Archive for the ‘คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ’ Category

การเขียนบทความวิจัยอย่างไร จึงจะโดนใจบรรณาธิการ โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มนัส สุวรรณ

Sunday, July 31st, 2016
ภาพโดย อ.อดิศักดิ์ จำปาทอง

ภาพโดย อ.อดิศักดิ์ จำปาทอง

ตามที่ได้ไปประชุมร่วมกับ อ.อดิศักดิ์ จำปาทอง และ อ.ดร.ตะวันฉาย มิตรประชา
เรื่อง เขียนบทความวิจัยอย่างไร จึงจะโดนใจบรรณาธิการ
โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มนัส สุวรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่
มีเรื่องราวจากเอกสารของท่านวิทยากร มาแบ่งปันดังนี้

นิยามศัพท์

บทความ หมายถึง งานเขียนประเภทร้อยแก้ว ซึ่งผู้เขียนต้องการถ่ายทอดความคิด
และ/หรือ ข้อมูลข่าวสารไปยังผู้อ่านโดยใช้ตัวอักษรเป็นสื่อกลาง
ประเภทของบทความ
– บทความทั่วไป
– บทความกึ่งวิชาการ
– บทความทางวิชาการ
บทความทั่วไป หมายถึง งานเขียนที่มิได้มุ่งเน้นการให้ความรู้
หรือข้อเท็จจริงเชิงวิชาการ แต่มุ่งเน้นที่จะให้ความรู้ทั่วไป ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
หรือให้ข้อคิดแก่ผู้อ่าน เช่น บทความแสดงความคิดเห็น บทความเล่าอัตชีวประวัติ
บทความเล่าประสบการณ์การเดินทาง และบทความที่ให้ข้อคิดหรือปรัชญาชีวิต เป็นต้น
บทความกึ่งวิชาการ หมายถึง งานเขียนที่ผู้เขียนประสงค์จะให้ความรู้เชิงวิชาการ
แต่ไม่ลึกซึ้งถึงระดับองค์ความรู้หรือทฤษฎี เช่น บทความที่เป็นบทวิเคราะห์/วิพากษ์
และบทความสนับสนุนหลักการหรือแนวคิด เป็นต้น
บทความทางวิชาการ หมายถึง งานเขียนหรือความเรียงที่ผู้เขียนประสงค์จะสื่อองค์ความรู้
หรือข้อค้นพบใหม่ ๆ ทางวิชาการในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งเป็นการเฉพาะ เช่น บทความวิจัย
บทความเสนอแนวคิด หลักการ และ/หรือแบบจำลอง เป็นต้น

ธรรมชาติของบทความทางวิชาการร
1. นำเสนอความรู้ที่ตั้งอยู่บนฐานวิชาการของสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง
2. ความรู้ที่นำเสนอต้องมีความถูกต้องและเชื่อถือได้ หรืออย่างน้อยที่สุดต้องมีแนวคิดหรือทฤษฎีสนับสนุน
3. เนื้อหาสาระที่นำเสนอต้องผ่านการประมวล หรือการสังเคราะห์ก่อนเรียบเรียงเชิงพรรณนาตามลำดับอย่างเหมาะสม
4. มีการวิเคราะห์ วิจารณ์ (ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ) บนพื้นฐานทักษะความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของผู้เขียน
5. มีการสรุปและอภิปรายผล รวมตลอดจนให้ข้อเสนอแนะที่จะนำไปสู่การแสวงหาความรู้เพิ่มเติม

การเลือกประเด็นเพื่อเขียนบทความทางวิชาการ
1. เป็นประเด็นที่อยู่ในกรอบความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของผู้เขียน
2. เป็นประเด็นที่มีความแปลกใหม่ ทันสมัย และอยู่ในความสนใจของคนทั่วไป หรือเป็นประเด็นเก่าที่ควรรู้แต่ถูกทิ้งลืม
3. เป็นประเด็นที่สามารถยืนยันความน่าเชื่อถือได้ด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ (Empirical data) หรือมีแนวคิด ทฤษฎีสนับสนุน
4. เป็นประเด็นที่สามารถสร้างเสริมความรู้ และความแตกฉานทางวิชาการให้กับทั้งผู้เขียน และผู้อ่าน
5. เป็นประเด็นที่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม/ประเทศชาติ

องค์ประกอบของบทความทางวิชาการ
1. ชื่อบทความ
2. ชื่อผู้เขียน
3. บทคัดย่อ และคำสำคัญ (Abstract และ Keywords)
4. บทนำ/ความนำ
5. เนื้อเรื่อง (สาระสำคัญ/ความรู้ที่ต้องการนำเสนอ)
6. บทสรุปและอภิปรายผล
7. เอกสารอ้างอิง หรือบรรณานุกรม

บทความวิจัย หมายถึง เอกสารความเรียงที่ได้มาจากการประมวลสรุป (Condensation & Digestion)
รายงานการวิจัย หรือวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา ระดับบัณฑิตศึกษา
ทั้งนี้บทความวิจัยมีลักษณะเฉพาะที่สำคัญ ดังนี้
– มีความยาวจำกัด จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมวิชาการหรือลงพิมพ์ในวารสารวิชาการ
– เป็นเอกสารที่มีความทันสมัย และทันต่อเหตุการณ์มากกว่ารายงานการวิจัย
ทั้งนี้เพราะผู้วิจัยสามารถเพิ่มเติมหรือตัดทอนบางส่วนของรายงานการวิจัยเพื่อการเผยแพร่ได้
– มีคุณภาพที่เป็นมาตรฐานมากกว่ารายงานการวิจัยเพราะต้องทำให้อยู่ใน format ที่เป็นที่ยอมรับตามหลักสากล

องค์ประกอบของบทความวิจัย
1. ชื่อเรื่อง
2. ชื่อผู้วิจัย
3. บทคัดย่อ/คำสำคัญ (Abstract/keywords)
4. บทนำ/ความนำ
5. วิธีดำเนินการวิจัย
6. ผลการวิจัย
7. อภิปรายผล
8. เอกสารอ้างอิง หรือบรรณานุกรม

