Archive for the ‘การจัดการความรู้’ Category

ปัญหาสัญญาณไม่ออกไปทางจอคอมพิวเตอร์ตามที่คาดหวัง

Tuesday, April 12th, 2016

เราทุกคนเชื่อว่ามนุษย์
มีความสามารถที่จะเรียนรู้ในการแก้ปัญหาได้
เพียงแต่ต้องได้เรียนรู้มาก่อน

หลายจอใช้ VGA Splitter

หลายจอใช้ VGA Splitter

สลับไปมาระหว่าง input หลายตัว

สลับไปมาระหว่าง input หลายตัว

ลองของว่า notebook ตัวอื่นมีปัญหาหรือไม่

ลองของว่า notebook ตัวอื่นมีปัญหาหรือไม่

12 เม.ย.59 มาทบทวนปัญหา หลังพบปัญหา 11 เม.ย.59
ทำงานกับอุปกรณ์ KVM ที่ติดตั้งให้ออกหลายจอ และสลับจอได้
ปัญหาที่พบคือ สัญญาณหยุดไหลมาจาก Notebook หาก Switch
ตอนแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คุณอนุกูลใช้วิธี เลิกใช้ KVM

วันนี้นั่งไซร้ปัญหากับคุณเปรมดู
สรุปกันว่าเป็นปัญหาการทำงานของ การ์ดจอบน Notebook
ที่มีการทำงานแบบ Starter ในหลอดไฟ
การ์ดจะส่งสัญญาณ แต่หยุดส่งและเด้งกับมาสู่โหมดจอเดียว
หากสัญญาณหยุดไหลไปทาง duplicate หรือ extend
การที่หยุดไหล เพราะไปเลือกจออื่นบน KVM

ปัญหา คือ
การกดเลือกจอบน KVM เมื่อเลือก Notebook
ภาพจะออกมาเพียง 3 วินาที แล้วดับไป
* ทำให้หลงคิดว่าอยู่ใน mode duplicate แล้ว
จึงสรุปไปว่า Notebook สมัยนี้เก่ง แม้ไม่ตั้งใจส่งสัญญาณ
แต่ Notebook จะส่งสัญญาณอัตโนมัติให้ทราบว่าส่งได้แล้วนะ
แต่ไม่ส่งเฉย ๆ
ต้องไปกดปุ่ม win+P เลือก Duplicate
หากกดปุ่มที่ KVM เปลี่ยนอุปกรณ์ พอกลับมาก็จะต้องกด Win+P ใหม่

ส่วน VGA Splitter หรือการต่อพ่วง Projector
จาก Projector ที่มี vga in และ vga out
ไม่ใช่สาเหตุของปัญหาที่พบในครั้งนี้

การแก้ไข คือ
ถ้ากดปุ่ม Win+P ก็ต้องแจ้งผู้ใช้ให้กดปุ่มนี้ซ้ำ
เพราะอุปกรณ์ KVM ต้องการให้กดปุ่มส่งสัญญาณใหม่จาก Notebook
แต่กับ PC ไม่มีปัญหา เพราะ Display card 2 ชุด
และสัญญาณไหลตลอดอยู่แล้ว ไม่ต้องสั่ง Win+P ใหม่ หากติดตั้งเรียบร้อย

ปล. lock screen ที่ต้องการได้แล้ว
กด menu บน remote ขณะอยู่ในจอที่ต้องการเก็บไว้แสดงเป็นจอ default
https://www.facebook.com/ajburin/posts/10154038047453895

ส่งอีเมลไม่ไปจะทำอย่างไร

Sunday, March 27th, 2016
คำถามสมัครงาน

คำถามสมัครงาน

23 มีนาคม 2559 อ.อนุชิต ชวนผมจัดการความรู้ส่วนบุคคล (PKM)
มี K มากมายที่ท่านฝากไว้ ก็จะค่อย ๆ ถอดบทเรียนมาแบ่งปันทีละเรื่อง

โดยท่าน share ให้ฟัง ที่ถือเป็นการถอดบทเรียน ที่เล่าให้นักศึกษาฟังได้
ประสบการณ์ที่ท่านไปรับการสัมภาษณ์เข้ารับราชการที่กรมฯ
เล่าว่ามีคำถามมากมายเกี่ยวกับทัศนคติของคนทำงาน
เช่น ถ้าเจ้านายให้ทำผิด เราจะทำผิดตามที่ถูกสั่งไหม
แต่มีคำถามสำคัญเกี่ยวกับไอทีเพียงคำถามเดียว
คือ “ถ้าทำเครื่องบริการอีเมล แล้วส่งอีเมลไม่ออกจะทำอย่างไร”
ผมก็คิดว่าจะทำ check list ให้นักศึกษาได้เรียนรู้
เผื่อว่านักศึกษาต้องไปเข้ารับการสัมภาษณ์ในอนาคต
1. ตรวจยืนยันว่าปัญหานั้นเกิดขึ้นจริง ให้เห็นกับตา
2. ตรวจ email client program ติดต่อกับ email server ได้ปกติ
3. ตรวจ junk mail ใน receiver ของผู้รับว่ามีหรือไม่
4. ตรวจ port หรือ service start ไว้หรือไม่
5. ตรวจ ip, dns, firewall, network, switch ว่าทำงานกันปกติ
6. ตรวจ mail log ว่ามี error ว่าอย่างไร (มีหลายแบบ)
7. ตรวจ relay sever ที่ใช้งานอยู่ ทำงานปกติ
8. ตรวจ black list ว่าติดร่างแหไปหรือไม่
9. ตรวจ script และ data เพราะ php อาจมีปัญหากับ unicode
10. ตรวจอื่น ๆ เพิ่มเติมตามองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง หากยังแก้ปัญหาไม่ได้
ตรวจพบอะไรก็แก้ไข และทดสอบใหม่จนกว่าจะส่งอีเมลได้สำเร็จ

