Archive for the ‘ข่าวสาร และประชาสัมพันธ์’ Category

ที่มจร.ลำปาง และอบรมระบบฐานข้อมูลสหกิจศึกษา

Tuesday, May 21st, 2013
ประชุมร่วมกับ วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ในการประชุมวิสามัญของสถาบัน
ประชุมร่วมกับ วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ในการประชุมวิสามัญของสถาบัน

21 พ.ค.56 13.00-14.30น. ร่วมประชุมกับ มจร.วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง นำเสนอโครงการวิจัย การพัฒนาระบบประเมินการเรียนการสอน และสิ่งสนับสนุน วันนี้พระครูเมตตาชวนคุยเรื่องระบบสารสนเทศต่าง ๆ และงานต่อเนื่องที่ทำกันมา วันนี้เป็นประชุมใหญ่วิสามัญของวิทยาลัยสงฆ์ ที่พร้อมหน้าพร้อมตา การไปครั้งนี้แลกมาด้วยการลาประชุมจากคณะฯ ที่กำลังคุยเข้มข้นต่อเนื่องตั้งแต่เช้า เรื่องผลปี 2555 และแผนปี 2556 แต่ในทีมคณะบอกว่าไปได้เลย

http://www.facebook.com/media/set/?set=a.526438530703616.132183.506818005999002

co-op database training
co-op database training

21 พ.ค.56 15.00น. เกือบบ่ายสาม กลับถึงมหาวิทยาลัยก็เข้าอบรมกับ อาจารย์เจนศิริ จันทร์ศิริ และอาจารย์ภูษิต ก้อนสุรินทร์ ออกรส ออกชาติ เพราะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องระบบฐานข้อมูลสหกิจศึกษา ทั้งสองท่านก็พูดเก่งครับ ก็เลยเป็นเวทีที่เน้นการแลกเปลี่ยนแบบสองทาง แทนที่จะเป็นการอบรมแบบฟังอย่างเดียว .. แต่มาไม่ทันเข้ากล้องพี่นิเวศน์ ที่เก็บภาพสวย ๆ ไปก่อนหน้านี้

co-op database training
co-op database training

อาจารย์เจนศิริ จันทร์ศิริ หัวหน้าสำนักงานบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยพายัพ คณะทำงานเครือข่ายส่งเสริมการพัฒนาสหกิจศึกษา ในสถาบันอุดมศึกษาภาคเหนือตอนบน และหัวหน้างานพัฒนาสหกิจศึกษาออนไลน์ และอาจารย์ภูษิต ก้อนสุรินทร์ หัว หน้างานเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา มหาวิทยาลัยพายัพ จัดโครงการพัฒนาสหกิจศึกษาออนไลน์ร่วมกับเครือข่ายส่งเสริมการพัฒนาสหกิจ ศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาภาคเหนือตอนบน ครั้งที่ 1 โดยมีสถาบันเครือข่ายฯ เข้าร่วมทดสอบรวม 5 สถาบัน ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, วิทยาลัยอินเตอร์เทคลำปาง, วิทยาลัยชุมชนแพร่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (ลำปาง) และมหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง ณ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 1 อาคารคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง เมื่อวันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม 2556 เวลา 13.30 – 16.30
ข่าวโดยพี่นิเวศน์
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=463943940349363&set=a.232673853476374.55211.228245437252549

ประชุมสหกิจคริสเตียนเขตภาคเหนือ

Monday, May 20th, 2013
ห้อง 1208

ห้อง 1208

20 – 21 พ.ค.2556
มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง ให้การต้อนรับสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย
โดยคณะกรรมการสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย จังหวัดลำปาง
เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม “ครอบครัวสหกิจคริสเตียนสู่มวลชนเขตภาคเหนือ ประจำปี 2556”
ประกอบด้วย 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน
คือ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา อุตรดิตถ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และลำปาง กว่า 300 คน
ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 อาคารคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง
ในระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2556
โดยใช้ห้องประชุมใหญ่ อาคารคณะบริหารธุรกิจ เป็นห้องประชุม
และค้างคืนที่ห้อง 1203 และ 1208 เป็นเวลา 1 คืน

สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย

สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย

คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ ม.เนชั่น ใน สยามสาระพา

Sunday, May 19th, 2013
คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเนชั่น
คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเนชั่น

