การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษา คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเนชั่น

แนวทางปฏิบัติการประกันคุณภาพการศึกษาคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ

  1. วัตถุประสงค์

เพื่อให้การดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุมทั้งการควบคุมคุณภาพ การประเมินคุณภาพการศึกษา และการติดตามตรวจสอบคุณภาพ ทั้งระดับหลักสูตร และระดับคณะ

 

  1. ขอบเขต

2.1 ดำเนินการควบคุมคุณภาพ โดยการกำหนดนโยบาย องค์ประกอบและตัวบ่งชี้คุณภาพ ผู้รับผิดชอบและการใช้ตัวบ่งชี้คุณภาพในการดำเนินงานให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด

2.2 ดำเนินการประเมินคุณภาพ โดยการประเมินการทำงานตามเกณฑ์คุณภาพของตัวบ่งชี้ และตัดสินใจในการประเมินผลการดำเนินงานตามร่องรอยหลักฐาน การสัมภาษณ์ หรือสิ่งที่ปรากฏเป็นหลักฐาน

2.3 ดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพ โดยการตรวจสอบการดำเนินงานตามระบบกลไกในการควบคุมคุณภาพ และผลการประเมินคุณภาพการศึกษาทั้งในระดับหลักสูตร และระดับคณะ เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่มีมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง

 

  1. คำนิยาม

คุณภาพการศึกษา หมายถึง คุณลักษณะที่พึงประสงค์ตาม ปรัชญา วิสัยทัศน์ และพันธกิจของการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาของแต่ละคณะและสถาบัน ที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาการอุดมศึกษาของประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ

การประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาในระดับอุดมศึกษา

ระบบและกลไก หมายถึง ขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์ และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยบุคลากร ทรัพยากร ระเบียบ แนวปฏิบัติ และปัจจัยต่างๆ เป็นกลไกในการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย

การควบคุมคุณภาพการศึกษา หมายถึง การมีระบบและกลไกในการควบคุมคุณภาพแต่ละองค์ประกอบ เพื่อกำกับการดำเนินงานของหลักสูตรและคณะ ให้ได้ผลตามเกณฑ์ตัวชี้วัดคุณภาพที่กำหนด

การประเมินคุณภาพการศึกษา หมายถึง กระบวนการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานและผลลัพธ์ของการบริหารคณะและสถาบัน ให้มีคุณภาพตามเกณฑ์ตัวชี้วัดคุณภาพที่กำหนด

การติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา หมายถึง กระบวนการในการกำกับ ติดตาม วิเคราะห์ และปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อให้ได้ผลการดำเนินงานและผลลัพธ์ตามเกณฑ์คุณภาพของระบบและกลไกควบคุมคุณภาพ

องค์ประกอบคุณภาพ หมายถึง ปัจจัยหลักในการดำเนินงานเพื่อให้ได้คุณภาพการศึกษาในระดับหลักสูตรและระดับคณะ

เกณฑ์ตัวบ่งชี้คุณภาพ หมายถึง ตัวชี้วัดการดำเนินงานตามองค์ประกอบคุณภาพ ที่ใช้สำหรับการประเมิน และติดตามตรวจสอบการดำเนินงานด้านคุณภาพการศึกษาของหลักสูตรและคณะ

 

  1. ความรับผิดชอบ

4.1 คณบดี

4.2 ผู้รับผิดชอบหลักสูตรทุกหลักสูตร

4.3 อาจารย์ประจำหลักสูตรทุกคน

4.4 บุคลากรสายสนับสนุนทุกคน

 

  1. เอกสารอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

5.1 กฎกระทรวง เรื่องการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561. (2561). [ระบบออนไลน์]. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/011/3.PDF

5.2 สำนักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา. (2557). คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับ 2557. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัดการพิมพ์.

ขั้นตอนการดำเนินงานตามระบบประกันคุณภาพการศึกษา คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ

รายละเอียดเอกสารประกอบ แนวทางการดำเนินงานตามระบบประกันคุณภาพคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ เพิ่มเติม คลิกที่นี่

 

โพสท์ใน KM:ประกันคุณภาพ, การจัดการความรู้, ข่าวสาร และประชาสัมพันธ์, คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ | ใส่ความเห็น

คู่มือ Che QA Online System ระดับหลักสูตร

คู่มือ Che QA Online System ระดับหลักสูตร

โพสท์ใน KM:ประกันคุณภาพ, การจัดการความรู้ | ใส่ความเห็น

การเขียนโครงร่างงานวิจัย (Proposal)

ตอนที่ 1 เทคนิคการตั้งชื่อหัวข้องานวิจัย

การตั้งชื่อหัวข้องานวิจัย จะต้องมีองค์ประกอบ 2 ส่วน ด้วยกันคือ

1.ส่วนที่เป็นประเด็น หรือตัวแปรที่ศึกษา และ

2.ส่วนที่เป็นประชากรที่จะศึกษา (ชูศรี  วงศ์รัตนะ, 2549)