สอดคล้องกับเพื่อนที่โรงพยาบาล สอบถามเรื่องการออกข้อสอบ
ผมก็แนะนำไปว่าไม่ต้องถามเยอะ ไม่ต้องถามลึก ๆ
หาคำถามที่ใช่สัก 2 – 3 ข้อก็รู้แล้ว
เช่น “เล่าขั้นตอนการวางเครื่องข่ายที่เคยทำมาให้ฟังหน่อย”
แต่เรื่องเครือข่ายนี่เป็นคำถามกว้างไป ตอบได้กว้าง ๆ ตามทฤษฎีได้เลย
ถ้าถามลึกเลยก็ต้องแบบที่ถาม อ.อนุชิต เรื่องส่งอีเมลไม่ออกนี่หละ

เลี้ยงส่งท่านไปรับราชการที่กรมฯ
https://www.facebook.com/ajburin/posts/10153967152523895

ตำนานเรื่องเล่าเมืองลำปาง

Monday, March 21st, 2016
ตำนานเรื่องเล่าเมืองลำปาง

ตำนานเรื่องเล่าเมืองลำปาง

เคยได้ยินว่า ดร.สุจิรา หาผล
ทำโครงการวิจัยย่อยที่ 4 (RDG 5550046) เรื่อง “องค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเล่าชุมชน
เพื่อสร้างจุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดลำปาง”
ซึ่งอยู่ในแผนงานวิจัยเรื่อง “การจัดการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์
เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของอัตลักษณ์ชุมชนลำปาง”
รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2555
แล้วได้มีการรวบรวมตำนานเรื่องเล่าขานของท้องถิ่นจากทั้ง 13 อำเภอ
เป็นหนังสือ “ตำนานเรื่องเล่าเมืองลำปาง”
แล้ววันนี้ (21 มีนาคม 2559) กระผมได้รับหนังสือ
จาก ดร.สุจิรา หาผล มา 1 เล่ม อ่านแล้วสนุกมาก
นักเรียนที่บ้านบอกว่า ถ้าได้หนังสือมาก่อนหน้านี้
ทำวิจัยวิชาประวัติศาสตร์ที่คุณครูสั่งได้สบายเลย
มีครบถ้วนสมบูรณ์มาก ๆ
หนังสือเล่มนี้มี 215 หน้า
จัดทำโดย ดร.สุจิรา หาผล ดร.พรธาดา สุวัธนวนิช อ.พัชรีภรณ์ หรพร้อม
ภาพปกโดย อ.มานะ แสนหาญ
ที่ปรึกษาโครงการ ดร.วาณี อรรจน์สาธิต

กิจกรรม รับน้อง ไหว้ครู และเฟรชชี่

Sunday, September 6th, 2015

Activities for Freshman

แต่ละปี เมื่อมีนักศึกษาใหม่เข้ามา ก็จะมีกิจกรรมหลายอย่างที่น่าสนใจ
สำหรับปี 2558 ก็มีการพัฒนาต่างไปจากปีก่อน ๆ ซึ่งปรับทุกปี

น้องใหม่บนภูเขา (freshman on mountain)

น้องใหม่บนภูเขา (freshman on mountain)

– รับน้อง ขึ้นดอย
ม.เนชั่น รับน้องสร้างสรรค์ใส่ใจประเพณีพี่พาน้องเตียวขึ้นดอย
+ https://www.facebook.com/media/set/?set=oa.998256906906846

freshy idol

freshy idol

– Freshy contest และ Popular vote
+ แนะนำ idol https://www.youtube.com/watch?v=rcYw-4opS9c

+ รวมภาพ https://www.facebook.com/media/set/?set=oa.1004372916295245

NTU Freshy night party 2015

NTU Freshy night party 2015

– Freshy night for Freshman
NTU freshy night party 2015
Theme : Colorful Black Light
+ รวมภาพ https://www.facebook.com/media/set/?set=oa.1006270959438774

