Archive for the ‘KM:คณะสังคมศาสตร์’ Category

การคำนวณหาคุณภาพของข้อสอบอัตนัยด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ

Monday, July 31st, 2017

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศิริพร เสริตานนท์ เป็นวิทยากร

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 ณ ห้องประชุม ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์


การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในปัจจุบันนิยมใช้แบบทดสอบเป็นเรื่องมือในการวัดและประเมิน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบทดสอบปรนัย เป็นแบบทดสอบที่ให้เลือกตอบจากสิ่งที่กำหนดมาให้แล้ว โดยคำตอบของแบบทดสอบแบปรนัยจะมีความถูกต้องและชัดเจน เข้าใจตรงกันทั้งผู้สอบและผู้ตรวจ รวมทั้งมีความเชื่อถือได้ มีความยุติธรรม ในขณะที่แบบทดสอบอัตนัยจะมีลักษณะตรงกันข้าม ผู้สอบจะต้องเรียบเรียงแนวความคิดและความรู้ของตนเองเป็นสำคัญ หรือแม้แต่ผู้ตรวจคนเดียวกันอาจให้คะแนนคำตอบแต่ละคนไม่ยุติธรรม ขาดความเที่ยงตรง เพราะขาดกรอบของการตอบคำถาม ไม่มีเกณฑ์การให้คะแนนที่ชัดเจน ทำให้มีตัวแปรอื่นๆ เข้ามามีอิธิพลต่อคะแนนที่ให้มากกว่า ซึ่งส่งผลต่อความเป็นปรนัย ความยุติธรรม และความเที่ยงตรงของการประเมิน

9316

ข้อดีของแบบทดสอบอัตนัย

  1. ผู้ตอบมีโอกาสใช้ความรู้ ความสามารถในการใช้ภาษาแสดงความคิดเห็น
  2. ผู้ตอบที่ไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น จะไม่สามารถเดาคำตอบได้เลย ซึ่งจะช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการวัดได้เป็นอย่างดี
  3. ข้อสอบอัตนัยเหมาะกับการวัดผลทักษะในการเรียนทั้ง 6 ด้าน คือ วัดการจำรายละเอียดของเนื้อหา วัดความเข้าใจ วัดการนำไปใช้ วัดการวิเคราะห์ วัดการสังเคราะห์ และวัดการประเมิน
  4. ข้อสอบอัตนัยเป็นแบบทดสอบที่มีคุณสมบัติสามารถจำแนกผู้เรียนได้ตามความแตกต่างของบุคคลว่าใครเก่ง ปานกลาง อ่อน รอบรู้-ไม่รอบรู้

20170704_153216

คุณภาพของแบบทดสอบอัตนัย

คุณภาพของแบบทดสอบอัตนัยมีลักษณะเช่นเดียวกับแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชนิดอื่น ซึ่งมีคุณลักษณะสำคัญที่ต้องตรวจสอบ ได้แก่

  1. ความเที่ยงตรง (Validity) แบบทดสอบอัตนัยสามารถวัดผล วัดคุณลักษณะที่ต้องการจะวัดได้หรือไม่ ทั้งในด้านเนื้อหา โครงสร้าง และสภาพผู้เรียน
  2. ความเชื่อมั่น (Reliability) ใช้วัดความแน่นอนของแบบทดสอบอัตนัย ผลของการวัดแบบทดสอบ ไม่ว่าจะวัดกี่ครั้งผลจะต้องเท่ากัน ภายใต้เงื่อนไขและสถานการณ์เดียวกัน และค่าของความเชื่อมั่นจะอยู่ในเกณฑ์ 0.7 1 ถือว่าเป็นข้อสอบที่เชื่อถือได้
  3. ความยากง่าย (Difficulty: P) ใช้วัดความยากง่ายของแบบทดสอบอัตนัย ซึ่งแบบทดสอบอัตนัยที่ดีควรมีความยากง่ายพอเหมาะ ไม่ยากหรือง่ายเกินไป ข้อสอบฉบับหนึ่ง ควรมีผู้ตอบถูก ไม่ต่ำกว่า 20 คนและไม่เกิน  80 คนจากผู้สอบ 100 คน นั่นคือค่า P อยู่ระหว่าง 0.2 – 0.8 จึงถือว่าเป็นข้อสอบที่มีค่าความยากง่ายพอเหมาะ
  4. อำนาจจำแนก (Discrimination)คือลักษณะของแบบทดสอบ อัตนัยที่สามารถแบ่งเด็กออกเป็นประเภทต่างๆ ได้ทุกระดับตั้งแต่อ่อนสุดจนถึงเก่งสุด  แม้ว่าจะเก่งอ่อนกว่ากันเพียงเล็กน้อยก็สามารถชี้จำแนกให้เห็นได้ ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.2 – 0.8 ถือว่าเป็นข้อสอบที่มีค่าอำนาจจำแนกพอเหมาะ

