Archive for the ‘KM:คณะนิเทศศาสตร์’ Category

“ความสำคัญและแนวคิดสำคัญในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติของคณะนิเทศศาสตร์”

Saturday, June 25th, 2016

จากพระราชบัญญัติการศึกษา พุทธศักราช 2544 ได้กล่าวในหมวดที่ 4 แนวการจัดการศึกษา

มาตรา ๒๒การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่า  ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่า  ผู้เรียนมีความสำคัญ ที่สุดกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ

มาตรา ๒๓ การจัดการศึกษาทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย ต้องเน้น ความสำคัญ ทั้งความรู้คุณธรรมกระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาในเรื่องต่อไปนี้

(๑). ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ของตนเองกับ
กระแสสังคม ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก เพราะงานของวิชาชีพสายนิเทศศาสตร์เป็นงานที่เกี่ยวกับความเป็นไปกระแสหลักที่ต้องยึดเอาไว บนพื้นฐานของจรรยาบรรณและศีลธรรมอันดีงาม รวมทั้งรักษาความเป็นชาติ ความจงรักภักดีต่อสถาบันทั้ง 3 อย่างเหนียวแน่น

(๒). ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้ความเข้าใจแลประสบการณ์   เรื่องการ จัดการการบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน

(๓). ความรู้เกี่ยวกับศาสนาศิลปวัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทยและการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา

(๔). ความรู้และทักษะด้านคณิตศาสตร์และด้านภาษาเน้นการใช้ภาษาไทยอย่างงถูกต้อง

(๕). ความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข

คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น ได้มีกระบวนวิชาในหลักสูตรที่สนับสนุนและตอบสนองต่อกฎหมายการศึกษามาตรา ๒๒ และ มาตรา ๒๓ ได้แก่

หมวดวิชาศึกษาทั่วไป จำนวน 34 หน่วยกิต แบ่งออกเป็น

ก. กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์                          14 หน่วยกิต

ข. กลุ่มวิชาภาษา                                                                  11 หน่วยกิต

ค. กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์                              6 หน่วยกิต

ง. กลุ่มวิชาการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม                                          3 หน่วยกิต

มาตรา ๒๔ การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะนิเทศศาสตร์ดำเนินการจัดการทั้งวิชาที่เน้นการปฏิบัติทั้งกลุ่มวิชาแกน อันได้แก่วิชา COMM 104การออกแบบนิเทศศิลป์เบื้องต้น  COMM201 การถ่ายภาพสำหรับนิเทศศาสตร์ COMM203 จิตวิทยาและทักษะการสื่อสาร รวมไปถึงกลุ่มวิชาชีพทางนิเทศศาสตร์ ดังต่อไปนี้ คือ

(๑). จัดเนื้อหาหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดย คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล เช่น กรณีของการเรียนร่วมกันระหว่างชั้นปี  ทางคณะนิเทศศาสตร์มีการแก้ปัญหาโดยการทำงานกลุ่มสำหรับช่วงแรก และทำงานเดี่ยวเพื่อฝึกฝนทักษะต่อไป

(๒). ฝึกทักษะ กระบวนการคิดการจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยอาจารย์ผู้สอนจะคิดโจทย์ในการปฏิบัติการเพื่อให้นักศึกษาได้แก้ปัญหา­­­ตลอดเวลาของการฝึกฝนทักษะวิชาชีพผ่านโครงการนักข่าวอาสา โครงการฝึกบิน ( ฝึกวิชาชีพเสริมทักษะเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกไปทำ สหกิจศึกษาหรือการฝึกงาน )

