Archive for the ‘วิจัยพัฒนา’ Category

ผลการสังเคราะองค์ความรู้จากงานวิจัย

Thursday, May 23rd, 2013

ชื่องานวิจัย “พฤติกรรมการเรียนที่มีผลต่อความสำเร็จของการจัดทำโครงงานระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์”
ประเภทการวิจัย การวิจัยในชั้นเรียน
ผู้วิจัย อาจารย์เกศริน อินเพลา
หน่วยงาน สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
ผู้สนับสนุนทุนวิจัย มหาวิทยาลัยเนชั่น
วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเรียนที่มีผลต่อความสำเร็จของการจัดทำโครงงานระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ของนักศึกษา
สรุปผลการวิจัย การศึกษาพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษาที่มีผลต่อความสำเร็จของการจัดทำโครงงานระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ (CPIS 412) มหาวิทยาลัยเนชั่น โดยใช้แบบสอบถามแบบ Rating Scale ตามวิธีของ Likert scale 5 ระดับ พบว่า พฤติกรรมการเรียนอยู่ในระดับน้อย การจัดการเวลาในการเรียนในระดับปานกลาง และมีความวิตกกังวลในระดับมากกับในการสอบป้องกันโครงงาน การมีสมาธิและการเอาใจใสต่อการเรียนอยู่ในระดับปานกลาง กระบวนการรวบรวมข้อมูลและการกระตือรือร้นในการค้นหาความรู้ในระดับมาก การเลือกใจความสำคัญและการจดจำเนื้อหาที่สำคัญในระดับปานกลาง การใช้เทคนิคและเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ช่วยเหลือในการเรียนในระดับปานกลาง การทดสอบตนเอง การทบทวนและการเตรียมตัวในการเรียนในระดับปานกลาง และการเตรียมตัวสอบในระดับปานกลาง
ผลการสังเคราะห์งานวิจัย (องค์ความรู้จากการวิจัย)
การศึกษาพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษา ในรายวิชาโครงงานระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ (CPIS 412) มหาวิทยาลัยเนชั่น ได้องค์ความรู้ในภาพรวมด้านพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการเรียนของนักศึกษา ดังนี้
องค์ความรู้ที่ได้
1.การเอาใจใส่ การบริหารจัดการเวลา และความกระตือรือร้นในการค้นคว้า นำเสนอความก้าวหน้า อยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง
2.ความเข้าใจในเนื้อหา การเชื่อมโยงความคิดอย่างเป็นระบบ และความรู้ในการใช้โปรแกรม อยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง
แนวทางในการแก้ปัญหา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถทำโดย
1.ควรจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดทัศนคติที่ดีต่อการเรียน ให้นักศึกษาเห็นคุณค่าของการเรียนแต่ละรายวิชาและประโยชน์ที่จะได้รับหลังจากสำเร็จการศึกษารวมถึงการได้งานทำที่ดี และการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในอนาคต
2.การสร้างแรงจูงใจในการเรียน เช่น การนำรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จมาเล่าถึงประสบการณ์การเรียน วิธีการเรียน
3.ชี้แจ้งให้นักศึกษาทราบถึงนโยบายในการจัดตารางเรียนตารางสอบของมหาวิทยาลัย และความสำคัญของการเรียนที่จะได้รับในแต่ละวิชา เพื่อให้นักศึกษาได้ปฏิบัติตามตารางเรียนของมหาวิทยาลัย
4.จัดกลุ่มติว เพื่อนสอนเพื่อน พี่สอนน้อง เพื่อไม่ให้นักศึกษาเกิดความวิตกกังวลในการเรียนและการสอบ และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักศึกษามากยิ่งขึ้น
5.จัดศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาด้านต่าง ๆ ของนักศึกษา หรือให้อาจารย์ที่ปรึกษาติดตามนักศึกษาที่มีปัญหา ให้เข้ามาขอคำปรึกษาและนำไปแก้ปัญหา เพื่อให้นักศึกษารู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ
6.จัดอบรมเสริมทักษะด้านการรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลที่เชื่อมไปหาเหตุผลของหลักการและทฤษฎีต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาเกิดทักษะในการลำดับเนื้อหา ขั้นตอนการวิเคราะห์และเชื่อมโยงหาเหตุผล
7.ให้อาจารย์ผู้สอนกระตุ้นนักศึกษาขณะที่เรียน มีการให้ขีดเส้นข้อความที่สำคัญ หรือเน้นยำ เพื่อให้นักศึกษาได้ขีดเส้นข้อความที่สำคัญหรือโน้ตสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้นักศึกษาได้นำไปศึกษาทบทวน และค้นคว้าเพิ่มเติมต่อไป
8.จัดอบรมเสริมทักษะด้านเทคนิคและอุปกรณ์ช่วยเหลือทางการเรียน เช่น เทคนิคการสรุปความเกี่ยวกับบทเรียนอย่างเข้าใจด้วยตนเอง
9.ให้อาจารย์ผู้สอนสรุปการเรียนในแต่ละวิชาหลังจากที่สอนเสร็จแล้ว เพื่อเพิ่มความเข้าใจให้กับนักศึกษาที่ยังไม่เข้าใจและนักศึกษาที่สามารถสรุปด้วยตนเองได้แล้วก็จะพิจารณาว่าสรุปตรงกับอาจารย์ที่สรุปหรือไม่
ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาวิจัย ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการทำวิจัยเรื่อง ทัศนคติในการเรียนของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเนชั่น
2. ควรมีการทำวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลให้นักศึกษามีสมาธิในการเรียนของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเนชั่น
3. ควรมีการทำวิจัยเรื่อง การศึกษายุทธวิธีในการเตรียมตัวสอบของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเนชั่น
4. ควรมีการทำวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลให้นักศึกษาเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติตนในการเรียนของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเนชั่น
การใช้ประโยชน์ต่อการเรียนการสอน ทุกรายวิชา