+ การแสดง https://www.youtube.com/watch?v=6JWOuuJxbRs

+ แนะนำตัว https://www.youtube.com/watch?v=57d-qntOQdo

ไหว้ครู

ไหว้ครู

– ไหว้ครู

+ กิจกรรมไหว้ครู https://www.facebook.com/media/set/?set=oa.1005419349523935

+ https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10153522776813895&set=gm.1005281882871015

+ การแสดง https://www.youtube.com/watch?v=SvKQ-NoYz6k

+ กล่าวปาเจรา https://www.youtube.com/watch?v=S6N7i7Lb-EI

FUT ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ ปี 2557

Monday, December 15th, 2014

FUT ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ ปี 2557

ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ ปี 2557
Professor Fumio Nakayasu, Applied Nuclear Technology
จาก Fukui University of Technology ประเทศญี่ปุ่น
นำทีมอาจารย์ และนักศึกษามาร่วมแลกเปลี่ยนทางวิชาการ
โดย Associate Professor Akihiro Fujihara
เป็น keynote speaker
นำเสนอ Network Design for Connection Anytime Anywhere:
An Introduction to Delay Tolerant Network
และ  Associate Professor Tsuyoshi Kigawa
นำเสนอ Short Films of Local Towns Situation
เป็นการแลกเปลี่ยนกับ อ.อดิศักดิ์ จำปาทอง ที่นำเสนอในเรื่องเดียวกัน
และ Professor Koichi Nichio
นำเสนอ Design an use of Lampang Phasin (ผ้าซินลำปาง)
โดย อ.ปวินทรัตน์ แซ่ตั้ง นำเสนอเชิงแลกเปลี่ยน
เรื่อง Design an use of Fukui Tradional Paper

fukui1
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=599593256854117&set=oa.836337419765463
fukui2

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=599595503520559&set=oa.836337419765463

fukui3https://www.facebook.com/photo.php?fbid=598942990252477&set=oa.835777263154812

fukui4https://www.facebook.com/ajarnburin/photos/a.964692886878176.1073741937.506818005999002/965150233499108

fukui5

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=598943736919069&set=oa.835777263154812

สำหรับมหาวิทยาลัย Fukui University of Technology
เป็นมหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น

พลังของคำ สร้างได้ ทำลายได้ แต่ถ้าพูดด้วยรักจะเป็นการสร้าง

Wednesday, December 10th, 2014

คำพูดสร้างพลัง

ใจคน .. เปราะบางยิ่งกว่าไข่ไก่
เพราะไข่ไก่ต้องเคาะหนึ่งที่ถึงจะแตก
แต่ใจคนเปราะบางยิ่งกว่า
ด้วยคำพูดเพียงคำเดียวของผู้อื่น ซึ่งมองไม่เห็น
อาจทำให้หัวใจแหลกสลายลงไปได้

ครั้งแรก..ที่เข้าร่วมการประชุมผู้ปกครอง คุณครูชั้นอนุบาลพูดว่า…

“ลูกชายของคุณเป็นโรคอยู่ไม่สุข
ไม่สามารถนั่งสงบนิ่งบนเก้าอี้ แม้เพียงสามนาที
ให้ดีแล้ว คุณควรพาเขาไปตรวจเช็คที่โรงพยาบาล”

ตอนเดินทางกลับบ้าน ลูกชายถามเธอว่า
คุณครูพูดอะไรบ้าง เธอเจ็บปวดหัวใจ
น้ำตาแทบจะไหลรินออกมา

เพราะว่า .. เด็กน้อยทั้งห้องสามสิบคน
มีเพียงการปฏิบัติตัวของลูกน้อยที่แย่ที่สุด
คุณครูแสดงออกถึงความดูแคลน

ทว่า .. เธอยังคงบอกกับลูกชายว่า
“คุณครูชื่นชมเธอ บอกว่า เดิมทีเธอไม่สามารถนั่งสงบนิ่งบนเก้าอี้
แม้แต่นาทีเดียว ตอนนี้สามารถนั่งได้สามนาทีแล้ว
ส่วนคุณแม่คนอื่น ๆ ต่างก็อิจฉาแม่ เพราะว่า ทั้งห้องมีลูกเพียงคนเดียว
ที่มีการพัฒนาที่ดีขึ้น”

ค่ำวันนั้น ลูกชายของเธอ กินข้าวหมดสองถ้วย
ซึ่งเป็นประวัติการณ์ อีกทั้งไม่ต้องให้เธอป้อน

ลูกชาย .. ขึ้นชั้นประถมแล้ว การประชุมผู้ปกครอง
คุณครูพูดว่า ..
“นักเรียนทั้งชั้นห้าสิบคน ผลการสอบคณิตศาสตร์ครั้งนั้น
ลูกชายของคุณได้อันดับที่สี่สิบ
พวกเราสงสัยว่า สติปัญญาของเขา อาจจะมีปัญหา
ให้ดีแล้ว คุณควรพาเขาไปตรวจเช็คที่โรงพยาบาล ”

ระหว่างเดินทางกลับบ้าน น้ำตาเธอไหลรินออกมา
ทว่า เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว กลับพูดกับลูกชายว่า….

