Archive for the ‘ศิลปวัฒนธรรม และสังคม’ Category

ลุแก่อำนาจ ภาคต่อ

Friday, January 29th, 2010

29 ม.ค.53 ที่มา คือ ผมไปเซ็นชื่อรับเงินรัฐบาลที่สนับสนุนผู้ปกครองที่โรงเรียนของลูก ไปก่อนเคารพธงชาติ ไปเซ็นชื่อเสร็จก็เดินลงมา ผมขึ้นตึกเห็นทุกคนถอดรองเท้า ก็ถอดตาม ตอนลงมาผมก็ถอด แต่ระหว่างลงบรรได มีเสียงว่า “เธอสวมรองเท้าขึ้นมาได้อย่างไร อยู่ห้องไหน ครูชื่ออะไร” เป็นน้ำเสียงของคุณครูพูดกับนักเรียนอย่างแท้จริง ก็ไม่น่าแปลกอะไรที่ครูจะให้คำแนะนำแก่ศิษย์
     ช้าก่อน สิ่งที่ผมเหลือบไปเห็นแล้วก็ต้องตกใจ คือ ครูทั้ง 2 ท่านที่ถามเด็กกลางบรรได โดยมีผมเดินอยู่ข้างหลัง ทีแรกว่าจะแซงไปแล้ว เพราะท่านชะลอความเร็ว และมีคนเดินขึ้นลงขวักไขว่ สิ่งที่สังเกตเห็นคือ ครูทั้งสองท่านสวมรองเท้าเดินลงตึก ในใจก็คิดทันทีว่าผมเจอกับแม่ปูอีกแล้ว ก็ไม่ทราบว่าคุณครูท่านขึ้นตึกได้ถอดแล้วหิ้วขึ้นไปหรือไม่ ก็แปลกว่าทำไมต้องให้ศิษย์ถอดรองเท้า แล้วตนเองสวมรองเท้า ถ้าในตึกมี 30 ห้องเรียนก็จะมีครู 30 คนเดินสวมรองเท้าขึ้นตึก ข้อสงสัยคือ ทำไมนักเรียนไม่มีสิทธิสวมรองเท้าขึ้นตึก เด็กบางคนแบกสัมภาระตั้งเยอะ ยังต้องก้ม ๆ เงย ๆ หิ้วรองเท้าเป็นอีกหนึ่งภาระขึ้นอาคารชั้นสาม แต่แม่ปูไม่ต้องกระทำ
     ประเด็น คือ ทำไมครูไม่พูดกับลูกศิษย์อย่างเอื้ออาทรอย่างกัลยาณมิตร มีสิทธิใดใช้อำนาจเจืออารมณ์ เป็นสิ่งที่ผมเห็นอย่างคนนอก แล้วขัดใจในความไม่สมเหตุสมผล เพราะมนุษย์เราน่าจะมีสิทธิโดยเท่าเทียมกัน และลูกศิษย์ก็คือผู้มีอุปการะคุณ ที่ทำให้คุณครูมีข้าวมีน้ำกินทุกวัน ผมก็เป็นครูยังอยากจะแสดงความเคารพลูกศิษย์เช้าเย็น เพราะพวกเขาทำให้คุณครูมีอยู่มีกิน .. สำหรับตัวผมจะคิดว่าลูกศิษย์ทุกคนคือลูกศิษย์ที่มีพระคุณเสมอ แต่ถ้าลูกศิษย์จะเคารพครูก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลอย่างชื่นชม มิใช่ไหว้คุณครูเพราะเกรงกลัวหรือทำไปเพราะหน้าที่

ลุแก่อำนาจ

Thursday, January 28th, 2010

 