การเขียนบทความวิชาการขั้นต้น

Tuesday, April 2nd, 2013

การเขียนบทความวิชาการขั้นต้น

Posted on March 22, 2013 by 
 การเขียนบทความวิชาการขั้นต้น โดย อ.ดร.อติชาต หาญชาญชัย

การเขียนบทความวิชาการขั้นต้น โดย อ.ดร.อติชาต หาญชาญชัย

การสัมมนาในหัวข้อ การเขียนบทความวิชาการขั้นต้น
- ความสำคัญของงานวิจัยและผลงานทางวิชาการ
- บทความวิชาการและบทความวิจัย
- ประสบการณ์วิทยากร
- กุญแจสู่ความสำเร็จ

โดย อ.ดร.อติชาต หาญชาญชัย
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเนชั่น
วันที่ 21 มีนาคม 2556 เวลา 13.30 – 15.30น.
ณ ห้อง 1203 อาคารบริหารธุรกิจ ม.เนชั่น

ส่วนประกอบของชื่อเรื่อง (Subject) ควรประกอบด้วย
คำว่า MIS (Acronym)
1. วิธีการ (Method)
2. จุดประสงค์ (Intention/Purpose)
3. ตัวอย่าง (Sample)

การเขียนบทคัดย่อ (Abstract) ควรประกอบด้วย
1. เกริ่นนำ (Introduction)
2. สิ่งที่ทำ (Method)
3. สรุปผล (Conclusion)

การเขียนบทนำ (Introduction) ควรประกอบด้วย
1. หลักการและเหตุผล (Rationale) หรือความเป็นมา (Background)
2. วัตถุประสงค์ (Objective)
3. ขอบเขตของเรื่อง (Scope)
4. คำจำกัดความหรือนิยามต่าง ๆ (Definition)

คาถาที่ฝากไว้ : Just do it
http://www.scribd.com/doc/131768793/

หลักการเขียนโครงการวิจัยเพื่อชุมชนท้องถิ่น

Friday, January 25th, 2013
โครงการการจัดการความรู้

โครงการการจัดการความรู้

โครงการการจัดการความรู้ (Knowledge Management)
เรื่อง หลักการเขียนโครงการวิจัยเพื่อชุมชนท้องถิ่น
เพื่อการรับทุนสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก
ณ ห้อง 1203 อาคารบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเนชั่น
วันที่ 25 มกราคม 2556 เวลา 9.00-11.00น