ตอนที่ 2  เทคนิคการเขียนภูมิหลังงานวิจัย

การเขียนภูมิหลังงานวิจัย ต้องเขียนให้ครบ 5 ประเด็น หรือเขียนเป็น 5 ย่อหน้า

2. ภูมิหลัง (ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา)

2.1 ประเด็นที่ควรเขียนในภูมิหลัง

2.1.1  ประเด็นความสำคัญของตัวแปรตามที่เลือกมาศึกษา

2.1.2  ประเด็นสภาพปัญหา และที่มาของปัญหาที่พบในกลุ่มประชากร

ก. มีผู้วิจัยไว้แล้ว (ต้องอ้างอิงผลการวิจัย) (ไม่ควรอ้างงานวิจัยระดับเดียวกันกับงานวิจัยที่ทำ)

ข. ผู้วิจัยสำรวจเอง (ต้องแสดงผลการสำรวจ)

ค. ผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญเขียนไว้ (ต้องอ้างอิงเอกสาร) (ควรเป็นระดับรศ. ขึ้นไป)

2.1.3 ประเด็นแนวทางการวิจัย ที่ได้จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัย

แนวทางที่ 1 ต้องการอธิบายหรือทำความเข้าใจ กับตัวแปรตามที่เลือกมาศึกษา

แนวทางที่ 2 ต้องการอธิบายผลของตัวแปรอิสระ ที่มีต่อตัวแปรตามโดยใช้วิธีทดลอง

2.1.4  ประเด็นคำถามการวิจัยที่ต้องการหาคำตอบ

2.1.5  ประเด็นเมื่อได้คำตอบแล้วจะเชื่อมโยงกับงานวิจัยที่มีอยู่แล้วได้อย่างไร และนำไปใช้ประโยชน์ในแง่ใดกับใครและหน่วยงานใดบ้าง

(ที่มา : เทคนิคการเขียนเค้าโครงงานวิจัย, ชูศรี  วงศ์รัตนะ, 2549)

ตอนที่ 3  เทคนิคการเขียนวัตถุประสงค์งานวิจัย

3.1  เทคนิคการเขียน คือ เขียนบรรยายเป็นข้อๆ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ศึกษาเรื่องอะไร กับใคร และในแง่มุมใด

3.2  หลักการเขียน คือ ต้องสอดคล้องกับคำถามวิจัยหรือประเด็นที่ผู้วิจัยใคร่รู้ ใน 4 ลักษณะ

ก. การวิจัยแบบสำรวจ

ข.  การวิจัยแบบเปรียบเทียบ

ค. การวิจัยแบบทดลอง

ง. การวิจัยแบบความสัมพันธ์

3.3  ต้องสอดคล้องกับหัวข้อและส่วนอื่นๆในโครงร่างงานวิจัย

(ที่มา : เทคนิคการเขียนเค้าโครงงานวิจัย, ชูศรี  วงศ์รัตนะ, 2549)

ตอนที่ 4  เทคนิคการตั้งสมมุติฐานสำหรับงานวิจัย

4.1  สมมุติฐาน คือ คำตอบที่ผู้วิจัยคาดคะเนไว้ล่วงหน้าอย่างมีเหตุผล เพื่อตอบความมุ่งหมาย (วัตถุประสงค์) ของการวิจัยที่ตั้งไว้

4.2  สมมุติฐานการวิจัย มี 2 ชนิด

ก. แบบมีทิศทาง

ถ้าเป็นการวิจัยเปรียบเทียบ จะมีคำว่า “มากว่า”, “น้อยกว่า”, “สูงกว่า”, “ต่ำกว่า” อยู่ในสมมุติฐานนั้น

ถ้าเป็นการวิจัยแบบหาความสัมพันธ์ จะมีคำว่า “สัมพันธ์กันทางบวก”, “สัมพันธ์กันทางลบ”

ข. แบบไม่มีทิศทาง

ถ้าเป็นการวิจัยเปรียบเทียบ จะมีคำว่า “แตกต่างกัน” อยู่ในสมมุติฐานนั้น

ถ้าเป็นการวิจัยแบบหาความสัมพันธ์ จะมีคำว่า “สัมพันธ์กัน”

4.3  ลักษณะของงานวิจัยที่ต้องตั้งสมมุติฐาน มี 3 ลักษณะ คือ

ก. แบบเปรียบเทียบ

ข. แบบหาความสัมพันธ์

ค.  แบบทดลอง

(ที่มา : เทคนิคการเขียนเค้าโครงงานวิจัย, ชูศรี  วงศ์รัตนะ, 2549)

ตอนที่ 5  กรอบแนวคิดงานวิจัย

5.1  กรอบแนวคิดการวิจัย (Conceptual Framework) เขียนในรูปองค์ประกอบ 3 ส่วน ดังนี้

ก.  ปัจจัยนำเข้า (Input)

ข.  กระบวนการ (Process)

ค.  ผลผลิต (Output)

