล้ว แต่เมื่อจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้นำจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะเลือกใคร (ถ้าต้องเลือก) หรือดำเนินการทางวินัยตั้งแต่สถานเบา คือ การตัดเตือนด้วยวาจาสำหรับผู้ที่สร้างความเสียหาย หรือผู้ที่ประพฤติไม่หาะสม ไปจนถึงสถานหนัก เช่น งดให้เข้าร่วมกิจกรรมบางอย่าง (เหมาะสำหรับชกับผู้บริหารเพื่อแสดงการไมยอมรับ หรือไม่ให้ความสำคัญอีกต่อไปหรือสักระยะหนึ่ง เป็นต้น การตัดสินใจอย่างเด็ดขาดด้วยอำนาจที่มีอยู่จะเสริมสร้างภาวะผู้นำหรือในเมืองไทยเราเรียกว่า “บารมี” ผู้นำที่มีบารมีจะช่วยสยบการเล่นการเมืองได้ไม่น่อย

     การเมืองในองค์กรแก้ไขได้ไมยาก แต่ที่ง่ายกว่า คือ การป้องกันด้วยการสร้างระบบการบริหารที่โปร่งใส เป็นธรรม มีการสื่อสารที่เปิดเผย สร้างค่านิยมของการทำงานดวยความสามารถ และสร้างภาวะผู้นำให้กับผู้บริหาร

เมื่อป้องกันไม่ให้มีการเล่นการเมืองแล้ว ย่อมไม่ถูกการเมือง “เล่นงาน” แน่นอน

     แล้วองค์กรของคุณผู้อ่านละครับ เป็นอย่างไร มาเล่าสู่กันฟังได้นะครับ

เกี่ยวกับ Khongsak Tuisuep

Management Lecturer of Faculty of Business Administration. Yonok University, Lampang TH.
เรื่องนี้ถูกเขียนใน KM:การบริหารจัดการยุคใหม่, การจัดการ, คณะบริหารธุรกิจ และติดป้ายกำกับ , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ แก้เกมการเมือง

  1. ผมพึ่งพูดคำว่า บารมี กับพระครูวัดไหล่หินลุ่มไป เพราะท่านมีบารมี ทำตัวให้ดูมีบารมี ด้วยการทุ่มเทกำลังกายกำลังใจ แสดงให้เห็นความเสียสละ คือคำว่า บารมี และท่านก็มาพร้อมกับความเข้มแข็งเด็ดขาด ยอมหักไม่ยอมงอ ผมชอบนะ ทำให้ผมกล้าแนะนำท่านไปหลายเรื่อง ถ้าท่านไม่มุ่งมั่น และรับฟัง ผมก็คงไม่แนะนำอะไรท่านไปเป็นแน่ .. เรื่องผลประโยชน์เป็นเรื่องของกิเลสที่มีในตัวมนุษย์ ถ้าไม่ใช้พระสงฆ์แล้ว ก็คงมีกิเลสกันทุกคนไป .. แล้วผลประโยชน์ก็ไม่เข้าใครออกใคร ลูกยังฆ่าพ่อแม่ได้เลย นับประสาอะไรกับเพื่อนร่วมงาน .. นี่คือวิถีของทุนนิยม ที่เราต้องยอมรับ .. ปลาใหญ่ย่อมกินปลาเล็ก .. มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐมีสิทธ์กินสัตว์เดรัจฉานเป็นอาหารทุกเช้าค่ำ .. เกือบจบไม่ลงแล้วสิ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*