Archive for the ‘ประชุม อบรม สัมมนา’ Category

แบ่งปันประสบการณ์จากการประชุมเชิงปฏิบัติการด้าน QA

Thursday, May 10th, 2012


          2 วันของการเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ QA ตามโครงการ 1 ช่วย 9 ของ โดยสุดยอดวิทยากร รศ.อุษณีย์ คำประกอบ จึงขอแบ่งปันประสบการณ์อันเกี่ยวเนื่องใน 2 เรื่อง
          เรื่องแรก เป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการบรรยายของวิทยากร ที่ผมซาบซึ้งในความมีน้ำใจของท่านที่มีให้กับเรามาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งได้เห็นในครั้งนี้กับ “ความทุ่มเท” หรือ “การทำการบ้านอย่างหนัก” ของท่าน ผมพูดได้อย่างเต็มปากว่า ท่านคือกูรูด้าน QA แบบที่พูดได้สนิทใจว่า รู้จริง รู้ลึก รู้ถึงความเชื่อมโยงของเกณฑ์ต่างๆ ทั้งของ สกอ. และ สมศ. และที่สำคัญไปกว่า รู้ถึงเจตนารมณ์ของเกณฑ์ในแต่ละตัวบ่งชี้ ไม่ใช่เพียงแค่เข้าใจจากการตีความตามตัวอักษรที่ผู้ประเมินหลายคนรวมถึงตัวผมเองเข้าใจอยู่ สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก 2 วัน ที่เสียเวลาไป มันจึงคุ้มค่ามาก เพราะ 1.เรานำไปเขียน/ปรับปรุง SAR ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อคะแนนที่จะได้เพิ่มขึ้น 2.การเรียนรู้ในบทบาทของความเป็นครู ที่ต้องเป็นผู้ให้ และมีความพร้อมที่จะให้ ทุกครั้งที่ต้องยืนหน้าชั้นเรียน คงจะต้องถามตัวเองเสมอว่า “วันนี้เราพร้อมแล้วหรือยัง” พร้อมทั้งการเป็นผู้ให้ด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู และพร้อมในเนื้อหาบทเรียนที่จะให้ทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้าง เหมือนที่ท่านวิทยากรบอกว่า อาจารย์ส่วนใหญ่มีทักษะวิชาชีพที่ได้ร่ำเรียนมาและเข้ามาเป็นอาจารย์ในทันที แต่สิ่งที่ขาดไป คือ บทบาทและหน้าที่ความเป็นครู ไม่ได้ร่ำเรียนมาด้วย สำหรับผมแล้ว อาชีพการเป็นครู/อาจารย์ มันจึงไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิด…..
          เรื่องที่สอง เป็นเรื่องของ “คนชอบกาแฟ” เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของการประชุม/สัมมนา ที่ต้องมีบริการ ชา/กาแฟ ในเวลา 10.30 น. และ 14.30 น. ส่งผลให้ในช่วง 2 วัน ที่ผ่านมา ผมดื่มกาแฟวันละ 3 แก้ว (รอบเช้ามาจากที่บ้านแล้ว 1 แก้ว) แต่ก็มีอาจารย์บางท่านไม่ดื่ม ทราบมาว่า Caffeine ทำให้ใจสั่น รวมถึงคนที่เป็นความดัน ก็ไม่ดื่ม บางคนดื่มแล้วมีผลข้างเคียง ทำให้ปวดหัว กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็ว แต่ผลจากงานวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้สรุปว่า การดื่มกาแฟในปริมาณปานกลาง ไม่ส่งผลใดๆ ต่อคนเป็นโรคหัวใจ ในทางตรงข้าม กาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ในปริมาณที่มากกว่าผักและผลไม้หลายชนิดด้วยซ้ำ และผลจากงานวิจัยพบว่า การดื่มกาแฟเป็นประจำช่วยลดอัตราเสียงมะเร็งต่อมลูกหมาก ลดอัตราเสี่ยงโรคพาร์กินสัน ลดอัตราการเสียชีวิตจากหัวใจวายเฉียบพลัน ข้อมูลจากการวิจัยตลอด 26 ปี กับผู้หญิงมากกว่า 67,000 คน ในประเทศสหรัฐอเมริกา การดื่มกาแฟ 4 แก้วต่อวัน ลดอัตราเสี่ยงมะเร็งเยื่อบุมดลูก กาแฟยังช่วยลดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก ลดปริมาณสารอินซูลินที่มีผลต่อโรคเบาหวาน
          สรุปแล้ว การประชุม 2 วันที่ผ่านมานั้น ผมได้ทั้งสุขภาพสมองและสุขภาพกาย คุ้มค่าจริงๆ ครับ