ภาพยนต์เรื่องนี้เป็นการแย่งชิงอำนาจในครอบครัว

28 ม.ค.53 ลุแก่อำนาจเป็นพฤติกรรมของมนุษย์ทั่วไป เป็นรูปแบบชีวิตที่พบเห็นได้บ่อยในตำรวจยศสูง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้อำนวยการ ผู้มีฐานะดีมาก มักเป็นผู้ใช้อำนาจเกินบทบาทที่ควรเป็น เป็นพฤติกรรมที่ขาดความสมเหตุสมผล
เช่น ไม่รู้จักประมาณตน ไม่เห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ ชอบการถูกยกยอปอปั้น พอใจที่มีคนหมอบคลานเข้าไปเยี่ยงทาส ขึ้นเสียงต่อเพื่อนมนุษย์อย่างเคยชิน ชักสีหน้าไม่เลือกที่เลือกเวลา ใช้อำนาจที่มีโดยมิชอบ เป็นรูปแบบชีวิตที่พบเห็นได้บ่อยในภาพยนตร์อาจมีมากกว่า 80% และ มากกว่า 90% ที่คนกลุ่มนี้จะล้มเหลวตามบทบาท ที่ได้รับในภาพยนตร์ แต่ในชีวิตจริงคนเหล่านี้คิดว่าตนทำถูกต้องเหมือนในภาพยนตร์เปี๊ยบ .. แบบดื้อตาใส
    
ในชีวิตจริงเราจะพบเห็นพฤติกรรมแบบนี้ได้ไม่บ่อยนัก อาจเป็นเพราะมนุษย์เคยชินกับรูปแบบชีวิตของคนที่ลุแก่อำนาจ หรือมีพฤติกรรมไม่สมเหตุสมผลในภาพยนตร์หลายพันเรื่องหรือละครทีวี หากมีใครไปพบว่าใครสักคนทำตัวเป็นแม่ปูจนลูกปูไม่อยากอยู่ใกล้ เป็นแม่ปูที่ไม่มีความสมเหตุสมผลแล้วมาเล่าให้ผมฟัง ผมก็มองเป็นเรื่องปกติ แต่คนทั่วไปที่คาดหวังความสมเหตุสมผลจากแม่ปูก็จะเป็นเดือนเป็นร้อน .. ผมก็อุทานในใจว่า คนเคยกินข้าวก็ต้องกินข้าววันยันค่ำ หรือ คนเคยกินขนมปังก็ต้องกินขนมปัง หรือ คนเคยกินข้างเที่ยงก็ต้องกินข้างเที่ยงไปชั่วชีวิต .. แพ้ภัยตนเองเป็นคำกล่าวที่พบได้บ่อยในชีวิตจริง แบบไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้า เช่น กินเหล้าเมาแฟนก็ทิ้ง ซื้อหวยไม่ถูกก็ต้องเสียเงิน กินหมูกะทะก็จะเป็นมะเร็ง เป็นต้น ถ้ามีแม่ปูลุแก่อำนาจก็จะไม่มีลูกปูตัวใดเดินตามยกเว้นอยู่ในภาวะจำยอมเหมือนกบในกระทะ พอไม่มีหนักเข้าก็จะลือหึ่งกันไปทั้งชายหาด .. ก็เป็นนิทานสอนเด็กเรื่องลูกปูกับแม่ปูในชายหาดบางแสน .. ที่ผมจะเอาไปเล่าให้เพื่อนอาจารย์ฟัง แลกกับนิทานเรื่องตัดต้นไม้เพราะหวังเบียดบังชีวิตนกบนต้นไม้ของท่าน