“คุณครูเชื่อมั่นในตัวเธอมาก เขาบอกว่า
เธอไม่ใช่เด็กที่โง่เขลา ขอเพียงแต่เพิ่มความละเอียดรอบคอบมากขึ้น
ก็จะเหนือกว่าคนที่นั่งโต๊ะเดียวกันกับเธอ
ครั้งนี้ .. คนที่นั่งโต๊ะตัวเดียวกันกับเธอ
เขาสอบได้อันดับที่ยี่สิบเอ็ด”
ตอนที่เธอพูดคำ พูดเหล่านี้ เธอพบเห็นว่า ..
ดวงตาของลูกชาย ค่อย ๆ เปล่งประกายแสงยิ่ง ๆ ขึ้น
ใบหน้าที่เศร้าสร้อยเมื่อครู่ก็ร่าเริงขึ้นมาทันที

อีกทั้ง .. เธอพบเห็นว่า ลูกชายอ่อนโยนจนทำให้เธอตกใจ
คล้ายดั่งเขาได้เติบใหญ่ขึ้นมากในทันที
วันรุ่งขึ้นไปโรงเรียน ก็ไปเช้ากว่าปกติ

ลูกชาย .. ขึ้นชั้นมัธยมต้น
เป็นอีกครั้งของการประชุมผู้ปกครอง
เธอนั่งอยู่ในที่นั่งเรียนของลูกชาย
รอคอยคุณครูขานชื่อของลูกชายเธอ

เพราะว่า .. การประชุมผู้ปกครองทุกครั้งที่ผ่านมา
รายชื่อของนักเรียน ที่มีผลการเรียนย่ำแย่
จะมีรายชื่อของลูกชายเธอทุกครั้ง

ทว่า .. ครั้งนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเธอ
จวบจนสิ้นสุดก็ไม่ได้ยินชื่อของลูกชายเธอ
เธอเกิดความไม่เคยชิน ก่อนกลับจึงไปถามคุณครู
คุณครูบอกกับเธอว่า……

“ดูจากผลการเรียนของลูกคุณในปัจจุบันแล้ว
หากไปสอบเข้าเรียนโรงเรียนมัธยมปลายที่มีชื่อเสียง
ยังมีความเสี่ยงที่สูงอยู่”
เธอเดินออกจากโรงเรียนด้วยความดีใจ

ยามนี้ เธอเห็นลูกชายยืนรอคอยเธออยู่
ระหว่างทาง เธอจับไหล่ของลูกชาย
ภายในจิตใจรู้สึกหวานชื่นยิ่ง
เธอบอกกับลูกชายว่า…..

“คุณครูประจำชั้น พอใจในตัวเธอมาก
เขาบอกแล้วว่า ขอเพียงลูกมีความพยายาม
ก็จะมีหวังยิ่งขึ้น ที่จะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่มีชื่อเสียง ”

จบมัธยมปลายแล้ว
รายชื่อนักเรียนชุดแรก ที่ทางมหาวิทยาลัย
ได้แจ้งผลการสอบผู้คัดเลือกได้

ยามนั้น .. ทางโรงเรียนได้โทรศัพท์มา ให้ลูกชายเธอไปที่โรงเรียน
เธอมีลางสังหรณ์
ว่า ลูกชายของเธอจะต้องสอบเข้า มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแน่

เพราะว่า .. ตอนที่ไปสมัครสอบ เธอได้พูดกับลูกชายว่า
เธอเชื่อและมั่นใจว่า
เขาต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้แน่นอน

ลูกชายกลับมาจากโรงเรียน นำจดหมายที่มีตราประทับ
จากสำนักงานของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังยื่นให้เธอ

จากนั้น .. หันหลังแล้ววิ่งไปที่ห้อง ร่ำร้องไห้ด้วยเสียงอันดัง
ร้องไปก็พูดไปว่า “แม่ .. ผมรู้ว่าผมไม่ใช่เด็กที่เฉลียวฉลาด
แต่ว่า .. บนโลกนี้ มีเพียงท่านที่ชื่นชมผม ..”

