Archive for the ‘การจัดการความรู้’ Category

ปัญหาสัญญาณไม่ออกไปทางจอคอมพิวเตอร์ตามที่คาดหวัง

Tuesday, April 12th, 2016

เราทุกคนเชื่อว่ามนุษย์
มีความสามารถที่จะเรียนรู้ในการแก้ปัญหาได้
เพียงแต่ต้องได้เรียนรู้มาก่อน

หลายจอใช้ VGA Splitter

หลายจอใช้ VGA Splitter

สลับไปมาระหว่าง input หลายตัว

สลับไปมาระหว่าง input หลายตัว

ลองของว่า notebook ตัวอื่นมีปัญหาหรือไม่

ลองของว่า notebook ตัวอื่นมีปัญหาหรือไม่

12 เม.ย.59 มาทบทวนปัญหา หลังพบปัญหา 11 เม.ย.59
ทำงานกับอุปกรณ์ KVM ที่ติดตั้งให้ออกหลายจอ และสลับจอได้
ปัญหาที่พบคือ สัญญาณหยุดไหลมาจาก Notebook หาก Switch
ตอนแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คุณอนุกูลใช้วิธี เลิกใช้ KVM

วันนี้นั่งไซร้ปัญหากับคุณเปรมดู
สรุปกันว่าเป็นปัญหาการทำงานของ การ์ดจอบน Notebook
ที่มีการทำงานแบบ Starter ในหลอดไฟ
การ์ดจะส่งสัญญาณ แต่หยุดส่งและเด้งกับมาสู่โหมดจอเดียว
หากสัญญาณหยุดไหลไปทาง duplicate หรือ extend
การที่หยุดไหล เพราะไปเลือกจออื่นบน KVM

ปัญหา คือ
การกดเลือกจอบน KVM เมื่อเลือก Notebook
ภาพจะออกมาเพียง 3 วินาที แล้วดับไป
* ทำให้หลงคิดว่าอยู่ใน mode duplicate แล้ว
จึงสรุปไปว่า Notebook สมัยนี้เก่ง แม้ไม่ตั้งใจส่งสัญญาณ
แต่ Notebook จะส่งสัญญาณอัตโนมัติให้ทราบว่าส่งได้แล้วนะ
แต่ไม่ส่งเฉย ๆ
ต้องไปกดปุ่ม win+P เลือก Duplicate
หากกดปุ่มที่ KVM เปลี่ยนอุปกรณ์ พอกลับมาก็จะต้องกด Win+P ใหม่

ส่วน VGA Splitter หรือการต่อพ่วง Projector
จาก Projector ที่มี vga in และ vga out
ไม่ใช่สาเหตุของปัญหาที่พบในครั้งนี้

การแก้ไข คือ
ถ้ากดปุ่ม Win+P ก็ต้องแจ้งผู้ใช้ให้กดปุ่มนี้ซ้ำ
เพราะอุปกรณ์ KVM ต้องการให้กดปุ่มส่งสัญญาณใหม่จาก Notebook
แต่กับ PC ไม่มีปัญหา เพราะ Display card 2 ชุด
และสัญญาณไหลตลอดอยู่แล้ว ไม่ต้องสั่ง Win+P ใหม่ หากติดตั้งเรียบร้อย

ปล. lock screen ที่ต้องการได้แล้ว
กด menu บน remote ขณะอยู่ในจอที่ต้องการเก็บไว้แสดงเป็นจอ default
https://www.facebook.com/ajburin/posts/10154038047453895

ส่งอีเมลไม่ไปจะทำอย่างไร

Sunday, March 27th, 2016
คำถามสมัครงาน

คำถามสมัครงาน

23 มีนาคม 2559 อ.อนุชิต ชวนผมจัดการความรู้ส่วนบุคคล (PKM)
มี K มากมายที่ท่านฝากไว้ ก็จะค่อย ๆ ถอดบทเรียนมาแบ่งปันทีละเรื่อง