ร่วมขบวนแห่กัณฑ์เทศในงานตั้งธรรมหลวงเวียงละกอน

Thursday, January 14th, 2010
ขบวนแห่ตั้งธรรมหลวงเวียงละกอน

ขบวนแห่ตั้งธรรมหลวงเวียงละกอน

14 ม.ค.53 งานวิจัยและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ขอเชิญชวนอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษามหาวิทยาลัยโยนก ร่วมกิจกรรม 2 งานคือ 1) แห่กัณฑ์เทศวันที่ 14 เวลา 7.00-9.00น. จากโรงเรียนเทศบาล4 ไปศาลหลักเมือง และ 2) ร่วมฟังเทศน์มหาชาติ กัณฑ์มัทรี จากพระราชธรรมาลังการ เจ้าอาวาสวัดบุญวาทย์ พระอารามหลวง จ.ลำปาง ในวันที่ 15 เวลา 13.00-14.00น. ณ ศาลหลักเมือง แล้วในวันนี้คณะวิทย์ฯ ไปร่วมแห่กัณฑ์เทศ และมีโอกาสเก็บภาพ อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาที่ไปร่วมกิจกรรมกว่า 30 คน เป็นความสุขใจในฐานะกลุ่มพุทธศาสนิกชน ที่มีโอกาสได้ร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้ดำรงสืบไป เพื่อนร่วมบุญครั้งนี้มีมากมาย อาทิ อ.ใหญ่ อ.เอก อ.โก อ.นงลักษณ์ อ.เอ็ม อ.พจน์ อ.นัน อ.น้ำค้าง พี่ริน พี่แบงค์ พี่รัชนีย์ ส่วนนักศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้มากที่สุด รองลงมาเป็นคณะนิติศาสตร์
     งานบุญครั้งนี้เป็นกิจกรรมทางศาสนาพุทธในจังหวัดลำปาง การร่วมกิจกรรมก็มีทั้งเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ข้าราชการ การแต่งกายก็เป็นไปตามฟอร์มของแต่ละองค์กร เช่น นักเรียนก็ชุดนักเรียน ส่วนนักศึกษาก็จะเป็นชุดนักศึกษา ซึ่งหลายสถาบันมีนักศึกษาแต่งกายตามปกติวิสัย  ที่พระสงฆ์ดูชุดนักศึกาษาสมัยนี้แล้วอาจมีความคิดเห็นไปในทางไม่สงบมากไป ปัจจุบันโลกไร้พรมแดนเป็นจริง ความคิดก็เริ่มไม่มีพรมแดน ดังนโยบายของรัฐบาล หรือคำขวัญวันเด็กก็จะมีคำว่า ความคิดสร้างสรรค์เข้ามา ทำให้ความคิด หรือพฤติกรรมเริ่มหลุดออกนอกกรอบ พระสงฆ์เริ่มใช้กล้องดิจิทอล อ.พจน์ ให้ข้อสังเกตุว่า มีพระสงฆ์ใช้กล้องถ่ายรูปเก็บภาพนักศึกษาหญิง ซึ่งดูแล้วก็ใช้ทัศนคติของผู้เคร่งวินัยตัดสินความไปในทางหนึ่งซะแล้ว แต่ผมให้ความเห็นว่าเขาคงเก็บไปทำ case study ส่วนผมเห็นพระสงฆ์ใช้วิทยุสื่อสาร ก็คิดว่าทันสมัยดี มีอะไรให้พูดคุยสื่อสารกันแน่นอน มีกิจกรรมทางโลกให้พระสงฆ์ได้เข้ามาทำกิจกรรม มากกว่าที่คาดหวังอยู่ไม่น้อย .. วิถีของแต่ละคน .. ตนย่อมเป็นผู้กำหนด

รับเมล เรื่องการเลือกเรียนเพราะบรรยากาศน่าเรียน

Monday, January 11th, 2010
นักศึกษา ผู้มีความสุข อย่างสร้างสรรค์ นักศึกษา ผู้มีความสุข อย่างสร้างสรรค์

11 ม.ค.53 อ.มงคล ใจสุข (mongkol_jaisuk_2 athotส่งอีเมลให้ผม มีภาพ 11 ภาพ ซึ่งสำเนาถึงเพื่อนอาจารย์อีกกว่า 20 คน หลังเราเข้าอบรม creative+ กับ ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ จึงเข้าใจคำว่าภาพศิลปะ เพราะคำว่าภาพศิลปะ หมายถึงภาพที่มีอารมณ์ น่าจะเป็นเพราะต้องการส่งภาพให้นำไปใช้ในการประชาสัมพันธ์ หรือเป็นตัวอย่างความคิดสร้างสรรค์จากการถ่ายภาพเชิงสร้างสรรค์ ที่ชี้ให้เห็นความสุขของนักศึกษาที่มาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ .. ผมก็คิดไปทำนองนั้น จึงตัดต่อมาให้ชื่นชมครับ