5.2  รูปแบบของการวิจัย (Model Research)

เป็นการนำส่วนที่เป็นกระบวนการ (Process) ตามกรอบแนวคิด (Conceptual Framework) มาขยายเป็นกระบวนการย่อย ที่ใช้ดำเนินงานวิจัย โดยใช้ทฤษฎีที่ได้ศึกษา มาจับหรือผสมผสานกัน

ตอนที่ 6 ขอบเขตในการวิจัย

6.1 ขอบเขตการวิจัยที่ต้องกำหนด

6.1.1  ประชากรที่ใช้ในการวิจัย

ก. ลักษณะของประชากร

ข. จำนวนประชากร (ถ้าหาได้)

6.1.2 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย

ก. ขนาดของกลุ่มเป้าหมาย

ข. วิธีเลือกกลุ่มเป้าหมาย

6.1.3  ตัวแปรที่ศึกษา

6.1.3.1  ตัวแปรอิสระ (Independent Variable) คือ ตัวแปรที่เป็นเหตุ

6.1.3.2  ตัวแปรตาม (Dependent Variable) คือ ตัวแปรที่เป็นผล

6.2 ขอบเขตเพิ่มเติม (กรณีงานวิจัยเชิงทดลอง)

ก. ขอบเขตของเนื้อหาที่ใช้ในการทดลอง

ข. ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง

(ที่มา : เทคนิคการเขียนเค้าโครงงานวิจัย, ชูศรี  วงศ์รัตนะ, 2549)

ตอนที่ 7 วิธีการวิจัย

7.1  ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง

7.1.1  ประชากร (Population)

ก. ประชากรที่สามารถหาจำนวนที่แน่นอนได้

ข. ประชากรที่ไม่สามารถหาจำนวนที่แน่นอนได้

7.1.2 กลุ่มตัวอย่าง (Sample)

ก. ลักษณะของกลุ่มตัวอย่าง

1. บางส่วนของประชากร

2. เป็นตัวแทนที่ดีของประชากร

ข. หลักการเลือกกลุ่มตัวอย่าง

ประเภทที่ 1 เลือกโดยใช้ทฤษฎีความน่าจะเป็น

1. สุ่มอย่างง่าย (Sample Random Sampling)

2. สุ่มตามระดับชั้น (Stratified Random Sampling)

3. สุ่มแบบมีระบบ (Systematic Random Sampling)

4. สุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling)

ประเภทที่ 2 เลือกโดยไม่ใช้ทฤษฎีความน่าจะเป็น

1. เลือกตามสะดวก (Convenience Sampling)

2. เลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

3. เลือกแบบกำหนดสัดส่วน (Quota Sampling)

ค.  การกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง (จำเป็นอย่างยิ่งกับงานวิจัยเชิงสำรวจ)

1. คำนวณจากสูตร

2. กำหนดเป็นร้อยละ

– ถ้าประชากรมีจำนวนเป็นร้อย ควรใช้กลุ่มเป้าหมายประมาณ 25%ของประชากรทั้งหมด

– ถ้าประชากรมีจำนวนเป็นพัน ควรใช้กลุ่มเป้าหมายประมาณ 10%ของประชากรทั้งหมด

– ถ้าประชากรมีจำนวนเป็นหมื่น ควรใช้กลุ่มเป้าหมายประมาณ 10%ของประชากรทั้งหมด

3. ใช้ตารางสำเร็จรูป

– ใช้ตารางของ Yamane เมื่อสถิติที่ใช้เป็นร้อยละ

–  ใช้ตารางของ ศิริชัย กาญจนวาสีและคณะ เมื่อสถิติที่ใช้เป็นค่าเฉลี่ย

(ที่มา : เทคนิคการเขียนเค้าโครงงานวิจัย, ชูศรี  วงศ์รัตนะ, 2549)

7.2  เครื่องมือวิจัย

7.2.1  การออกแบบสร้างเครื่องมือการวิจัย

ก. วิธีการเลือกเครื่องมือการวิจัย มีอยู่ 5 ประเภท ดังนี้

– แบบสอบถาม (Questionnaire) ขึ้นอยู่กับตัวแปร มี 3 ประเภท ดังนี้

  1. ตัวแปรตามประเภท “ความคิดเห็น, ทัศนะ, ความพึงพอใจ” ใช้แบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 4 หรือ 5 ระดับ
  2. ตัวแปรตามประเภท “เจตคติ” มักนิยมใช้แบบวัดเจตคติแบบลิเคอร์ท (Likert attitude scale)
  3. ตัวแปรตามประเภท “พฤติกรรม เช่นการบริโภค” นิยมใช้แบบสอบถามประเภท เลือกตอบ (Checklist)

–  การสัมภาษณ์ (Interview)

–  มาตราวัดเจตคติ หรือทัศนคติ (Attitude scale)

–  การสังเกต (Observation)

–  แบบทดสอบ (Test)