แหล่งข้อมูลเรื่องที่ 2 : The Nation ฉบับวันที่ March 1, 2012

งานสังสรรค์ศิษย์เก่าที่ไอทาวเวอร์

Sunday, January 31st, 2010

 

ภาพตัวอย่างจาก gallery

ภาพตัวอย่างจาก gallery

30 ม.ค.53 ร่วมพบปะสังสรรค์กับเพื่อนและศิษย์เก่า มีผู้ร่วมงานกว่า 600 คน ก็สารภาพว่าศิษย์เก่า 18 รุ่นนั้น ผมจำไม่ได้หมดทุกคน หลายคนเปลี่ยนไปทั้งรูปร่างหน้าตาและเพศ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันว่าทำงานที่ไหน อยู่ที่ไหน เปลี่ยนไปอย่างไร ถามไถ่ที่มาที่ไป พาลูกจูงหลานมาร่วมกิจกรรมเพียบ อาจารย์ก็มาร่วมพบปะลูกศิษย์ก็ไม่น้อย เดินครั้งใดก็ต้องใช้เวลาหยุดกล่าวทักทาย เพราะศิษย์เก่าจะเข้ามาห้อมล้อม แวดหัวแวดหางขอเก็บภาพ ขอแลกเปลี่ยน ขอชนแก้ว บางก็ทักว่าอาจารย์แก่ขึ้นนะ อายุทุกคนก็ไม่ใช่น้อยอย่างผมก็ 40 อัพแล้ว จะอยู่ในโลกนี้อีกกี่ปีก็ไม่รู้ ก็ตอบคนที่ถามไปว่าเป็นเรื่องของสังขารต้องปล่อยวางซะบ้าง แต่ศิษย์กว่าครึ่งน้ำหนักมากกว่าผมแน่ คำถามยอดฮิตคือทำไมผมผอม ก็ตอบอย่างสั้นว่าไม่กินข้าวเที่ยง เพราะถ้าตอบความจริงว่าผมลดรับสารปนเปื้อน ไม่ใช่จำเป็นต้องรับสามมื้อ หรือยึดหลักพอเพียงก็จะตอบกันยาวและมีข้อโต้แย้งกันนาน ยิ่งลูกศิษย์คอมพิวเตอร์เข้ามาคุยก็จะยิงคำถามที่ผมตอบไม่ได้หลายคำถาม เพราะข้อจำกัดเรื่องเวลา ความเข้าใจพื้นฐาน และความเชื่อของแต่ละคนไม่เท่ากัน
     ที่น่าแปลก คือทุกคนตอบพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสนุกสุด ๆ คงเป็นเพราะมีความคาดหวังและได้รับสิ่งที่คาดหวัง คือความเป็นมิตรจากเพื่อนเก่า การได้สังสรรค์เฮฮากันอีกครั้งหลังไม่พบกันนับสิบปี การได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและ ประสบการณ์ ความจริงใจจากความเป็นเพื่อน และความไว้วางใจจากเพื่อนที่ไม่มีอะไรเคลือบแฝง ซึ่งไม่เหมือนการต่อสู้ในโลกธุรกิจที่พวกเขาต้องเผชิญ ส่วนผมก็จะง่วนอยู่แต่การถ่ายภาพศิษย์เก่าเป็นที่รำลึก ไว้ดูตอนแก่ว่าคนนั้นอยู่ไหนคนนี้ทำอะไรอยู่นะ(ถ้าผมมีวันนั้นนะครับ)  การถ่ายภาพกลุ่มคนในงานเลี้ยงโต๊ะจีนที่มีกิจกรรมรอบงานมีปัญหา 2 เรื่องคือ แสง และจำนวนคน ทั้งหมดคือการอธิบายภาพรวมเชิงกว้างของงาน YONOK Forever ในคืนวันที่ 30 มกราคม 2553 จัด ณ ลานอเนกประสงค์ อาคารไอทาวเวอร์ โดย ดร.ศิริธัช โรจนพฤกษ์ เป็นผู้สนับสนุนอาหารโต๊ะจีน และมี ดร.ภูเบศร์ สมุทรจักร เป็นแกนนำศิษย์เก่าประสานการจัดงานครั้งนี้ อ.ธวัชชัย แสนชมพู นายกสมาคมศิษย์เก่าสนับสนุนรถบัส54ที่นั่ง นำศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่าภายเหนือไปร่วมงาน เริ่มงาน 18.00น. และปิดงานประมาณ 22.30น. ซึ่งผมมีภาพถ่ายและวีดีโอเผยแพร่ในเบื้องต้นดังนี้
+ http://www.facebook.com/album.php?aid=144185
+ http://thaiabc.hi5.com
+ http://viewmorepics.myspace.com
+ http://www.youtube.com/watch?v=Rpov5xhOm9c  บูมโยนกน่าเกรงขาม
+ http://www.youtube.com/watch?v=f5tv9HsKwGg  รอบงานกลางดึก

