Keynote Address: The use of online media by the elderly in Lampang

การบรรยายพิเศษ (Keynote Address) เรื่อง The use of online media by the elderly in Lampang

โดย อ.อดิศักดิ์ จำปาทอง, รักษาการคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น

ในการประชุมวิชาการร่วม ครั้งที่ 4 มหาวิทยาลัยเนชั่นและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีฟุคุอิ ประจำปีการศึกษา 2560 วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีฟุคุอิ ประเทศญี่ปุ่น

 

การใช้สื่อออนไลน์ของผู้สูงอายุในจังหวัดลำปาง นับเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างความแข็งแกร่งของครอบครัวและชุมชน ซึ่งสามารถพัฒนาได้ในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก โดยการปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละภูมิภาค ซึ่งการบรรยายประกอบด้วยเนื้อหาดังต่อไปนี้

1. สถานการณ์ของผู้สูงอายุในประเทศไทย

2. ผลกระทบของผู้สูงอายุในประเทศไทยและจังหวัดลำปาง

3. แนวทางการแก้ปัญหาของผู้สูงอายุในประเทศไทยและจังหวัดลำปาง

4. การใช้สื่อออนไลน์ของผู้สูงอายุในจังหวัดลำปาง

 

1. สถานการณ์ของผู้สูงอายุในประเทศไทย

สถานการณ์ผู้สูงอายุของโลกและอาเซียน

จำนวนผู้สูงอายุของประชากรโลกเพิ่มขึ้นอย่างมากในครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา โดยในปี 1960 มีประชากรเพียง 3 พันล้านคนทั่วโลก และในปี 2016 ได้เพิ่มขึ้นเป็น 7,433 ล้าน โดยเป็นประชากรที่อายุเกิน 60 ปี ถึงประมาณ 929 ล้านคน นั่นหมายถึง 12.5 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกทั้งหมด

ประเทศญี่ปุ่นมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงที่สุดในโลกและเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว ส่วนประเทศไทยมีสัดส่วนของผู้สูงอายุ 16.5 เปอร์เซ็นต์หรือ 7 ล้านคน นั่นหมายความว่าเราใกล้เคียงกับสังคมผู้สูงอายุเร็วๆ นี้

ในปี 2016 สมาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียนมีประชากรรวมทั้งสิ้น 639 ล้านคน โดยมี 61 ล้านคนอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 9.6 ของประชากรทั้งหมด
ประเทศสิงคโปร์มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดในอาเซียน คิดเป็นร้อยละ 18.7 ของประชากรทั้งหมด

ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศไทยซึ่งมีสัดส่วนของผู้สูงอายุอยู่ที่ 16.5% ของประชากรทั้งหมด

 

สถานการณ์ผู้สูงอายุของประเทศไทย

ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของประชากรสูงถึงร้อยละ 3 แต่ปัจจุบันอัตราการเติบโตของประชากรอยู่ที่ 0.5% ในขณะที่ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันประเทศไทยมีประชากร 68 ล้านคน แต่มีประชากรที่อายุ 60 ปีขึ้นไปถึง 11 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 16.5 ของประชากรทั้งหมด เมื่ออัตราการเกิดลดลง และประชากรที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีลดลง ขณะที่ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีมากขึ้น คาดว่าในปี 2562 ประเทศไทยจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปหรือผู้สูงอายุจำนวนมากกว่าประชากรที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีขึ้นไปหรือประชากรเด็ก นั่นคือปัญหาที่ควรจะเตรียมไว้ล่วงหน้า

 

สถานการณ์สูงอายุของจังหวัดลำปาง

จังหวัดลำปางตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศไทยและเป็นจังหวัดที่มีอัตราผู้สูงอายุสูงเป็นอันดับสองของประเทศไทย ดัชนีดังกล่าวใกล้เคียงกับจังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นดัชนีผู้สูงอายุที่สูงที่สุดในประเทศไทย โดยผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้นในเขตภาคเหนือและในเขตภาคกลาง ส่วนภาคใต้มีอัตราผู้สูงอายุอยู่ในระดับต่ำ

ผู้สูงอายุในประเทศไทยส่วนใหญ่มีรายได้น้อย ในจำนวนนี้ 34.3 เปอร์เซ็นต์ของผู้สูงอายุมีฐานะยากจน มีรายได้ประมาณ 2,700 บาทต่อเดือน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวหรือลูกสาวและลูกชาย ผู้สูงอายุในประเทศไทยส่วนใหญ่มีรายได้น้อยและต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ ในปีพ.ศ. 2562 จะมีผู้สูงอายุจำนวน 8 ล้านคนที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ซึ่งต้องใช้งบประมาณถึง 63,219 ล้านบาทต่อปี

ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมีไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญกับชมรมผู้สูงอายุ ด้วยความหวังที่จะมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของชุมชนและช่วยผู้สูงอายุให้เข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายการสนับสนุน ในปีพ.ศ.2560 มีชมรมผู้สูงอายุกว่า 26,263 แห่งในประเทศไทย

 

2. ผลกระทบของผู้สูงอายุในประเทศไทยและจังหวัดลำปาง

เมื่อประเทศไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุหรือสังคมผู้สูงอายุ ส่งผลถึงการเปลี่ยนโครงสร้างประชากรของประเทศไทยสู่สังคมผู้สูงอายุ มีผลกระทบในวงกว้าง ทั้งในระดับมหภาคและในระดับจุลภาค เช่น ส่งผลกระทบต่อระดับมหภาค ในประชากรวัยทำงานหรือกำลังแรงงานลดลง ซึ่งจะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ลดลง เนื่องจากประชากรในวัยเด็กและผู้สูงอายุสามารถสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ได้น้อย หากประเทศจำเป็นต้องรักษาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน (จีดีพี) ประเทศจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพของกำลังแรงงาน หรือใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อช่วยในอุตสาหกรรมการผลิต

ผลกระทบต่องบประมาณของรัฐบาล เมื่อประเทศไทยมีจำนวนประชากรวัยทำงานลดลง ก็จะสามารถจัดเก็บภาษีได้ลดลงด้วย แม้ว่าจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่สามารถเก็บภาษีจากผู้สูงอายุได้

ผลกระทบต่องบประมาณของรัฐเนื่องจากต้นทุนทางสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 25,315 ล้านบาทในปี 2523 เป็น 138,578 ล้านบาท ในปี 2543 และ 381,387 ล้านบาทในปี 2560

ขณะที่กำลังแรงงานต้องดูแลผู้สูงอายุ จะส่งผลต่อการออมของครัวเรือนและประเทศชาติ ผู้เกษียณอายุหรือผู้สูงอายุไม่มีรายได้ ต้องนำเงินฝากออมทรัพย์ออกมาใช้ นอกจากนี้ครอบครัวปัจจุบันมีบุตรน้อยหรือไม่มีเลย พวกเขาไม่ตระหนักถึงความจำเป็นในการออมมาก ดังนั้นความต้องการลงทุนของประชาชนจะลดลงซึ่งสัมพันธ์กับการออม

ผลกระทบต่อโครงการประกันสังคมและความมั่นคงแห่งชาติ รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนมากในแต่ละปีประมาณ 1.4-2.5 แสนล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 8 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี

ในกรณีที่ประชากรวัยทำงานลดลง ภาวะแรงงานในอุตสาหกรรมการผลิตจึงมีจำนวนน้อยลง ประเทศได้นำเข้าแรงงานที่มีฝีมือมากขึ้นจากต่างประเทศ หรือขยายเกณฑ์การเกษียณอายุเป็น 65 ปีหรือ 70 ปีเพื่อให้มีกำลังแรงงานเพียงพอในระบบการผลิตของประเทศ

นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่สนับสนุนวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ตัวอย่างเช่น การขาดสินค้าและบริการที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ การขนส่งสาธารณะที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการขนส่ง ซึ่งประเทศไทยยังคงมีปัญหาด้านการคมนาคมขนส่งสำหรับผู้สูงอายุอยู่

 

3. แนวทางการแก้ปัญหาของผู้สูงอายุในประเทศไทยและจังหวัดลำปาง

เป็นที่คาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปี พ.ศ.2564 เมื่อมีจำนวนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ดังนั้นเราจึงมีเวลาสั้นๆ ในการเตรียมข้อมูลต่อไปนี้