โดยท่าน share ให้ฟัง ที่ถือเป็นการถอดบทเรียน ที่เล่าให้นักศึกษาฟังได้
ประสบการณ์ที่ท่านไปรับการสัมภาษณ์เข้ารับราชการที่กรมฯ
เล่าว่ามีคำถามมากมายเกี่ยวกับทัศนคติของคนทำงาน
เช่น ถ้าเจ้านายให้ทำผิด เราจะทำผิดตามที่ถูกสั่งไหม
แต่มีคำถามสำคัญเกี่ยวกับไอทีเพียงคำถามเดียว
คือ “ถ้าทำเครื่องบริการอีเมล แล้วส่งอีเมลไม่ออกจะทำอย่างไร”
ผมก็คิดว่าจะทำ check list ให้นักศึกษาได้เรียนรู้
เผื่อว่านักศึกษาต้องไปเข้ารับการสัมภาษณ์ในอนาคต
1. ตรวจยืนยันว่าปัญหานั้นเกิดขึ้นจริง ให้เห็นกับตา
2. ตรวจ email client program ติดต่อกับ email server ได้ปกติ
3. ตรวจ junk mail ใน receiver ของผู้รับว่ามีหรือไม่
4. ตรวจ port หรือ service start ไว้หรือไม่
5. ตรวจ ip, dns, firewall, network, switch ว่าทำงานกันปกติ
6. ตรวจ mail log ว่ามี error ว่าอย่างไร (มีหลายแบบ)
7. ตรวจ relay sever ที่ใช้งานอยู่ ทำงานปกติ
8. ตรวจ black list ว่าติดร่างแหไปหรือไม่
9. ตรวจ script และ data เพราะ php อาจมีปัญหากับ unicode
10. ตรวจอื่น ๆ เพิ่มเติมตามองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง หากยังแก้ปัญหาไม่ได้
ตรวจพบอะไรก็แก้ไข และทดสอบใหม่จนกว่าจะส่งอีเมลได้สำเร็จ

สอดคล้องกับเพื่อนที่โรงพยาบาล สอบถามเรื่องการออกข้อสอบ
ผมก็แนะนำไปว่าไม่ต้องถามเยอะ ไม่ต้องถามลึก ๆ
หาคำถามที่ใช่สัก 2 – 3 ข้อก็รู้แล้ว
เช่น “เล่าขั้นตอนการวางเครื่องข่ายที่เคยทำมาให้ฟังหน่อย”
แต่เรื่องเครือข่ายนี่เป็นคำถามกว้างไป ตอบได้กว้าง ๆ ตามทฤษฎีได้เลย
ถ้าถามลึกเลยก็ต้องแบบที่ถาม อ.อนุชิต เรื่องส่งอีเมลไม่ออกนี่หละ

เลี้ยงส่งท่านไปรับราชการที่กรมฯ
https://www.facebook.com/ajburin/posts/10153967152523895

ตำนานเรื่องเล่าเมืองลำปาง

Monday, March 21st, 2016
ตำนานเรื่องเล่าเมืองลำปาง

ตำนานเรื่องเล่าเมืองลำปาง

เคยได้ยินว่า ดร.สุจิรา หาผล
ทำโครงการวิจัยย่อยที่ 4 (RDG 5550046) เรื่อง “องค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเล่าชุมชน
เพื่อสร้างจุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดลำปาง”
ซึ่งอยู่ในแผนงานวิจัยเรื่อง “การจัดการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์
เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของอัตลักษณ์ชุมชนลำปาง”
รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2555
แล้วได้มีการรวบรวมตำนานเรื่องเล่าขานของท้องถิ่นจากทั้ง 13 อำเภอ
เป็นหนังสือ “ตำนานเรื่องเล่าเมืองลำปาง”
แล้ววันนี้ (21 มีนาคม 2559) กระผมได้รับหนังสือ
จาก ดร.สุจิรา หาผล มา 1 เล่ม อ่านแล้วสนุกมาก
นักเรียนที่บ้านบอกว่า ถ้าได้หนังสือมาก่อนหน้านี้
ทำวิจัยวิชาประวัติศาสตร์ที่คุณครูสั่งได้สบายเลย
มีครบถ้วนสมบูรณ์มาก ๆ
หนังสือเล่มนี้มี 215 หน้า
จัดทำโดย ดร.สุจิรา หาผล ดร.พรธาดา สุวัธนวนิช อ.พัชรีภรณ์ หรพร้อม
ภาพปกโดย อ.มานะ แสนหาญ
ที่ปรึกษาโครงการ ดร.วาณี อรรจน์สาธิต

