Archive for the ‘KM:ประกันคุณภาพ’ Category

วงจรในการจัดกระบวนการประเมินคุณภาพภายใน

Thursday, November 8th, 2012

วงจรในการจัดกระบวนการประเมินคุณภาพภายใน

จากหัวข้อแนวทางการจัดกระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน หน้า 201

ของ คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษา ปีการศึกษา 2554-2556

(Quality Assurance Manual 2554-2556)

nation handbook

nation handbook

1. สถาบันวางแผนการประเมินคุณภาพประจำปีการศึกษาใหม่ โดยประกาศตัวบ่งชี้ก่อนเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ และแจกคู่มือการจัดทำ SAR (กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวบ่งชี้ วิธีการ และกำหนดการประเมินคุณภาพภายในประจำปี)
2. สถาบันเก็บข้อมูลระยะ 12 เดือนตามตัวบ่งชี้ที่ได้ประกาศใช้บนระบบ CHEQA Online (มีทีมงานให้คำปรึกษากับบุคลากร และหรือหน่วยงานและหรือภาควิชาในการเก็บข้อมูล พร้อมทั้งพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานตามความเหมาะสม)
3. สาขาวิชา ศูนย์นอกที่ตั้ง จัดทำ SAR และเตรียมการประเมินระดับคณะวิชา และศูนย์นอกที่ตั้ง
4. ประเมินระดับคณะวิชา และศูนย์นอกที่ตั้ง
5. คณะวิชาและศูนย์นอกที่ตั้ง นำผลการประเมินมาจัดทำ SAR บนระบบ CHEQA Online และเตรียมการประเมินระดับสถาบัน และแต่งตั้งกรรมการประเมินระดับสถาบัน
6. ประเมินระดับคณะวิชา และศูนย์นอกที่ตั้งบนระบบ CHEQA Online
7. สถาบันนำผลการประเมินระดับคณะวิชา และศูนย์นอกที่ตั้งมาจัดทำ SAR บนระบบ CHEQA Online และเตรียมการประเมินระดับสถาบัน และแต่งตั้งกรรมการประเมินระดับสถาบัน
8. ประเมินระดับสถาบันบนระบบ CHEQA Online และนำผลการประเมินเสนอสภาสถาบันเพื่อพิจารณาวางแผนพัฒนาสถาบันในปีการศึกษาถัดไป
9. ผู้บริหารของสถาบันอุดมศึกษานำผลการประเมินและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน (รวมทั้งข้อเสนอแนะของสภาสถาบัน) มาวางแผนปรับปรุงการดำเนิน หรือปรับแผนกลยุทธ์/แผนปฏิบัติการประจำปีและเสนอตั้งงบประมาณปีถัดไป หรือจัดทำโครงการพัฒนาและเสนอใช้งบประมาณกลางปี
10. ส่งรายงานประจำปีที่เป็นรายงานการประเมินคุณภาพภายใน (ประกอบด้วย SAR และผลการประเมินคุณภาพภายในระดับคณะวิชา ศูนย์นอกที่ตั้ง และระดับสถาบัน) ให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาผ่านระบบ CHEQA Online และหน่วยงานต้นสังกัด (ภายใน 120 วันนับจากสิ้นปีการศึกษา)

นิเทศอาจารย์/เจ้าหน้าที่ 55 : มคอ. ประกัน ภาระงาน

Sunday, July 22nd, 2012
21 ก.ค.55
21 ก.ค.55

21 – 22 ก.ค.55 มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมนิเทศอาจารย์และเจ้าหน้าที่ ให้ความรู้ และปรับความเข้าใจ สำหรับการจัดการเรียนการสอน และการดำเนินการตามกรอบ มคอ. ในปีการศึกษา 2555 โดย ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม ท่านอธิการบดีเป็นผู้นำบรรยาย ในหัวข้อเกี่ยวกับอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษา การจัดทำข้อตกลงภาระงาน การทำหลักสูตรตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิการศึกษาแห่งชาติ การตัดเกรดที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่มีผลต่อการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพมาตรฐาน โดยมีผู้ช่วยบรรยายได้แก่ ดร.วันชาติ นภาศรี และอ.ศศิวิมล แรงสิงห์ มีการทำ workshop เรื่องของการกำหนดกระบวนการการประกันคุณภาพ และการกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มข้อตกลงภาระงาน