คลิ๊ปรายการสยามสาระพา ตอน เปิดโลกการศึกษากับ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเนชั่น ออกอากาศวันที่ 3 พฤษภาคม 2556 ทาง Nation Channel ดำเนินรายการโดยคุณวรรณศิริ ศิริวรรณ

ได้พบกับ อ.เบญจวรรณ นันทชัย คณบดี ที่วิ่งออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพ  และอาจารย์ประจำ 3 ท่านได้แก่ อ.สกุลศักดิ์ อินหล้า อ.พฤกษ์ศราวุธ จักสวย และ อ.ฉัตรชัย หมื่นก้อนแก้ว โดยนำชมห้องสุขภาพ และการทำกิจกรรม การเรียนที่ฝึกปฏิบัติจริงของนักศึกษา

คณะนิเทศศาสตร์ ม.เนชั่น ใน สยามสาระพา

Sunday, May 19th, 2013
คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น
คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น

คลิ๊ปรายการสยามสาระพา ตอน เปิดโลกการศึกษากับ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น ออกอากาศวันที่ 10 พฤษภาคม 2556 ทาง Nation Channel ดำเนินรายการโดยคุณวรรณศิริ ศิริวรรณ

ได้พบกับ อ.อดิศักดิ์ จำปาทอง รองคณบดี จัดรายการวิทยุในห้องสถานีวิทยุเสียงลำปาง 104.25 MHz โดยเล่าถึงกิจกรรมที่นักศึกษาจะได้ทำระหว่างเรียนทั้งเป็นผู้จัดรายการ เขียนข่าว ทำรายการทีวีในห้องสตูดิโอของมหาวิทยาลัย

คณะบริหารธุรกิจ ม.เนชั่น ใน สยามสาระพา

Sunday, May 19th, 2013
คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเนชั่น
คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเนชั่น

คลิ๊ปรายการสยามสาระพา ตอน เปิดโลกการศึกษากับ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเนชั่น ออกอากาศวันที่ 17 พฤษภาคม 2556 ทาง Nation Channel ดำเนินรายการโดยคุณวรรณศิริ ศิริวรรณ

ได้พบกับ อ.ชินพันธ์ โรจนไพบูลย์ รองคณบดี อ.นงลักษณ์ สุวรรณวิชิตกุล หัวหน้าสาขาการตลาด อ.จักรกฤษณ์ ตันติพงศ์ สาขาการบัญชี   บริเวณริมอ่างตระพังดาว โดยเล่ากิจกรรมการเรียนการสอน การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

เกณฑ์คัดเลือกช่องทีวีสาธารณะในระบบดิจิทัล

Friday, May 17th, 2013
วนิดา วินิจจะกูล
วนิดา วินิจจะกูล

เป็น ข่าวกันไปพอสมควรแล้ว สำหรับ ทีวีสาธารณะในระบบดิจิทัล ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช.

เปิดเผยว่าจะมีทั้งหมด 12 ช่อง โดยกำหนดค่อนข้างแน่นอนแล้ว 6 ช่อง โดย 4 ช่องแรกเป็นช่องที่เราคุ้นเคยกันอยู่ คือ 5, 7,11 และ ไทยพีบีเอส (ภายใต้เงื่อนไขต้องคืนคลื่นอนาล็อกก่อน) ส่วนอีก 2 สำหรับช่องเพื่อความปลอดภัย และช่องเพื่อความมั่นคง ว่ากันว่าเป็นไปตาม พ.ร.บ.กลาโหม

http://bit.ly/10DG6aJ
ทั้ง 6 ช่องนี้ สมควรได้รับจัดสรรคลื่นโดยอัตโนมัติหรือไม่ เป็นประเด็นที่ยังต้องถามหาความชอบธรรม

ส่วน ที่เหลืออีก 6 ช่อง ที่ กสทช. จะพิจารณาให้องค์กรหรือหน่วยงานใดนั้น ก็ยังไม่มีหลักเกณฑ์กติกาการคัดเลือกแต่อย่างใด แต่สุภิญญา กลางณรงค์ เสียงข้างน้อยอีกเช่นเคย เห็นว่า กสทช. ควรมีหลักเกณฑ์ที่แน่นอน เพื่อความโปร่งใส กรรมการตัดสินจะได้มีหลักยึด ดังนั้น การจัดเวทีระดมสมองเรื่อง “เกณฑ์การคัดเลือกผู้เหมาะสมให้ใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์สำหรับการประกอบกิจการบริการสาธารณะ” หรือรู้จักกันในชื่อ “บิวตี้คอนเทสต์” ที่ กสทช. สุภิญญา ในฐานะกรรมการคนหนึ่ง พยายามทำให้การตัดสินใจของ กสทช. ต่อเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่ซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติที่สามารถนำไปหา มูลค่าได้มหาศาล มีความโปร่งใส สังคมตรวจสอบได้