กิจกรรม รับน้อง ไหว้ครู และเฟรชชี่

Sunday, September 6th, 2015

Activities for Freshman

แต่ละปี เมื่อมีนักศึกษาใหม่เข้ามา ก็จะมีกิจกรรมหลายอย่างที่น่าสนใจ
สำหรับปี 2558 ก็มีการพัฒนาต่างไปจากปีก่อน ๆ ซึ่งปรับทุกปี

น้องใหม่บนภูเขา (freshman on mountain)

น้องใหม่บนภูเขา (freshman on mountain)

– รับน้อง ขึ้นดอย
ม.เนชั่น รับน้องสร้างสรรค์ใส่ใจประเพณีพี่พาน้องเตียวขึ้นดอย
+ https://www.facebook.com/media/set/?set=oa.998256906906846

freshy idol

freshy idol

– Freshy contest และ Popular vote
+ แนะนำ idol https://www.youtube.com/watch?v=rcYw-4opS9c

+ รวมภาพ https://www.facebook.com/media/set/?set=oa.1004372916295245

NTU Freshy night party 2015

NTU Freshy night party 2015

– Freshy night for Freshman
NTU freshy night party 2015
Theme : Colorful Black Light
+ รวมภาพ https://www.facebook.com/media/set/?set=oa.1006270959438774

+ การแสดง https://www.youtube.com/watch?v=6JWOuuJxbRs

+ แนะนำตัว https://www.youtube.com/watch?v=57d-qntOQdo

ไหว้ครู

ไหว้ครู

– ไหว้ครู

+ กิจกรรมไหว้ครู https://www.facebook.com/media/set/?set=oa.1005419349523935

+ https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10153522776813895&set=gm.1005281882871015

+ การแสดง https://www.youtube.com/watch?v=SvKQ-NoYz6k

+ กล่าวปาเจรา https://www.youtube.com/watch?v=S6N7i7Lb-EI

FUT ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ ปี 2557

Monday, December 15th, 2014

FUT ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ ปี 2557

ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ ปี 2557
Professor Fumio Nakayasu, Applied Nuclear Technology
จาก Fukui University of Technology ประเทศญี่ปุ่น
นำทีมอาจารย์ และนักศึกษามาร่วมแลกเปลี่ยนทางวิชาการ
โดย Associate Professor Akihiro Fujihara
เป็น keynote speaker
นำเสนอ Network Design for Connection Anytime Anywhere:
An Introduction to Delay Tolerant Network
และ  Associate Professor Tsuyoshi Kigawa
นำเสนอ Short Films of Local Towns Situation
เป็นการแลกเปลี่ยนกับ อ.อดิศักดิ์ จำปาทอง ที่นำเสนอในเรื่องเดียวกัน
และ Professor Koichi Nichio
นำเสนอ Design an use of Lampang Phasin (ผ้าซินลำปาง)
โดย อ.ปวินทรัตน์ แซ่ตั้ง นำเสนอเชิงแลกเปลี่ยน
เรื่อง Design an use of Fukui Tradional Paper

fukui1
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=599593256854117&set=oa.836337419765463
fukui2

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=599595503520559&set=oa.836337419765463

fukui3https://www.facebook.com/photo.php?fbid=598942990252477&set=oa.835777263154812

fukui4https://www.facebook.com/ajarnburin/photos/a.964692886878176.1073741937.506818005999002/965150233499108

fukui5

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=598943736919069&set=oa.835777263154812

สำหรับมหาวิทยาลัย Fukui University of Technology
เป็นมหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น

พลังของคำ สร้างได้ ทำลายได้ แต่ถ้าพูดด้วยรักจะเป็นการสร้าง

Wednesday, December 10th, 2014

คำพูดสร้างพลัง

ใจคน .. เปราะบางยิ่งกว่าไข่ไก่
เพราะไข่ไก่ต้องเคาะหนึ่งที่ถึงจะแตก
แต่ใจคนเปราะบางยิ่งกว่า
ด้วยคำพูดเพียงคำเดียวของผู้อื่น ซึ่งมองไม่เห็น
อาจทำให้หัวใจแหลกสลายลงไปได้