22 july 2555
22 july 2555

การรวมประชุมครั้งนี้ ฝึกบันทึกประเด็นที่ใช้ mindjet บน samsung galaxy tab 10.1 แล้วส่งภาพไปเก็บใน dropbox แล้ว export กลับมาเข้า samsung แล้วใช้ fb apps อัพโหลดเข้า group ของเพื่อนบุคลากร เพื่อชวนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภาพที่ได้ไม่ละเอียดเท่าที่ควร หลายคำอ่านยาก แต่พอเดาได้

บรรยากาศ
บรรยากาศ

การเขียนและการประเมินมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่ดี

Tuesday, May 1st, 2012

17 ส.ค.54 ดร.สุจิรา หาผล ได้แบ่งปันประสบการณ์จากการไปร่วมประชุมเรื่อง “กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ : การเขียนและการประเมินมาตรฐานการเรียนรู้ที่ดี” ณ โรงแรมโลตัส ปางสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่  ระหว่าง 7 – 8 กรกฎาคม 2554 มีผู้ร่วมประชุม 5 ท่าน ได้แก่ ดร.สุจิรา หาผล  อ.แดน กุลรูป  อ.คงศักดิ์ ตุ้ยสืบ อ.สกุลศักดิ์ อินหล้า  และนางสาวเรณู  อินทะวงศ์ โดยนำเสนอความหมายของ AQF (Australian Qualification Framework) เปรียบเทียบกับ TQF (Thailand Qualification Framwork) ที่มาของมาตรฐานการเรียนรู้ 5 ด้าน คือ 1) ด้านคุณธรรม จริยธรรม 2) ด้านความรู้ 3) ด้านทักษะทางปัญญา 4) ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ และ 5) ด้านการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ  ซึ่งสรุปประเด็นที่นำเสนอในเวทีมีดังนี้
1. Australian Qualification Framework
2. AQF Levels & Qualification types
3. AQF Levels
4. Good Learning Outcomes
5. Writing Good Outcome Statements
6. TQF Learning Domains
จากรายงานการประชุม การจัดการความรู้ระดับมหาวิทยาลัยโยนก
เมื่อ 17 สิงหาคม 2554

ผลการสังเคราะห์ความรู้จากผลงานวิจัยเรื่อง “รูปแบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง”