เกณฑ์การคัดเลือกผู้เหมาะสมให้ใช้คลื่นความถี่ฯ ในกิจการสาธารณะ ที่ทีมงาน กสทช.สุภิญญา จัดทำเป็นร่างมาให้เวทีระดมความคิดเห็นนั้น ประกอบด้วย 6 ด้าน คือ 1. ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ 2. การผลิตรายการและที่มาของเนื้อหารายการ 3. ความทั่วถึง 4. แหล่งเงินทุนและการใช้เงินทุน 5.กลไกการติดตามตรวจสอบภายในองค์กร และ 6.การมีส่วนร่วมและการคุ้มครองผู้บริโภค

ในเวทีได้อภิปรายและเสนอข้อคิดเห็นมากมาย แต่โดยส่วนตัวนั้น สนใจมากๆ ใน 2 ประเด็น

ประเด็นแรก คือ เรื่องเกี่ยวกับศักยภาพหน่วยงานที่จะเสนอตัว ซึ่งเวทีเสนอในประเด็นนี้ค่อนข้างเยอะ

ประเด็นที่สอง คือ เรื่อง “ความคิดสร้างสรรค์” ที่ดูเหมือนจะไม่มีตัวอักษรใดในร่างที่สื่อถึงเรื่องนี้เลย ในตอนท้าย ตัวเองจึงได้เสนอความเห็นไปว่า…

คิด ว่าการกำหนดเกณฑ์เหล่านี้ไม่ควรเป็นไปเพื่อการหาทีวีสาธารณะที่ดีที่สุด แต่ต้องหาทีวีสาธารณะที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ฉะนั้นการเข้าถึงก็ดี เกณฑ์คุณภาพต่างๆ ที่พูดถึงก็ดี รู้สึกว่ากำลังจะได้ช่องที่ลงทุนไปแล้วจะไม่มีคนดูมากนัก อยากให้ช่วยกันคิดว่า ทำอย่างไรจึงจะถ่วงดุลให้ได้ระหว่าง 3 มุมนี้ คือ

หนึ่ง ทำอย่างไรให้ผู้เสนอตัว มีทุนที่จะยืนระยะได้ หมายความว่า ทำอย่างไรให้ประชาชนอยากเข้ามาชมรายการคุณภาพ คุ้มค่ากับการเผาเวลาไปนาทีละ 2 แสน หรือวันละ 5 ล้าน (ข้อมูลจากเวที) มันมหาศาลนะ ฉะนั้นถ้าให้เขามาลงทุนแล้วบอกไม่ให้หากำไร ไม่ให้หารายได้ หรือหาได้เท่าที่จำเป็น แล้วใครจะเข้ามาเพราะว่ามันไม่น่าจูงใจเลย ฉะนั้น ทำอย่างไรให้ผู้เสนอมีรายได้พอที่จะยืนระยะในการพัฒนารายการและสถานีให้ดี ขึ้นในอนาคต ซึ่ง กสทช.อาจจะดูเรื่องการให้ทุนอุดหนุนบางส่วน หรือให้มีโฆษณาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ผลิตรายการที่ด้อยคุณภาพหรือเรียกแต่เรตติ้ง

สอง ที่ต้องให้น้ำหนักด้วย คือ “คุณค่าต่อสังคม” ทั้งการเป็น “พลเมือง” หรือการให้ทุกภาคส่วนได้มีโอกาสเข้ามาใช้หรือเกิดประโยชน์ต่อสังคมจริงๆ ประเด็นนี้พูดกันค่อนข้างเยอะแล้ว

สาม ที่ไม่ค่อยมีคนพูดกัน แต่คิดว่าต้องให้ความสำคัญมากที่สุดอีกมุมหนึ่งด้วย คือ เรื่อง ความคิดสร้างสรรค์ ที่รายการออกมาแล้วดูสนุก หรือทำออกมาแล้วมีคนอยากดู จะเรียกว่าเรตติ้งก็ได้ พูดถึงเรตติ้งอาจจะดูเป็นเชิงลบ แต่ความคิดสร้างสรรค์อยู่ในเกณฑ์ข้อไหน เพราะร่างที่ทีมงาน กสทช.สุภิญญา นำเสนอมา ยังไม่เห็นประเด็นนี้