บุคลากรพบปะผู้รับใบอนุญาต ประธานสภา และอุปนายกสภา

Saturday, December 19th, 2009

19 ธ.ค.52 ดร.ศิริธัช โรจนพฤกษ์ ผู้รับใบอนุญาต พลเอกธงชัย เกื้อสกุล นายกสภามหาวิทยาลัย ท่านธนาชัย  ธีรพัฒนวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ได้พบปะบุคลากร  เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ให้กำลังใจ นโยบาย และแนวทางการทำงานไปในทางเดียวกัน โดยพอสรุปอย่างน้อย 4 ข้อ คือ 1) บุคลากรต้องเปลี่ยน จากคำพูดที่ว่า “ถ้าไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงท่าน” 2) การเปลี่ยนแปลงต้องทำอย่างรวดเร็ว และทันเวลา อาทิ เสียสละ จริงใจ และตั้งใจ ทุกคนต้องคิดว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน โดยกำชับว่าสิ่งแรกที่ต้องเปลี่ยน คือ เปลี่ยนแปลงจิตใจและทัศนคติของตนในการทำงาน 3) เจริญสมาธิ และสะสมพลังจิตเป็นสิ่งสำคัญ ผู้รับใบอนุญาตเล่าประสบการณ์และข้อดีของการสะสมพลังจิต ที่นำไปสู่การคิดดี ทำดี และมหาวิทยาลัยมีสถาบันนี้ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยมากว่า 3 ปีแล้ว 4) การทำงานไม่ใช่อยู่ไปวันวัน ไม่รักองค์กร ไม่นิ่งดูดาย ต้องหันกลับมาช่วยองค์กรร่วมกัน .. ถึงเวลาแล้วที่บุคลากรต้องเปลี่ยนจิตใจและทัศนคติของตนเพื่อองค์กร

อบรมการเขียนแผนการสอนในวันรัฐธรรมนูญ

Thursday, December 10th, 2009
อาจารย์ดูมีความสุข .. ทำให้บรรยากาศดี อาจารย์ดูมีความสุข .. ทำให้บรรยากาศดี