Thursday, April 26th, 2012

ชื่องานวิจัยรูปแบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
ประเภทการวิจัย การวิจัยเชิงประเมินผล
ผู้วิจัย
หัวหน้าโครงการวิจัย นายปรีชา ลินมา
ผู้ร่วมวิจัยจากสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์1. อาจารย์เบญจวรรณ นันทชัย
2. อาจารย์สุพิณญา ทองจันทร์
3. อาจารย์ฉัตรชัย หมื่นก้อนแก้ว
4. อาจารย์สกุลศักดิ์ อินหล้า
5. นักศึกษาสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ ชั้นปีที่ 2
หน่วยงาน สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์
ผู้สนับสนุนทุนวิจัย วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครลำปางร่วมกับมหาวิทยาลัยเนชั่น
วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อศึกษารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
2. เพื่อศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
3. เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการมีส่วนร่วมของประชาชนด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
สรุปผลการวิจัย จากการประเมินโดยใช้รูปแบบของ CIPP Model เพื่อประเมินรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยได้ผลดังนี้
1. ด้านบริบทหรือสภาพแวดล้อม (Context) พบว่าทุกกลุ่มมีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่าเป็นการดำเนินงานที่มาจากความต้องการของประชาชน และเกิดจากความร่วมมือกันของทุกฝ่ายตั้งแต่ระดับผู้บริหารของเทศบาลจนถึงระดับประชาชน เพื่อต้องการพัฒนาให้ชุมชนมีศักยภาพและขีดความสามารถในการพัฒนาเมืองเกษตรกรรมและชุมชนน่าอยู่อย่างยั่งยืน
2. ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) พบว่าเทศบาลมีการจัดสรรทรัพยากรภายใต้แผนพัฒนาเทศบาล แผนปฏิบัติการ 21 ระดับท้องถิ่น ในการบริการด้านการจัดการขยะอย่างเพียงพอ บุคลากรและมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
3. ด้านกระบวนการ (Process) พบว่า มีการวางแผนในการดำเนินงานระหว่างเทศบาลและภาคประชาชนเป็นอย่างดี และมีความต่อเนื่อง ภายใต้แผนปฏิบัติการ 21 ระดับท้องถิ่น แต่ขาดการเชื่อมโยงให้ประชาชนเล็งเห็นความสำคัญในการแยกขยะก่อนทิ้งอย่างจริงจัง จึงทำให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานในระดับน้อย
4. ด้านผลผลิต (Product) พบว่า มีเพียง 4 หมู่บ้านจาก 12 หมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการมีรูปแบบการจัดการขยะที่เป็นรูปธรรม ส่วนหมู่บ้านที่ยังไม่เริ่มดำเนินการพบว่าขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการคัดแยกขยะมูลฝอยที่เหมาะสม
ผลการสังเคราะห์งานวิจัย
องค์ความรู้จากการวิจัย การวางแผนดำเนินงานในการจัดการปัญหาขยะ ในระดับชุมชนต้องให้ความสำคัญกับภาคประชาชนเป็นอย่างมาก โดยการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะ และการจูงใจให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานให้มากที่สุด หรือสามารถดำเนินการด้วยตัวชุมชนเองได้ ซึ่งส่งผลให้มีสามารถพัฒนารูปแบบการจัดการขยะในแบบต่างๆ โดยการขับเคลื่อนกันเองภายในชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งส่วนของหน่วยงานภายนอกที่จะเข้าไปส่งเสริมความรู้และทักษะต่างๆ ในการจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นให้กับชุมชน ก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น เพราะชุมชนเองมีความต้องการในการพัฒนาศักยภาพเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว หากมีการส่งเสริมและถ่ายทอดวิธีการจัดการขยะมูลฝอยในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นย่อมได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้หากได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานบริหารภายในท้องถิ่นเป็นอย่างดี และต่อเนื่องด้วยแล้ว ย่อมเห็นผลสำเร็จที่เกิดขึ้นเองจากการดำเนินงานโดยภาคประชาชนได้อย่างชัดเจน และมีความยั่งยืนในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยรูปแบบต่างๆ ในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาวิจัย ควรศึกษาวิจัยรูปแบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมต่อชุมชนแต่ละชุมในเขตเทศบาลตำบลป่าตันนาครัวต่อไป
การใช้ประโยชน์ต่อการเรียนการสอน วิชาเฉพาะในทุกสาขาวิชา

บทบาทของนักศึกษา กับการประกันคุณภาพ และการนำไปใช้

Sunday, February 12th, 2012
qa student

qa student

สำนักพัฒนานักศึกษาและศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเนชั่น จัดโครงการอบรมด้านประกันคุณภาพการศึกษา  หัวข้อ “บทบาทของนักศึกษา กับการประกันคุณภาพ และการนำไปใช้” วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 ณ ห้อง 1203 มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง โดย ผศ.ดร.พงษ์อินเทร์ รักอริยะธรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ซึ่งโครงการนี้เป็นความร่วมมือทางวิชาการ และสร้างเครือข่ายนักศึกษาด้านประกันคุณภาพระหว่างหลายสถาบัน วิทยากรรับเชิญคือ อ.คนึงสุข นันทชมภู