ข้อแนะนำในการเขียนบทความวิจัย
1. ชื่อเรื่องสั้น กระทัดรัดได้ความหมาย (อาจระบุมิติและ/หรือลักษณะการวิจัยด้วยก็ได้)
2. บทคัดย่อเขียนให้กระชับแต่ครอบคลุมกระบวนการวิจัย
โดยปกติมีความยาวไม่เกิน 300 คำ(15 บรรทัด) มีการแบ่งย่อหน้าตามความเหมาะสม
3. บทนำ/ความนำ บ่งบอกถึงที่มาและความสำคัญของการวิจัย
(ทำไมจึงเลือกทำวิจัยเรื่องนี้ / ทำแล้วได้ประโยชน์อะไร)
4. วิธีดำเนินการวิจัยประกอบด้วย
– ขอบเขตของการวิจัย (พื้นที่/ประชากร/เนื้อหา/เวลา)
– ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
– ข้อมูล และแหล่งของข้อมูล
– เครื่องมือ และวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
– วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
5. ผลการวิจัย เขียนสรุปเรียงตามวัตถุประสงค์
6. อภิปรายผล
– อภิปรายเปรียบเทียบกับวรรณกรรมที่ทบทวน
– อภิปรายข้อค้นพบที่มีความพิเศษเฉพาะ
7. เอกสารอ้างอิง หรือบรรณานุกรม
แจงให้ครบตามที่อ้างอิง และเขียนให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ

ข้อสังเกตสำหรับการเขียนบทความวิชาการ/บทความวิจัยที่ไม่ผ่านการคัดกรองเพื่อการเผยแพร่
1. ไม่ดำเนินการตามระเบียบหรือข้อกำหนดของวารสาร หรือที่ประชุม/สัมมนาวิชาการ
2. เนื้อหาสาระของบทความไม่สอดคล้องกับสาขาวิชาเฉพาะของวารสารหรือไม่ตรงกับ Theme
ของการประชุม/สัมมนาวิชาการ
3. บทความขาดความเป็นเอกภาพ (แต่ละองค์ประกอบไม่สัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน)
4. ขาดความชัดเจนในการนำเสนอ/ไม่ครบกระบวนการของการทำวิจัย
5. ไม่ได้ทำการประมวลสรุปเพื่อเขียนเป็นบทความ แต่นำเอาบทสุดท้ายมาปรับเขียน
6. โครงสร้างการเขียนไม่ดี ไม่เป็นไปตามลำดับ ขาดความเป็นเหตุเป็นผล
7. ขาดลีลาการเขียน (Writing style) ที่เป็นวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนวนภาษา
การแบ่งประโยค และการแบ่งวรรคตอน
8. สาระที่นำเสนอไม่ลึกซึ้ง และไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
9. ไม่ประณีต พิถีพิถันในการใช้ภาษา (ไม่คำนึงถึงหลักไวยากรณ์ พิมพ์ผิด สะกดผิด)
10. เป็นเพียงรายงานการศึกษา ขาดการวิเคราะห์ วิจารณ์ และ/หรือการแสดงความคิดเห็นเชิงวิชาการ

ข้อเสนอแนะเพื่อการเผยแพร่บทความ
1. สำรวจวารสารวิชาการ การประชุมสัมมนาวิชาการ ที่บทความที่เขียนสามารถนำไปเผยแพร่ได้
2. ศึกษาและทบทวนระเบียบและข้อกำหนดของวารสาร
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระ และรูปแบบของบทความ
3. วางแผนการเขียนบทความอย่างเป็นระบบ กำหนดโครงร่างและองค์ประกอบของบทความ
กรอบเวลาที่จะเขียน และเวลาที่จะเผยแพร่
4. การเขียนเป็นเรื่องของทักษะ ควรศึกษาหาความรู้ และเพิ่มพูนทักษะด้วยการฝึกเขียนบ่อย ๆ
และด้วยการอ่านบทความดี ๆ จากวารสารดี ๆ
5. ใช้ภาษาเขียนที่เป็นมาตรฐานทางวิชาการ ถูกต้องตามหลักภาษาศาสตร์
6. ตรวจสอบและตรวจทานสิ่งที่ได้เขียนแล้วในบทความหลาย ๆ ครั้ง
เพื่อตัดทอน และ/หรือเพิ่มเติมสาระให้มีความถูกต้องและเหมาะสม
7. กรณีของบทความวิชาการ ต้องไม่ลืมส่วนที่เป็นบทวิเคราะห์ วิจารณ์ และการแสดงความคิดเห็น
บนพื้นฐานของหลักวิชาการ
8. กรณีของบทความวิจัย ต้อเป็นการเรียบเรียงในลักษณะของการประมวลสรุปจากรายงานการวิจัย
มิใช่การนำเอาบทสุดท้ายมานำเสนอ
9. หลักการเขียนบทความวิจัย ต้องพยายามยึดวัตถุประสงค์เป็นตัวตั้งเสมอ
10. นำเสนอเนื้อหาสาระโดยปราศจากอคติ ตรงไปตรงมา

เอกสารประกอบการค้นคว้า
– นงลักษณ์ วิรัชชัย และสุวิมล ว่องวานิช, “การจัดทำรายงานวิชาการ บทความวิจัย และการอ้างอิง”, [ออนไลน์]
– รสริน พิมลบรรยวก์, “การเขียนบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ”, [ออนไลน์]
– รัตนะ บัวสนธ์, “การเขียนบทความวิชาการและบทความวิจัย”, [ออนไลน์]

29 ก.ค.59 มีการอบรมโครงการ “อบรมและพัฒนานักวิจัย” ประจำปี 2559
หลักสูตร “การเขียนบทความวิจัยทางวิชาการ”
จัดโดย เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคเหนือตอนบน
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)
ร่วมกับ งานบริหารงานวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ณ โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง เชียงใหม่
https://www.facebook.com/groups/thaiebook/658232967660858/
http://unrn.rac.oop.cmu.ac.th