ดร.สุจิรา หาผล
กล่าวเปิดงาน ชี้แจงที่มาที่ไป กระบวนการ และวิธีการในการจัดการความรู้ครั้งนี้

อ.วราภรณ์ เรืองยศ
เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ตาม Powerpoint
ในหัวข้อ “หลักการเขียนโครงร่างงานวิจัย”
ซึ่งส่วนประกอบของโครงร่างงานวิจัย ประกอบด้วย
1. ชื่อเรื่อง
2. บทคัดย่อ
3. ความสำคัญและที่มาของปัญหาวิจัย
4. วัตถุประสงค์
5. แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
6. กรอบแนวคิดการวิจัย
7. คำนิยามศัพท์เฉพาะ
8. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
9. สมมติฐาน
10. ขอบเขตการวิจัย
11. ระเบียบวิธีวิจัย
12. ข้อตกลงเบื้องต้น
13. เอกสารอ้างอิง

เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรื่อง “ชื่อเรื่อง”
อ.วราภรณ์ เล่าว่า มีประกาศทุนวิจัย 2 เรื่องมานำเสนอ
- ศูนย์ประสานการศึกษานโยบายที่ดิน ปี 2556
- การแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิของชุมชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง

อ.วราภรณ์ เรืองยศ
- เปรียบเทียบเรื่องทุนสร้างบ้าน กับทุนวิจัย ที่ต้องสมเหตุ สมผล
- เล่าเรื่องทุนวิจัยเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ที่ขอไป 10 กว่าล้าน แต่ถูกตัดเหลือ 3 ล้านเศษ

อ.วิเชพ ใจบุญ
เล่าว่าชื่อที่เคยตั้งมามีกระบวนการอย่างไร
การใช้ต้นไม้ชุมชนในการเก็บข้อมูล
ต้องลงไปคลุกคลีกับชาวบ้าน ทั้งแจ้ห่ม แม่ทะ และนิคมพัฒนา

อ.ดร.สุจิรา หาผล
บอกว่ากว่าจะได้หัวข้อมา ต้องใช้เวลามาก
หัวข้อต้องตรงกับผู้ให้ทุน และความต้องการของชุมชน

อ.ดร.อติชาต หาญชาญชัย
การเขียนบทนำ และวรรณกรรม
ต้องให้ความสำคัญกับที่มาที่ไป
แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้งานวิจัยมีความน่าเชื่อถือ และตั้งอยู่บนหลักการที่เกี่ยวข้อง
ต้องค้นมาก ต้องอ่านมาก และอ้างอิงให้ตรง

อ.ปวินท์รัตน์ แซ่ตั้ง
http://www.prawinrat.com/
ได้ทุนจากเครือข่ายภาคเหนือตอนบน
เกี่ยวกับผ้าทอน้ำแร่ เมืองปาน
แลกเปลี่ยนว่างานวิจัยต้องใช้เวลา ทำให้ครบทุกเรื่องที่สามารถทำได้
ต้องลงมือจริง ทุ่มเท และทำให้ครบวงจร
มีทั้งภาพ คลิ๊ป เว็บไซต์ ที่เกิดในพื้นที่จริง ได้ผลงาน และนำไปขายได้จริง

อ.ดร.สุจิรา  หาผล
เล่าว่าการศึกษาตำนาน เรื่องเล่าของอำเภอต่าง ๆ มีกระบวนการมากมาย
ทั้งเชิงคุณภาพ วิพากษ์โดยนักวิชาการ ใช้แบบสำรวจ และวิพากษ์ผลโดยชุมชน
การเลือกคน เลือกปราชญ์ชาวบ้านเป็นเรื่องสำคัญ และต้องเขียนเรื่องของแต่ละอำเภอถึง 13 เล่ม
หลังได้รับทุนก็จะมีการติดตามจากผู้ให้ทุน และมีข้อเสนอแนะที่ทำให้แผนอาจต้องถูกปรับเปลี่ยน