คุณวุฒิ คุณภาพ คุณธรรม ของสถาบันการศึกษา

Monday, July 18th, 2011

คุณวุฒิ  คุณภาพ  คุณธรรม : คำทั้ง ๓ คำนี้   เชื่อว่าผู้อ่านคงคุ้นเคยอยู่      และคงเป็นคำที่ทุก ๆ คนปรารถนาจะให้เกิดขึ้นกับตัวเอง   และกับบุคคลข้างเคียง    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง   อยากจะให้เกิดกับคนในองค์กรเดียวกัน   ตั้งแต่ระดับหัวหน้าสูงสุดลงไปเลย  ก็เพราะอานุภาพของความหมายของคำทั้งสามคำนั่นเอง

บทความโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภิเษก  จันทร์เอี่ยม

“คุณวุฒิ” เป็น สิ่งที่คนในแวดวงวิชาการอย่างพวกเราจะแสวงหามาใส่ตัวเสมอ     หากมีมาก ๆ จนเป็นที่เชื่อถือได้   ก็จะได้รับการยกย่องหรือขนานนามให้ว่า  เป็น   “ผู้ทรงคุณวุฒิ”

สิ่งที่เรียกว่า  “คุณวุฒิ” นั้นได้มาจากไหน      หนทางหนึ่งได้มาจากการเป็นผู้ที่ร่ำเรียนในหลักสูตร สาขาวิชาใดวิชาหนึ่งจนถึงขั้นสูงหรือสูงสุดเท่าที่จะมีให้เรียน       เมื่อได้รับ “คุณวุฒิ” ทางการศึกษามา      ก็จะกลายเป็นผู้รอบรู้      เชี่ยวชาญในศาสตร์สาขานั้น  ๆ          อีกทางหนึ่งก็ได้จากการที่บุคคลผู้นั้นได้พยายามคิดสร้างผลงานทางวิชาการจน เป็นที่เชื่อถือได้ว่า             ผลงานนั้นสมควรได้รับการยอมรับ  ได้รับเกียรติ   ได้รับการยกย่องจากผู้ทรงคุณวุฒิกว่านั้น      จึงทำให้ได้รับอนุมัติให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น   อันเป็นผลมาจากการทุ่มเทกำลังกาย  กำลังปัญญา     เพื่อให้ตนเองมีความรู้  มีความเชี่ยวชาญ  ในศาสตร์แขนงนั้น ๆ เช่นกัน

การที่บุคคลมีคุณวุฒิหรือได้รับคุณวุฒิสูงขึ้น    นั่นหมายถึงบุคคลคนนั้นจะสามารถคิด  อ่าน   กระทำการใด ๆ  ได้หลากหลาย  ซับซ้อนมากกว่าคนอื่น    บุคคลรอบข้างก็จะคาดหวังผลงานของผู้ทรงคุณวุฒิไว้ในระดับสูงทีเดียว

ความเป็น “ผู้ทรงคุณวุฒิ”   จึงทำให้บุคคลนั้นกลายเป็นคนที่  จะคิด  จะพูด  จะกระทำการใด ๆ ก็ตาม    ผู้อื่นย่อมหมายเอาว่า  สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นถ้อยคำวาจา   หรือพฤติกรรม    ย่อมเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้   เพราะได้กลั่นกรองมาจากสติปัญญาของผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าว

ดังนั้น   เมื่อบุคคลใดมีคุณวุฒิ     หรือได้รับคุณวุฒิสูงขึ้น           ย่อมต้องพึงระมัดระวังพฤติกรรมที่แสดงออกทั้ง  การคิด  การพูด  การกระทำต้องให้สมกับความเป็นผู้มีคุณวุฒิหรือที่เรียกกันว่า “ผู้ทรงคุณวุฒิ”นั่นเอง

“คุณภาพ” เป็นคำที่เราจะได้ยินได้ฟังบ่อยที่สุดในยุคปัจจุบัน   เพราะเป็นยุคที่โหยหาสิ่งที่เรียกว่า “คุณภาพ”  ในทุก ๆ วงการ         โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการศึกษา   ทั้งในเชิงคุณภาพของบุคลากรในวงการศึกษา    และคุณภาพของการศึกษา    รวมถึงคุณภาพของสถานศึกษาด้วย   จะเห็นว่า  ในปัจจุบันนี้มีองค์กรที่ทำหน้าที่รับประกันคุณภาพหรือรับรองคุณภาพการศึกษา อยู่มากมาย

