Archive for the ‘สถาบันพัฒนาและบ่มเพาะธุรกิจ’ Category

เทคโนโลยีชีวภาพ : จากวิชาการไปสู่ผู้ประกอบการ

Saturday, July 29th, 2017

จากวิชาการไปสู่ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีชีวภาพ Bio-education to Bioentrepreneur

โดย อาจารย์เมธัส ชูเวช (วท.บ.)ชีวเคมีและชีวเคมีเทคโนโลยี  (วท.ม.) เทคโนโนโลยีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คุณกำลังตัดสินใจถึงก้าวต่อไปในการสร้างอนาคตของคุณหรือเปล่า?

นวัตกรรมและการประกอบการธุรกิจด้านเทคโนโลยีชีวภาพอาจเป็นคำตอบที่ลงตัวสำหรับคุณ ก็ได้

หนึ่งในความสุดยอดของการท้าทายสำหรับนักวิจัยทางชีวภาพก็ คือ การพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์จากการคิดค้นไปสู่ธุรกิจที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำหรือค้นหาคำตอบทางการแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้หายจากความทุกข์ทรมาน ในอดิตที่ผ่านไป “ก้าวแรก” ที่ผิดพลาดของบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพได้ฟันฝ่าไปแล้วนั้นเปรียบเสมือน “หุบเขาแห่งความตาย” โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการที่ขาดประสบการณ์และความแจนจัดที่จำเป็นต่อการปรับเปลี่ยนแนวความคิดให้ ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมต่อการบริโภคของกลุ่มเป้าหมาย อันเป็นผลทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะมองข้ามการลงทุนในบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพอีกต่อไป นี่เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นอุปสรรคต่อนักวิจัยที่ต้องการพัฒนานวัตกรรมของตนไปสู่ภาคธุรกิจ ในโลกแห่งความเป็นจริงธุรกิจด้านชีวภาพไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการสร้างผลิตภัณฑ์โดยการใช้เทคโนโลยีการตัดต่อยีนเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการใช้เทคโนโลยีแบบดั้งเดิมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัตถุดิบที่ได้สร้างรายได้สูงสุดให้กับประเทศไทยมาเป็นเวลานาน อันได้แก่ ข้าว ยาง มันสำปะหลัง ข้าวโพด น้ำมันปาล์ม อ้อย และผลไม้ต่างๆ

มีการพยายามสั่งสมทรัพยากรและบุคลากรเพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเลิศทั้งทางด้านธุรกิจชีวภาพและความรอบรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับของตลาด หนึ่งในผลงานของทางคณะฯ ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร คือ การผลิตนมข้าว จากการจดสิทธิบัตรครั้งนั้นทางคณะฯ ได้สานต่อการค้นคว้าจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ เช่น ไอศครีมนมข้าว โยเกิร์ตนมข้าว ไอศครีมโยเกิร์ตจากนมข้าว สบู่นมข้าว และเครื่องสำอางนมข้าว เป็นต้น

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดนี้ จึงได้พัฒนาผู้ประกอบการทางชีวภาพสากล ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการชีวภาพรายใหม่สามารถพัฒนาการค้นพบทางวิทยาศาสตร์จากห้องสมุด และภาคการทดลองมุ่งสู่ภาคธุรกิจด้วยคณาจารย์และผู้สอนที่มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ระดับโลกจากทั้งภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา

อนึ่ง ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพ ได้ทำให้ผู้ประกอบการทางด้านนี้สามารถสร้างรายได้มากกว่าอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศถึง 25 เท่า โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากเทคโนโลยีชีวภาพแบบดั้งเดิม และรายได้ทั้งหมดนี้ยังได้กระจายไปสู้ประชากรอย่างทั่งถึงอีกด้วย

Bioentrepreneurship คือ ?