ตอน นี้ประชาชนเลือกดูทีละรายการแล้ว เขาดูยูทูป เขาไม่ดูทั้งสถานี ไม่ดูทั้ง 24 ชั่วโมง ไม่ดูตามเวลาที่ออกอากาศ แต่เข้ามาเลือกดูภายหลังได้ ในรายการที่เขาชอบ ฉะนั้น การที่เขาจะเข้ามาดูช่องทีวีสาธารณะ นั่นแปลว่ารายการต้องโดนเขาจริงๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ต้องให้น้ำหนักให้ได้ระหว่าง 3 มุมที่ว่านี้ คือ 1.ให้มีเงินทุนที่จะยืนระยะได้จริงและมีแผนเลี้ยงตัวเองได้จากแหล่งไหนก็ตาม 2.คุณค่าที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมจริงๆ ไม่ใช่แค่เกิดช่องละครหรือรายการที่มีอยู่แล้วในกระแสหลัก และ 3.เรื่องความคิดสร้างสรรค์ ที่จะทำให้คนเข้ามาชมรายการมีคุณภาพอย่างที่ตั้งใจกัน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะทำให้เกิดประสิทธิภาพจริง ๆ ของการลงทุนและการใช้ทรัพยากรสาธารณะ

สุดท้ายที่ ประชุมสรุปเกณฑ์ออกมาได้ 5 ด้าน คือ ด้านที่เกี่ยวกับองค์กร ด้านเทคนิค ด้านเนื้อหา ด้านการเงิน และด้านธรรมาภิบาล ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรติดตามได้จากผลการประชุมของบอร์ด กสทช.เร็ว ๆ นี้

เขียนโดย วนิดา วินิจจะกูล ในกรุงเทพธุรกิจ

ไล่ล่า มืออาชีพ

Friday, May 17th, 2013
จักร์กฤษ เพิ่มพูล
จักร์กฤษ เพิ่มพูล

โฆษณาทั้งชวนเชื่อ และชวนด้วยความเชื่อจริงๆ ในเรื่องการ “เรียนกับมืออาชีพ” นับเป็นปรากฏการณ์ร่วม ที่เกิดขึ้นมายาวนานแล้ว ในสถาบันการศึกษาต่างๆ เพราะความคิดเรียนเพียงเพื่อกระดาษหนึ่งแผ่น จบแล้วไม่มีงานทำ โดยเฉพาะในสาขาทางด้านสังคมศาสตร์ที่ว่ากันว่าเรียนง่าย จบง่ายนั้น บั่นทอนขวัญและกำลังใจของผู้เรียนไม่น้อย

http://bit.ly/165e7cO

ภาพประกอบจาก http://mediainsideout.net/local/2013/04/121

เนื่องเพราะเมื่อจบแล้ว ไม่สามารถเข้าสู่ระบบงานได้ทันที เพราะเรียนมาอย่างหนึ่ง แต่ในงานเป็นอีกอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะในสาขานิเทศศาสตร์ ที่หมุนไปไม่ทันโลกแห่งเทคโนโลยีการสื่อสาร

ฉะนั้น การเรียนรู้กับมืออาชีพ จึงเป็น “ข้อเสนอ” และทางเลือกของผู้บริหารสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างแรงจูงใจว่า นักศึกษาจะได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์โดยตรง จากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง หรือในสภาพบรรยากาศสถานที่ทำงานจริง และเมื่อจบแล้ว มีหลักประกันว่าจะได้ทำงานแน่นอน แต่ประเด็น ก็คือ สิ่งเหล่านี้มีอยู่จริงหรือไม่ สถาบันการศึกษาใด จะมีมืออาชีพเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตบัณฑิตได้มากน้อย จริงจังเพียงใด

คำว่า “มืออาชีพProfessional หรือ Professionalism คืออะไรแน่ มีคนนิยามคำนี้ไว้หลากหลาย ถ้านิยามอย่างรวบรัด ก็อาจจะพูดได้ว่า เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในเรื่องนั้น และที่อาจไม่ค่อยได้พูดถึงนัก ก็คือต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ด้วย แต่ เพียงเท่านี้คงยังไม่เพียงพอที่จะบอก คุณลักษณะของมืออาชีพ เพราะดูเหมือนว่า ความเป็นมืออาชีพยังปะปนกับคำว่า อาชีพ หรือกระทั่งคำว่า “วิชาชีพ” เมื่อกล่าวถึงในบริบทของสื่อสารมวลชน