ครั้งแรก..ที่เข้าร่วมการประชุมผู้ปกครอง คุณครูชั้นอนุบาลพูดว่า…

“ลูกชายของคุณเป็นโรคอยู่ไม่สุข
ไม่สามารถนั่งสงบนิ่งบนเก้าอี้ แม้เพียงสามนาที
ให้ดีแล้ว คุณควรพาเขาไปตรวจเช็คที่โรงพยาบาล”

ตอนเดินทางกลับบ้าน ลูกชายถามเธอว่า
คุณครูพูดอะไรบ้าง เธอเจ็บปวดหัวใจ
น้ำตาแทบจะไหลรินออกมา

เพราะว่า .. เด็กน้อยทั้งห้องสามสิบคน
มีเพียงการปฏิบัติตัวของลูกน้อยที่แย่ที่สุด
คุณครูแสดงออกถึงความดูแคลน

ทว่า .. เธอยังคงบอกกับลูกชายว่า
“คุณครูชื่นชมเธอ บอกว่า เดิมทีเธอไม่สามารถนั่งสงบนิ่งบนเก้าอี้
แม้แต่นาทีเดียว ตอนนี้สามารถนั่งได้สามนาทีแล้ว
ส่วนคุณแม่คนอื่น ๆ ต่างก็อิจฉาแม่ เพราะว่า ทั้งห้องมีลูกเพียงคนเดียว
ที่มีการพัฒนาที่ดีขึ้น”

ค่ำวันนั้น ลูกชายของเธอ กินข้าวหมดสองถ้วย
ซึ่งเป็นประวัติการณ์ อีกทั้งไม่ต้องให้เธอป้อน

ลูกชาย .. ขึ้นชั้นประถมแล้ว การประชุมผู้ปกครอง
คุณครูพูดว่า ..
“นักเรียนทั้งชั้นห้าสิบคน ผลการสอบคณิตศาสตร์ครั้งนั้น
ลูกชายของคุณได้อันดับที่สี่สิบ
พวกเราสงสัยว่า สติปัญญาของเขา อาจจะมีปัญหา
ให้ดีแล้ว คุณควรพาเขาไปตรวจเช็คที่โรงพยาบาล ”

ระหว่างเดินทางกลับบ้าน น้ำตาเธอไหลรินออกมา
ทว่า เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว กลับพูดกับลูกชายว่า….

“คุณครูเชื่อมั่นในตัวเธอมาก เขาบอกว่า
เธอไม่ใช่เด็กที่โง่เขลา ขอเพียงแต่เพิ่มความละเอียดรอบคอบมากขึ้น
ก็จะเหนือกว่าคนที่นั่งโต๊ะเดียวกันกับเธอ
ครั้งนี้ .. คนที่นั่งโต๊ะตัวเดียวกันกับเธอ
เขาสอบได้อันดับที่ยี่สิบเอ็ด”
ตอนที่เธอพูดคำ พูดเหล่านี้ เธอพบเห็นว่า ..
ดวงตาของลูกชาย ค่อย ๆ เปล่งประกายแสงยิ่ง ๆ ขึ้น
ใบหน้าที่เศร้าสร้อยเมื่อครู่ก็ร่าเริงขึ้นมาทันที

อีกทั้ง .. เธอพบเห็นว่า ลูกชายอ่อนโยนจนทำให้เธอตกใจ
คล้ายดั่งเขาได้เติบใหญ่ขึ้นมากในทันที
วันรุ่งขึ้นไปโรงเรียน ก็ไปเช้ากว่าปกติ

ลูกชาย .. ขึ้นชั้นมัธยมต้น
เป็นอีกครั้งของการประชุมผู้ปกครอง
เธอนั่งอยู่ในที่นั่งเรียนของลูกชาย
รอคอยคุณครูขานชื่อของลูกชายเธอ

เพราะว่า .. การประชุมผู้ปกครองทุกครั้งที่ผ่านมา
รายชื่อของนักเรียน ที่มีผลการเรียนย่ำแย่
จะมีรายชื่อของลูกชายเธอทุกครั้ง