10 ธ.ค.52 วันนี้ที่มหาวิทยาลัยจัดอบรมการเขียนแผนการสอน สอดรับกับมาตรฐาน TQF ที่ทุกมหาวิทยาลัยต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนั้น ท่านวิทยากรคือ ผศ.สุนทรี คนเที่ยง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บรรยายด้วยเนื้อหาก็เข้มข้น แฝงไว้ด้วยความเป็นกันเอง  เพราะท่านมีอารมณ์ขันในที สำหรับประเด็นที่บรรยายมีการแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ก็มีประเด็นมากมายให้ชวนคิด ทั้งการใช้เทคโนโลยี กลวิธีในการจัดการเรียนการสอน คุณธรรมของนักเรียน และครูที่ต้องไปด้วยกัน ช่วงท้ายได้เปิดให้อาจารย์ทุกคนได้เขียนแผนการสอนในแบบฟอร์มที่เตรียมมากันคนละ 1 หน่วย แล้วกล่าวปิดการอบรมโดย รองอธิการทั้งสองท่าน ที่น่าสนใจคือผมสังเกตว่าวิทยากรกล่าวทักทาย อ.แดน กุลรูป และผู้เข้าอบรมอีกหลายท่านที่ใช้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คในระหว่างการอบรม คงเป็นเพราะท่านก็สนใจเรื่องคอมพิวเตอร์เป็นพิเศษ จากนั้นก็มีเพื่อนสมาชิกขอ add ท่านเป็นเพื่อนใน facebook.com รู้สึกว่ามีการสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เรียนและผู้สอน ทำให้ไม่รู้สึกห่างเหิน หรือตึงเครียดระหว่างการอบรม .. ก็ขอเขียนสะท้อนคิดวันนี้เท่านี้ (A Reflection A Day)

ประเมินประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความพึงพอใจของ DB

Thursday, November 26th, 2009

26 พ.ย.52 วันนี้ไปประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบฐานข้อมูลรวม 15 คน ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยผมยกร่าง ตารางการเข้าประเมินระบบฐานข้อมูล และแบบประเมินทั้ง 3 ประเภทได้แก่ 1)แบบประเมินประสิทธิภาพ 2)แบบประเมินความปลอดภัย และ 3)แบบประเมินความพึงพอใจ ก็มีเรื่องให้ประหลาดใจว่า กรรมการไม่ติดใจเรื่องของแบบประเมินมากนัก เมื่ออธิบายในประเด็นที่มีข้อสงสัยก็เข้าใจกันทุกคน
     แต่มาติดใจตั้งแต่ 2 ระบบแรก ตามข้อมูลใน ตารางเข้าประเมินระบบฐานข้อมูล เรื่อง การประเมินที่ขึ้นกับชื่อระบบในประเด็นที่สัมพันธ์ กับ ความหมายของคำว่าระบบฐานข้อมูลออนไลน์ ซึ่งอธิบายให้ทุกคนได้คลายข้อสงสัยว่า ระบบฐานข้อมูลแบ่งเป็น 3 ส่วนได้แก่ 1)ผู้ส่งข้อมูลเข้า (Input) 2)การประมวลผลหรือกระบวนการทำงาน (Process) และ 3)ผู้รับข้อมูลไปใช้ประโยชน์ (Output) โดยการประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยจะจัดทีมที่เข้าใจเข้าไปประเมินทีละระบบ ซึ่งประเมินในส่วนของ การประมวลผลหรือกระบวนการทำงาน (Process)
     แต่การประเมินความพึงพอใจ จะประเมิน Input กับ Output ซึ่งไม่จำเป็นที่ผู้ตอบแบบสอบถาม ต้องสัมผัสกับเครื่องบริการโดยตรง หรือไม่จำเป็นที่ระบบนั้นต้องเป็นออนไลน์ กว่าจะคลายข้อสงสัยได้ก็ใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมง แต่ผมก็ว่าคุ้ม เพราะถ้าวันนี้ทุกคนเข้าใจ งานก็จะเดิน การประเมินตามแผนการประกันคุณภาพการศึกษา และการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ก็จะไม่สะดุด ถือว่าวันนี้คุ้มที่ได้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนบุคลากร

ประชุมเสร็จผมก็ทำหนังสือแจ้งกำหนดการ
๑. หน่วยงานที่ดูแลระบบฐานข้อมูลเตรียมความพร้อมรับการประเมิน
๓๐ พ.ย.–๔ ธ.ค.๕๒
๒. ทีมประเมินประสิทธิภาพ และความปลอดภัยเข้าประเมินฯ
๒ ธ.ค.–๑๑ ธ.ค.๕๒
๓. เจ้าหน้าที่ IT เก็บข้อมูลการประเมินความพึงพอใจฯ
๓๐ พ.ย.–๑๑ ธ.ค.๕๒
๔. เจ้าหน้าที่ IT สรุปผลและจัดทำรายงานการประเมินส่งให้หน่วยงาน
๓๐ ธ.ค.๕๒
๕. คณะกรรมการฯ ประชุมวิพากษ์ผลประเมินและแบบประเมิน
ก.พ.๕๓

     วันนี้ผมยกให้กับ อ.แดน เป็นพระเอกในเวที เพราะท่านช่วยให้ความกระจ่าง ช่วยให้เวทีผ่อนคลายอย่างได้ผล ช่วยให้การโต้เถียงที่รุนแรงลดลง เพราะในเวทีมีหลายท่านกล้าพูด กล้าคิดในมุมของตน กล้าออกนอกกรอบ ด้วยผมก็รู้ว่าทุกคนมีเจตนาดี และแล้วก็กลับเข้าที่เข้าทาง ยังมีอีกหลายท่านก็พยายามช่วยกันกำกับเวที ทั้ง อ.นุ้ย และน้องแบงค์ ก็ขอบคุณด้วยเช่นกันที่ทำให้การประเมินครั้งที่ไม่ล้มไปซะก่อน
http://www.thaiall.com/yonok/52_project_poll_database_v3.doc

ผลวิเคราะห์รายงานการประชุมผู้บริหารตามตัวบ่งชี้ลง Excel

Tuesday, July 28th, 2009

saradmin28 ก.ค.52 ได้รับมอบหมายจาก อ.ศศิวิมล แรงสิงห์ ให้อ่านรายงานการประชุมผู้บริหาร ตั้งแต่ครั้งที่ 16/2551 ถึง 42/2551 ระหว่าง 6 พ.ค.51 ถึง 30 ธ.ค. 2551 เพื่อสรุปว่าการประชุมวาระใดเกี่ยวข้องกับทั้ง 39 ตัวบ่งชี้ใน 9 องค์ประกอบ ของสกอ.บ้าง จากการอ่านที่ไม่ละเอียดมากนัก พบ 74 วาระจากทั้ง 27 รายงานการประชุม ซึ่งสามารถนำรายงานดังกล่าวไปใช้เป็นหลักฐานในการประกันคุณภาพการศึกษา เหตุที่ผมไม่นำวาระออกมาทุกวาระ เพราะบางองค์ประกอบมีการกล่าวถึงบ่อยครั้ง เช่น ศิลปวัฒนธรรมมีถึง 8 ครั้ง การบริหารความเสี่ยงมีถึง 9 ครั้ง ทำให้ในช่วงหลังจะไม่ทุกวาระทั้งหมดมาเป็นหลักฐาน เพราะเห็นว่ามีการนำมาพิจารณาต่อเนื่อง สำหรับเอกสารที่ได้มาเป็นเพียงของครึ่งปีการศึกษาแรก หากจะให้วิเคราะห์ต่อไปจะต้องใช้จากแฟ้มเอกสารดิจิทอลที่ได้รับมาผ่านอีเมลแต่ละสัปดาห์ หากการตรวจสอบ เอกสารที่ผ่านมามีครบตัวบ่งชี้แล้ว ก็น่าจะหยุดสำหรับการวิเคราะห์เอกสารดิจิทอลที่เหลือ ซึ่งผลการวิเคราะห์นำเสนอไว้ในแฟ้ม excel โดยใช้ pivot table ช่วยในการทำ cross tab ซึ่งได้ผลดังตัวอย่างที่นำเสนอนี้

เลื่อนการอบรม การใช้งาน Photoshop ครั้งที่ 2 จากวันที่ 3 ก.ค. เป็นวันที่ 17 ก.ค. 2552