นอกจากคำว่า “อาชีพ” “วิชาชีพ” แล้ว เมื่อพูดถึงงานด้านสื่อสารมวลชน ยังมีคำว่า “อาชีวปฏิญาณ” อีกคำหนึ่ง คำสามคำนี้ ต่างกันอย่างไร

คำว่า อาชีพ หมายถึง การทำกิจกรรม การทำงานที่ไม่เป็นโทษกับสังคมและมีรายได้ตอบแทนโดยอาศัย แรงงาน ความรู้ ทักษะ อุปกรณ์ เครื่องมือ วิธีการแตกต่างกันไป ส่วนวิชาชีพนั้น หมายถึง งานที่อุทิศจิตวิญญาณให้กับงาน ต้องอาศัยการอบรมสั่งสอนมานาน เป็นงานที่มีแบบแผนและจรรยาของหมู่คณะ จุดเน้นวิชาชีพคืออาชีพที่ต้องมีจรรยาบรรณ หากประกอบวิชาชีพขัดต่อจรรยาบรรณแล้ว จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อสังคม เช่น ครู หมอ นักกฎหมาย ตำรวจ ทหาร รวมทั้งสื่อมวลชน

สำหรับ อาชีวปฏิญาณ เป็นศัพท์บัญญัติ ซึ่งยังอ้างอิงไม่ได้ชัดว่าใครคือต้นกระแสธาร แต่ครูหนังสือพิมพ์รุ่นใหญ่พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร กล่าวถึงบ่อยครั้ง คือ “…การ ปฏิญาณตนต่อสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า จะประกอบอาชีพตามธรรมเนียมที่วางไว้เป็นบรรทัดฐาน หาใช่เป็นการทำมาหากิน หรือทำมาหาเลี้ยงชีพ แต่เพียงอย่างเดียว

กล่าวอย่าง รวบรัด การเรียนกับมืออาชีพ หมายถึงการเรียนกับผู้ที่มีประสบการณ์ตรงในอาชีพนั้น ซึ่งในที่นี้จะพูดถึงในเรื่องอาชีพสื่อสารมวลชน ในคณะที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเรียกชื่อว่านิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ สื่อสารมวลชน หรือยังคงมีฐานะเป็นโปรแกรมในคณะวิทยาการจัดการ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏบางแห่งก็ตาม แต่ในโลกความเป็นจริง สถาบันการศึกษาจำนวนไม่น้อย ยังขาดแคลนมืออาชีพที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์จริงไปพร้อมๆ กับการสอนทฤษฎีหรือหลักการในห้องเรียน

แต่ ในทางตรงกันข้าม นักวิชาชีพส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีทักษะในการสอน หรือสามารถอธิบายถ่ายทอดประสบการณ์ได้อย่างเห็นภาพ เหมือนอาจารย์อาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในการเรียนการสอน นับเป็นเหรียญสองด้านที่ยังถกเถียงกันอยู่

คำว่า “เรียนกับมืออาชีพ” จึงยังเป็นคำที่ต้องค้นหาความหมายที่แท้จริงกันต่อไป แต่ในทางทฤษฎีการเรียนจากของจริง ฝึกปฏิบัติจริงและทำจริง นั่นคือสุดยอดของการเรียนแน่นอน

คิดก่อนโพสต์ในเฟสบุ๊ค

Saturday, April 20th, 2013

เฟสบุ๊คไม่ใช่ที่ส่วนตัวอีกต่อไป
Posted on April 20, 2013 by 
กรณีผู้จัดการโรงภาพยนตร์กับลูกค้า