อบรมการเขียนบทความวิจัยทางวิชาการ

Friday, July 29th, 2016
การเขียนบทความวิจัยทางวิชาการ

การเขียนบทความวิจัยทางวิชาการ

29 ก.ค.59 มีการอบรมโครงการ “อบรมและพัฒนานักวิจัย” ประจำปี 2559
หลักสูตร “การเขียนบทความวิจัยทางวิชาการ
จัดโดย เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคเหนือตอนบน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)
ร่วมกับ งานบริหารงานวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ณ โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง เชียงใหม่

โครงการ "อบรมและพัฒนานักวิจัย" ประจำปี 2559

โครงการ “อบรมและพัฒนานักวิจัย” ประจำปี 2559

– เปิดงานโดย ศาสตราจารย์ ดร.สัญชัย จตุรสิทธา
ประธานเครือข่ายบริหารการวิจัยภาคเหนือตอนบน

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มนัส สุวรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มนัส สุวรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่

– หัวข้อเรื่อง เขียนบทความวิจัยอย่างไร จึงจะโดนใจบรรณาธิการ
โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มนัส สุวรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอร ภู่เจริญ คณบดีคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอร ภู่เจริญ
คณบดีคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

– หัวข้อเรื่อง เทคนิคการเขียนบทความวิจัย เพื่อตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ
โดน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอร ภู่เจริญ
คณบดีคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อดีตอาจารย์ National University of Singapore
https://www.facebook.com/groups/thaiebook/658232967660858/
http://unrn.rac.oop.cmu.ac.th

อ.ศิริอมร กาวีระ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น ศิษย์โยนก รุ่น 4

อ.ศิริอมร กาวีระ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น
ศิษย์โยนก รุ่น 4

พบ อ.ศิริอมร กาวีระ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น
ศิษย์โยนก รุ่น 4 ถ่ายภาพร่วมกับ อ.อดิศักดิ์ จำปาทอง และผม

การปรับตัวเข้ากับระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงานวิจัย

Thursday, June 16th, 2016

 

rmis

rmis

ความรู้เรื่องการผลิตผลงานวิจัย งานวิชาการ หรืองานสร้างสรรค์ เพื่อการเผยแพร่นั้นมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ แหล่งทุนก็เป็นประเด็นพูดคุยในคณะวิชาว่าแหล่งทุนจากส่วนกลาง มีหลายแหล่ง อาทิ
สกว. หรือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
http://www.trf.or.th/
สสส. หรือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
http://www.thaihealth.or.th/
วช หรือ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
http://www.nrct.go.th/
ซึ่งมีฐานข้อมูลให้สืบค้นมากมาย

แล้วเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้ด้านการวิจัยมีดังนี้

  1. แผนการจัดการความรู้ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ 2558

http://doc.nation.ac.th/sarit58/KM_Plan_IT_58.doc

  1. เอกสารอบรมระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงานวิจัย 2558

http://doc.nation.ac.th/sarit58/RMIS_System_V41.pptx

  1. คู่มือนักวิจัย 2556

http://doc.nation.ac.th/sarit56/ResearchHandbook_Nation_2556.pdf

อ.จีรศักดิ์ ประทุมรัตน์ ได้แบ่งปันข้อมูลระบบบริหารจัดการงานวิจัยแห่งชาติ
ให้กับเพื่อน ๆ ในมหาวิทยาลัยได้ทราบว่า ทุนที่เปิดรับข้อเสนองานวิจัย ยังเปิดรับอยู่
ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://www.nrms.go.th/

– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : โครงการความร่วมมือไทย-จีน (NRCT-NSFC) แผนงาน Future Earth ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน 2559 – 31 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุน วช. (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : ทุนอุดหนุนการวิจัย ประเภทบัณฑิตศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2560 ระดับปริญญาโท ระหว่างวันที่ 6 มิถุนายน 2559 – 20 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุน วช. (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย – ทุนบัณฑิต (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : ทุนอุดหนุนการวิจัย ประเภทบัณฑิตศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2560 ระดับปริญญาเอก ระหว่างวันที่ 6 มิถุนายน 2559 – 20 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุน วช. (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย – ทุนบัณฑิต (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : ทุนอุดหนุนการวิจัยร่วม Joint Research Program (NRCT-JSPS) ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 8 กันยายน 2559 แหล่งทุน : ทุน วช. (กองการต่างประเทศ (กกต.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560001 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 ข้าว ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560002 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 มันสำปะหลัง ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560003 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 ยางพารา ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560004 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 อ้อยและน้ำตาล ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560005 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 ปาล์มน้ำมัน ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560006 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 พืชสวน/พืชไร่ (เช่น ข้าวโพด ไม้ผล พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ) ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560007 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 สัตว์เศรษฐกิจ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560008 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 พลาสติกชีวภาพ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560009 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 สมุนไพรไทย อาหารเสริมและสปา ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560010 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 อาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าและความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค และการค้า ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560011 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 วัสดุอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560012 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 วิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560013 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 การคมนาคมขนส่งระบบราง ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560014 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 โลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560015 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 การศึกษาและสร้างสรรค์การเรียนรู้ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560016 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 การแพทย์และสาธารณสุข ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560017 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 ประชาคมอาเซียน ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560018 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 การบริหารจัดการการท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560019 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 มนุษยศาสตร์ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560020 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 การวิจัยพัฒนาพฤติกรรมเยาวชนและสังคมไทย ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560021 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560022 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศความหลากหลายทางชีวภาพ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560023 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560024 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 การพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานความหลากหลายทางชีวภาพ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560025 ทุนวิจัยมุ่งเป้า ปีงบประมาณ 2560 การสร้างสรรค์วิชาการงานศิลป์ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุนวิจัยมุ่งเป้า (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560026 ทุนวิจัยพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2560 เทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมด้านวัสดุนาโนและนาโนเทคโนโลยี ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุน วช. (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560027 ทุนวิจัยพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2560 ผลกระทบการใช้แร่ใยหินและศึกษาวัสดุทดแทน ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุน วช. (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560028 ทุนวิจัยพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2560 ผู้สูงอายุ และคนพิการ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุน วช. (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560029 ทุนวิจัยพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2560 การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุน วช. (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560030 ทุนวิจัยพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2560 ศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุน วช. (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560031 ทุนวิจัยพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2560 เศรษฐกิจพอพียง ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุน วช. (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : T2560032 ทุนวิจัยพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2560 ความมั่นคงของรัฐและการเสริมสร้างธรรมาภิบาล ด้านการต่อต้านการทุจริต ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 15 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : ทุน วช. (กองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย (กบง.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : (ทดสอบ)ทุนงบประมาณแผ่นดินประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 19 เมษายน 2559 – 30 สิงหาคม 2559 แหล่งทุน : เงินงบประมาณแผ่นดิน (สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (กมว.))
– เปิดรับข้อเสนอการวิจัย : ทุนงบประมาณแผ่นดินประจำปี 2559 (สำหรับโครงการที่เข้าใหม่) ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม 2558 – 31 กรกฎาคม 2559 แหล่งทุน : เงินงบประมาณแผ่นดิน (สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (กมว.))