แท้จริงแล้ว  การประกันคุณภาพหรือการรับรองคุณภาพนั้นเป็นตัวแปรผล    ซึ่งไม่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก    สิ่งที่เราควรใส่ใจให้มากคือตัวแปรเหตุ   ที่จะนำมาซึ่ง   “คุณภาพ” ของสิ่งที่เราต้องการ    นั่นคือ  “การจัดการคุณภาพ”             เพราะหากไม่จัดการให้คุณภาพเกิดขึ้นเสียก่อน    ก็ป่วยการที่จะประกันหรือรับรองคุณภาพ   เพราะคงหาคุณภาพไม่พบ

ดังนั้น   ก่อนดำเนินการเรื่องใด ๆ   ที่หวังว่าจะทำได้อย่างมีคุณภาพ        จึงควรกำหนดวิธีการจัดการงานนั้นให้แสดงถึงความมีคุณภาพก่อน    แล้วกำกับให้งานดำเนินไปตามแผนที่วางไว้  นั่นคือ    ต้องมีการกำหนดเกณฑ์ (criteria)  และมาตรฐาน (standard)   ของงานหรือการดำเนินงานนั้น ๆ ก่อน     อาจจะต้องมีการกำหนดการเทียบเคียงสมรรถนะ  (benchmark) กับผู้อื่น  หรือองค์กรอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันด้วย            เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพของตนเองให้ใกล้เคียงกับหน่วยงานอื่น ๆ    ในระหว่างการปฏิบัติงาน   บุคลากรที่เกี่ยวข้องต้องคำนึงถึงหลักแห่งคุณภาพเสมอ   และหมั่นตรวจวัดคุณภาพด้วยเครื่องมือต่าง ๆ  ที่เตรียมไว้     และต้องมีการปรับปรุงคุณภาพของการทำงานเป็นระยะ ๆ ตามแผนที่กำหนดด้วย

หากกระทำดั่งนี้แล้ว   เมื่อมีการประกันคุณภาพ  หรือการรับรองคุณภาพ   ไม่ว่าจะด้วยวิธีการของหน่วยงานใด ๆ ก็ตาม    ย่อมประกันหรือรับรองคุณภาพได้อย่างไม่ยากแน่ ๆ

ในด้านคุณภาพของตัวบุคคลก็เช่นเดียวกัน   ควรคำนึงถึงหลักแห่งคุณภาพด้วยเช่นกัน    และสิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ  การคำนึงถึงคุณภาพเฉพาะตัวบุคคล      และคุณภาพในการปฏิบัติงานของบุคคลนั้นด้วย    โดยจะมีการกำหนดเกณฑ์  มาตรฐาน   การเทียบเคียงสมรรถนะ        ตลอดจนเครื่องมือวัดคุณภาพต่างกันออกไป

อย่างไรก็ตาม   คำว่า “คุณภาพ”   จะยังคงเป็นคำสำคัญที่ทุก ๆคน  ทุก ๆ องค์กร  หวังจะให้เกิดขึ้นกับตนเอง    และก็หวังว่า  คนอื่น ๆ และองค์กรอื่น ๆ  ก็คำนึงถึงเรื่องนี้เช่นกัน
“คุณธรรม” เป็นอีกคำหนึ่งที่จะยังคงเรียกร้องและโหยหาเพื่อให้มีอยู่ในตัวคนทุกคน  ทั้งนี้    เพราะเชื่อว่า  “คุณธรรม”  จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้บุคคล   ไม่คิด   ไม่พูด    ไม่แสดงออกในทางที่ไม่พึงประสงค์     เพราะจะนำมาซึ่งความเดือดร้อนทั้งแก่ตัวบุคคลนั้น  และบุคคลข้างเคียงหรือคนในสังคมโดยทั่วไป    ความสงบสุขในสังคมก็จะพลอยสูญเสียไปด้วย