ข. การได้มาของเครื่องมือวิจัย มี 3 ช่องทาง ดังนี้

– ผู้วิจัยสร้างเองทั้งหมดตามนิยามศัพท์เฉพาะ เนื่องจากตัวแปรตามที่สนใจศึกษายังไม่มีใครศึกษา

–  ผู้วิจัยสร้างเองโดยใช้วิธีปรับปรุงจากเครื่องมือของผู้วิจัยอื่น ที่วัดตัวแปรตัวเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน

–  ผู้วิจัยใช้เครื่องมือของผู้วิจัยอื่นทั้งฉบับ เนื่องจากวัดได้ตรงนิยามและมีคุณภาพดี ลักษณะกลุ่มเป้าหมายเป็นลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันมาก

ค. คุณภาพของเครื่องมือวิจัยที่ดี มี 4 ข้อ ดังนี้

– ความเที่ยงหรือความตรง (Validity) คือ เครื่องมือที่วัดได้ครอบคลุมสิ่งที่ต้องการวัด โดยผู้เชี่ยวชาญไม่ต่ำกว่า 3 คน (เป็นเลขคี่เพื่อการสรุปผล) มีข้อแนะนำ 2 ข้อ ดังนี้

  1. กำหนดสัดส่วนของความเห็นที่สอดคล้องกัน เช่น 2 ใน 3 หรือ 3 ใน 5
  2. หาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of congruence) IOC ข้อที่ใช้ได้ต้องมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป

– อำนาจจำแนก (Discrimination)

– ความเชื่อมั่นหรือความเชื่อถือได้ (Reliability)

– ความยากง่าย (Difficulty) กรณีแบบทดสอบ

ง. วิธีสร้างเครื่องมือการวิจัย มี 8 ขั้นตอน ดังนี้

  1. วิเคราะห์ความมุ่งหมาย/วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อพิจารณาตัวแปรทั้งหมดที่ต้องศึกษา
  2. ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับตัวแปรที่ต้องศึกษา โดยเฉพาะตัวแปรตาม
  3. ให้คำจำกัดความของตัวแปรโดยเฉพาะตัวแปรตาม ในรูปของนิยามปฏิบัติการ (Operation definition)
  4. เขียนข้อคำถามให้สอดคล้องกับนิยามปฏิบัติการ
  5. หาคุณภาพด้านความเที่ยงตรง โดยอาศัยผู้เชี่ยวชาญ
  6. ทดลองใช้ (Try-out ครั้งที่ 1 ) เพื่อหาคุณภาพรายข้อ เช่นอำนาจจำแนก
  7. ทดลองใช้ครั้งที่ 2 เพื่อหาคุณภาพทั้งฉบับ ได้แก่ ความเชื่อมั่น
  8. ปรับปรุงครั้งสุดท้ายให้สมบูรณ์

(ที่มา : เทคนิคการเขียนเค้าโครงงานวิจัย, ชูศรี  วงศ์รัตนะ, 2549)

 

โพสท์ใน KM:คณะสังคมศาสตร์ | ใส่ความเห็น

งานวิจัยชิ้นใหม่

อธิการบดีของมหาวิทยาลัย ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม

อธิการบดีของมหาวิทยาลัย ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม

การใช้ internetของนักศึกษามหาวิทยาลัย

โพสท์ใน คณะสังคมศาสตร์ฯ | ใส่ความเห็น

การปรับปรุงหลักสูตรบัญชี

1.มคอ.2

โพสท์ใน ทั่วไป | ใส่ความเห็น

คู่มือการใช้ระบบ e-studentloan

คู่มือการใช้ระบบ e-studentloan

 

โพสท์ใน ทั่วไป | ใส่ความเห็น

In what way to choose the splendid services and to spin money out

We are sure that you know that the Deal Rooms are known all over the earth presently since they have broad-ranging effective features we can use for the daily graft. Today, there are vast sophisticated Up-to-date Deal Rooms. On the other end of the spectrum, not everybody knows in what way to choose the flawless one. It goes without question that everybody can choose the most valuable Virtual Rooms which will definitely be okay. But in what way to select the advanced Alternative Data-warehousing Systems and not to be back at the bottom of the ladder?