อ.โอปอล์ รังสิมันตุชาติ
เล่าว่าการขอทุนวิจัยสำหรับงานวิจัยระดับปริญญาโท
มีแหล่งทุนสนับสนุนจาก สกว.อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนได้รับจากเชียงใหม่
และมีกระบวนการคล้ายกับทุนวิจัยทั่วไป

โครงการ “การบริหารจัดการอัตลักษณ์ของตนเองอย่างยั่งยืนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง”

Saturday, September 15th, 2012
ท่องเที่ยว ลำปาง

อ.ดร.ศรีศุกร์ นิลกรรณ์ อ.แดน กุลรูป และ ทีมงานวิจัย 14 ท่าน ผู้ช่วยวิจัยอีก 6 ท่าน และนักศึกษาช่วยงาน รวมกว่าีอีก 50 ชีวิต จัดสัมมนา เรื่อง “การบริหารจัดการอัตลักษณ์ของตนเองอย่างยั่งยืนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง” ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเนชั่น โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม อธิการบดี เป็นประธานในพิธีเปิด

ผู้ร่วมสัมมนาประกอบด้วย บุคคลจากหน่วยงาน สถานศึกษา ผู้ประกอบการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนในจังหวัดลำปาง วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2555 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 อาคารคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง .. ความสำเร็จในการสัมมนาเกิดจาก เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทีม และภาคีเครือข่าย

การบริหารจัดการอัตลักษณ์ของตนเอง (Identity)
การบริหารจัดการอัตลักษณ์ของตนเอง (Identity)

จรรยาบรรณนักวิจัย

Thursday, April 26th, 2012

การทำวิจัยที่ดีมีคุณภาพ องค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งที่อาจารย์และนักวิจัยต้องมีและยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ คือ จรรยาบรรณนักวิจัย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้กำหนดและอธิบายไว้อย่างชัดเจนในคู่มือนักวิจัย มหาวิทยาลัยเนชั่น ปีการศึกษา 2554 โดยมีแนวทางปฏิบัติในเรื่องจรรยาบรรณนักวิจัย ที่สอดคล้องกับจรรยาบรรณนักวิจัยที่กำหนดโดยคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ รวม 9 ข้อ คือ
ข้อ 1 นักวิจัยต้องซื่อสัตย์และมีคุณธรรมในทางวิชาการและการจัดการ
ข้อ 2 นักวิจัยต้องตระหนักถึงพันธกรณีในการทำวิจัยตามข้อตกลงที่ทำไว้กับหน่วยงานที่สนับสนุนการวิจัยและต่อหน่วยงานที่ตนสังกัด
ข้อ 3 นักวิจัยต้องมีพื้นฐานความรู้ในสาขาวิชาการที่ทำวิจัย
ข้อ 4 นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ศึกษาวิจัยไม่ว่าเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต
ข้อ 5 นักวิจัยต้องเคารพศักดิ์ศรี และสิทธิของมนุษย์ที่ใช้เป็นตัวอย่างในการวิจัย
ข้อ 6 นักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิด โดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการทำวิจัย
ข้อ 7 นักวิจัยพึงนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบ
ข้อ 8 นักวิจัยพึงเคารพความคิดเห็นทางวิชาการของผู้อื่น
ข้อ 9 นักวิจัยพึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมทุกระดับ
ทั้งนี้ อาจารย์สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากคู่มือนักวิจัย และกรณีมีปัญหาหรือข้อสงสัยประการใด สามารถสอบถามมายังคณะกรรมการบริหารการพัฒนา ส่งเสริมการวิจัยและงานสร้างสรรค์ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเนชั่น