เสียสละสัมพันธ์การกระทำและผู้ถูกกระทำ

Tuesday, December 29th, 2009
ผู้ถูกกระทำ กับการกระทำ

ผู้ถูกกระทำ กับการกระทำ

29 ธ.ค.52 คำว่าเสียสละถูกพูดบ่อยครั้งในยุคที่มีปัญหารุ่มเร้าทุกหัวระแหง ทั้งด้านพลังงาน การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม คอรัปชั่น อาชญากรรม และการปกครอง ตั้งแต่ระดับโลก ประเทศ จังหวัด หมู่บ้าน องค์กร และกลุ่มบุคคล มีการชวนคิดให้เสียสละในหลายระดับ อาทิ สละชีพเพื่อชาติ สละทรัพย์เพื่อทำนุบำรุงศาสนา สละเวลาเพื่อชุมชน สละร่างกายให้คนข้างหลังนำไปใช้ประโยชน์ สละการเบียดเบียนสัตว์มาเป็นอาหาร
     เมื่อพูดถึงคำว่าเสียสละ ในการสนทนาแลกเปลี่ยนกับ อ.ศิรดา ชัยบุตร ทำให้ได้ประเด็นว่า เสียสละนั้นมีความเกี่ยวข้องของ 2 เรื่อง คือ ผู้ถูกกระทำ และการกระทำ 1) ทำสิ่งเป็นคุณที่ส่งผลเป็นคุณต่อผู้มีพระคุณเราเรียกว่ากตัญญู 2) ทำสิ่งเป็นคุณที่ส่งผลเป็นคุณต่อผู้ไม่มีพระคุณเราเรียกว่าเสียสละ 3) ทำสิ่งเป็นโทษที่ส่งผลเป็นโทษต่อผู้มีพระคุณเราเรียกว่าเนรคุณ 4) ทำสิ่งเป็นโทษที่ส่งผลเป็นโทษต่อผู้ไม่มีพระคุณเราเรียกว่าละเมิด เมื่อคุยกันเสร็จผมก็ลองเขียนเมทริกแสดงความสัมพันธ์ของ 2 เรื่องนี้ เพื่ออธิบายว่าคำว่าเสียสละ โดยเชื่อว่าคำนี้มีที่มาที่ไป ไม่อยู่อย่างโดดเดี่ยว ถ้าไม่เสียสละก็ต้องมีคำอื่นมารองรับกับการกระทำที่ส่งผลต่อผู้ถูกกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง

น.ศ.ศูนย์ อ.โพนพิสัย เยือนโยนก

Sunday, December 20th, 2009
น.ศ.จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เยือน ศูนย์แม่ น.ศ.จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เยือน ศูนย์แม่

19 ธ.ค.52 วันนี้นักศึกษาโยนก จากศูนย์โพนพิสัย และศูนย์เซกา รวมกันกว่า 210 คนมา 5 รถบัส มาร่วมพิธีประสาทปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยโยนก ช่วงเย็นได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับชื่องาน “ยินดียิ่งแล้ว แขกแก้วมาเยือน”  แบบขันโตก มีงานแสดงของนักศึกษา และนักเรียนในจังหวัดหลายชุด แสดงวัฒนธรรมของจังหวัดลำปาง ส่วนนักศึกษาจาก 2 ศูนย์ก็นำการแสดงบั้งไฟ และฟ้อนรำหลายชุดมาเผยแพร่เช่นกัน  มีการร้องเพลง และฟ้อนรำ อาจารย์และเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยให้การต้อนรับอบอุ่น ทำกิจกรรมร่วมกัน และดูมีความสุขกันดีกับงานบันเทิงครั้งนี้  .. มีภาพเป็นหลักฐานถึงความสุขจากการฟ้อนรำครับ
     วันรุ่งขึ้นจะเดินทางไปทัศนศึกษาที่จังหวัดเชียงใหม่ มี อ.เกศริน อินเพลา อ.ทรงศักดิ์ เมืองฝั้น และนักศึกษาสาขาวิชาการท่องเที่ยว ร่วมเดินทางไปอำนวยความสะดวก และนำทัศนศึกษาในครั้งนี้