ยามนี้ .. เธอสุดแสนจะดีใจ ไม่สามารถกลั้นน้ำตา
ที่อัดอั้นมาสิบกว่าปีอีกต่อไปแล้ว
จึงปล่อยให้ไหลริน ร่วงลงบนซองจดหมายที่อยู่ในมือ

คำพูด .. ที่ให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน สามารถแปรเปลี่ยนแนวคิด
และพฤติกรรมของคนคนหนึ่ง
แม้กระทั่งแปรเปลี่ยนโชคชะตาของคนคนหนึ่ง

คำพูด .. เชิงลบ บั่นทอนกำลังใจ
จะทิ่มแทงหัวใจและร่างกาย ของคนคนหนึ่ง
จนบาดเจ็บชอกช้ำ จวบจนกระทั่งทำลายอนาคต ของคนคนหนึ่ง

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1506075673000416&set=a.1410094345931883.1073741828

จูนอัพเครื่องเก่าให้เร็วขึ้นเล็กน้อย

Friday, September 26th, 2014
จูนอัพเครื่องเก่าให้เร็วขึ้น

จูนอัพเครื่องเก่าให้เร็วขึ้น

ช่วงหลังนักศึกษาบ่นว่าเครื่องช้า แฮงบ่อย
ซึ่งผมเองก็มีข้อกังขาว่า
เครื่องเหล่านี้ติด deepfreeze ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
มีการ จูนอัพ (tune up) มาอย่างดี และมีประสิทธิภาพ
แต่เพราะนั่งใกล้ชิดนักศึกษาเวลาสอน
จึงเห็นว่าปัญหาเกิดขึ้นจริง และเครื่อง hang บ่อยจริง

ประกอบกับหัวหน้าบอกว่าจะต้องใช้ห้องสอนนักศึกษาปริญญาโทสุดสัปดาห์นี้
จึงต้องเข้าไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น
พบว่าแต่ละเครื่องลงโปรแกรมไว้ไม่เหมือนกัน
อาจเป็นเพราะแต่ละเครื่องเคยถูกปลด deepfreeze มาก่อน
และผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายรอบแล้ว

จึงดำเนินจูนซอฟท์แวร์ 3 ขั้นตอน อย่างง่าย
1. remove antivirus เพราะไว้ใจ deepfreeze แล้ว
2. อัพเกรดรุ่นของ browser ทั้ง firefox และ chrome
3. ทำ disk cleanup เพราะเครื่องไม่ใหญ่ แต่มีหลายกิกที่ต้องล้าง
หลังดำเนินการ นักศึกษาบอกว่าเร็วขึ้น และไม่ hang บ่อยเหมือนแต่ก่อน
สรุปว่าผลประเมินความพึงพอใจเพิ่มขึ้น

โครงการพัฒนาบ้านไร่ศิลาทอง

Monday, September 22nd, 2014
วิจัยบ้านไร่ศิลาทอง

วิจัยบ้านไร่ศิลาทอง

22 ก.ย.57 สกว.ลำปาง พร้อมกับผู้นำด้านสุขภาพในพื้นที่ตำบลไร่ศิลาทอง
นำโดย คุณศิริพร ปัญญาเสน ผอ.โรงเรียนชาวนา ต.พิชัย หรืออดีตนายก อบต.พิชัย
พร้อมผู้ใหญ่บ้าน เจ้าอาวาส และ อสม.หลายท่าน ดังคำว่า บ้านวัดโรงเรียน ร่วมมือกัน
มาประชุมเตรียมความพร้อม ที่มหาวิทยาลัยเนชั่น
เพื่อทำโครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
ในการบูรณาการงานเหล้า บุหรี่ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอนามัยชุมชน
เพื่อพัฒนาศักยภาพ อสม. ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอนามัยชุมชน
ในเรื่องเหล้าและบุหรี่
โดยการสนับสนุนของมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
และมีผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม ร่วมแลกเปลี่ยน ให้ข้อเสนอแนะแก่ทีมวิจัย
และมีอาจารย์เบญจวรรณ นันทชัย คณบดีคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ
เป็นผู้เตรียมยกร่างข้อเสนอโครงการวิจัย หลังลงพื้นที่ศึกษาปัญหาตามกรอกเวลา 6 เดือน
เริ่มเสนอข้อเสนอโครงการ มกราคม 2558
มีเป้าหมายลงพื้นที่ ณ บ้านไร่ศิลาทอง หมู่ 10 ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง
https://www.facebook.com/NationUNews/posts/698003603610061

รายงานตอบตัวบ่งชี้ 7.3 ฉบับสุดท้าย

Friday, August 8th, 2014

3 ปีมาแล้วที่ต้องเขียน sar 7.3 ตอบเกณฑ์ปี 2554 – 2556
รายงานนี้จึงเป็นรายงานฉบับสุดท้ายของตัวบ่งชี้
“ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจ”
ซึ่งปี 2557 มีร่างเกณฑ์ใหม่ และในร่างนั้นไม่มีเกณฑ์แบบเดิม
แต่เกณฑ์น้อยกว่าเดิม คือ สนใจเฉพาะระบบสารสนเทศที่ใช้ในการบริหารงานวิจัย
ซึ่งจะใช้ http://it.nation.ac.th/studentresearch
สำหรับตอบประเด็นนี้