ทว่า .. ครั้งนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเธอ
จวบจนสิ้นสุดก็ไม่ได้ยินชื่อของลูกชายเธอ
เธอเกิดความไม่เคยชิน ก่อนกลับจึงไปถามคุณครู
คุณครูบอกกับเธอว่า……

“ดูจากผลการเรียนของลูกคุณในปัจจุบันแล้ว
หากไปสอบเข้าเรียนโรงเรียนมัธยมปลายที่มีชื่อเสียง
ยังมีความเสี่ยงที่สูงอยู่”
เธอเดินออกจากโรงเรียนด้วยความดีใจ

ยามนี้ เธอเห็นลูกชายยืนรอคอยเธออยู่
ระหว่างทาง เธอจับไหล่ของลูกชาย
ภายในจิตใจรู้สึกหวานชื่นยิ่ง
เธอบอกกับลูกชายว่า…..

“คุณครูประจำชั้น พอใจในตัวเธอมาก
เขาบอกแล้วว่า ขอเพียงลูกมีความพยายาม
ก็จะมีหวังยิ่งขึ้น ที่จะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่มีชื่อเสียง ”

จบมัธยมปลายแล้ว
รายชื่อนักเรียนชุดแรก ที่ทางมหาวิทยาลัย
ได้แจ้งผลการสอบผู้คัดเลือกได้

ยามนั้น .. ทางโรงเรียนได้โทรศัพท์มา ให้ลูกชายเธอไปที่โรงเรียน
เธอมีลางสังหรณ์
ว่า ลูกชายของเธอจะต้องสอบเข้า มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแน่

เพราะว่า .. ตอนที่ไปสมัครสอบ เธอได้พูดกับลูกชายว่า
เธอเชื่อและมั่นใจว่า
เขาต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้แน่นอน

ลูกชายกลับมาจากโรงเรียน นำจดหมายที่มีตราประทับ
จากสำนักงานของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังยื่นให้เธอ

จากนั้น .. หันหลังแล้ววิ่งไปที่ห้อง ร่ำร้องไห้ด้วยเสียงอันดัง
ร้องไปก็พูดไปว่า “แม่ .. ผมรู้ว่าผมไม่ใช่เด็กที่เฉลียวฉลาด
แต่ว่า .. บนโลกนี้ มีเพียงท่านที่ชื่นชมผม ..”

ยามนี้ .. เธอสุดแสนจะดีใจ ไม่สามารถกลั้นน้ำตา
ที่อัดอั้นมาสิบกว่าปีอีกต่อไปแล้ว
จึงปล่อยให้ไหลริน ร่วงลงบนซองจดหมายที่อยู่ในมือ

คำพูด .. ที่ให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน สามารถแปรเปลี่ยนแนวคิด
และพฤติกรรมของคนคนหนึ่ง
แม้กระทั่งแปรเปลี่ยนโชคชะตาของคนคนหนึ่ง

คำพูด .. เชิงลบ บั่นทอนกำลังใจ
จะทิ่มแทงหัวใจและร่างกาย ของคนคนหนึ่ง
จนบาดเจ็บชอกช้ำ จวบจนกระทั่งทำลายอนาคต ของคนคนหนึ่ง

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1506075673000416&set=a.1410094345931883.1073741828

จูนอัพเครื่องเก่าให้เร็วขึ้นเล็กน้อย

Friday, September 26th, 2014
จูนอัพเครื่องเก่าให้เร็วขึ้น

จูนอัพเครื่องเก่าให้เร็วขึ้น

ช่วงหลังนักศึกษาบ่นว่าเครื่องช้า แฮงบ่อย
ซึ่งผมเองก็มีข้อกังขาว่า
เครื่องเหล่านี้ติด deepfreeze ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
มีการ จูนอัพ (tune up) มาอย่างดี และมีประสิทธิภาพ
แต่เพราะนั่งใกล้ชิดนักศึกษาเวลาสอน
จึงเห็นว่าปัญหาเกิดขึ้นจริง และเครื่อง hang บ่อยจริง

ประกอบกับหัวหน้าบอกว่าจะต้องใช้ห้องสอนนักศึกษาปริญญาโทสุดสัปดาห์นี้
จึงต้องเข้าไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น
พบว่าแต่ละเครื่องลงโปรแกรมไว้ไม่เหมือนกัน
อาจเป็นเพราะแต่ละเครื่องเคยถูกปลด deepfreeze มาก่อน
และผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายรอบแล้ว