ในปีการศึกษา 2558 คณะวิชาให้ความสำคัญกับระบบการบริหารจัดการงานวิจัย
ซึ่งครอบคลุมประเด็นการผลิตผลงานวิจัย งานวิชาการ หรืองานสร้างสรรค์
โดยอาจารย์สามารถส่งผลงานวิชาการเข้าสู่ระบบ และผ่านการพิจารณาอย่างเป็นระบบ
เป็นการกระตุ้นให้อาจารย์มีความสนใจในการทำวิจัย
ลักษณะผลงานที่นำเข้าระบบได้มีให้เลือกหลายรูปแบบ
ซึ่งทำให้เข้าใจว่าบทบาทของอาจารย์จะต้องทำผลงานวิชาการแบบใด

ประกอบด้วย
1. เอกสารเชิงหลักการ (Concept paper)
2. ข้อเสนอโครงการ (Proposal)
3. สัญญา/บันทึกอนุมัติ (Promise)
4. รายงานความก้าวหน้า (Progress)
5. รายงานฉบับสมบูรณ์ (Fullpaper)
6. บทความนำเสนอ (Proceeding)
7. บทความตีพิมพ์ (Journal)
8. เอกสารรับรองการใช้ประโยชน์ (Advantage Certification)
9. การนำเสนอผลงานในลักษณะอื่นๆ (Others)

เพื่อให้ระบบบริหารจัดการงานวิจัยมีผลสัมฤทธิ์ จึงมีการพัฒนา
ระบบ RMIS โดยอ้างอิงตามนโยบายของ ดร.ทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร
และเปิดใช้งานระบบที่โดยเชื่อมโยงกับระบบรายงานการปฏิบัติงาน
และมีการอบรมให้ความรู้ทั้งความสัมพันธ์ของงานวิจัยกับการประกันคุณภาพ
และการเชื่อมโยงงานวิจัยเข้ากับการประเมินผลการปฏิบัติงาน
ซึ่งบุคลากรเข้าใช้งานระบบได้ที่ http://it.nation.ac.th/rmis

การประชุมถอดบทเรียนจากการจัดการความรู้

Tuesday, June 7th, 2016

ในวันศุกร์ ที่ 27 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา ทางมหาวิทยาลัยเนชั่นได้จัดการประชุมทางไกลผ่าน VDO Conference ระหว่างศูนย์ลำปางและบางนาขึ้น ในหัวข้อเรื่อง “การประชุมถอดบทเรียนจากการจัดการความรู้” 

เป็นการสรุปผลการจัดการความรู้ตลอดทั้งปีของแต่ละคณะและสำนัก ว่าเป้าหมายที่เกิดขึ้นในปีนี้สำเร็จมากน้อยเพียงใด หรือเกิดปัญหาอะไร และมีดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างไร

บรรยากาศการประชุมถอดบทเรียนจากการจัดการความรู้ L ศูนย์ บางนา

บรรยากาศการประชุมถอดบทเรียนจากการจัดการความรู้ ศูนย์ บางนา

 

บรรยากาศการประชุมถอดบทเรียนจากการจัดการความรู้

บรรยากาศการประชุมถอดบทเรียนจากการจัดการความรู้ศูนย์ ลำปาง

https://www.facebook.com/media/set/?set=oa.1171768656196148&type=1

 

 

IT Examination

Wednesday, May 18th, 2016

tutor_it_59_1 tutor_it_59_2

ปีการศึกษา 2558 ภาคเรียนที่ 2 จากคะแนนเต็ม 50
มีนักศึกษาสอบ IT Examination ได้คะแนน 48 และ 49 หลายคน ดังนี้
– ดวงพร เบ้าสมศรี 49 คะแนน
– นรากร อินทรวิจิตร 49 คะแนน
– ทรงพล พรรัตนพิทักษ์ 49 คะแนน
– จิรนันท์ แก้วใส 48 คะแนน
– นิตยา จอมคำ 48 คะแนน
– พิมพกานต์ ปะละวงค์ 48 คะแนน
– ชนิกานต์ สิงหะ 48 คะแนน
สำหรับผู้ผ่านตามเกณฑ์ คือ ไม่น้อยกว่า 40 คะแนนในการสอบครั้งแรก
จะได้รับเกียรติบัตรจากมหาวิทยาลัย และได้รับผลการเรียน S ในวิชา COMP 300
https://www.facebook.com/ajburin/media_set?set=a.10150990934333895.443727.814248894