Thursday, July 9th, 2009

e0b89be0b881-photoshop

ตามที่ สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ทำการจัดฝึกอบรมการใช้งาน Photoshop เบื้องต้นเพื่อการจัดการเว็บไซต์ครั้งที่ 1 – 2 เพื่อให้ทางคณะวิชา สำนักงาน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำความรู้ความสามารถในการอบรมครั้งนี้ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการเว็บไซต์ได้ เพื่อทำให้เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยนั้นมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ทางสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศได้ดำเนินการจัดอบรมการใช้งาน Photoshop ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2552 เวลา 13.00 น. – 15.00 น. ได้รับเสียงตอบรับอย่างดี ในการอบรมครั้งนั้น และได้ดำเนินการจัดอบรมอีกครั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม 2552 ที่ผ่านมา เวลา 13.00 น – 15.00 น.
แต่เนื่องจากสถานะการณ์ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2552 ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ติดขัดขึ้น ทำให้ไม่สามารถที่จะทำการจัด อบรม การใชงาน Photoshop ได้ สาเหตุเพราะมีทาง สำนักงานสาธารณะสุข จังหวัดลำปางนั้นได้มาทำการตรวจเช็ค และให้ความรู้เรื่อง ไข้หวัดใหญ่ 2009 ทางสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงของดการ อบรม Photoshop ครั้งที่ 2 ขึ้นเพื่อความเรียบร้อยของทางมหาวิทยาลัย และเพื่อเป็นการร่วมรณรงค์ เรื่องไข้หวัดใหญ่ 2009
 

2009newsyonok

และจะทำการจัดอบรมอีกครั้งใน วันที่ 17 กรกฎาคม 2552 ในเวลา 13.00 น. – 15.00 น. เพื่อให้ความรู้เรื่อง Photoshop อีกครั้ง