จึงดำเนินจูนซอฟท์แวร์ 3 ขั้นตอน อย่างง่าย
1. remove antivirus เพราะไว้ใจ deepfreeze แล้ว
2. อัพเกรดรุ่นของ browser ทั้ง firefox และ chrome
3. ทำ disk cleanup เพราะเครื่องไม่ใหญ่ แต่มีหลายกิกที่ต้องล้าง
หลังดำเนินการ นักศึกษาบอกว่าเร็วขึ้น และไม่ hang บ่อยเหมือนแต่ก่อน
สรุปว่าผลประเมินความพึงพอใจเพิ่มขึ้น

โครงการพัฒนาบ้านไร่ศิลาทอง

Monday, September 22nd, 2014
วิจัยบ้านไร่ศิลาทอง

วิจัยบ้านไร่ศิลาทอง

22 ก.ย.57 สกว.ลำปาง พร้อมกับผู้นำด้านสุขภาพในพื้นที่ตำบลไร่ศิลาทอง
นำโดย คุณศิริพร ปัญญาเสน ผอ.โรงเรียนชาวนา ต.พิชัย หรืออดีตนายก อบต.พิชัย
พร้อมผู้ใหญ่บ้าน เจ้าอาวาส และ อสม.หลายท่าน ดังคำว่า บ้านวัดโรงเรียน ร่วมมือกัน
มาประชุมเตรียมความพร้อม ที่มหาวิทยาลัยเนชั่น
เพื่อทำโครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
ในการบูรณาการงานเหล้า บุหรี่ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอนามัยชุมชน
เพื่อพัฒนาศักยภาพ อสม. ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอนามัยชุมชน
ในเรื่องเหล้าและบุหรี่
โดยการสนับสนุนของมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
และมีผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม ร่วมแลกเปลี่ยน ให้ข้อเสนอแนะแก่ทีมวิจัย
และมีอาจารย์เบญจวรรณ นันทชัย คณบดีคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ
เป็นผู้เตรียมยกร่างข้อเสนอโครงการวิจัย หลังลงพื้นที่ศึกษาปัญหาตามกรอกเวลา 6 เดือน
เริ่มเสนอข้อเสนอโครงการ มกราคม 2558
มีเป้าหมายลงพื้นที่ ณ บ้านไร่ศิลาทอง หมู่ 10 ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง
https://www.facebook.com/NationUNews/posts/698003603610061

รายงานตอบตัวบ่งชี้ 7.3 ฉบับสุดท้าย

Friday, August 8th, 2014

3 ปีมาแล้วที่ต้องเขียน sar 7.3 ตอบเกณฑ์ปี 2554 – 2556
รายงานนี้จึงเป็นรายงานฉบับสุดท้ายของตัวบ่งชี้
“ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจ”
ซึ่งปี 2557 มีร่างเกณฑ์ใหม่ และในร่างนั้นไม่มีเกณฑ์แบบเดิม
แต่เกณฑ์น้อยกว่าเดิม คือ สนใจเฉพาะระบบสารสนเทศที่ใช้ในการบริหารงานวิจัย
ซึ่งจะใช้ http://it.nation.ac.th/studentresearch
สำหรับตอบประเด็นนี้

https://www.facebook.com/download/1447422105521947/sar56_che5_73.docx

คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ การจัดการความรู้ (KM): เทคนิคการเขียนบทความทางวิชาการ

Monday, July 21st, 2014

คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ

การจัดการความรู้ (KM): เทคนิคการเขียนบทความทางวิชาการ

                                             โดย อาจารย์ ดิลกา ไตรไพบูลย์

Tacit Knowledge **อาจารย์ผู้สอนหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณทิตและพยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต (สาขาพยาบาลชุมชนและสาขาพยาบาลอาชีวอนามัย) และหลักสูตรพยาบาลศาสตร์บัณฑิต(หลักสูตรนานาชาติ) ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเป็นวิทยากร ในการทำ KM และการเขียนบทความทางวิชาการ