9 พ.ย. 2553 ใน Lyon – พิธีมอบประกาศนียบัตร

Wednesday, November 10th, 2010

อธิการบดี ประธานโครงการ และนักศึกษาทุน

ประกาศนียบัตร

วันนี้ที่มหาวิทยาลัย Lyon จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรนักศึกษาทุน Erasmus Mundus eLink รุ่นที่ 2 จำนวนกว่า 20 คน ในระดับปริญญาตรี โท เอก และ หลังปริญญาเอก จำนวนกว่า 20 คน จาก 7 ประเทศ เช่น ปากีสถาน จีน ภูฏาน และประเทศไทย เป็นต้น พิธีการจัดเรียบง่ายในเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง หลังพิธีจัดเลี้ยงอาหารว่างและน้ำผลไม้ ผมจึงขอถ่ายภาพร่วมกับอธิการบดีและประธานโครงการ ระดับศาสตราจารย์ทั้ง 2 ท่าน ซึ่งได้ลงนามในประกาศนียบัตรใบที่ถือผมถืออยู่ ก่อนกลับได้ถ่ายภาพร่วมกับนักเรียนทุนทั้งหมด ซึ่งทุกคนจะเดินทางกลับประเทศของตน หลังจากอยู่ได้มาเป็นระยะเวลา 10 เดือน

นโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ

Tuesday, July 6th, 2010

6 ก.ค.53 ได้รับหนังสือจากคณบดี วช 0003/ว898 ที่ส่งมาจาก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งจัดทำเอกสาร นโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ (พ.ศ.2551-2554) แล้วส่งมาเผยแพร่ ดังนั้นมหาวิทยาล้ยโยนกจึงร่วมเผยแพร่
     พบว่า ยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ มี 5 ประเด็นคือ 1) การสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ 2) การสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางสังคม 3) การสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางวิทยาการและทรัพยากรบุคคล 4) การเสริมสร้างและพัฒนาทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5) การบริหารจัดการความรู้ ผลงานวิจัย นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ ทรัพยากร และภูมิปัญญาของประเทศ
+ http://www.yonok.ac.th/doc/handbooks/nrct_policies_research5154.pdf
+ http://www.nrct.go.th/downloads/ps/NRCT_Policies&strategies51-54.pdf

เคลียร์งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่เว็บโปรซอฟท์

Friday, February 5th, 2010

 

เว็บโปรซอฟท์ (webprosoft.com) เว็บโปรซอฟท์ (webprosoft.com)

 5 ก.พ.53 หกโมงเย็นถึงสามทุ่มไปคุยเรื่องการเขียนรายงานวิจัย และการนำเสนอโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่น ที่กรกับปรางรับทุน CBPUS และอยู่ในช่วงสุดท้ายของโครงการ มีกำหนดพบผู้ประสานงานวันที่ 16 ก.พ. และ 21 ก.พ.53 เพื่อส่งรายงานแล้วประชุมเตรียมพร้อมที่ศูนย์ฯ และนำเสนอที่ ณ ห้องประชุมอาคารอาลัมพาง มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ซึ่งนักศึกษาได้ประสานกับ อ.เกศริน อินเพลา และ อ.วิเชพ ใจบุญ ที่เป็นอาจารย์ผู้สอบโครงการไปร่วมกิจกรรมในเวทีนำเสนอผลการวิจัยแล้ว โดยประเด็นที่พูดคุยกันที่ร้านเว็บโปรซอฟท์กับนักศึกษา คือ การเขียนสรุปผล การเขียนบทคัดย่อ ปัญหาและข้อเสนอแนะ การเชื่อมโยงกับทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง แล้วเตรียมนำเสนอด้วย social map, mind map, การเผยแพร่วีดีโอ และการนำเสนอด้วยเว็บไซต์ เพื่อให้เห็นกระบวนการ กิจกรรม บทเรียน และผลการวิจัย
     สถานที่เคลียร์งานวิจัย คือบ้านกร ซึ่งเปิดเป็นร้านรับพัฒนาโปรแกรม มีชื่อร้านว่า เว็บโปรซอฟท์ (webprosoft.com และ goto69.com) ช่วงนี้ยังไม่เปิดเป็นทางการ เป็นร้านที่ดำเนินการกัน 2 คน แต่คิดว่าญาติของทั้งคู่คงช่วยเหลืออะไรได้ไม่น้อย เท่าที่ได้แลกเปลี่ยนกันก็พบว่านักศึกษามีพื้นฐานความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาแหล่งจำหน่ายคอมพิวเตอร์ราคาส่ง การเป็น domain reseller หรือการพัฒนาโปรแกรม ที่มีพื้นฐานที่ดีมาก ก็ต้องเป็นกำลังใจให้กับกิจการใหม่ที่จะก้าวหน้าต่อไป

การบูรณาการวิชาโครงงานกับงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น

Saturday, January 23rd, 2010

15 ม.ค.53  บทความเผยแพร่เสนอลงใน นิตยสาร Eduzones ฉบับพิเศษ มหาวิทยาลัยโยนก เขียนโดย นายกร ศิริพันธุ์ และน.ส.อรพรรณ สงเคราะห์ธรรม แล้วส่งให้  คุณศักดิ์รพี วดีศิริศักดิ์ บก. Eduzones Journal ซึ่งมีอาจารย์ผู้สอบโครงงานคือ อ.วิเชพ ใจบุญ และ อ.เกศรินทร์ อินเพลา ได้รับทราบความก้าวหน้าของการทำโครงงาน
    
จากการลงทะเบียนเรียนในวิชา โครงงานระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ (CPIS 412) ซึ่งเป็นการเรียนที่เน้นการศึกษาค้นคว้า ศึกษาความต้องการขององค์กรทางธุรกิจ ทดลองปฏิบัติด้วยตนเองแล้วพัฒนาเป็นโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ตอบความต้องการขององค์กร ซึ่งเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ไม่มีโอกาสสัมผัสหรือทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ต่อมาอาจารย์ในคณะได้นำประสบการณ์ในการทำวิจัยเพื่อท้องถิ่นมาชวนให้แลกเปลี่ยนในชั้นเรียน จึงเกิดความสนใจในโครงการหนึ่ง คือ โครงการวิจัยรูปแบบการจัดการงานศพโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงบ้านไหล่หิน ต.ไหล่หิน อ.เกาะคา จ.ลำปาง
     เมื่อตัดสินใจเลือกทำงานวิจัยเพื่อชุมชนเป็นโครงงานจบตามหลักสูตร จึงเข้าไปศึกษาชุมชนบ้านไหล่หิน เพื่อเขียนข้อเสนอโครงการแล้วพบว่ามีประเด็นและลักษณะของชุมชนเหมาะสมกับงานนี้ เนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น แบ่งการปกครองออกเป็น 2 หมู่บ้าน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหาร คือ บ้านไหล่หิน หมู่ 2  และบ้านไหล่หินตะวันตกหมู่ 6  ประชากรส่วนใหญ่เป็นไทยพุทธที่ศรัทธาในวัดไทย   2   วัด  ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันคือ  วัดเสลารัตนปัพพะตาราม (วัดไหล่หินหลวง) และวัดชัยมงคลธรรมวราราม ในด้านสถานศึกษามีโรงเรียนบ้านไหล่หินเปิดสอนในระดับก่อนประถมศึกษาถึงระดับประถมศึกษา และโรงเรียนไหล่หินวิทยาเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งวัดและโรงเรียนตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน  คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อยู่กันอย่างเกื้อกูลเสมือนญาติพี่น้อง และมีความสามัคคี เมื่อมีงานที่เป็นงานส่วนรวม เช่น งานขึ้นบ้านใหม่  งานแต่งงาน หรืองานศพ  จะมีชาวบ้านไปร่วมงานจำนวนมาก แล้วเจ้าภาพจะให้การต้อนรับเป็นอย่างดี  ทั้งด้านสถานที่  ด้านอาหาร และการต้อนรับ  เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานมีความพึงพอใจในทุกด้านเเท่าเจ้าภาพจะจัดหาให้ได้
     จากสภาพเศรษฐกิจ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาความยากจนเป็นอย่างมาก แต่ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างหนึ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คือ เมื่อครอบครัวใดมีคนเสียชีวิตจะต้องจัดงานศพ ซึ่งส่วนใหญ่เจ้าภาพไม่ได้มีการตระเตรียมเงินไว้ล่วงหน้าเหมือนงานบุญหรืองานมงคล ด้วยค่านิยมที่หลั่งไหล่เข้าสู่ชุมชน คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับวัตถุมากขึ้นและเชื่อว่าการจัดงานศพที่ใหญ่โตแสดงถึงความมีหน้ามีตาของเจ้าภาพ ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายที่เจ้าภาพต้องแบกรับ โดยละลายพฤติกรรมทางสังคมที่เป็นตัวบ่มเพาะชุมชนที่อยู่อย่างเกื้อกูลและความพอเพียงให้จางหายไป
     ต้นปีพ.ศ.2550 ผู้นำหลากหลายบทบาทในหมู่บ้านทั้งบ้าน วัด โรงเรียน ตลอดจนผู้นำองค์กรที่อยู่ในพื้นที่ได้รวมตัวกัน เพื่อแก้ไขปัญหาค่าใช้จ่ายในงานศพที่สูงขึ้นตามการบริโภควัฒนธรรมที่สวนทางกับกระแสเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้กระบวนการวิจัยอย่างมีส่วนร่วมของคนในชุมชนมาเป็นเครื่องมือ โดยขอรับทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)  ภายใต้โครงการวิจัย “รูปแบบการจัดการงานศพโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงบ้านไหล่หิน ต.ไหล่หิน อ.เกาะคา จ.ลำปาง”  หลังจากการดำเนินงานโครงการสิ้นสุดลงทีมวิจัยได้ร่วมกันทบทวนการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า การขยายผลประเด็นการจัดการงานศพโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนโดยใช้งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเป็นเครื่องมือนั้น ยังขาดการนำเสนอที่เป็นรูปธรรม และเข้าใจง่าย