เห็นว่าภรรยาต้องขอคนนอกออกแบบส.ค.ส. จึงยกร่างให้3ใบ

Thursday, December 10th, 2009
9 ธ.ค.52 ผมไม่ได้ทำ graphic มานานมากแล้วเรียกได้ว่าหลายปีดีดัก มาวันนี้ภรรยาไปไหว้วานใครก็ไม่ทราบ เป็นคนนอกองค์กรที่ไม่เข้าใจบริบทของมหาวิทยาลัย ให้เขามาช่วยออกแบบ ส.ค.ส. ซึ่งภรรยาก็ไม่มีภาพคุณภาพสูงให้เขาใช้ในการออกแบบ คนในองค์กรเป็น designer ชั้นครูก็หลายท่าน สรุปว่าต้องลงแรงช่วยยกร่าง ส.ค.ส.จากภาพแบบ low resolution ที่มีอยู่ ถ้าพรุ่งนี้มีโอกาสก็จะไปเดินเก็บภาพมาไว้แต่งเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม
     เมื่อตรวจสอบขนาดส.ค.ส.ที่เขาใช้กันทั่วไป พบว่าใช้ขนาดกว้างยาว 5″ * 7″ หรือ 420px*600px ถ้าพับครึ่งก็จะได้ 5″ * 3.5″ แล้วผมก็เลือกใช้โปรแกรม Ms Paint เพราะดูว่างานตัดต่อภาพแค่นี้ไม่จำเป็นต้องใช้ Photoshop ก็น่าจะทำให้ลุล่วงไปได้ โดยมีทั้งหมด 3 รูปแบบดังนี้
     1)แนวคิดของภาพ คือ อ่างน้ำที่ดูเรียบง่ายด้วยสีพื้นเทา กำกับด้วยคำว่า ปีแห่งคุณภาพ 2553 และใช้ภาษาอังกฤษว่า merry christmas and a happy new year สำหรับภาพแรกกำหนด attibute เป็น 500 * 700 pixels เก็บเป็น .bmp พอทำเสร็จจึงนึกได้ว่าขนาดแค่นี้นำไปทำ ส.ค.ส.จริงไม่ได้แน่
แบบที่ 1 แบบที่ 1

     2)แนวคิดของภาพ คือ บูรณาการประเด็นกิจกรรมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม การออกไปมีส่วนร่วมกับภายนอก และทัศนียภาพเขียวขจีในมหาวิทยาลัย เป็นภาพขนาด 1000 * 1400 pixels ที่น่าจะนำไปทำอะไรต่อได้

แบบที่ 2 แบบที่ 2

     3)แนวคิดของภาพ คือ ใช้เทคนิคของลายเส้นที่ได้จากอาคาร เป็นแนวคิด creative view โดยนำเสนอด้วยมุมมองแปลกตาเป็นตัวนำ

แบบที่ 3 แบบที่ 3

      อันที่จริงผมคิดว่า ส.ค.ส.น่าจะมีปฏิทินไว้ด้านหนึ่ง แต่อีกใจก็รู้ว่า ส.ค.ส.ส่วนใหญ่ไม่มีปฏิทิน เมื่อผู้รับได้รับแล้วก็จะเก็บไว้อย่างดี ไม่นิยมนำส.ค.ส.มาตั้งแสดงไว้บนโต๊ะทำงาน และที่สำคัญปีนี้ผมก็ยังไม่ได้ทำ cgraphic calendar  เหมือนทุกปี จึงไม่มีภาพมา attach เข้ากับส.ค.ส.ข้างต้น
+ http://www.thaiall.com/calendar

ชื่นชม อ.แหม่ม จากงานถวายผ้าฯ

Saturday, November 14th, 2009

13 พ.ย.52 จากการร่วมงานกับ อ.อัศนีย์ ณ น่าน หรือ อ.แหม่ม หลายครั้ง ได้เห็นศักยภาพในการพูด และความเอาจริงเอาจังกับงาน หูตาท่านจะไปด้วยกันกับการพูดเลยครับ หมายถึงการใช้อวัจนภาษาได้อย่างสมบูรณ์ การอุทิศตนในบทบาทของสำนักพัฒนาศักยภาพ ก็เห็นเป็นที่ประจักษ์จากหลายสิบโครงการในปีที่ผ่านมา ความสำเร็จเรื่องจำนวนนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการท่านก็มีบทบาทเป็นอย่างมาก สำหรับหน้าที่อย่างเป็นทางการที่ท่านรับผิดชอบและทำได้ดี คือ การประชาสัมพันธ์ และจัดทำป้ายผ้าโครงการ แล้วท่านยังดูแลสำนักหอสมุดที่ใหญ่โตอีกหน้าที่หนึ่ง ดังนั้นโดยส่วนตัวผมขอให้สมญาท่านว่าซูเปอร์เกิร์ลในยุคนั้นทีเดียว ท่านทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้นและการสืบค้น อยู่ในหมวดศึกษาทั่วไป สังกัดคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สำหรับผลสรุปจากรายงานโครงการ พบว่ามูลค่ารวมทั้งโครงการในส่วนของคณะสังคมฯ คือ 8,351 บาท