https://www.facebook.com/download/1447422105521947/sar56_che5_73.docx

กระบวนการเขียนบทความวิชาการที่มีคุณภาพ

Sunday, June 22nd, 2014

กระบวนการเขียนบทความวิชาการที่มีคุณภาพ
สุจิรา หาผล*

ความหมายของบทความ ความเรียงที่เขียนขึ้นมีหลักฐานข้อเท็จจริง ที่ผู้เขียนได้แทรกข้อเสนอแนะเชิงวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์เอาไว้ด้วยในเนื้อหา
ลักษณะเฉพาะของบทความ
1. เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจในขณะนั้น อาจเป็นปัญหาที่ต้องการคำตอบว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร หรือมีผลอย่างไร
หรือเป็นเรื่องที่อยู่ในยุคสมัย (In trend)
2. มีแก่นสาร มีสาระ ได้ความรู้ หรือแนวคิดเพิ่มเติม มีลักษณะเชิงคิดวิพากษ์ (Critical Thinking)
3. มีทัศนะ ข้อคิดเห็น ตลอดจนแนวทางข้อเสนอแนะของผู้เขียนแทรกด้วย โดยอาจยกแนวคิดทฤษฎีต่างๆ ประกอบ
4. วิธีการเขียนน่าอ่าน ชวนติดตาม ท้าทายความคิด สนุก เพลิดเพลินจากความคิดที่นำเสนอในเชิงโต้แย้ง
5. เนื้อหาสาระและสำนวนภาษาเหมาะสมกับบทความเชิงวิชาการ
ชนิดของบทความ แบ่งออกเป็น 2 แบบใหญ่ ดังนี้
1. บทความเชิงสาระ (Formal Essay) เน้นเรื่องวิชาการ ผู้เขียนต้องการถ่ายทอดความรู้อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นสำคัญ
2. บทความเชิงปกิณกะ (Informal Essay) เน้นความรู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลินแก่ผู้อ่าน ด้วยบทความที่มีแก่นสาร ซึ่งมีเนื้อหาสาระประกอบกับการใช้สำนวนโวหารให้เกิดอรรถรส
บทความวิชาการ เป็นงานเขียนซึ่งผู้เขียนได้กำหนดวัตถุประสงค์ตามหลักวิชาการที่ชัดเจน วิเคราะห์ประเด็นปัญหา รวมทั้งสรุปประเด็นดังกล่าว โดยอาจนำความรู้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ มาวิเคราะห์ และอาจแทรกทัศนะต่างๆ ทางวิชาการของผู้เขียนไว้อย่างชัดเจนและอาจมีการเสนอแนะการแก้ปัญหาหรือวิเคราะห์คาดการณ์ประเด็นต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตไว้ด้วยก็ได้

องค์ประกอบบทความวิชาการ ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน คือ ส่วนนำ (Introduction) ส่วนเนื้อหา (Body) และส่วนท้าย (Conclusion)

ประเภทบทความวิชาการ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
ประเภทที่ 1 บทความวิชาการทั่วไป บทความที่นำเสนอความรู้ทางวิชาการและประสบการณ์ของผู้เขียน งานเขียนลักษณะนี้เป็นการนำข้อมูลความรู้ต่างๆ มาเรียบเรียง สอดแทรกความคิดเห็น เป็นลักษณะบทความกึ่งวิชาการ
ประเภทที่ 2 บทความปริทัศน์ บทความที่นำเสนอเนื้อหาเชิงวิชาการที่มีการสังเคราะห์ โดยการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ สรุปประเด็น วิจารณ์ และมีข้อเสนอแนะ เป็นต้น
ประเภทที่ 3 บทความวิจัย นำเสนอผลการค้นคว้าวิจัยใหม่ๆ ด้วยการนำเสนอความเป็นมา การทบทวนวรรณกรรม ระเบียบวิธีวิจัย บทสรุป และข้อเสนอแนะ

กระบวนการเขียนบทความวิชาการ
ประกอบด้วย 1) การกำหนดแนวคิด 2) การวิเคราะห์แนวคิด 3) การกำหนดชื่อเรื่อง 4) การวางโครงเรื่อง 5) การลงมือเขียน 6) การทบทวน การประเมินผลงานเขียน และ7) การกำหนดสาระสังเขป
1) การกำหนดแนวคิด ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้อ่านสนใจ และต้องเป็นเนื้อหาผู้เขียนมีความรู้และเชี่ยวชาญ สามารถศึกษา ค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อนำมาแสดงความคิดเห็นหรือเสนอแนวทางได้อย่างเหมาะสม
2) การวิเคราะห์แนวคิด พิจารณาถึงประเด็นที่จะเขียน มีการทบทวนขอบเขตของแนวคิดอย่างละเอียด เพื่อวางโครงเรื่อง
3) การกำหนดชื่อเรื่อง การตั้งชื่อเรื่องต้องครอบคลุมเนื้อหาและสื่อถึงแนวคิดอย่างชัดเจน เพื่อให้การตั้งชื่อเรื่องดูเหมาะสม อาจต้องไปสำรวจชื่อหนังสือ ชื่อบทความต่างๆ ของวารสารต่างๆ จากฐานข้อมูลห้องสมุดรวมถึงแหล่งสารสนเทศอื่นๆ เช่น จากเว็บไซต์ต่างๆ
4) การวางโครงเรื่อง คือ การวางแผนการเขียนเนื้อหา โดยการลำดับเนื้อหา อาจลำดับตามเวลา ตามความสำคัญ หรือจากการตั้งประเด็น ซึ่งคล้ายคลึงกับการตั้งโจทย์คำถาม แล้วตอบคำถามทีละประเด็น การลำดับแบบใดแบบหนึ่งควรจะพิจารณาร่วมกับวัตถุประสงค์การเขียนและขอบเขตเนื้อหาด้วย
5) การลงมือเขียน ประกอบด้วยการเขียน ส่วนนำ เนื้อเรื่อง และบทสรุป
6) การทบทวนและการประเมินผลงานเขียน อาจกระทำได้ด้วยตัวเอง หรือเชิญผู้ทรงคุณวุฒิประเมินงานเขียน
7) การกำหนดสาระสังเขป เป็นขั้นตอนการมองภาพรวมทั้งหมดของผลงานการเขียนตั้งแต่ต้นจนจบ (overview)