 เรียบเรียงโดย: คณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเนชั่น

เป้าหมาย/ผู้ร่วมกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้(Desired State): อาจารย์ประจำสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพและผู้สนใจ     

เนื้อหา (Content)      

            เทคนิคการเขียนบทความทางวิชาการ เป็นหัวข้อของการจัดการความรู้ ในคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเนชั่น (Nation University) โดยมีเป้าหมายของการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเนชั่น และนโยบายการกำหนดประเด็นความรู้ขององค์กรคือประเด็น “การดำเนินการหลักสูตรให้เป็นไปตามกรอบมาตรฐาน คุณวุฒิระดับอุดมศึกษา” ซึ่งมีการกำหนดเป้าหมาย ของ Knowledge Management (KM) ในประเด็น “เทคนิคการเขียนบทความทางวิชาการ” โดยให้คณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการในเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้เชิญวิทยากร จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ ดิลกา ไตรไพบูลย์ มาเป็นวิทยากรพิเศษในการให้ความรู้และหลักการการทำ KM  ตลอดจนช่วยทำให้เกิดการทำ KM  เชิงปฎิบัติการในคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ ม่สาระสำคัญ ดังนี้

ด้วยการใช้กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management Process)   7 ขั้นตอน เพื่อให้บุคลากรในคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ  สามารถแลกเปลี่ยน แบ่งปันความรู้และเกิดการเรียนรู้ โดยอาศัย Tuna Model (โมเดลปลาทูน่า) มาเป็นกรอบแนวคิดในการจัดการความรู้  ซึ่งกำหนดให้หัวปลาเป็น Knowledge Vision (KV) ด้วยการใช้เป็นส่วนของการกำหนด เป้าหมาย วิสัยทัศน์ หรือทิศทางของ KM ในคณะฯ โดยมีการกำหนดเป้าหมายการจัดการความรู้เรื่อง “เทคนิคการเขียนบทความทางวิชาการ” ร่วมกันในคณะฯ และใช้ตัวปลาเป็น KnowledgeSharing (KS) ซึ่งในคณะมี “คุณอำนวย” ทำหน้าที่เป็นวิทยากรกระบวนการ (Facilitator) มีบทบาทในการกระตุ้น ให้ “คุณกิจ” (คณาจารย์) มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกี่ยวกับความรู้ในการเขียนบทความทางวิชาการ โดยเฉพาะความรู้ซ่อนเร้น (Tacit Knowledge) ที่มีอยู่ในตัวของคณาจารย์ พร้อมทั้งอำนวยการให้เกิดบรรยากาศในการเรียนรู้แบบเป็นทีม ให้เกิดการเรียนรู้ (Leaning) ร่วมกัน และเกิดการหมุนเวียนความรู้ จนได้ความรู้ในลักษณะ เป็นที่ยอมรับของคนในองค์กร ซึ่งสามารถนำไปสู่การปฎิบัติจริง โดยความรู้นั้นสามารถ เก็บไว้ใช้ได้ในครั้งต่อๆไป โดยใช้หางปลา เป็น KnowledgeAsset (KS) ซึ่งเกิดจากการเก็บสะสมความรู้ “ความรู้สู่การปฎิบัติ” เป็นความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ด้วยการเก็บความรู้ด้วยวิธีต่างๆ ให้คลังความรู้คือหางปลานั่นเอง ซี่งสามารถเผยแพร่ได้ดังนี้

เทคนิคการเขียนบทความทางวิชาการ ก่อนจะลงมือเขียนบทความฯ ควรมีความเข้าใจถึงความหมายของบทความวิชาการให้ตรงกัน เพราะว่าเป็นงานเขียนหรือความเรียงที่ผู้เขียนต้องการ สื่อองค์ความรู้หรือข้อค้นพบใหม่ๆ ทางวิชาการในสาขาวิชาการสาธารณสุข หรือสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งเป็นการเฉพาะ เช่น บทความวิจัย  บทความเสนอแนวคิด หลักการ และ/หรือ แบบจำลองเป็นต้น ดังนั้นในการเขียนบทความทางวิชาการในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งเป็นการเฉพาะ  เช่น บทความวิจัย  บทความเสนอแนวคิด หลักการทางวิชาการ ซึ่งควรคำนึงถึงองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการได้แก่ ตัวผู้เขียน สิ่งที่จะเขียน และ ผู้อ่าน ดังต่อไปนี้