ชื่นชม คณะบริหารฯ จากงานถวายผ้าฯ

Friday, November 6th, 2009

6 พ.ย.52 ได้พบว่าสุดยอดอาจารย์ของคณะบริหารฯ มีหลายท่านจากการร่วมทำโครงการถวายผ้าจำนำพรรษา ท่านแรกคือ อาจารย์แดน กุลรูป ซึ่งทำงานในฐานะหัวหน้าฝ่ายพิธีการ ท่านใช้ระบบและกลไกได้อย่างเข้าใจ จัดทำกำหนดการส่วนพิธีกรรมที่วัด กำหนดผู้ทำพิธีทางศาสนาได้อย่างเหมาะสม กำกับให้กลไกภายในวัดเป็นไปอย่างราบรื่น ยอดอาจารย์ท่านที่สองคือ อาจารย์วีระพันธ์ แก้วรัตน์ หรืออาจารย์แม็ก ที่ชาวลำปางรู้จักในฐานะยอดวิทยากรกระบวนการ ท่านทำหน้าที่เป็นผู้นำประกอบพิธีทางศาสนาของโครงการฯ ที่วัดบรรพตสถิต ส่วนยอดอาจารย์ท่านที่สามคือ อาจารย์คงศักดิ์ ตุ้ยสืบ หรืออาจารย์บอย ได้ฉายความสามารถด้วยการเป็นผู้ให้เสียงประกอบขบวนสะเปารถใหญ่ โดยสื่อให้กับชาวลำปางระหว่างเคลื่อนขบวนไปตามถนนได้เข้าใจ ได้ถ่ายทอดภาพลักษณ์และแผนงานในช่วงการพัฒนาคุณภาพมหาวิทยาลัยครั้งสำคัญได้อย่างเข้าใจ
     ถ้ามีคนถามผมว่า ยอดอาจารย์ของโยนก ที่มีทักษะเป็นเลิศด้านการสื่อสาร ผมคงยกให้ อาจารย์แม็กกับอาจารย์บอย ถือครองอันดับที่ 1 ร่วมกันไปแล้ว ส่วนผู้ที่เอาจริงเอาจังกับการทำงาน แสดงให้เห็นถึงระบบและกลไกในหัวใจ ก็ต้องยกให้อาจารย์แดน เพราะเพื่อนร่วมงานของผมก็ยืนยันอย่างนั้น สำหรับจำนวนนักศึกษาคณะบริหารที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้เป็นอันดับ 1 มีจำนวนถึง 38 คนจาก 139 คน และสรุปมูลค่ารวมทั้งโครงการสำหรับคณะบริหารฯ คือ  7,579 บาท
+ http://www.thaiall.com/blog/burin/693/

ชื่นชม อ.สุภาพ ขุนจุมพล จากงานถวายผ้าฯ

Friday, November 6th, 2009

6 พ.ย.52 ผมเขียนรายงานโครงการถวายผ้าจำนำพรรษา 2552 เป็นโครงการบูรณาการ และ อ.สุภาพ ขุนจุมพล หรือที่เพื่อนร่วมงานเรียกเธอจนติดปากว่า อ.อ้อม โดยท่านรับผิดชอบเป็นหัวหน้าฝ่ายรับบริจาคจตุปัจจัยร่วมทำบุญ มาจาก คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ พบว่า อาจารย์ทำงานได้น่าประทับใจ โดยวางแผนการทำงาน และประสานกับผู้เกี่ยวข้องเชิงบูรณาการ จัดทำเอกสารสรุปงานได้เป็นระเบียบและชัดเจน ผมสามารถนำมาทำรายงานสรุปผลโครงการได้ง่าย สามารถคำนวณเป็นยอดเงินบริจาคในรูปมูลค่าแยกตามคณะได้อย่างชัดเจน แม้อยู่ในภาวะวิกฤตของงานบุญที่มีหลายงานซ้อนทับเข้ามา แต่ก็ไม่พบอุปสรรคร้ายแรง จึงได้ยอดเงินบริจาคโดยรวมเป็น 5,829 บาท โดยคณะสังคมฯ มียอดบริจาครวมเป็นอันดับสอง และมีมูลค่ารวมอย่างไม่เป็นทางการทั้งโครงการสำหรับคณะสังคมฯ คือ 8,351  บาท