  • On circumstances that you are eager to save a budget, you should better select the most widely used repositories due to the fact that they will be madly expensive. The average charge for the excellent Secure Online Data Rooms is about $99/pro month. But you should be attentive by virtue of the fact that this is the starting trial which does not offer you all the best functionalities.
  • When you own a small business, it is highly recommended not to decide on the Online Deal Rooms with high pricing policy as it is pointless. In these latter days, there are several VDR services which charge money only for users.
  • It is to underline that the most valuable Online Deal Rooms are not always the ideal Online Deal Rooms. In cases when you skip through the reviews of people, you will understand that some most valuable Digital Data Rooms are not really simple. It implies that not all the Virtual Rooms even on the assumption that they are hugely expensive will be okay for you. Likewise, we suppose that you are to select the easy Modern Deal Rooms for the reason that it should help you, but not anger you.
  • It is self-evident that you want to save your budget. But still, you should better not go over the top. You should select the Online Storage Areas which offer you the great space for keeping your documents, the around-the-clock professional support, the machine translation system, the unconquerable protection, and the Q&A module. All other possibilities are additive.
  • It stands to reason that it will not last forever but you have the unique chance to use the costless temporary subscriptions given by some Digital Data Rooms . Basically, you have the right to deal with the VDRs during several weeks at no charge. In addition, you are free to compare several Virtual Repositories and to give preference to the most popular one. It is desired not to decide on any Secure Online Data Rooms without trying them.
  • It is self-evident that the majority of ventures have broad-ranging trials. It goes without question that the cheapest trial does not offer you all the good points. Most often, all the enterprises want to have the best and give preference to the hugely expensive trials. If it is so, it is desired to think about the pluses which this virtual provider gives you. Probably, you will see that the features of the cheapest option are quite enough. With this in mind, it is desirable to choose the Online Storage Areas and their subscriptions in correspondence with your needs.
  • It is to say that generally, the hugely expensive Online Deal Rooms give a good deal of money on advertisement. With this in mind, their price does not imply that they are the most effective services in the whole world.

Finally, we are to admit that it is possible to pick the advanced services online data room without overpaying. But still, we think that you have to decide on the ventures with all the necessary instruments.

โพสท์ใน ทั่วไป | ใส่ความเห็น

ระบบการเบิกจ่ายทุนการศึกษาปริญญาตรี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเยาวชน จังหวัดน่าน

ระบบการเบิกจ่ายทุนการศึกษาปริญญาตรี
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เพื่อเยาวชน จังหวัดน่าน

โครงการทุนการศึกษาปริญญาตรี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เพื่อเยาวชนจังหวัดน่าน เป็นโครงการร่วมมือระหว่างธนาคารกสิกรไทยและมหาวิทยาลัยเนชั่น เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้แก่นักเรียนในจังหวัดน่าน ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเนชั่น อันเป็นการเตรียมความพร้อมในด้านกำลังคนที่จะรองรับการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและสนับสนุน ผลักดันให้นักเรียนในจังหวัดน่านที่ได้รับทุนการศึกษานำความรู้มาพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน ตลอดจนทรัพยากรสิ่งแวดล้อมในบ้านเกิดของตนเอง รวมถึงโครงการทุนการศึกษาฯ นี้ มหาวิทยาลัยเนชั่นได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการฝ่ายกลั่นกรองโครงการและกิจกรรมงานเฉลิมพระเกียรติ ทำเนียบรัฐบาล ให้โครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 เข้าร่วมเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติฯอีกด้วย โดยเริ่มโครงการตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 (รุ่น 1)เป็นต้นมา รุ่นละ 60 คน ทุนการศึกษามูลค่าทุนละ 450,000 บาท

เงื่อนไขการรับทุน
1. ผู้รับทุนต้องศึกษาตามระยะเวลาตลอดหลักสูตร
2. ผู้รับทุนต้องสนับสนุน ดำเนินกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชน สังคม ตามทุนการศึกษาที่ได้รับ
3. เงื่อนไขอื่นๆ ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

การระงับทุนการศึกษา
มหาวิทยาลัยจะระงับทุนการศึกษาเมื่อ
1. ผู้รับทุนไม่ลงทะเบียนเรียนภายในระยะเวลาที่กำหนด
2. ผู้รับทุนพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา
3. ผู้รับทุนรักษาสภาพการเป็นนักศึกษาโดยไม่มีเหตุอันควร
4. ผู้รับทุนมีความประพฤติเสื่อมเสีย
5. ผู้รับทุนการศึกษามีผลการเรียนต่ำกว่ามาตรฐานที่มหาวิทยาลัยกำหนด
6. มหาวิทยาลัยพิจารณาเห็นสมควรให้ระงับทุนการศึกษา

การเบิกจ่ายทุนการศึกษา
ผู้รับทุนการศึกษา ดำเนินการดังนี้
1. ผู้รับทุนการศึกษารายงานตัวเพื่อรับทุนการศึกษาที่งานรับนักศึกษาและสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยเนชั่น โดยเตรียมเอกสารและข้อมูลสำหรับการเปิดบัญชีธนาคารให้พร้อม ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้รับทุน
2. เมื่อผู้รับทุนการศึกษา ได้รับสมุดบัญชีเงินฝากแล้ว ผู้รับทุนการศึกษาจะต้องรายงานตัวเพื่อรับเงินค่าครองชีพเป็นประจำทุกเดือน ณ ห้องบัญชีการเงิน ภายในอาทิตย์แรกของเดือน ยกเว้นช่วงปิดภาคการศึกษา ไม่ต้องรายงานตัว
3. ผู้รับทุนการศึกษาพบอาจารย์ที่ปรึกษาและลงทะเบียนเรียนภายในระยะเวลาที่กำหนด ทุกภาคการศึกษา