  1. การปรับปรุงฐานข้อมูลผู้สูงอายุ เพื่อที่จะติดตามอย่างใกล้ชิด และเพื่อช่วยให้พวกเขาได้อย่างทั่วถึงและตอบสนองความต้องการของพวกเขา
  2. สร้างหลักประกันสุขภาพและการรักษาพยาบาลตามจำนวนโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ โดยปัจจุบันมีโรงพยาบาลในประเทศไทย ประมาณ 7,000 แห่ง แต่ส่วนใหญ่ของโรงพยาบาลที่มีคุณภาพที่มีแพทย์, พยาบาล และเครื่องมือที่เพียงพอนั้นตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ แต่ในเมืองเล็กๆ จะมีแพทย์, พยาบาลและเครื่องมือมีไม่เพียงพอ
  3. การแก้ปัญหาการขาดแคลนผู้ดูแล โดยการพัฒนาแผนการผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการดูแลผู้สูงอายุที่เป็นทางการ จะมีคุณภาพและมาตรฐานที่เพียงพอ
  4. สร้างหลักประกันรายได้และส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณอายุ ตัวอย่างเช่น กองทุนประกันสังคม, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ, กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ
  5. การส่งเสริมการจ้างงานของผู้สูงอายุรวมทั้งการขยายอายุเกษียณจาก 60 ปีเป็น 65 ปี เพื่อให้ผู้สูงอายุมีรายได้และประสบการณ์และมีศักยภาพเต็มที่ นอกจากนี้ยังแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้วย
  6. สร้างความเข้มแข็งของครอบครัวและชุมชน เพื่อให้สามารถดูแลผู้สูงอายุได้มากที่สุด

 

4. การใช้สื่อออนไลน์ของผู้สูงอายุในจังหวัดลำปาง

การศึกษาการใช้สื่อออนไลน์ของผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการใช้สื่อออนไลน์ของผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง สำหรับใช้ในการสื่อสารภายในครอบครัวของพวกเขา ภายในเครือข่ายของพวกเขาและระหว่างเครือข่ายของพวกเขาและสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวและชุมชน เพื่อให้สามารถดูแลผู้สูงอายุได้มากที่สุด

การศึกษา เรื่อง การใช้สื่อออนไลน์ของผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง ประกอบด้วย 4 กิจกรรม ได้แก่

  1. การสำรวจพฤติกรรมการใช้สื่อของผู้สูงอายุในจังหวัดลำปาง
  2. การฝึกอบรมการใช้ Application Line and Facebook
  3. การวิเคราะห์ข้อมูล การสังเคราะห์ข้อมูล และการสรุปผลข้อมูล
  4. การสร้าง Website เพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสารของผู้สูงอายุในจังหวัดลำปาง

 

4.1 กิจกรรมที่ 1 การสำรวจพฤติกรรมการใช้สื่อมวลชนของผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง ได้รวบรวมข้อมูลจากผู้สูงอายุจำนวน 650 คนในจังหวัดลำปางเพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริโภคสื่อ ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุนิยมบริโภคสื่อโทรทัศน์, วิทยุกระจายเสียง และสื่อบุคคล เช่น ญาติ เพื่อน เพื่อนบ้าน และสมาชิกในกลุ่ม แต่การเปิดรับสื่อออนไลน์ เช่น อินเทอร์เน็ต เฟซบุ๊ค หรือ ทวิตเตอร์ อยู่ในระดับต่ำ อุปสรรคในการบริโภคสื่อออนไลน์ ได้แก่ การขาดประสบการณ์ในการใช้เทคโนโลยี, ทรัพยากรไม่เอื้อต่อการบริโภค และกลัวเทคโนโลยี ประโยชน์ของการบริโภคสื่อออนไลน์ได้รับการยอมรับจากผู้คนรอบข้าง แสดงตัวเองมีค่า มีเพื่อนมากมายสนุกกับการใช้งานและมีกิจกรรมสำคัญๆ ในชีวิตที่ต้องมีการเผยแพร่ให้กับคนอื่นๆ แม้ว่าผู้สูงอายุมีความกลัวเกี่ยวกับเทคโนโลยี แต่ก็มีความพยายามที่จะใช้เทคโนโลยีมากขึ้น เช่น การใช้สมาร์ทโฟนเพื่อสื่อสารระหว่างครอบครัวและเพื่อนของพวกเขา

 

4.2 กิจกรรมที่ 2 การฝึกอบรม Application Line และ Facebook มีการเชิญผู้สูงอายุจำนวน 120 คนในจังหวัดลำปางที่มีสมาร์ทโฟน เข้าร่วมโครงการฝึกอบรม Application Line และ Facebook เพื่อการสื่อสาร เนื่องจากเป็น Application ที่รู้จักและเป็นที่นิยมของผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุจะพัฒนาทักษะในการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อสื่อสารออนไลน์มากขึ้น ผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ พบว่า

ผู้สูงอายุพอใจกับการฝึกอบรม, ผู้สูงอายุยังตั้งใจที่จะซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ที่มีตัวเลือกเพิ่มขึ้น,