20170704_154550

การเขียนบทความวิชาการเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการ

Tuesday, July 18th, 2017

โดย ดร.สุจิรา หาผล เป็นวิทยากร

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2559 ณ ห้องประชุม คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์


การเขียนบทความทางวิชาการ

วัตถุประสงค์
1. การนำเสนอความรู้ความคิดใหม่ๆ รวมทั้งประสบการณ์ของผู้เขียน
2. เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ บนพื้นฐานของวิชาการในเรื่องนั้นๆ
3. หรืออาจจะเป็นการแสดงความคิดเห็นในเชิงวิเคราะห์ วิจารณ์ วิชาการในเรื่องนั้นๆ เพื่อนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ
4. หรือเพื่อตั้งคำถามหรือประเด็นใหม่ๆ ที่จะกระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดความสนใจที่จะศึกษาค้นคว้าในเรื่องนั้นต่อไป

Capture

ลักษณะสำคัญของบทความทางวิชาการ
1.  มีการนำเสนอความรู้
2.  มีการวิเคราะห์  วิจารณ์  ให้ผู้อ่านเห็นประเด็นสำคัญ
3.  มีการเรียบเรียงเนื้อหาสาระอย่างเหมาะสม
4.  มีการอ้างอิงทางวิชาการและให้แหล่งอ้างอิงทางวิชาการอย่างถูกต้อง
5.  มีการอภิปรายให้แนวคิด  แนวทางในการนำความรู้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์

Capture2

ส่วนประกอบของบทความทางวิชาการ
1.  ส่วนนำ
2.  ส่วนสาระสำคัญของเรื่อง
3.  ส่วนสรุป
4.  ส่วนอ้างอิง

Capture3

การเขียนบทความทางวิชาการ เพื่อนำเสนอเนื้อหาสาระทางวิชาการให้กลุ่มผู้อ่านที่เป็นนักวิชาการในกลุ่มสาขาเดียวกันได้รับรู้ โดยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารทางวิชาการเฉพาะสาขานั้นๆ
ลักษณะการเขียน ควรครอบคลุมส่วนประกอบหัวข้อต่างๆ ชัดเจน ภาษากระชับ ตรงประเด็น ลำดับต่อเนื่อง นำเสนอความคิดใหม่ ๆ ให้ปรากฏ

 

การสร้างและการตรวจสอบคุณภาพข้อสอบแบบอัตนัย และปรนัย

Thursday, June 16th, 2016

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศิริพร เสริตานนท์ เป็นวิทยากร

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ห้องประชุม คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

จุดมุ่งหมายของการวัดผล คือ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพของนักเรียนว่านักเรียนมีความบกพร่องหรือไม่เข้าใจเรื่องใด อย่างไร แล้วครูก็ต้องพยายามพัฒนาให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และให้มีความเจริญงอกงามตามศักยภาพของนักเรียน ให้เป็นตามจุดมุ่งหมายที่ต้องการ

1937296_970496249698490_1102094653564916616_n

ข้อสอบแบบอัตนัย

แบบทดสอบแบบอัตนัยหรือเขียนตอบที่ดีสามารถวัดพฤติกรรมระดับ ความรู้ ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์ และการสังเคราะห์

หลักการสร้างข้อสอบแบบอัตนัย
1) กำหนดให้ชัดเจนว่าจะวัดพฤติกรรมด้านใด
2) เขียนคำถามให้ชัดเจน คำถามในสถานการณ์ใหม่ๆ คำถามเฉพาะจุดที่สำคัญ
3) กำหนดความยากง่ายให้เหมาะสมกับวัยของผู้ตอบ
4) ควรเฉลยคำตอบไปพร้อมๆ กับการเขียนคำตอบ
5) กำหนดเวลาการตอบนานพอสมควร

12509216_970496533031795_1816087811335109886_n   12790992_970450533036395_7697437467766134147_n

ข้อสอบปรนัย

ข้อสอบปรนัยสามารถแบ่งแยกย่อยได้ 5 ประเภท คือ
1) แบบตอบสั้นๆ
2) แบบเติมคำ
3) แบบจับคู่
4) แบบถูกผิด
5) แบบเลือกตอบ
หลักการสร้างข้อสอบแบบปรนัย
1) ตั้งปัญหาเป็นรูปคำถาม และต้องการคำตอบเพียงสั้นๆ
2) ต้องเป็นคำถามที่มีคำตอบตายตัวแน่นอน

ข้อดีของข้อสอบแบบตอบสั้นๆ คือ สร้างง่าย สะดวกรวดเร็ว  เขียนคำตอบได้ง่ายกว่าข้อสอบอัตนัย  สามารถเขียนคำถามได้มากข้อ และเหมาะสำหรับวัดพฤติกรรมการความรู้-ความเข้าใจ

12800145_970618376352944_5864717281896159318_n