ประการแรกคือตัวผู้เขียนบทความ ควรมีศักยภาพและความพร้อมในการสร้างผลงานวิชาการ โดยอาศัยปัจจัยภายในตัวเอง (Internal factors) คือมีความรู้เรื่องที่จะเขียน และมีเวลาในการเขียนตลอดจนมีความสุขในการที่จะสร้างสรรค์งานเขียนทางวิชาการที่ตนเองประสงค์จะดำเนินการ นอกจากนี้ควรต้องอาศัยปัจจัยภายนอกตนเอง (External factors) คือการมีบรรยากาศทางวิชาการในองค์กรและมีแหล่งความรู้ รวมทั้งบุคคลที่จะช่วยเหลือสนับสนุนงานเขียน ตลอดจนการบริหารจัดการกับภาระงานของผู้เขียน เช่น งานสอน งานวิจัยฯ และภาระงานที่บ้าน เช่นการดูแลครอบครัวของตนเอง  เป็นต้น เพื่อป้องกันอุปสรรคในการเขียน

ประการที่สองคือ สิ่งที่เขียนลงในบทความ ควรเป็นสิ่งที่ทันสมัยและอยู่ในความสนใจในวงวิชาการ โดยอาศัยความรู้จากตัวผู้เขียน ที่มีประสบการณ์ และความชำนาญในเรื่องที่จะเขียนหรือผลที่เกิดจากการวิจัยของตัวผู้เขียนบทความเอง โดยสิ่งที่เขียนควรมีเนื้อหาสาระที่มีความถูกต้องเชื่อถือได้ ในทางวิชาการ และมีประโยชน์ต่อสังคมและ/หรือประเทศชาติ โดยอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของนักวิชาการเอง โดยงานเขียนบทความทางวิชาการ ควรมีโครงสร้างหลัก 4  ประการของการเขียนคือ

1)        ชื่อบทความ ควรสั้นกระทัดรัด ใช้ภาษาง่ายต่อการเข้าใจ มีความหมายที่สื่อให้ผู้อ่านอยากติดตามและจูงใจในการอ่าน

2)        คำนำ/หรือบทนำ เป็นส่วนของการเปิดประเด็นเข้าสู่เนื้อหา ควรบอกถึงความสำคัญและวัตถุประสงค์ของการเขียน เพื่อจูงใจทำให้ผู้อ่านเลือกที่จะอ่าน

3)      เนื้อเรื่อง ควรแสดงองค์ความรู้ ข้อค้นพบ ที่อยู่บนฐานข้อมูลที่เป็นความจริง หรือสถิติที่ทันสมัย มีหลักฐานอ้างอิงที่ชัดเจน ควรมีภาพประกอบ หรือตารางตามความเหมาะสม

4)       บทสรุป เป็นการสรุปเชิงพรรณาจากส่วนเนื้อหา ไม่ควรยืดยาว เยิ่นเย้อ บางครั้งอาจใช้ภาษิตหรือปรัชญามาช่วยสรุป ให้เกิดข้อคิดแก่ผู้อ่านได้ด้วยก็เป็นสิ่งที่ดี และควรคำนึงถึงการใช้ภาษา การถูกหลักไวยากรณ์ รวมทั้งการอ้างอิงให้ถูกหลักการเขียน บรรณานุกรมด้วยเสมอ

 

ประการที่สาม ตัวผู้อ่านบทความ ควรรู้ว่าใครคือกลุ่มเป้าหมาย มีความสามารถในการรับรู้สิ่งที่เขียน เช่น ระดับความรู้ ความสามารถ และความสนใจในแวดวงวิชาการ รวมทั้ง ความสามารถของผู้อ่านในการเข้าถึง (Accessibility) สิ่งที่เขียน ได้แก่ ชนิดของสื่อ หรือแหล่งที่เผยแพร่บทความวิชาการเป็นต้น ดังนั้นเทคนิคการเขียนบทความทางวิชาการ จึงควรคำนึงถึงผู้อ่านเป็นสำคัญเสมอ