วิธีการหาข้อมูลเนื้อหา
ก่อนที่เขียนบทความ ผู้เขียนต้องสืบเสาะหาสาระจากความรู้และเรื่องราวอันเป็นข้อมูลต่างๆ เพื่อเป็นแก่นและเนื้อหาสำหรับการเขียน เพราะเป็นการเขียนประเภทที่ไม่ใช่แต่งหรือสมมติขึ้นเองได้ อาจหาข้อมูลได้จากแหล่งต่างๆ ดังนี้
1. จากการสัมภาษณ์ สอบถามผู้รู้
2. จากการสืบค้น เสาะแสวงหาว่าที่ใดมีข้อมูลที่ต้องการ ลงไปดูสถานที่จริง ไปพบบุคคล สังเกตเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีข้อมูลเหล่านั้น
3. จากข่าวสารตามหนังสือพิมพ์รายวัน ข่าวสดทั้งใหม่และเก่า ตั้งแต่เรื่องที่เป็นประเด็นจนถึงเรื่องสามัญทั่วๆ ไป นักเขียนบทความ สามารถหยิบยกเรื่องจากประเด็นข่าวสดต่างๆ มาเขียนอ้างได้
4. จากหนังสือและบทความในวารสารต่างๆ
5. จากบุคคลต่างๆ เริ่มจากบุคคลที่อยู่ใกล้ตัวเรา จนถึงบุคคลที่มีการแนะนำอ้างถึง
6. จากการเดินทางท่องเที่ยว สามารถเก็บภาพต่างๆ ออกมาเขียนเป็นข้อมูล และสามารถนำมาเขียนอ้างอิง เสนอแนะต่างๆ ได้
7. จากปฏิทินในรอบปีซึ่งมีถึง 12 เดือน มีเทศกาลมากมายหลากหลาย ตั้งแต่พระราชพิธีต่างๆ จนถึงงานเทศกาลของแต่ละจังหวัด
8. จากแวดวงไม่ว่าจะเป็นบันเทิงคดี การเมือง การศึกษา ครอบครัว กีฬา และสถานบันต่างๆ

วิธีเขียนบทความ
การเขียนบทความที่มีคุณภาพ ผู้เขียนต้องรู้จักวางโครงเรื่องให้ดี เพราะโครงเรื่องจะช่วยควบคุมการเขียน ให้เป็นไปตามแนวคิดที่กำหนดไว้ เป็นการป้องกันมิให้เขียนวกวนกลับไปกลับมา โครงเรื่องของบทความแบ่งเป็น 3 ตอน ได้แก่
– เกริ่นนำ (Introduction) เป็นการขึ้นต้นบอกกล่าวให้รู้ว่าจะเขียนเรื่องอะไร การขึ้นเกริ่นนำมีอยู่ 2 แบบ คือ 1) การกล่าวขึ้นต้นทั่วไป ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาที่จะเขียน 2) กล่าวเจาะลงไปให้ตรงกับชื่อเรื่องที่จะเขียนเลย
การเขียนบทนำต้องเขียนน่าอ่านชวนติดตาม เพราะผู้อ่านส่วนใหญ่นิยมอ่านย่อหน้าแรกก่อน หากอ่านแล้วไม่น่าติดตามก็จะไม่อ่านส่วนต่อไป
– เนื้อเรื่อง (Body) แบ่งเป็น 2 ตอน คือ 1) ส่วนแรกเป็นการขยายความ ที่ได้เกริ่นในบทนำแล้ว หากผู้อ่านยังติดตามความคิดที่ผู้เขียนได้เกริ่นไว้ ยังไม่เข้าใจดีพอ ก็ต้องขยายความออกไป เพื่อช่วยให้เข้าใจได้มากขึ้น 2) ส่วนที่สองเป็นรายละเอียด มีสถิติ การเก็บรวบรวมข้อมูล การเปรียบเทียบ ยกตัวอย่างประกอบ แต่ต้องอย่าให้มากจนผู้อ่านอาจไม่อยากติดตาม ต้องดูความเหมาะสม แต่ถ้าเป็นบทความจากงานวิจัยก็นำเฉพาะประเด็นที่สำคัญเท่านั้น เพราะจะทำให้เนื้อหามากจนดูเฝือ
– บทสรุป (Conclusion) เป็นส่วนที่แสดงทัศนะข้อคิดเห็นของผู้อื่นที่นำมาอภิปรายเพื่อให้ภาพรวมของบทความดูมีความน่าเชื่อถือ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไขประเด็นปัญหาต่างๆ