กรณีผู้จัดการโรงภาพยนตร์กับลูกค้า

http://www.manager.co.th/lite/ViewNews.aspx?NewsID=9560000046526

ผู้ใช้เฟสบุ๊คหลายคนคงเชื่อฝังหัวว่า เฟสบุ๊คคือพื้นที่ส่วนตัว จะบ่น จะด่าอะไรก็ได้ เป็นที่ระบายอารมณ์ให้เพื่อนฟังอย่างเสรี ไร้ปัญหาแน่นอน จะถ่มน้ำลายขึ้นฟ้า โทษฟ้า โทษดินก็ทำได้ เพราะไม่ใช้ชื่อจริง ไม่ใช้ภาพจริง แล้วหลายคนก็ประกาศไว้ว่าถ้าไม่อยากติดต่อ ไม่พอใจในการเป็นเพื่อนก็ให้กดปุ่ม unfriend ยกเลิกความสัมพันธ์ได้ทันที ซึ่งความจริงไม่เป็นเช่นนั้นไปทั้งหมด มีกรณีปัญหาจากการโพสต์ไม่คิดเกิดขึ้นมาแล้ว อาทิ ด่าเจ้านายก็ถูกไล่ออก ครูชายชมนักเรียนหญิงก็ถูกไล่ออก พนักงานด่าลูกค้าก็ถูกไล่ออกแม้ใช้ชื่อปลอม หรือภาพประจำตัวปลอมก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ซึ่งสามกรณีข้างต้นเกิดขึ้น และถูกแบ่งปันกันอย่างแพร่หลาย

ในต่างประเทศเมื่อเกิดข้อพิพาทก็จะผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน แต่ที่ประเทศไทยเกิดข้อพิพาทระหว่างผู้จัดการโรงภาพยนตร์กับลูกค้าย่านพระราม 3 เมื่อกลางเดือนเมษายน 2556 เป็นเหตุให้ผู้จัดการพิจารณาตนเองแล้วลาออกไป จากนั้นอีก 2 วันพนักงาน 2 คนก็ถูกให้ออก แบบประกาศผ่านเครือข่ายสังคม เพราะมีเหตุมาจากเครือข่ายสังคมที่พนักงานไปแสดงความเห็นว่าเบื่องาน และพูดถึงลูกค้าด้วยวาจาไม่เหมาะสม ซึ่งเชื่อว่าผู้ถูกพิจารณาให้ออกงานจะไม่ยื่นอุทธรณ์ แล้วโรงภาพยนตร์ก็ประกาศเป็นการแสดงความรับผิดชอบ และแก้ไข เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าในการให้บริการที่มีคุณภาพต่อไป

เคยมีคนกล่าวว่า การเขียนในเครือข่ายสังคม โดยเฉพาะเฟสบุ๊คเสมือนเขียนด้วยปากกา ไม่ใช่ดินสอ เพราะเกิดเรื่องมาแล้วลบด้วยยางลบไม่ได้ แล้วมากกว่าครึ่งหนึ่งของคนไทยก็จะเขียนด้วยสำนวนที่เป็นกันเองมากเกินไป เหมือนเขียนไว้อ่านคนเดียว ไม่คำนึงว่าเพื่อนนับร้อยนับพันที่เคยรับไว้เป็นเพื่อน นั้นมีเพื่อนของเพื่อน ญาติ ครู อาจารย์ ลูกค้า เจ้านาย หรือผู้สูงอายุอยู่ในกลุ่มได้รับข้อความเหล่านั้น เมื่อเคยชินกับการใช้ถ้อยคำที่ไม่ได้กลั่นกรอง ก็อาจมีบางครั้งเขียนข้อความที่ผู้อ่านบางคนยอมรับไม่ได้ แล้วถ้าผู้อ่านคือหัวหน้า เจ้านาย หรือลูกค้าก็อาจนำไปเขียนซ้ำ (repost) แบ่งปัน (share) หรือเก็บจอภาพ (capture) ไปเผยแพร่ต่อ ย่อมเป็นความเสียหายที่ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ก็หวังว่าเพื่อนชาวไทยจะใช้ความระมัดระวังในการเขียนเรื่องราวลงไปในเครือข่ายสังคมเพิ่มขึ้น

งานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง 2556

Wednesday, April 10th, 2013
ชุดไทยย้อนยุค

ชุดไทยย้อนยุค

ในคลิ๊ป นาทีที่ 6.23

ในคลิ๊ป นาทีที่ 6.23

นักศึกษา มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง ร่วมการแสดง แสง สี เสียง ในพิธีเปิดงานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง เพื่อร่วมสืบสานประเพณีปีใหม่เมืองนครลำปาง ณ ข่วงนครลำปาง ห้าแยกหอนาฬิกา ในวันที่ 9-10 เมษายน 2556

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=447937818616642&set=a.447937738616650.1073741855.228245437252549

สลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง

สลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง

การแข่งขัน NJ Spelling bee 2013 รอบคัดเลือกประจำภาคเหนือตอนบน

Tuesday, April 9th, 2013

การแข่งขัน NJ Spelling bee 2013
ครั้งที่ 16
ชิงรางวัลทุนการศึกษาเรียนภาษาอังกฤษ ณ ต่างประเทศ
รอบคัดเลือกประจำภาคเหนือตอนบน
ระหว่าง 25 – 27 กรกฎาคม 2556
ณ มหาวิทยาลัยเนชั่นลำปาง และ มหาวิทยาลัยนเรศวร
http://www.njspellingbee.net/


23 พฤศจิกายน 2555 ชมภาพยนตร์เรื่อง spell bound
กิจกรรมร่วมกับสถานทูตอเมริกัน .. มาปี 2556 ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขัน
http://blog.nation.ac.th/?p=2380

ประวัติความเป็นมา
http://www.njspellingbee.net/aboutus.php

จาก การแข่งขันที่มีผู้เข้าร่วมแข่งขันเพียงแค่กลุ่มเล็กๆ แต่หลังจากที่ได้จัดต่อเนื่องกันมาเป็นเวลา 13 ปี โครงการ NJ Spelling Bee ซึ่งเป็นการแข่งขันสะกดคำภาษาอังกฤษของนักเรียนมัธยมปลาย ได้กลายเป็นการแข่งขันที่ได้รับการยอมรับจากทั้งนักเรียนและอาจารย์จากทั่ว ประเทศ นอกจากจะเป็นโครงการใหญ่ประจำปีของ NJ แล้ว Spelling Bee ยังอยู่คู่กับนิตยสารมานานกว่าทศวรรษ โดยเริ่มจัดเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2541 โดยในแต่ละปีที่ผ่านมานั้น เราได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาครัฐ และเอกชน รวมไปถึงสถานศึกษาต่างๆ เป็นอย่างดีตลอดมา

ณ จุดเริ่มต้น NJ Spelling Bee ถูกจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะและความรู้ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะด้านการฟังและการสะกดคำ ให้กับนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยจัดการแข่งขันออกไปตามภูมิภาค ต่างๆ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคกลาง เช่นเดียวกับในปัจจุบัน โดยรูปแบบการแข่งขันแบ่งออกเป็น การสะกดคำด้วยการเขียนในรอบคัดเลือก และการสะกดคำด้วยปากเปล่าในรอบชิงชนะเลิศ และพิธีกรหลักคนแรกในการแข่งขันนี้ก็คือ แอนดรูว์ บิกสส์ บรรณาธิการของ NJ ในยุคนั้น ซึ่งเป็นซูเปอร์สตาร์คนแรกๆ ของวงการการสอนภาษาอังกฤษในบ้านเรา หลังจากนั้น NJ Spelling Bee ได้มีพิธีกรหน้าใหม่ฝีมือดีอีกหลายคนมาร่วมสร้างสีสันให้กับการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น ‘คริส’ คริสโตเฟอร์ ไรท์ คุณครูภาษาอังกฤษสุดแนวเจ้า ของรายการทอล์คโชว์ Chris Unseen The Show หรือ ‘พี่เต้’ สุผจญ กลิ่นสุวรรณ จากรายการโทรทัศน์ English Breakfast ซึ่งเป็นพิธีกรคนปัจจุบันของเรา

ถึง แม้ว่าจำนวนนักเรียนในแต่ละภูมิภาคที่เข้าร่วมการแข่งขันในยุคแรกๆ จะมีเพียงแค่หลักร้อยต้นๆ เท่านั้น แต่ด้วยรางวัลใหญ่ที่แชมป์และรองแชมป์ระดับประเทศจะได้รับ ซึ่งก็คือ ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ  พร้อมทุนการศึกษาไปเรียนภาษาอังกฤษในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก อย่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์ ก็เป็นสิ่งล่อใจเหล่าผึ้งน้อยนักสะกดคำได้เป็นอย่างดี ทำให้จำนวนผู้เข้าแข่งขัน NJ Spelling Bee จึงเพิ่มขึ้นทุกปี อย่างในปีล่าสุดนี้มีผู้เข้าชิงชัยในการแข่งขันระดับภูมิภาคในบางภาคมากถึง เกือบพันคน