กลุ่มผู้สูงอายุเข้าร่วมกลุ่ม Line “Active aging Lampang” และกลุ่ม Facebook “Active aging Lampang” และพวกเขายังจะเชิญเพื่อนๆ และคนรู้จักให้เข้าร่วมกลุ่ม Facebook และ Line อีกด้วย, ผู้สูงอายุใช้ Application Line และ Facebook เพราะเป็นที่ยอมรับจากคนรอบข้าง ทำให้ตัวเองมีค่าและมีเพื่อนมากมาย และผู้สูงอายุนิยมโพสต์ภาพในรูปแบบต่างๆและโพสต์คลิปวิดีโอด้วย

 

4.3 กิจกรรมที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การสังเคราะห์และสรุปข้อมูล พบว่ากลุ่มผู้สูงอายุใช้งานกลุ่ม Line มากกว่ากลุ่ม Facebook เนื่องจากใช้งานง่าย คุ้นเคย และสามารถโต้ตอบได้ทันที ผู้สูงอายุต้องการดูรูปภาพและวิดีโอคลิปพร้อมเสียงและวิดีโอและการเคลื่อนไหว, เนื้อหาที่เป็นที่นิยมคือ: การแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่รัฐให้แก่ผู้สูงอายุ, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ค่าชดเชยการเจ็บป่วย, นัดหมายเหตุการณ์, ดูแลสุขภาพและการออกกำลังกาย, ผู้สูงอายุบางคนใช้กลุ่ม Line เพื่อประโยชน์ในการทำธุรกิจ เพื่อขยายกลุ่มผู้ซื้อไปในกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น ส่งผลให้การตลาดออนไลน์มีรายได้เพิ่ม กลุ่ม Line ยังช่วยให้มีเพื่อนใหม่ ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกทันสมัย และเป็นเรื่องง่ายที่จะทำงานเป็นอาสาให้กับสังคม

 

4.4 กิจกรรมที่ 4 คือการสร้างเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารสำหรับผู้สูงอายุในจังหวัดลำปาง เป็นแหล่งข้อมูลความรู้ นวัตกรรมกิจกรรม และความเชื่อมโยงกับผู้สูงอายุจังหวัดลำปางและจังหวัดอื่นๆ รวมถึงประโยชน์ของผู้สูงอายุที่สามารถเข้าถึงได้ เช่น โรงพยาบาลศูนย์ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล และหน่วยงานราชการอื่นๆ โดยสามารถเข้าถึงได้ที่ http://it.nation.ac.th/activeaginglp/  เนื้อหาที่ได้รับความนิยม ได้แก่ สุขภาพ, การท่องเที่ยว, ศิลปะและวัฒนธรรม, กิจกรรมทางสังคม, เทคโนโลยีเพื่อผู้สูงอายุ, สิทธิและสวัสดิการ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต

 

หลังจากที่โปรแกรมการฝึกอบรม Application Line และ Facebook เกิดผลดังต่อไปนี้

  1. การเชื่อมโยงผู้สูงอายุในเขตอำเภอและจังหวัดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้สูงอายุสามารถสื่อสารกันได้ มีส่วนร่วมในชีวิตครอบครัวและชุมชน กระตุ้นให้ผู้สูงอายุตื่นตัว มีกิจกรรมและสนุกสนาน
  2. ผู้สูงอายุใช้สมาร์ทโฟนใช้เพื่อสื่อสารกันมากขึ้น ใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลและความบันเทิง อ่านหนังสือพิมพ์ออนไลน์และนิตยสารออนไลน์ ฟังวิทยุออนไลน์และดูภาพยนตร์ออนไลน์ ผู้สูงอายุยังมีส่วนร่วมในการสื่อสารออนไลน์มากขึ้น

 

แม้ว่าโครงการฝึกอบรม Application Line และ Facebook จะเป็นแบบจำลองขนาดเล็ก มีสมาชิกไม่กี่คนในกลุ่ม Line และกลุ่ม Facebook แต่กำลังขยายไปสู่ชมรมของผู้สูงอายุอื่นๆ รวมถึงปรับเนื้อหาของการฝึกอบรมไปยังหัวข้อสื่ออื่นๆ ที่จำเป็น เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุความเข้มแข็งของครอบครัวและชุมชนต่อไป

 

01 03 04

 

อดิศักดิ์ จำปาทอง/19 มีนาคม 2561

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การส่งเสริมงานวิจัยในคณะวิชา คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*