วิธีการเขียนเกริ่นนำ
การเขียนเกริ่นนำถือว่าเป็นบทที่ยากที่สุด ถ้าเริ่มได้ดีก็จะช่วยให้การเขียนในส่วนต่อไปไหลลื่น การเขียนบทนำจึงเป็นส่วนที่ต้องการความละเมียดละไมอย่างมากเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้อ่าน ทำให้ส่วนต่อไปซึ่งเป็นเนื้อหาของเรื่องน่าชวนติดตาม การเขียนบทนำ มีหลากหลายวิธีดังต่อไปนี้
1. นำด้วยข่าว
2. นำด้วยการอธิบาย
3. นำด้วยการเสนอความคิดเห็น
4. นำด้วยการใช้คำที่ทำให้ผู้อ่านเกิดความสนใจ
5. นำด้วยการเล่าถึงความสำคัญ
6. นำด้วยการประชดประชันหรือเสียดสี
7. นำด้วยการตั้งคำถาม
8. นำด้วยการสรุปใจความสำคัญของเรื่อง
9. นำด้วยสุภาษิต คำพังเพย คำคม บทกวี ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเรื่อง
10. นำด้วยสุนทรพจน์ของผู้นำ บุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม

วิธีการเขียนเนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่องเป็นส่วนเนื้อหาสาระที่สำคัญ เป็นส่วนที่ยาวที่สุด รวมความคิดและข้อมูลทั้งหมด ย่อหน้าแต่ละย่อหน้าในเนื้อเรื่องจะต้องสัมพันธ์เป็นเนื้อเดียวกัน (Coherence) มีการเรียงลำดับขั้นตอนไม่วกวนไปมา (Organization without Circumlocution) ก่อนเขียนบทความผู้เขียนต้องหาข้อมูลความรู้ที่จะนำมาเขียน การหาข้อมูลดูวิธีการหาข้อมูลเนื้อหาข้างต้น

การเขียนเนื้อเรื่องควรคำนึงถึงความสำคัญดังต่อไปนี้
1. ใช้ถ้อยคำที่ถูกต้องตามความหมาย ตัวสะกดถูกต้องตามพจนานุกรม
2. ใช้สำนวนโวหารให้เหมาะกับเรื่อง ใช้ถ้อยคำที่เป็นทางการ ใช้ศัพท์เฉพาะในการเขียนบทความทางวิชาการ ใช้ถ้อยคำที่สำนวน คำแสลงได้ สำหรับการเขียนบทความทั่วไป
3. ข้อมูล เหตุผล สถิติและการอ้างอิงประกอบเรื่อง ที่เข้าใจง่ายและเชื่อถือได้

วิธีการเขียนสรุป
การเขียนบทความในส่วนสรุปหรือบทลงท้าย ส่วนนี้ผู้เขียนต้องการบอกเล่าให้ผู้อื่นทราบว่า ข้อมูลทั้งหมดที่เสนอมาทั้งหมดจะจบลงแล้ว ผู้เขียนควรมีกลวิธี ที่จะทำให้ผู้อ่าน พอใจ ประทับใจ ตอนสรุปนี้เป็นส่วนที่ผู้เขียนจะฝากความคิดและประเด็นปัญหาไว้กับผู้อ่านหลังจากที่อ่านแล้ว การเขียนสรุปหรือบทลงท้ายมีหลายแบบดังนี้
1. สรุปด้วยใจความสำคัญ (Main Idea or Theme)
2. สรุปด้วยการแสดงความประสงค์ของผู้เขียน (Writer’s Intention)
3. สรุปด้วยคำถามที่ชวนให้ผู้อ่านคิดหาคำตอบ (Questions)
4. สรุปด้วยการใช้คำกล่าว คำคม บทกวี สุนทรพจน์ ที่ประทับใจ (Sayings, Quotes, or Speeches)
5. สรุปด้วยการใช้สำนวนโวหาร การเล่นคำ (Rhetorical Expressions)

อ้างอิง
http://elearning.spu.ac.th/content/thi114/write5.html. เข้าถึงเมื่อ 11 พ.ค. 2557
http://stks.or.th/wiki/doku.php?id=academic-writing:academic-article. เข้าถึงเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2557