ทุกภาคการศึกษา มหาวิทยาลัยเนชั่นจะมีกลไกจัดติว และจัดสอบ
IT Examination : Computer for Working
โดยจะจัดให้นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ทุกคณะวิชา และผู้ที่ยังไม่ผ่านการสอบ
การติวนั้นก็เพื่อให้นักศึกษามีความพร้อมในการเข้าสอบ
เงื่อนไขการผ่านเกณฑ์คือ
คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ตามประกาศ
ถ้าสอบผ่านเกณฑ์ก็จะไม่ต้องลงทะเบียนวิชา COMP 300
แต่ได้รับผลการเรียนเป็น S พร้อมรับเกียรติบัตรในฐานะที่สอบผ่านเกณฑ์ในครั้งแรก
ถ้าสอบไม่ผ่านเกณฑ์ ก็ต้องลงทะเบียนวิชา COMP 300
และเข้าเรียนรู้ด้วยตนเองในระบบ แล้วเข้าติวก่อนสอบรอบต่อไป
หากยังสอบอีกครั้งแล้วไม่ผ่านก็จะได้รับผลการเรียนเป็น U และต้องลงทะเบียนในภาคเรียนต่อไปอีก

certification

certification ของ ศัลณ์ษิกา ไชยกุล ในพิธีไหว้ครู

โดยปีการศึกษา 2558 ภาคเรียนที่ 2
จัดติวในวันที่ 27 เมษายน 2559 ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 1 มีนักศึกษาสนใจเข้าติวจำนวนมาก
https://www.facebook.com/ajburin/media_set?set=a.10152198257413895.1073741841.814248894

หลักเกณฑ์การสอบ IT Examination :Computer for working
ประกาศ 20 พฤศจิกายน 2556
http://it.nation.ac.th/std/news/file_load/STD0029.docx
http://it.nation.ac.th/std/?pages=3

Download หลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย
ที่ http://goo.gl/8EKwWn

ส่งภาพเข้าผิดห้อง ทำให้ไม่แสดงผลใน blog ตามปกติ

Thursday, June 5th, 2014
media directory

media directory

หลายวันมานี้ ส่งภาพ image เข้า blog แล้วหาย
ไม่ฟ้อง error เหมือนปัญหาทั่ว ๆ ไป
เหมือนส่งเข้าได้ปกติ แต่กลับไม่แสดงผล
ก็คิดว่าเป็นปัญหาที่ระบบ directory
วันนี้นั่งหาวิธีแก้ไขว่าอะไรคือสาเหตุ

สุดท้ายก็พบว่า wordpress ที่เริ่ม post แรก
ตั้งแต่ 8 เมษายน 2009 นั้น มีการย้ายระบบมาหลายรอบ
อัพเกรดก็หลายครั้ง ล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2557
มีการย้ายจาก appserv เป็น xampp
แต่มีค่า config ใน mysql ได้บันทึกชื่อ directory ไว้
สำหรับห้องเก็บ media เมื่อย้าย directory ของ script
แต่ไม่ไปแก่ config ก็ทำให้ระบบสับสนว่าจะเลือกห้องเก็บภาพที่ไหน
ตอนส่งภาพเข้าไป ก็ส่งเข้าห้องเก่า แต่ตอนเรียกใช้ กลับเรียกจากห้องใหม่
จากความพยายามหาว่าอะไรคือสาเหตุ ก็ได้มีการ upgrade version
เป็น 3.9.1 เป็นที่เรียบร้อย ดูทันสมัยขึ้นพอสมควร

เทคนิคการเขียนบทความทางวิชาการเพื่อการตีพิมพ์

Thursday, May 1st, 2014
nccit diagram

nccit diagram

ระบบและกลไก การนำเสนอบทความทางวิชาการในการประชุม
บทเรียนจาก nccit.net

ทุกปีการศึกษาต้องมีบทความทางวิชาการ
ที่เขียนโดยอาจารย์ในคณะวิชา เพื่อสะท้อนอะไรบางอย่างที่เรียกว่าตัวตน
ดังนั้นคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงกำหนดให้มีการพูดคุยกัน
เรื่อง เทคนิคการเขียนบทความทางวิชาการเพื่อการตีพิมพ์

มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ
1. เพื่อหาแนวปฏิบัติที่ดีของการเขียนบทความทางวิชาการเพื่อการตีพิมพ์
2. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้คณาจารย์ในการเขียนบทความทางวิชาการที่มีคุณภาพ
3. เพื่อให้ผลงานทางวิชาการของคณาจารย์ได้รับการตีพิมพ์เพิ่มมากขึ้น

ในการประชุมหลายครั้ง เราได้พูดคุยถึง good practice
ของอาจารย์หลายท่านที่เขียนบทควาทางวิชาการ แล้วนำเสนอ
ซึ่งมีเวทีมากมายที่จะรับผลงานตีพิมพ์ เชื่อมโยงกับฐานข้อมูล TCI
ก็จะช่วยให้บทความที่นำเสนอมีความน่าเชื่อถือ น่าสนใจ และเป็นที่ยอมรับ

บุคลากรของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมเวทีต่าง ๆ เรื่องการเขียน และการให้ความสำคัญ
กับการเขียนบทความวิชาการ
เช่น การเขียนบทความทางวิชาการเพื่อใช้เป็นผลงานทางวิชาการหนึ่ง
ที่ถูกใช้เสนอขอตำแหน่งทางวิชาการ
โดยคณะสนับสนุนให้เข้าร่วมอบรม เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2557
ซึ่ง ผศ.ดร.ศิริพร เสริตานนท์  วิทยากร
พูดถึงความสำคัญของการเลือกนำเสนอในเวที ที่อยู่ในรายการของ TCI
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.584196208261181.142796.506818005999002
https://scontent-b-sin.xx.fbcdn.net/hphotos-prn2/t1.0-9/p180x540/1511240_818713478142785_1400895810_n.jpg

มหาวิทยาลัยสนับสนุนให้บุคลากรเขียนบทความทางวิชาการเสนอในเวทีต่าง ๆ
เช่น เวทีของมหาวิทยาลัยเนชั่น งานประชุม lampang 2020
การประชุมวิชาการ อุดมศึกษาไทยกับการพัฒนาประเทศ ประจำปีการศึกษา 2556
การสนับสนุนให้นักศึกษานำเสนอภาคโพสเตอร์
ซึ่งผ่านการกลั่นกรองจาก อ.ดร.อติชาต หาญชาญชัย อ.ที่ปรึกษา
โดยมีงานที่ผ่าน 2 ชิ้นคือ น.ส.ศัลณ์ษิกา ไชยกุล และนายณภัทร เทพจันตา
https://www.facebook.com/ajarnburin/photos/a.779721072042026.1073741916.506818005999002/779721945375272/
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.779721072042026.1073741916.506818005999002