ทั้งนี้เพราะ “คุณธรรม”   หมายถึง ธรรมชาติฝ่ายที่เป็นคุณ          หรือที่เรียกว่า “กุศลธรรม”  ตรงกันข้ามกับ  “อกุศลธรรม”   ซึ่งเป็นธรรมชาติฝ่ายเป็นโทษ     ธรรมชาติทั้งสองส่วนนี้มีอยู่ทั้งในตัวคน  และรอบ ๆ ตัวคน    ถ้าบุคคลใดประพฤติปฏิบัติในส่วนที่เป็น “กุศลธรรม”  ก็จะสร้างสันติสุขให้กับตนเองและคนข้างเคียงได้              และถ้าทุก ๆ คนในสังคมยึดมั่นอยู่ในความมี “คุณธรรม”   สังคมนั้นก็จะมีแต่สันติสุข        เพราะ “คุณธรรม”  จะเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งไม่ให้คนประพฤติชั่ว   หรือกระทำในสิ่งที่จะนำความเสียหายหรือเดือดร้อนมาสู่ตนเองหรือสังคมรอบข้าง

ธรรมชาติฝ่ายเป็นคุณ  หรือ “คุณธรรม”  ที่พึงประสงค์มีมากมายหลายเรื่องตั้งแต่สิ่งที่เป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิต และการอยู่ร่วมกันในสังคม     เช่น  ความขยัน  ความซื่อสัตย์  ความมีเมตตา  กรุณา  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  ความเห็นใจผู้อื่น  ความเสียสละ  ความมานะอดทน   เป็นต้น      หากทุกคนในสังคม  หรือในองค์กรให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว     และประพฤติปฏิบัติ “คุณธรรม”ก็เชื่อว่า   บุคคล   องค์กร  และสังคมจะมีสันติสุขยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในทุก ๆ วันนี้

แต่ทั้งนี้   การประพฤติปฏิบัติอย่างมี “คุณธรรม”  นั้น      ไม่มีกฎหมาย  หรือข้อบังคับใด ๆ ที่จะเอาผิดกับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามแนวทางของคุณธรรมได้        จึงเป็นสิ่งที่บุคคลต้องอาศัยความกล้าหาญที่จะประพฤติปฏิบัติคุณธรรมด้วย ความสมัครใจ              และกล้าหาญที่จะละเว้นสิ่งที่เป็น “อกุศลธรรม”  แม้ว่าบางครั้งสิ่งเหล่านั้นจะเอื้อประโยชน์ให้ตนมากกว่าก็ตาม          ดังนั้น  เมื่อพูดถึง “คุณธรรม”  แล้ว  จึงมักตามด้วย  “จริยธรรม” เสมอ        เพราะ “จริยะ”  คือการกระทำ  หรือการปฏิบัติ  ในสิ่งที่  เป็น “ธรรม”  นั่นเอง

การปฏิบัติสิ่งที่เป็น “จริยธรรม”    ก็อาศัยความกล้าหาญด้วยเช่นกัน       คือกล้าที่จะประพฤติปฏิบัติ “จริยธรรม”    แม้ไม่มีบทบัญญัติโทษไว้ชัดเจนก็ตาม    แม้จะไม่ได้ผลประโยชน์ตามมาก็ตาม    หากสิ่งนั้นพึงเป็นสิ่งกระทำ  หรือเป็นสิ่งพึงเว้นกระทำ   ก็กล้าที่จะลงมือทำหรือละเว้นการกระทำ   เพื่อให้เกิดสันติสุขขึ้น           ความมี “คุณธรรม” และ “จริยธรรม”  จึงมักจะไปด้วยกันเสมอ

หากในตัวบุคคลใด    มี “คุณ”  ทั้งสามประการนี้   คือ     “คุณวุฒิ      คุณภาพ      และ คุณธรรม”   ย่อมเชื่อได้ว่า   บุคคลนั้นเป็นผู้ทรงอานุภาพแห่งความดี   ความงาม  ที่พร้อมจะบันดาลให้ตนเองประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและประกอบกิจการ งานต่าง ๆ ได้อย่างดี   และสร้างสันติสุข   คือ  “สุขตน”  และ “สุขท่าน”  ได้อย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นคนโดยแท้จริง        และหากองค์กรใด   มีบุคลากรที่เพียบพร้อมด้วย “คุณ”  ทั้งสามประการนี้   องค์กรนั้นก็ย่อมมั่นคงและรุ่งเรือง   เป็นองค์กรที่มีแต่ “สันติสุข”  เช่นกัน

บทความโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.  ภิเษก  จันทร์เอี่ยม
http://www.watjrb.net/index.php?mo=3&art=350276

http://www.kasettak.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=75&Itemid=56

มหาวิทยาลัยโยนก ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ กับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ

Monday, October 18th, 2010
ทันฉลอง รุ่งวิทู

ทันฉลอง รุ่งวิทู

มหาวิทยาลัยโยนก โดย อาจารย์ทันฉลอง รุ่งวิทู รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยโยนก กับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยนายศุกร์ ไทยธนสุกานต์ ตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง จึงได้มีการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ โดยมหาวิทยาลัยโยนกจะให้ความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนตำบลอำเภอแม่เมาะ โดยการจัดโครงการบริการเพื่อให้บุคลากรมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงาน และให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาท้องถิ่น อำเภอแม่เมาะจะให้การสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา และกิจการต่างๆ ของมหาวิทยาลัยโยนก โดยทั้งสองฝ่ายจะได้ตั้งคณะกรรมการร่วมกันแล้วกำหนดแนวทางการดำเนินงานตาม บันทึกข้อตกลงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป
อาจารย์คงศักดิ์ กล่าวต่อไปอีกว่าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการนี้ มหาวิทยาลัยโยนก
โดยมี อาจารย์ทันฉลอง รุ่งวิทู รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยโยนก, นายศุกร์ ไทยธนสุกานต์นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ, นางสาวณภัทร หวันแก้ว ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ, นายมาย ปักราชประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ, อาจารย์ศรีเพชรสร้อยชื่อ  ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการมหาวิทยาลัยโยนก และอาจารย์คนึงสุข นันทชมภู  ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายนิติการและกิจการสภามหาวิทยาลัยโยนก ร่วมลงนาม ในวันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2553 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง
นิเวศน์ อินติ๊บ (ภาพ/ข่าว)

กรรมการประเมินคุณภาพเข้าโยนกอีกครั้ง

Tuesday, August 17th, 2010
ผู้ประเมินคุณภาพ และผู้ถูกประเมิน

ผู้ประเมินคุณภาพ และผู้ถูกประเมิน

ที่ห้องประชุมอาคาร ดร.เทียม โชควัฒนา ในระหว่างวันที่ 16 – 18 สิงหาคม 2553 ผู้ประเมินคุณภาพการศึกษา ในระดับมหาวิทยาลัย ตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เข้าตรวจสอบผลหลักฐานตามผลการประเมินตนเอง ประจำปีการศึกษา 2552 โดยนำทีมผู้ประเมินโดย ผศ.ดร.ประสาร วงศ์ มณีรุ่ง และผู้ประเมินอีก 3 ท่านคือ รศ.ดร.ธีรา  สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา ผศ.เสาวณี  ใจรักษ์ รศ.อุษณีย์ คำประกอบ
โดยครั้งนี้มี อ.อติชาต หาญชาญชัย นำทีมผู้บริหารของมหาวิทยาลัยโยนก ให้การต้อนรับ ซึ่งผู้บริหารประกอบด้วย อ.ภาณี อ.อดิศักดิ์  อ.อาภาพร อ.กฤตภาส อ.เกศริน อ.ชินพันธ์ และอ.คนึงสุข และมี อ.วันชาติ นภาศรี และ อ.อุษณีย์ ณ น่าน ให้การดูแลใกล้ชิด ตลอดการประเมินทั้ง 3 วัน ในภาพยังมี อ.แป๋ว พี่ทอง และพี่นาย คอยดูแลองค์ประกอบ และเอกสารที่ผู้ประเมินต้องการตรวจสอบร่องรอย .. และเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยความเรียบร้อย
ภาพรวมการประเมิน