งานบุญ งานสัมมนา งานวิจัย กับกาแฟ 3 แก้ว

Thursday, May 7th, 2009

1) เช้าที่ 28 มีค52 ผมมีนัดหมายไปร่วมงานบุญบวชเณรที่วัดต่าง ๆ กับรถตู้ของสถาบัน
ตั้งแต่ 7.45 น. ก็วางแผนว่าจะไปเรียบร้อยดี แต่เกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับการขับถ่าย
ทำให้ผมเดินทางไปสถานที่นัดหมายประมาณ 7.55 น. พบว่าล้อหมุนไปแล้ว จึงตกรถ
นี่เป็นครั้งที่ 2 ห่างกันไม่ถึงปีที่ผมพลาดงานบุญเป็นชุดเช่นนี้ เพราะเคยไปไหว้พระ 9 วัด
กับพระครูที่วัดไหล่หินลุ่ม ไปกันเป็นคาราวาน แต่วัดที่ 8 เกิดมีรถหลงทาง 2 คัน
และรถของผมก็เป็น 1 ในนั้น มาครั้งนี้ไปไกล ครอบครัวก็ไม่ได้ไป จึงตัดสินใจไม่ตาม
สรุป : การวางแผนเดินทาง ต้องเผื่อเรื่องห้องน้ำ และรถเสีย ไว้พอประมาณ
2) อันที่จริง ผมมีนัดเข้าสัมมนาการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรที่ 2 แต่เคยปฏิเสธไป
เรื่อง วิทยากรกระบวนการ โดย สกว.สำนักงานภาค ห้องสมุดประชาชนเทศบาลนครลำปาง
จึงโทรไปถามว่าในทีมผมไปแล้ว 3 คน คือ พ่อกำนัน แพทย์ และป้ากิม เพิ่มผมไปอีกคน
จะได้ไหม หลังจากเคยปฏิเสธไปแล้ว ทั้งจิ๋ม และจิ๊ปซึ่งเป็นผู้จัดงานมิได้ปฏิเสธแต่อย่างใด
มีกิจกรรมที่ช่วงบ่ายออกไปเสนอกระบวนการจัดตั้งคณะกรรมการกองทุนเงิน 10 ล้าน
ของหมู่บ้าน ผมมีโอกาสสมมติตนเองเป็นกำนัน และจัดเวทีหมวดยกร่างกฎ ให้มานำเสนอ
ตกเย็นก็มีผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ข้อเสนอแนะ ได้ประสบการณ์ และวิธีแก้สถานการณ์ดีมาก
สรุป : อาจสวมหมวกหลายใบ ไม่มีใครสวมทุกใบแล้วไม่พบปัญหา ต้องเลือกตามเหตุอันควร
3) กลับบ้าน ก็พบว่าตัวเองมีปัญหาเรื่องหัวใจ จนเขียนบทความกับรายงานวิจัยไม่ได้
คิดว่าถ้าเดินคลายเครียดอาจหาย ก็นึกขึ้นได้ว่าตอนเย็นดื่มกาแฟแก้วที่ 3 เข้าไปแล้ว
จึงมีอาการทางหัวใจที่เต้นไม่ปกติ พอทราบสาเหตุก็สบายใจ ว่าเดี๋ยวดื่มน้ำเยอะ ก็คงดีขึ้น
ตกดึกจึงนั่ง clear งบประมาณงานวิจัย ตามเอกสาร ต้องรอกิจกรรมอีก 3 รายการ
ที่จะเกิดขึ้น จึงจะ clear ได้ ซึ่งโครงการขอขยายการเขียนรายงานและสรุปไป 2 เดือน
ตามคำแนะนำของผู้ประสานงาน ซึ่งผมก็ว่าดี จะได้ไม่เร่งกิจกรรมสรุปผลในเดือนเมษายน
สรุป : ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ กินเป็นตัวกำหนดที่เราเป็น กินอะไรก็เป็นอย่างนั้น
4) วางแผนว่าพรุ่งนี้ไม่ไปร่วมงานบวชอีกวัน เพราะอยาก clear บทความที่ลงฅนเมืองเหนือ
ให้เสร็จสัก 2 เรื่อง เพราะวันนี้ตอนสัมมนา เขียน draft เรื่องเทคโนโลยีกับนวัตกรรม
แต่ draft อีก 2 เรื่องที่เขียนไว้ยังไม่ได้ prove และ public ถ้าไปงานบวชตกเย็นคงเพลีย
ก็คิดว่าคืนนี้จะนั่งสมาธิแผ่เมตตา แทนการไปงานบวช เพื่อสร้างกุศลแทนกัน ก็คงไม่น่าเกียจ
สรุป : วันนี้คือปัจจุบัน พรุ่งนี้คือสิ่งที่อาจไปไม่ถึง ก็คงมีสักวัน ที่ไปไม่ถึงวันพรุ่งนี้
http://www.thaiall.com/blog/burin/57/

ประชุมผู้บริหาร

Monday, April 27th, 2009

ประชุมผู้บริหารวันอังคารที่  28  เมษายน  2552

วาระการประชุมและเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้

http://www.yonok.ac.th/doc/pimonnpun/PowePoint2003.ppt

รายงานจากการไปเข้า focus group ที่ กศน.