การจัดเวทีให้นักศึกษา และอาจารย์ได้มีโอกาสนำเสนอในเวที
ช่วยให้บุคลากรมีความเข้าใจเทคนิคการเขียนบทความ และการนำเสนอในเวทีดีขึ้น
ในคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มีอาจารย์ร่วมนำเสนอหลายบทความ
ทั้งในเวทีของมหาวิทยาลัย และเวทีนอกมหาวิทยาลัย
แล้วนำประสบการณ์มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในคณะวิชา
อาทิ ntc 2014 หรือ nccit 2014
เพื่อเชิญชวนทุกท่านได้ออกไปนำเสนอในเวทีต่าง ๆ
http://www.nation.ac.th/ntc2014/

เทคนิคการทวนสอบตามกรอบมาตรฐาน TQF

Thursday, May 1st, 2014
ตรวจสอบตามรายการ

http://www.ncas.rutgers.edu/pre-healthtimeline

การจัดการความรู้เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นในปีการศึกษา 2556
ที่คณะวิชามีความสนใจเรื่อง เทคนิคการทวนสอบตามกรอบมาตรฐาน TQF
แล้วนำมาเป็นประเด็นในการจัดการความรู้
ที่ถูกนำมาพูดคุยเกี่ยวกับเทคนิคการทวนสอบในหลายครั้ง

โดยวัตถุประสงค์ของประเด็นนี้ มี 2 ข้อ
1. เพื่อหาแนวปฏิบัติที่ดีของการทวนสอบ
2. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้อาจารย์ผู้สอน
และสามารถนำแนวปฏิบัติเรื่องการทวนสอบ ไปปฏิบัติจริงได้

ซึ่งการทวนสอบในระดับวิชา สามารถทำได้ 3 แบบ
1. ทวนสอบข้อสอบกับแผนการสอน กับหลักสูตร
2. ทวนสอบข้อสอบกับผลการเรียน กับนักศึกษา
3. ทวนสอบข้อสอบทั้งแผนการสอน และผลการเรียน
ถ้าจะทวนสอบที่ขยายออกไปก็ต้องเกี่ยวข้องกับหลักสูตร
และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ซึ่งกระบวนการมีหลายวิธี
อาทิ การสังเกต การตรวจสอบ การประเมิน การสัมภาษณ์ เป็นต้น

โดยอาจารย์ในคณะวิชาพิจารณาร่วมกัน โดย อ.ศศิวิมล แรงสิงห์
ได้สรุปว่าคณะวิชาของเราสนใจประเด็นการทวนสอบวิชากับแผนการสอนเป็นหลัก
จึงให้ความสำคัญกับการ defend ข้อสอบตามกรอบมาตรฐานการเรียนรู้
แต่ก็ยังไม่ทิ้งการ defend grade ที่เป็นปลายทางของการจัดการเรียนการสอน

ทำให้เราให้ความสำคัญ กับกิจกรรมการประชุมพิจารณา มคอ.3 และ มคอ.5
ประชุมพิจารณาข้อสอบกลางภาค ข้อสอบปลายภาค และผลการสอบ
อย่างระมัดระวัง ก่อนนำไปใช้สอบ และก่อนประกาศผลการสอบ
หรือที่มักเรียกกันว่า defend เกรด
โดยพิจารณาว่าผลการเรียน กับการจัดการเรียนการสอนมีความสอดคล้องกันหรือไม่

การทวนสอบระหว่างกัลยาณมิตรด้วยกัน

เพิ่มเติม 1 .. ความหมายของ การตรวจสอบ และการทวนสอบ (itinlife401)
พบคำว่า การทวนสอบในแบบฟอร์ม มคอ.3 หมวดที่ 7 การประเมินและปรับปรุงการดำเนินการของรายวิชา หัวข้อที่ 4 ใน กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ ที่ทุกวิชาต้องจัดทำก่อนดำเนินการสอน และหัวข้อนี้เป็นแผนที่ต้องดำเนินการในการจัดการเรียนการสอนตามมาตรฐาน เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จก็จะต้องจัดทำ มคอ.5 ที่เป็นรายงานผลการดำเนินการของรายวิชา เรื่องนี้สอดรับกับการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของระบบงาน ซึ่งจำแนกได้ 2 ส่วนคือ การตรวจสอบ (Verification) และการยืนยันความถูกต้อง (Validation)
การพิจารณางาน (Work) สามารถวิเคราะห์ได้หลายรูปแบบ และมีทฤษฎีให้เลือกใช้มากมาย การทำงานให้สำเร็จมักประกอบด้วยระบบและกลไก เมื่องานเสร็จแล้วก็สามารถดำเนินการตรวจสอบ และยืนยันความถูกต้องได้ หากจะแยกความต่างของ verification และ validation ก็อาจแยกที่ประเด็นการตรวจสอบว่า การพบผลการดำเนินการตามที่เขียนไว้ในแผน ทั้งแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการและตัวบ่งชี้ของแผน เป็นไปตามกิจกรรม/โครงการ ระยะเวลา กลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ หากดำเนินการครบทุกรายการที่ตรวจสอบก็เรียกว่าผ่านการ verification โดยกิจกรรมนี้มักเป็นงานที่ดำเนินการโดยพนักงานเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่างานมีคุณภาพตามที่กำหนด
ส่วน Validation คือ การตรวจสอบว่ามีการสร้างระบบที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ก่อนสร้างระบบ ระหว่างสร้าง การใช้ระบบ การเลือกวิธีตรวจสอบ การนำผลการตรวจสอบไปใช้ และการเชื่อมโยงผลของงานเข้ากับผลการตรวจสอบว่ามีความสมเหตุสมผล ก็จะเป็นผลว่าระบบงานนั้นมีความถูกต้องเพียงใด การทวนสอบก็จะรวมความหมายทั้งการตรวจสอบ และการตรวจความถูกต้องว่าข้อสอบ กิจกรรมการเรียนการสอน หลักสูตร มาตรฐานการเรียนรู้ เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ มีที่มาจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งผู้ประกอบการ ชุมชน ผู้ปกครอง นักศึกษา อาจารย์ และสถาบัน ว่ามีความครบถ้วน และเชื่อมโยงกันอย่างถูกต้อง ซึ่งผลการตรวจสอบก็จะนำไปใช้ปรับปรุงนโยบาย แผนกิจกรรม/โครงการ ทั้งในชั้นและนอกชั้น และแนวทางจัดการเรียนทั้งระดับสูงสุดไปถึงแต่ละวิชากันต่อไป
+ http://www.npc-se.co.th/pdf/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C%20Rev%200.pdf
+ http://www.thaiall.com/tqf/