คำว่า “Bioentrepreneurship” ถือเป็นคำที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับประเทศทั่วโลก นอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของการเป็นผู้ประกอบการทางชีวภาพ ในสหรัฐอเมริกาผู้ประกอบการทางชีวภาพถือกำเนิดมานานกว่า 3 ทศวรรษ ก่อนที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศอย่างไมโครซอฟท์ ซัน และซิสโก้จะถูกก่อตั้งขึ้น บริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพอย่าง Genentech และ Amgen ได้ขยายแผนการวิจัยเชิงแข่งขันและร่วมมือกับบริษัทยามาแล้ว

ในปี 1996 Persidis เปรียบเทียบ “Bioentrepreneurship” ว่าเป็นการสร้างความมั่งคั่งซึ่งได้มาจากการประยุกต์วิทยาศาสตร์ชีวภาพสู่ภาคธุรกิจ

ผู้ประกอบการด้านชีวภาพได้พยายามแสวงหาและสร้างตุณค่าทางธุรกิจจากผลงานการวิจัยทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ

ทำไมต้อง Bioentrepreneurship ?

จุดมุ่งหมายของการศึกษาด้านการประกอบการ คือ การปลูกฝังนิสัยให้เยาวชนรุ่นใหม่เล็งเห็นถึงโอกาสต่างๆ และใช้มันให้เต็มศักยภาพ ผู้ประกอบการจะต้องใช้ความคิดในเชิงสร้างสรรใหม่ๆ การหา ลู่ทาง วิธีการ แนวทางและรูปแบบใหม่ๆ ที่สามารถทดสอบได้ ความเข้าใจในภาษาที่พูดในเชิงธุรกิจและมุมมองของนักบริหารที่มีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงโดยไม่คำนึงถึงตำแหน่ง อาชีพ หรือการงานที่แต่ละบุคคลเลือก

 

การที่ประเทศชาติจะมีความมั่งคั่งและประชากรจะอยุ่ดีกินดีแค่ไหนนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รางวัลโนเบลมากน้อยแค่ไหน แต่มันขึ้นอยุ่กับว่าเราได้สร้างผู้ประกอบการที่มีคุณธรรมและมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีที่มีผู้สร้างเพิ่มขึ้นทุกวันมาใช้ในในเชิงธุรกิจเพื่อหารายให้กับประเทศ อยู่มากน้อยเพียงใดต่างหาก

(ข้อมูลจาก Dr. Churdchai Cheowtirakul)

ภายหลังการจัดการความรู้ครั้งนี้ ทำให้อาจารย์ภายในคณะวิทยาศาสตร์ร่วมกันพัฒนาข้อเสนอโครงการส่ง วช. ชื่อโครงการ การพัฒนาแป้งข้าวก่ำดัดแปรและการประยุกต์ใช้เพื่อผลิตเป็นอาหารสุขภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวไทย ซึ่งขณะนี้ยังรอผลการพิจารณาโครงการต่อไป

20504220_1601602376519384_899853063_n

19553893_1565089700170652_3738292315527326148_n

Tuesday, June 21st, 2016

การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อการบริหารจัดการความรู้
เรื่อง การพัฒนางานวิจัยเพื่อนำไปใช้ประโยชน์
สถาบันพัฒนาและบ่มเพาะธุรกิจ
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2559 ณ สถาบันพัฒนาและบ่มเพาะธุรกิจ

อาจารย์เมธัส ชูเวช เข้าอบรมหลักสูตร “สร้างต้นกล้าวิจัยรับใช้ชุมชน” ภายใต้ โครงการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ (ลูกไก่) ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสำนักงานคระกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2559 ภายหลังเสร็จสิ้นการอบรมได้นำความรู้ที่ได้มาเผยแพร่ให้ทางอาจารย์และเจ้าหน้าที่ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ/สถาบันพัฒนาและบ่มเพาะธุรกิจต่อไป

10363518_1128034480542845_1021814503784590785_n 12718126_1128361833843443_6320035182161175133_n

บรรยากาศการอบรมสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ หลังจากนี้จะนำความรู้ที่ได้มาจัดการบริหารจัดการความรู้ (Knowledge Management)

จุดมุ่งหมาย
มีงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมและงานสร้างสรรค์ สามารถเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยส่งแหล่งทุนต่างๆได้ รวมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ที่นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและภูมิภาค

เทคนิคในการค้นหาหัวข้องานวิจัย มีเทคนิคดังนี้
1. ค้นหาหัวข้อจากการปฏิบัติสหกิจศึกษาของนักศึกษา
2. ค้นหาหัวข้อจากฐานข้อมูลวิจัยตีพิมพ์: จากแหล่งข้อมูล www.sciencedirect.com หรือwww.sciencefinder.com
ในการค้นหางานวิจัย
3. ค้นหาหัวข้อจาก สิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร เช่น http://www.freepatentsonline.com/
4. หัวข้องานวิจัยจากการบริการวิชาการให้กับชุมชน
5. หัวข้องานวิจัยจากสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ปัญหาที่ได้จากสื่อต่างๆ ได้แก่ หนังสือพิมพ์ เวปไซต์ เป็นต้น
6. หัวข้องานวิจัยที่ได้จากการฝึกอบรม/ศึกษาดูงาน ประชุมวิชาการ งานจัดแสดงสินค้าและ สิ่งประดิษฐ์
7. หัวข้อวิจัยที่เกิดจากประเด็นยุทธศาสตร์จากแหล่งทุนที่ให้การสนับสนุน ตัวอย่างแหล่งข้อมูลที่ใช้หาข่าวสาร ทุน แหล่งสนับสนุนงานวิจัย

7.1 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.http://www.trf.or.th Email : trfbasic@trf.or.th)
7.2 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) www.mua.go.th
7.3 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) www.thaihealth.or.th
7.4 สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) http:/ www.nrct.go.th
7.5 สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม http://www.nepo.go.th
7.6 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) http://www.nstda.or.th
7.7 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) http://www.ipst.ac.th
7.8 มูลนิธิโทเรเพื่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ประเทศไทย http://www.ttsf.or.th
7.9 สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สพน.) http://www.eppo.go.th
7.10 กรมควบคุมมลพิษ http://www.pcd.go.th
7.11 สถาบันการแพทย์ด้านอุบัติเหตุและสาธารณภัย กรมการแพทย์ http://www.dms.moph.go.th
7.12 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา http://www.fda.moph.go.th
7.13 ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ (BIOTEC) http://www.biotec.or.th
7.14 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) http://www.nectec.or.th
7.15 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) http://www.hsri.or.th
7.16 สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ http://www.culture.go.th

ช่องทางที่ได้มาของโจทย์วิจัย
ในการได้มาซึ่งโจทย์วิจัยเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์นั้น นักวิจัยสามารถหาโจทย์วิจัยจากช่องทางต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. การเลือกจากโจทย์งานวิจัยเดิม โดยประสานกับหน่วยงานเดิม/ใหม่ งานวิจัยมีแนวโน้มที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอด,     และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในระดับของมหาวิทยาลัย หรือ ประเทศ รวมถึงการสำรวจปัญหาความต้องการจากชุมชน
2. การหาโจทย์งานวิจัยผ่านทางผู้ทรงคุณวุฒิประจำคณะ

13493023_1203980562948236_778882681_n13480495_1203980559614903_959465611_n

บรรยากาศผู้เข้าร่วมการจัดการความรู้ บรรยายโดย อาจารย์เมธัส ชูเวช 

เทคนิคในการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
      เมื่อนักวิจัยได้ดำเนินงานวิจัยเสร็จสมบูรณ์แล้ว เพื่อให้งานวิจัยนั้นเกิดประโยชน์แก่ชุมชนและหน่วยงานต่างๆ จากการระดมความคิดของคณะทำงานสามารถสรุปเทคนิคเพื่อที่จะสามารถทำให้งานวิจัยถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้ดังนี้
1. มีการกำหนดนโยบายของคณะในการส่งเสริมและสนับสนุนให้นักวิจัยหาหน่วยงานที่จะนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ โดยอาจกำหนดเป็นคะแนนในการประเมินงานวิจัยเพื่อขอรับทุนสนับสนุน
2. กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง หรือดึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาเป็นผู้ร่วมวิจัย
3. เข้าร่วมงานหรือส่งชิ้นงานเข้าประกวด ในงานเผยแพร่งานวิจัยต่างๆ เช่น งาน Thailand Research symposium
4. จัดงานเผยแพร่งานวิจัย โดยมีการกำหนดช่วงเวลาที่แน่นอนและดำเนินการทุกปี
5. นำผลิตภัณฑ์ตัวอย่างไปให้ผู้บริโภคทดลองใช้งาน พร้อมแบบสอบถามความพึงพอใจ
6. จัดทำจุลสารงานวิจัยของคณะ และส่งไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์
7. ในการหาโจทย์และทุนวิจัย นักวิจัยอาจเน้นไปยังหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือและให้การ สนับสนุนในการทำงานงานวิจัย