งานรับนักศึกษาและสื่อสารองค์กร ดำเนินการดังนี้
1. กำหนดวันรายงานตัวนักศึกษาทุนโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อรายงานตัวนักศึกษาทุน และประสานงานกับธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนฉัตรไชย เพื่อเตรียมเปิดบัญชีให้นักศึกษาทุน
2. เมื่อนักศึกษาทุนได้รับสมุดบัญชีธนาคารแล้ว งานรับนักศึกษาและสื่อสารองค์กร ส่งรายชื่อนักศึกษาทุนให้งานทะเบียนฯ ,สำนักพัฒนานักศึกษา และงานบัญชีการเงิน

งานทะเบียนฯ ดำเนินการดังนี้
1. ตรวจสอบสิทธิ์การได้รับทุนการศึกษาโครงการทุนเฉลิมพระเกียรติฯ ก่อนการรับลงทะเบียนเรียนให้นักศึกษาทุนโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ตามกำหนดการรับลงทะเบียน

สำนักพัฒนานักศึกษา
1. ตรวจสอบข้อมูลการได้รับทุนการศึกษาก่อนการลงทะเบียนเรียนของนักศึกษาในแต่ละภาคการศึกษา
2. จัดเตรียมหอพักสำหรับนักศึกษาทุนโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ
3. จัดทำรายงานการดำเนินงานทุนโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ทุกภาคการศึกษา
4. ดำเนินการจัดประชุมปฐมนิเทศนักศึกษาทุนโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ทุกปีการศึกษา
5. ดำเนินการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ระหว่างนักศึกษาทุนโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ และ ธนาคารกสิกรไทย เป็นประจำทุกปีการศึกษา

งานบัญชีการเงินฯ ดำเนินการดังนี้
1. กำหนดเลขที่ Vendor ของนักศึกษาทุนฯทุกคน เพื่อเตรียมเข้าระบบการนำจ่ายค่าครองชีพรายเดือนผ่านระบบ Workflow
2. ตรวจสอบการรายงานตัวของนักศึกษาทุนโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ และติดตามให้มารายงานตัวให้ครบทุกคน
3. จัดทำบันทึกเพื่อขออนุมัติเบิกจ่ายค่าครองชีพประจำเดือน ทุกเดือน ให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 15 ของทุกเดือน เมื่อได้รับการอนุมัติให้นำเรื่องเข้าสู่ระบบWorkflow กำหนดให้เงินค่าครองชีพเข้าบัญชีนักศึกษาทุนทุกวันที่ 1 ของเดือน กรณีที่ตรงกับวันหยุดให้เลื่อนเป็นวันถัดไป
4. สรุปผลการเบิกจ่ายค่าครองชีพ ค่าเล่าเรียน และค่าที่พัก ทุกภาคเรียน เพื่อส่งข้อมูลให้สำนักพัฒนานักศึกษาจัดทำรายงานผลการดำเนินงานทุนโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นประจำทุกภาคการศึกษา

งานบัญชีการเงินทรัพย์สินและงบประมาณ
31 พฤษภาคม 2561

โพสท์ใน งานบัญชีและการเงิน, ทั่วไป | ใส่ความเห็น

การวางแผนการฝึกงาน และสหกิจศึกษาสำหรับนักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจศูนย์บางนา

การวางแผนการฝึกงาน และสหกิจศึกษาสำหรับนักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจศูนย์บางนา

อาจารย์ดรรชกร ศรีไพศาล

วัตถุประสงค์ของการฝึกงานและสหกิจศึกษา

  1. เพื่อให้นักศึกษามีโอกาสเรียนรู้และได้รับ ประสบการณ์ชีวิตการทำงานที่แท้จริง
  2. เพื่อให้นักศึกษาได้เตรียมความพร้อมก่อนที่จะจบออกไปทำงาน
  3. เพื่อให้นักศึกษาได้รู้จักการปรับตัวให้เข้ากับ สภาพแวดล้อมภายนอกมหาวิทยาลัย
  4. เพื่อให้นักศึกษานำประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกงานมาประยุกต์ใช้ในการทำงานต่อไป

ปฐมนิเทศ

  1. สร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันในประเด็น การปฏิบัติตัวระหว่างฝึกงาน การเตรียมตัวหลังจากการฝึกงาน ข้อกำหนดในการฝึกงาน การประเมินผลหลังการฝึกงาน
  2. ชี้แจงขั้นตอนเอกสารการขอฝึกงาน จดหมายขอความอนุเคราะห์รับนักศึกษาเข้าฝึกงาน และ จดหมายขอความอนุเคราะห์ส่งตัวนักศึกษาเข้าฝึกงาน
  3. ให้รุ่นพี่ส่งต่อรุ่นน้อง ด้วยการนำเสนอแต่ละสถานที่ที่ได้เข้าฝึกงาน เพื่อให้รุ่นน้องได้รับรู้ และ ทำความเข้าใจในวัฒนธรรมการปฏิบัติงานที่หลากหลาย และ ยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการปฏิบัติงาน และ การปฏิบัติตามระเบียบองค์กร
  4. อธิบายวิธีการกรอกข้อมูลของนักศึกษา และ พี่เลี้ยง , การจัดทำรูปเล่มรายงาน รวมถึงแนวคิดการทำโครงการร่วมกับ ผู้ประกอบการ (เฉพาะสหกิจศึกษา)