     จึงมีแนวคิดที่จะจัดทำสื่อวีดีทัศน์เพื่อขยายผล แต่เนื่องจากทีมวิจัยชาวบ้านมีข้อจำกัดในการพัฒนาสื่อด้วยตนเอง ดังนั้นนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ ได้แก่ นายกร ศิริพันธุ์  และ น.ส.อรพรรณ สงเคราะห์ธรรม ได้อาสาเข้าเติมเต็มต่อยอดงานวิจัยเดิมให้มีความสมบูรณ์ โดยเน้นไปที่การจัดทำสื่อขยายผลองค์ความรู้ จึงขอรับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีควบคู่กับงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นสร้างเครื่องมือนำเสนอบทเรียนจากโครงการที่มีผลชัดเจนด้วยสื่อวีดีทัศน์เกี่ยวกับประเด็นข้อตกลงในการจัดการงานศพ และกระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่น แล้วขยายผลสู่โรงเรียนเป้าหมายในชุมชน
     โครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่นได้รับอนุมัติ คือ เรื่อง “แนวทางการผลิตสื่อวีดีทัศน์เพื่อขยายผลองค์ความรู้เรื่องการจัดการงานศพบ้านไหล่หิน ต.ไหล่หิน อ.เกาะคา จ.ลำปาง” เลขที่โครงการ PDG52N0013 มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อคือ 1)เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการหาประเด็นข้อตกลงในการจัดการงานศพโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงบ้านไหล่หิน ต.ไหล่หิน อ.เกาะคา จ.ลำปาง  2) เพื่อจัดทำสื่อวีดีโอเผยแพร่ประเด็นข้อตกลง และกระบวนการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นของโครงการวิจัยรูปแบบการจัดการงานศพโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงบ้านไหล่หิน ต.ไหล่หิน อ.เกาะคา จ.ลำปาง  3) เพื่อศึกษาทิศทาง หรือแนวโน้มในการขยายผลการนำสื่อวีดีโอที่จัดทำไปใช้ในกลุ่มเป้าหมาย
     กระบวนการทำงานมีขั้นตอนดังนี้ นักศึกษาเข้าเก็บรวบรวมข้อมูล สัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง เรียนรู้ชุมชน รวมถึงการเรียนรู้เรื่องการจัดงานศพในหมู่บ้าน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และใช้ในการจัดทำโครงเรื่อง (Story Board) แล้วบันทึกวีดีโอของคนในชุมชนตัดต่อเป็นสื่อวีดีทัศน์เผยแพร่ประเด็นข้อตกลง และกระบวนการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ซึ่งจากการเข้าทำงานในชุมชน พบว่า ชาวบ้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและทุกคนที่เข้าร่วมโครงการมีความสุข เนื่องจากเป็นโครงการมีประโยชน์ต่อชุมชน สามารถเชื่อมโยงผู้คนหลากหลายบทบาทให้เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งการทำงานอย่างมีส่วนร่วมทำให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกที่คนในชุมชนจะใช้ประสบการณ์ที่ได้รับไปเป็นบทเรียนในการแก้ไขปัญหาอื่นได้อย่างมีส่วนร่วมเชิงบูรณาการต่อไป¦lt;br />      หลังจัดทำสื่อวีดีทัศน์สำเร็จได้นำไปทดลองฉายให้กับคนในชุมชน ในโรงเรียนบ้านไหล่หิน และในโรงเรียนไหล่หินวิทยา พบว่านักเรียนมีความเข้าใจและสนใจที่จะเรียนรู้ทั้งรูปแบบในการจัดการงานศพที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และกระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่น จึงสรุปได้ว่างานวิจัยเพื่อท้องถิ่นโครงการนี้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ โดยนำข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบและกระบวนการวิจัยไปจัดทำสื่อได้อย่างถูกต้องในรูปสื่อวีดีทัศน์ที่เข้าใจง่าย เผยแพร่ง่าย ใช้ขยายผลเข้าไปในโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายได้ตามความมุ่งหวัง ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนมีจิตสำนึกสาธารณะมีความรักชุมชนอย่างเข้าใจและร่วมกันพัฒนาชุมชนของตนให้ยั่งยืนสืบไป
+ http://blog.eduzones.com/magazine/
+ http://www.thaiall.com/research/vdo_aricle_yookmag.doc