ภาพรวมการประเมิน

+ http://www.yonok.ac.th/info

การปรับปรุงเอกสารโดยใช้ Google Doc

Thursday, June 17th, 2010

บางครั้งเราจะพบปัญหาในการทำโครงการหรือเอกสารใด เอกสารหนึ่งเราจะพบหากเอกสารชิ้นนั้นเราจะต้องร่วมกันทำหลายคน มักจะเกิดปัญหาดังนี้
1. การจัดส่งเอกสารชิ้นนั้นมักจะส่งไปทาง Email เพื่อให้เพื่อนร่วมงานช่วยกันแก้ไข เช่นมีผู้ร่วมจัดทำเอกสารนี้ 5 คน ถ้าเอกสารถูกสร้างจากคนที่ 1 เมื่อเสร็จแล้วจะต้องส่งผ่าน Email ให้กับอีก 4 คนในทีมผลคือมีเอกสารที่จะส่งกลับมาหาคนที่ 1 ทั้งหมด 4 ฉบับที่แก้ไขโดยเพื่อน 4 รวมของตัวเองด้วยเป็น 5 ฉบับ เท่ากับมีเอกสาร 5 เวอร์ชั่น ผลสุดท้ายจะต้องนำมาปรับปรุงในเอกสารหลักอีกครั้ง ซึ่งเกิดความสับสน
2. เอกสารถูกส่งต่อเป็นทอด ๆ เพื่อแก้ไขหรือส่งกลับไปกลับมาผลก็คือมีเอกสารมากมายหลายเวอร์ชั่น ผลสุดท้ายคือจำไม่ได้ว่าต้องใช้ฉบับไหนเป็นฉบับหลัก

Google Doc ช่วยคุณได้เพียงคุณมี Account ของ Google แล้ว upload เอกสาร Word หรือ Excel หรือ Powerpoint ขึ้นไปไว้ที่ Google Doc แล้วเชิญคนใน Group ที่เราสร้างขึ้นมาเป็นผู้ร่วมแก้ไข เอกสารทั้งหมดจะมีเพียงฉบับเดียวที่สามารถแก้ไขโดยคนหลายคน by Jirasak NUBKK

การจัดการฐานข้อมูล QA โดยใช้ Access หรือ Excel น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

Monday, June 14th, 2010

การจัดการฐานข้อมูลของ QA โดยใช้ Access สามารถทำได้หรือ Excel 2007 สามารถทำหรือไม่อย่างไรครับ เพราะว่าเราน่าจะลองใช้งาน Software ที่มีอยู่ในเครื่องทุกเครื่องมากกว่าที่เราจะต้องไปจัดซื้อ Software เฉพาะมาซึ่งราคาแพงมาก ตามที่ผมได้สอบถามเพื่อน ๆ ชาว QA หลายคน พบว่าถ้าหากต้องการนวัตกรรมด้าน QA ส่วนใหญ่จะรอคอย Software ราคาแพง ๆ ที่ต้องสั่งซื้อหรือต้องรอการพัฒนามาโดยเฉพาะ แต่ทำไมเราไม่ลองใช้ Software เล็ก ๆ แต่ความสามารถไม่ได้เล็กตามตัวล่ะครับ อาทิเช่น Excel ซึ่งหลาย ๆ ท่านก็คงจะพอใช้งานได้บ้างอยู่ แต่เราไม่เคยใช้มันเต็มความสามารถ Excel 2007 มี Feature หนึ่งที่ผมชอบมากคือ Remove Duplicate เราสามารถจัดการข้อมูลจำนวนมาก ๆ ที่อาจจะซ้ำกัน เช่นเราอาจจะลบรายชื่อนักศึกษาจากระบบที่มีชื่อเดียวกันโดยให้ Excel ตรวจสอบทั้งชื่อ สกุล ก็จะลบรายชื่อนักศึกษาที่เกินได้ ลองใช้ดูนะครับ แล้วเดี๋ยวจะมีรายละเอียดมาเพิ่มเติม by Jirasak NUBKK