การปฏิบัติตัวระหว่างการฝึกงาน

  1. ตรงต่อเวลา
  2. มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น
  3. แต่งกายชุดนักศึกษา กรณีใส่เสื้อช็อปต้องผ่านความเห็นชอบจากบริษัทก่อน
  4. การลากิจ ลาป่วย ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของสถานที่ฝึกงาน
  5. ระมัดระวังในเรื่องการวางตัวและการใช้เครื่องมือสื่อสาร
  6. ไม่ควรต่อรองเรื่องระยะเวลาการฝึกงานหรือ เรียกร้องอภิสิทธิ์ใด ๆ จากสถานที่ฝึกงาน
  7. นักศึกษาควรมีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าคิด กล้าแสดงออกและกล้าตัดสินใจ
  8. ให้ถือเสมือนว่า การฝึกงานก็คือการทำงาน และทำการ ฝึกงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ
  9. การไปฝึกงานของนักศึกษา ถือว่าไปในนามตัวแทนของมหาวิทยาลัยและในนามของคณะฯ ต้องไม่กระทำการ ใด ๆ ที่จะทำให้เสื่อมเสียต่อส่วนรวม
  10. ในระหว่างการฝึกงาน หากมีปัญหาเกี่ยวกับงานต้องการคำปรึกษาเชิงวิชาการ นักศึกษาควรติดต่อกลับมายังอาจารย์ประจำภาควิชา แต่ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับการฝึกงานติดต่อเจ้าหน้าที่หน่วยทะเบียนฯ โดยตรง
  11. หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นระหว่างการฝึกงานให้ติดต่อคณะฯ หรือมหาวิทยาลัย

การเตรียมตัวหลังจากฝึกงาน

  1. ในระหว่างฝึกงานอยู่ นักศึกษาจะต้องรวบรวมข้อมูลพร้อมทั้งจัดทำรายงานฝึกงานควบคู่ไปด้วยเพื่อทำให้รายงานมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
  2. เมื่อกลับจากการฝึกงาน นักศึกษาต้องส่งเอกสารต่าง ๆดังนี้

– สมุดบันทึกการฝึกงาน

– รายงานฉบับสมบูรณ์

  1. นักศึกษาต้องส่งเอกสารตามข้อ หลังกลับจากฝึกงาน และหลังจากการนำเสนอปากเปล่า และ การนำเสนอหน้าชั้นเรียน

ข้อกำหนดในการฝึกงาน

  1. นักศึกษาทุกภาควิชาจะต้องฝึกงานไม่น้อยกว่าที่ กำหนดในหลักสูตร
  2. ให้ผู้ควบคุมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายดูแลระหว่างการฝึกงาน เซ็นต์ชื่อรับทราบการปฏิบัติงานทุกสัปดาห์
  3. 3. ไม่อนุญาตให้มีการลงทะเบียนรายวิชาฝึกงานย้อนหลัง

การประเมินผลการฝึกงาน

  1. 1. การประเมินผลเป็นสัญลักษณ์

S = ผ่าน
U =ไม่ผ่าน

  1. 2. การประเมินผลพิจารณาจาก

– รายงานที่นักศึกษานำเสนอ และ จัดทำ
– ใบรายงานของผู้ควบคุมการปฏิบัติงาน

– ข้อมูลจากคณาจารย์ที่ไปนิเทศนักศึกษาฝึกงาน

 

 

 

ตรวจเยี่ยม(นิเทศ)

ภายหลังจากที่นักศึกษาได้เข้าสู่สถานที่ฝึกงานและได้รับการยืนยันเรียบร้อยแล้ว คณะอาจารย์ผู้รับผิดชอบฝึกงานนักศึกษาจะทำการออกนิเทศตามสถานที่ฝึกงานของนักศึกษา โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เพื่อการเตรียมพร้อมของบุคลากรและผู้ดูแลการฝึกงานรวมทั้งตัวนักศึกษาเอง เพื่อประเมิน ลักษณะของสถานที่ฝึกงานและความเหมาะสมในการฝึกงานตามที่นักศึกษาได้รับมอบหมาย พร้อมรวบรวมข้อมูลการประเมินความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานของนักศึกษา/ผู้ปฏิบัติงานโดยการ

  • ให้คำปรึกษาด้านวิชาการแก่นักศึกษาฝึกงาน
  • ตรวจเยี่ยม ติดตามความก้าวหน้าและปัญหาอุปสรรคในระหว่างการฝึกงาน
  • รายงานปัญหาอุปสรรคแก่อาจารย์ผู้รับผิดชอบการฝึกงาน
  • ประเมินผลการฝึกงานของนักศึกษา และประชุมร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อยุติกรณีที่จำเป็น