อบรมการเขียนรายงานโครงการ cbpus

Sunday, January 10th, 2010

 

การอบรมเชิงปฏิบัติการ เขียนรายงานสรุป cbpus การอบรมเชิงปฏิบัติการ เขียนรายงานสรุป cbpus

10 ม.ค.53 นายกร ศิริพันธุ์ นางสาวอรพรรณ สงเคราะห์ธรรม อ.วิเชพ ใจบุญ และ อ.อัศนีย์ ณ น่าน พร้อมเพื่อนที่รับทุน cbpus ที่เชื่อมผ่านโหนด (node) ลำปาง ซึ่งดูแลโดย อ.ฉิ่ง ของราชภัฏเชียงใหม่ โดยมีนางสาวภัทรา มาน้อย เป็นผู้ประสานงานของโหนด ทำหน้าที่ดูแลผู้รับทุนจากกลุ่มต่าง ๆ อาทิ กลุ่มราชภัฏ กลุ่มราชมงคล กลุ่มมจร. กลุ่มโยนก วัตถุประสงค์การอบรมครั้งนี้ เพื่อให้การปิดโครงการในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นไปตามกำหนดการ จึงต้องทำความเข้าใจ ติดตาม ซักซ้อม ลงมือเขียนรายงานให้ไปในทางเดียวกัน และส่งเอกสารทางการเงิน โดยนัดหมายนำเสนอสรุปโครงการแต่ละโครงการในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ราชภัฏลำปาง
    นางสาวรัตติกร บุญมี ผู้บรรยายได้ให้แนวการเขียนรายงานการวิจัยเพื่อท้องถิ่นแก่นักวิจัยชุดนี้ โดยให้แนวการเขียนรายงานการวิจัยแบ่งเป็น 5 บท คือ 1) บทนำ 2) แนวคิดทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 3) วิธีการดำเนินงาน 4) ผลการดำเนินงานวิจัย 5) สรุปอภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ภาคผนวกมี 3 ส่วนคือ 1) บทความเผยแพร่ 2) ภาพกิจกรรม 3) ประวัตินักวิจัย .. แนวการทำงานของการวิจัยเพื่อท้องถิ่น กับวิจัยเชิงวิชาการอาจแตกต่างกันบ้าง แต่ถ้าปรับให้การเขียนรายงานเป็นมาตรฐานเดียวกันได้ คนที่มีเป้าหมายเพื่องานวิชาการก็จะนำไปใช้ในด้านวิชาการได้
+ http://thaiall.com/research/hidden/training_cbpus_report_530110.zip