เพิ่มเติม 2 .. สุขวิทย์ โสภาพล ได้แบ่งปันผ่าน blog ของ ubu.ac.th
+ http://km.bus.ubu.ac.th/?p=831
ว่า การทวนสอบ หมายถึง ดำเนินการหาหลักฐานด้วยวิธีการใด ๆ
เช่น การสังเกต การตรวจสอบ การประเมิน การสัมภาษณ์ เป็นต้น
เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่กำหนดขึ้นนั้น ได้มีการดำเนินการ และบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่
โดยทั่วไปการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาในรายวิชา
มีกลยุทธ์ดังต่อไปนี้
1. การตรวจสอบการให้คะแนนจากกระดาษคำตอบข้อสอบและงานที่ได้รับมอบหมาย
2. การตรวจสอบการประเมินหลักสูตรโดยนักศึกษาและผู้สำเร็จการศึกษา
3. การตรวจสอบภาควิชาหรือสาขาวิชาและหลักสูตรโดยบุคคลภายนอก
4. การรายงานเกี่ยวกับทักษะของบัณฑิตโดยผู้ใช้บัณฑิต

เพิ่มเติม 3 .. เรื่องการทวนสอบ ได้พบเอกสารในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
http://www.eduservice.psu.ac.th/Laksood/template_form/sob(5april56).doc
ได้ให้แนวทางไว้อย่างชัดเจน และเป็นตัวอย่างหนึ่งได้
โดยให้ตัวอย่างแบบฟอร์ม และแนวทางในการดำเนินงานไว้ 6 ข้อ ดังนี้

1. คณะแต่งตั้งคณะกรรมการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษา
2. หลักสูตรที่ดำเนินการตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิฯ แจ้งรายวิชาที่เปิดสอนทั้งหมดในปีการศึกษาไปยังคณะกรรมการ
3. คณะกรรมการสุ่มรายวิชาอย่างน้อยร้อยละ 25 ของรายวิชาที่เปิดสอนในแต่ละปีการศึกษาของแต่ละหลักสูตร เพื่อดำเนินการทวนสอบ โดยมีหลักการในการทวนสอบว่า ดำเนินการเฉพาะรายวิชาที่เปิดสอน และไม่ทวนสอบรายวิชาเดิมหรือซ้ำซ้อน สำหรับการดำเนินการทวนสอบรายวิชาในรายวิชาศึกษาทั่วไป และรายวิชาพื้นฐาน มหาวิทยาลัยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
4. กระบวนการทวนสอบมีหลายวิธี เช่น การสังเกต การตรวจสอบ การประเมิน การสัมภาษณ์ ฯลฯ เพื่อยืนยันพิสูจณ์ว่าสิ่งที่กำหนดขึ้นนั้นได้มีการดำเนินการและบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่ามาตรฐานผลการเรียนรู้ที่คาดหวังเป็นที่เข้าใจตรงกันและมีการจัดการเรียนการสอนจนบรรลุผลสำเร็จ
5. คณะกรรมการทวนสอบแจ้งผลการทวนสอบให้หลักสูตรทราบเพื่อพัฒนาปรับปรุงและแจ้งคณะกรรมการ ตามข้อ 2 ของวิธีการประเมินทราบและดำเนินการกำกับดูแลให้มีการพัฒนาตามผลการประเมิน
6. คณะรายงานผลในภาพรวมของการทวนสอบไปยังมหาวิทยาลัย

อะไรละที่จะเป็น 100% ของชีวิตคุณ

Sunday, May 26th, 2013

ถ้าหากตัวอักษรภาษาอังกฤษ 26 ตัว
A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z
ทั้งหมดนี้แปลงเป็นตัวเลข
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26

งั้น
Knowledge (ความรู้)

K+N+O+W+L+E+D+G+E = 11+14+15+23+12+5+4+7+5=96%

Workhard (ทำงานหนัก)

W+O+R+K+H+A+R+D =23+15+18+11+8+1+18+4=98%

งั้นก็แสดงว่าความรู้กับการทำงานหนักมีความสำคัญเท่ากับ 96% กับ 98% ต่อชีวิตแล้ว

LUCK (โชคดี)

L+U+C+K =12+21+3+11=47%

LOVE (ความรัก)

L+O+V+E =12+15+22+5=54%

ดูๆแล้วสิ่งที่เรานึกว่าเป็นสิ่งสำคัญ ก็ไม่ได้สำคัญตามอย่างที่เราคิดไว้นะ

แล้วอะไรละ ที่จะเป็น 100% ของชีวิตคนเรา??