Thursday, April 23rd, 2009

ได้รับอนุมัติให้ไปร่วมประชุมที่ กศน. จึงมีเรื่องมาขียนลงหนังสือพิมพ์ฅนเมืองเหนือ
ในคอลัมไอทีในชีวิตประจำวัน # 188 หัวข้อการศึกษาตามอัธยาศัยกับคำว่ากศน.
     จากการประชุมร่วมกับผู้บริหารของกศน. อาทิ ดร.สุชิน เพ็ชรรักษ์ ดร.ณราวัลย์ นันต๊ะภูมิ ผอ.จรณชัย วรรณทอง ผอ.จรรยา จิรชีวะ และครูกศน.อีกหลายท่าน ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการทำงานในชุมชน และมองไปถึงอนาคตของการพัฒนาการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นการประชุมในลักษณะกลุ่มสนทนา (Focus Group) เพื่อศึกษาข้อมูล และนำไปพัฒนารูปแบบการศึกษาตามอัธยาศัยในระดับชุมชน ทั้งผู้เขียนและคุณภัทรา มาน้อยอยู่ในกลุ่มเครือข่ายที่ทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ส่วนนายกอบต.พิชัย คุณศิริพร ปัญญาเสน เป็นอีกหนึ่งเครือข่ายที่เข้าใจบริบทของกศน.
     ในช่วงเช้ามีการนำเสนอภาพถ่ายแสดงการพัฒนาชุมชนของบ้านสามขาผ่านโปรแกรม Microsoft PowerPoint ที่แสดงถึงการประยุกต์ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ OLPC กับการเรียนรู้ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ การใช้ไอทีในห้องสมุดของประเทศญี่ปุ่น และการใช้องค์ความรู้มาพัฒนาการปลูกผักปลอดสารพิษในชุมชน แล้วเปิดเวทีให้ทุกคนได้ร่วมนิยามความหมายของคำว่าการศึกษาตามอัธยาศัย ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ ทุกคนได้บอกเล่าถึงการทำงานที่ผ่านมาด้วยความภูมิใจ เพราะทุกคนทำงานเพื่อชุมชนระดับรากหญ้า พัฒนาชุมชนโดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือที่ตอบความต้องการเพื่อการดำรงชีวิตของคน เช่น อบรมกลุ่มอาชีพ บริการศูนย์การเรียนรู้ จัดการศึกษานอกระบบ บริการห้องสมุดหลายรูปแบบ บริการเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เอื้อให้คนในชุมชนสามารถสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตในหลายรูปแบบ ร่วมจัดวิทยุชุมชน ร่วมพัฒนาที่พักแรมในชุมชนแห่งการเรียนรู้ โครงการชุมชนรักการอ่าน เป็นต้น มีคำหนึ่งที่ผุดขึ้นในเวทีแล้ว อ.บุษบา มาลินีกุล สังเกตได้ว่าผู้เขียนทำหน้าฉงน จึงกรุณาอธิบายว่า กรต. มาจาก การเรียนรู้ต่อเนื่อง เป็นกิจกรรมหนึ่งในการพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษากศน. ส่วนคำว่า กศน. มาจากชื่อเดิม การศึกษานอกโรงเรียน ที่เปลี่ยนเป็น การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีผลบังคับใช้วันที่ 4 มีนาคม 2551
      ข้อสงสัยหลายเรื่องเริ่มคลี่คลายในช่วงบ่าย โดยเฉพาะความหมายของ การศึกษาตามอัธยาศัย ที่ถูกอธิบายผ่านการบอกเล่าประสบการณ์จากการทำงานของแต่ละคน ในทัศนะของผู้เขียนมองว่าการศึกษาตามอัธยาศัยสำคัญต่อการพัฒนาชุมชนระดับรากหญ้าของประเทศ แต่หากจะไม่บรรลุตามเป้าหมายของการพัฒนาแล้วก็น่าจะมีปัญหาจาก 3 ประเด็น คือ 1) คนหมายถึงครูและนักเรียนที่ต้องมีการพัฒนาควบคู่กันไปอยู่ตลอดเวลาให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี 2) งานหมายถึงการจัดกิจกรรม ส่งเสริม สนับสนุน และการพัฒนาหลักสูตรอย่างเพียงพอ ทันสมัย ตอบความต้องการของสังคม มีจำนวนและคุณภาพที่เหมาะสม 3) งบประมาณหมายถึงการสนับสนุนเงินจากรัฐที่มักเป็นข้อจำกัดในการมีครูมาทำงานพัฒนาที่เพียงพอ จึงทำให้ครูกศน.เปรียบเสมือนยอดมนุษย์ต้องทำได้เกือบทุกอย่าง ต้องทำหลายหน้าที่ มักขาดความชำนาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ช่วงสุดท้ายของการประชุมเปิดให้มีการนำเสนอสิ่งที่น่าชื่นชมจากการทำงาน แต่ละคนสะท้อนให้เห็นความภูมิใจในการทำงาน ได้รับการยอมรับจากชุมชนผ่านบทบาทในการพัฒนาชุมชนด้วยมือของตน