ในรอบ 12 ปีที่ผ่านมาของ NJ Spelling Bee ท่ามกลางผู้เข้าแข่งขันจำนวนมากนี้ เชื่อหรือไม่ว่ามีหลายคนที่กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็น ที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น ‘น้องเอมี่’ อาเมเรีย จาคอป มิสทีนไทยแลนด์ปี 2006 ซึ่งโด่งดังจากละครทีวี ธิดาวานร หรือแม้กระทั่งอนาคตคุณหมอเสียงดีแห่งค่าย The Star 6 ‘น้องริท’ เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช ก็เคยเข้าร่วมแข่งขันสะกดคำกับ NJ ด้วยเหมือนกัน

จากความ สำเร็จและการตอบรับที่ได้รับมาตลอด ทำให้เรามีความตั้งใจที่พัฒนา Spelling Bee ให้เป็นการแข่งขันที่ทันสมัยและเข้าถึงนักเรียนทั่วประเทศอย่างแท้จริง โดยในปีนี้จะเป็นปีแรกที่รูปแบบการแข่งขันจะก้าวไปสู่ยุคดิจิตัล โดยเราได้จัดให้การแข่งขันรอบคัดเลือกเป็นการแข่งแบบออนไลน์ขึ้นเป็นครั้ง แรก ผ่านทางเว็บไซต์ www.247friend.net ช่องทางนี้จะเปิดกว้างให้กับนักเรียนที่สนใจเข้าร่วมแข่งขัน แต่ที่ผ่านมาอาจติดขัดด้วยปัญหาบางประการ เช่น การเดินทาง ค่าใช้จ่าย รวมถึงความไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง ได้ทดสอบฝีมือกันก่อน ซึ่งไม่ว่าผู้เข้าแข่งขันจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเพียงใด ขอเพียงมีคอมพิวเตอร์บวกกับสัญญาณอินเทอร์เน็ต ก็สามารถเข้าร่วมแข่งขันการสะกดคำภาษาอังกฤษกับ NJ ได้แล้ว และจากตัวเลขผู้เข้าร่วมแข่งขันรอบคัดเลือกออนไลน์ ที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากผู้สมัครในปีที่แล้ว ยิ่งทำให้เรามั่นใจว่า NJ Spelling Bee ในยุคดิจิตัลนี้จะเป็นสื่อให้เราสามารถเข้าถึงผู้สนใจทั่วประเทศอย่างแท้ จริง

หลังจากที่การแข่งขันรอบคัดเลือกออนไลน์ได้ผ่านไปแล้ว ในตอนนี้เราได้ตัวแทน 500 คนจากแต่ละภาค เพื่อเดินทางมาแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาค เพื่อเฟ้นหาคนเก่ง 25 คนเพื่อไปแข่งในรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศต่อไป โดยตำแหน่ง Champ of the Year ประจำปีนี้จะได้รับทุนการศึกษาไปเรียนภาษาอังกฤษ ณ Eltham College ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เป็นเวลา 4 สัปดาห์ และอาจารย์ที่ปรึกษาของแชมป์จะได้ไปดูงานการสอนภาษาอังกฤษที่สถาบันเดียวกัน เป็นเวลาถึง 2 สัปดาห์

การแข่งขันออนไลน์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เวบไซต์ www.njspellingbee.net ที่เพิ่งเปิดขึ้นในปีนี้ จะเป็นศูนย์รวมข่าวสาร ความเคลื่อนไหวต่างๆ ของการแข่งขันในปีนี้ ทั้งอาจารย์และนักเรียนจากทุกภาคสามารถที่จะใช้พื้นที่ตรงนี้เพื่อแลก เปลี่ยนความคิดเห็น เคล็ดลับในการฝึกซ้อมและแข่งขัน รวมถึงบอกเล่าเรื่องราวของโรงเรียนของตัวเองให้เพื่อนๆ ทั่วประเทศได้รับรู้กัน แต่ที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ การเปิดตัว NJ Spelling Bee Game and Tutor ซึ่งนอกจากจะเป็นเกมสะกดภาษาอังกฤษออนไลน์ที่ใครได้ลองเล่นแล้ว รับรองได้ว่าต้องติดใจ จนเลิกเล่นกันไม่ได้เลยทีเดียว เกมนี้ยังได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการฝึกฝนและเตรียมตัวสำหรับผู้เข้าแข่ง ขันอีกด้วย

รีบลงทะเบียนกับ www.njspellingbee.net วันนี้ แล้วก็เริ่มฝึกซ้อมเตรียมตัวแข่งกันได้เลย