มันคือ Money (เงินทอง) งั้นเหรอ?
M+O+N+E+Y =13+15+14+5+25=72%
ก็ไม่ใช่นะ

หรือว่าคือ Leadership (การเป็นผู้นำ) หรอ?
L+E+A+D+E+R+S+H+I+P=12+5+1+4+5+18+19+9+16=89%
ก็ยังไม่ใช่อีก

จริงๆแล้วสิ่งที่จะทำให้ชีวิตเราเต็มร้อยนั่นก็คือ
ATTITUDE (ทัศนคติ/ความคิด )
A+T+T+I+T+U+D+E = 1+20+20+9+20+21+4+5=100%

เรียบเรียงโดย

สุทธินนท์  พรมพา 5308008

นักศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

สาขาวิชา วิทยาการคอมพิวเตอร์

มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง

ผลการสังเคราะองค์ความรู้จากงานวิจัย

Thursday, May 23rd, 2013

ชื่องานวิจัย “พฤติกรรมการเรียนที่มีผลต่อความสำเร็จของการจัดทำโครงงานระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์”
ประเภทการวิจัย การวิจัยในชั้นเรียน
ผู้วิจัย อาจารย์เกศริน อินเพลา
หน่วยงาน สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
ผู้สนับสนุนทุนวิจัย มหาวิทยาลัยเนชั่น
วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเรียนที่มีผลต่อความสำเร็จของการจัดทำโครงงานระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ของนักศึกษา
สรุปผลการวิจัย การศึกษาพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษาที่มีผลต่อความสำเร็จของการจัดทำโครงงานระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ (CPIS 412) มหาวิทยาลัยเนชั่น โดยใช้แบบสอบถามแบบ Rating Scale ตามวิธีของ Likert scale 5 ระดับ พบว่า พฤติกรรมการเรียนอยู่ในระดับน้อย การจัดการเวลาในการเรียนในระดับปานกลาง และมีความวิตกกังวลในระดับมากกับในการสอบป้องกันโครงงาน การมีสมาธิและการเอาใจใสต่อการเรียนอยู่ในระดับปานกลาง กระบวนการรวบรวมข้อมูลและการกระตือรือร้นในการค้นหาความรู้ในระดับมาก การเลือกใจความสำคัญและการจดจำเนื้อหาที่สำคัญในระดับปานกลาง การใช้เทคนิคและเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ช่วยเหลือในการเรียนในระดับปานกลาง การทดสอบตนเอง การทบทวนและการเตรียมตัวในการเรียนในระดับปานกลาง และการเตรียมตัวสอบในระดับปานกลาง
ผลการสังเคราะห์งานวิจัย (องค์ความรู้จากการวิจัย)
การศึกษาพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษา ในรายวิชาโครงงานระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ (CPIS 412) มหาวิทยาลัยเนชั่น ได้องค์ความรู้ในภาพรวมด้านพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการเรียนของนักศึกษา ดังนี้
องค์ความรู้ที่ได้
1.การเอาใจใส่ การบริหารจัดการเวลา และความกระตือรือร้นในการค้นคว้า นำเสนอความก้าวหน้า อยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง
2.ความเข้าใจในเนื้อหา การเชื่อมโยงความคิดอย่างเป็นระบบ และความรู้ในการใช้โปรแกรม อยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง
แนวทางในการแก้ปัญหา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถทำโดย
1.ควรจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดทัศนคติที่ดีต่อการเรียน ให้นักศึกษาเห็นคุณค่าของการเรียนแต่ละรายวิชาและประโยชน์ที่จะได้รับหลังจากสำเร็จการศึกษารวมถึงการได้งานทำที่ดี และการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในอนาคต
2.การสร้างแรงจูงใจในการเรียน เช่น การนำรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จมาเล่าถึงประสบการณ์การเรียน วิธีการเรียน
3.ชี้แจ้งให้นักศึกษาทราบถึงนโยบายในการจัดตารางเรียนตารางสอบของมหาวิทยาลัย และความสำคัญของการเรียนที่จะได้รับในแต่ละวิชา เพื่อให้นักศึกษาได้ปฏิบัติตามตารางเรียนของมหาวิทยาลัย
4.จัดกลุ่มติว เพื่อนสอนเพื่อน พี่สอนน้อง เพื่อไม่ให้นักศึกษาเกิดความวิตกกังวลในการเรียนและการสอบ และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักศึกษามากยิ่งขึ้น
5.จัดศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาด้านต่าง ๆ ของนักศึกษา หรือให้อาจารย์ที่ปรึกษาติดตามนักศึกษาที่มีปัญหา ให้เข้ามาขอคำปรึกษาและนำไปแก้ปัญหา เพื่อให้นักศึกษารู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ
6.จัดอบรมเสริมทักษะด้านการรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลที่เชื่อมไปหาเหตุผลของหลักการและทฤษฎีต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาเกิดทักษะในการลำดับเนื้อหา ขั้นตอนการวิเคราะห์และเชื่อมโยงหาเหตุผล
7.ให้อาจารย์ผู้สอนกระตุ้นนักศึกษาขณะที่เรียน มีการให้ขีดเส้นข้อความที่สำคัญ หรือเน้นยำ เพื่อให้นักศึกษาได้ขีดเส้นข้อความที่สำคัญหรือโน้ตสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้นักศึกษาได้นำไปศึกษาทบทวน และค้นคว้าเพิ่มเติมต่อไป
8.จัดอบรมเสริมทักษะด้านเทคนิคและอุปกรณ์ช่วยเหลือทางการเรียน เช่น เทคนิคการสรุปความเกี่ยวกับบทเรียนอย่างเข้าใจด้วยตนเอง
9.ให้อาจารย์ผู้สอนสรุปการเรียนในแต่ละวิชาหลังจากที่สอนเสร็จแล้ว เพื่อเพิ่มความเข้าใจให้กับนักศึกษาที่ยังไม่เข้าใจและนักศึกษาที่สามารถสรุปด้วยตนเองได้แล้วก็จะพิจารณาว่าสรุปตรงกับอาจารย์ที่สรุปหรือไม่
ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาวิจัย ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการทำวิจัยเรื่อง ทัศนคติในการเรียนของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเนชั่น
2. ควรมีการทำวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลให้นักศึกษามีสมาธิในการเรียนของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเนชั่น
3. ควรมีการทำวิจัยเรื่อง การศึกษายุทธวิธีในการเตรียมตัวสอบของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเนชั่น
4. ควรมีการทำวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลให้นักศึกษาเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติตนในการเรียนของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเนชั่น
การใช้ประโยชน์ต่อการเรียนการสอน ทุกรายวิชา