ตัวอย่างคำถามสำหรับการนิเทศฝึกงาน

  1. ลักษณะธุรกิจของสถานประกอบการ
  2. พี่เลี้ยงหรือผู้ประสานที่รับผิดชอบชื่ออะไร ดูแลงานไหน ลักษณะงานในแผนกเป็นเช่นไร
  3. นักศึกษาฝึกงานที่แผนกไหน ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานด้านใดบ้าง และตรงสาขาวิชาหรือไม่
  4. มีผู้แดแลนักศึกษา หรือ พี่เลี้ยงหรือไม่
  5. นักศึกษามีความสามารถในการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายอย่างไร
  6. นักศึกษาปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์กรหรือไม่ มีสิ่งใดที่ต้องปรับปรุง
  7. องค์กร ต้องการให้คณะฯ ปรับปรุงประเด็นใดบ้าง เพื่อการจัดส่งนักศึกษาที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการมากที่สุด

ปัจฉิมนิเทศ

หลังจากที่นักศึกษากลับจากจากสถานประกอบการ เป็นการประชุมนักศึกษารวมทั้งมหาวิทยาลัย  เพื่อย้ำเตือนให้นักศึกษาเตรียมเอกสารประกอบการรายงานปากเปล่า และ หน้าชั้นเรียน และ ส่งรูปเล่มเรายงาน รวมถึงการส่งเอกสารการประเมินจากผู้ประกอบการ

นำเสนอ

เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์รระหว่างอาจารย์ และ นักศึกษาที่ฝีกงานด้วยกัน รวมถึงเพื่อเป็นการสรุปผลลัพธ์จากการเข้าฝึกงานของตัวนักศึกษา ทางคณะจึงจัดให้มีการนำเสนอรายงาน 3 รูปแบบคือ

  1. นำเสนอปากเปล่า ต่อหน้าอาจารย์ในคณะฯ เพื่อตรวจสอบทัศนคติในการพบปะผู้คน และ ทัศนคติในการทำงาน ของตัวนักศึกษา และ ยังเป็นการเปิดมุมมอง หรือ ทรรศนใหม่ๆ ให้กับอาจารย์ในคณะทุกท่าน เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงในการเรียนการสอน
  2. หน้าชั้นเรียน โดยใช้ MS Powerpoint ในการนำเสนอ เพื่อให้นักศึกษาได้รู้จักการเรียบเรียงเพื่อการนำเสนอ เป็นการนำเสนอโดยย่อส่วนจากรูปเล่ม เพื่อให้นักศึกษาได้มีทักษะด้านการย่อยข้อมูล และ ทักษะการนำเสนอหน้าชั้นเรียน
  3. ส่งรูปเล่ม เพื่อให้นักศึกษาได้รู้จักการเรียบเรียงเป็นภาษาทางการ
โพสท์ใน คณะบริหารธุรกิจ | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

การวางแผนกิจกรรมร่วมกับการบูรณาการการเรียนการสอนในหลักสูตรบริหารธุรกิจ

การวางแผนกิจกรรมร่วมกับการบูรณาการการเรียนการสอนในหลักสูตรบริหารธุรกิจ

อาจารย์ ดรรชกร ศรีไพศาล

หลักการสำตัญในการพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อให้การดำเนินภาระกิจของสถาบันบรรลุเป้าประสงค์ และ มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และ ยังเป็นหลักประกันแก่สาธารณชนให้มั่นใจว่าสถาบันอุดมศึกษาสามารถสร้างผลผลิตทางการศึกษาที่มีคุณภาพ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของนักศึกษาสอดคล้องกับการประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษาจึงต้องมีการวางแผนกิจกรรมร่วมกับการบูรณาการการเรียนการสอนในหลักสูตรบริหารธุรกิจ ให้ใน 1 กิจกรรมมีความสอดคล้องเชื่อมโยงได้หลายข้อ คือ

  1. การส่งเสริมพันธกิจหลัก และ พันธกิจสนับสนุนของการอุดทศึกษาภายใต้ความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง ว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553
  2. ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาระดับหลักสูตร ระดับคณะ และ ระดับสถาบัน

การวางแผนกิจกรรมของคณะบริหารธุรกิจ จึงมีแนวโน้มโครงการที่ลดจำนวนโครงการลง แต่โครงการที่คงอยู่ทุกโครงการสามารถดำเนินการให้มีความต่อเนื่อง และ สอดรับกับ การส่งเสริมพันธกิจหลัก และ พันธกิจสนับสนุนของการอุดทศึกษาภายใต้ความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง ว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 และ ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาระดับหลักสูตร ระดับคณะ และ ระดับสถาบัน

 

โพสท์ใน คณะบริหารธุรกิจ | ติดป้ายกำกับ , | ใส่ความเห็น