(๓). จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงฝึกการปฏิบัติให้ทำได้คิดเป็นและทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง­­ จากกิจกรรมรายวิชา เช่น วิชา COMM104 การออกแบบนิเทศศิลป์เบื้องต้น วิชา COMM201 การถ่ายภาพสำหรับงานนิเทศศาสตร์ DITR301 การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และสื่อดิจิตัล DITR302 การเขียนเพื่องานวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และสื่อดิจิตัล DITR303 การสื่อข่าวและการเป็นผู้ประกาศ DITR304 ความคิดสร้างสรรค์และการนำเสนอ DITR305 สุนทรียของการใช้ภาพและเสียงประกอบ ADPR302 การผลิตและการเขียนเพื่องานโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ADPR306 การสร้างสรรค์งานโฆษณาและประชาสัมพันธ์  โดยนักศึกษาจะต้องค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อเตรียมการทำงานเนื่องจากก่อนจะลงมือทำชิ้นงานแต่ละชิ้น นักศึกษาต้องมีการนำเสนอข้อมูลและขั้นตอนของการปฏิบัติงานต่ออาจารย์ผู้สอนก่อน และเมื่อผ่านกระบวนการนี้ไปได้ จึงจะสามารถผลิตชิ้นงานได้ และเข้าสู่กระบวนการของ คิดได้ ทำเป็น

(๔). จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกันรวมทั้งปลูกฝังคุณธรรมค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา ซึ่งแต่ละส่วนของโครงสร้างหลักสูตร
นั้นถูกออกแบบมาให้วิชาต่างๆสัมพันธ์กัน จึงทำให้นักศึกษาสามารถที่จะประกอบแต่ละวิชาไว้ด้วยกันและสามารถสร้างองค์ความรู้เพื่อไปตอบโจทย์ของวิชาอื่นๆได้ เช่น วิชา DITR301 การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และสื่อดิจิตัล นักเรียนสามารถนำองค์ความรู้จากวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ DITR305 สุนทรียของการใช้ภาพและเสียง ADPR302 การผลิตและการเขียนเพื่องานโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ADPR306 การสร้างสรรค์งานโฆษณาและประชาสัมพันธ์  มาประกอบกันได้ โดยมีวิชา DITR 304 ความคิดสร้างสรรค์และการนำเสนอ มาเสริมเป็นเทคนิกในการนำเสนอเพื่อให้อาจารย์ผู้สอนผ่านงานเพื่อไปผลิตรายการวิทยุ วิทยุโทรทัศน์ หรือ สื่อดิจิตัล ขั้นสูงต่อไปได้

(๕). ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้รวมทั้งสามารถใช้การวิจัย เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ทั้งผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่างๆ

(๖). จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่มีการประสานความร่วมมือมืออาชีพในสาขาต่างๆทุกฝ่ายในเครือเนชั่นและพันธมิตร เพื่อร่วมกันพัฒนานักศึกษาของคณะนิเทศศาสตร์ให้มีศักยภาพดังนั้น การจัดการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติสามารถตอบสนองพระราชบัญญัติการศึกษาพุทธศักราช 2544 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด

  1. แนวคิดสำคัญของการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ

(๑). เป็นผสมผสานระหว่างวิชาการและวิชาชีพ โดยการจัดกิจกรรมในลักษณะกลุ่มปฏิบัติการที่เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรงจากการเผชิญสถานการณ์จริงและการแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากการกระทำ ( Learning by doing )

(๒). ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติจริงฝึกค้นคว้า ฝึกลงมือทำ ฝึกทักษะกระบวนการต่างๆ ฝึกการแก้ปัญหาด้วยตนเองและฝึกทักษะการเสาะแสวงหาความรู้ร่วมกันเป็นกลุ่มและเดี่ยว

(๓). ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งทางทฤษฎีและการปฏิบัติตามแนวทางสายอาชีพเฉพาะทาง และเรียนรู้ความเป็นประชาธิปไตย โดยการแบ่งกลุ่มทำงานผู้สอนจะดำเนินการร่วมกับผู้เรียนแบ่งกลุ่มย่อย มอบให้ปฏิบัติกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเช่น ศึกษาค้นคว้า แก้ไขปัญหา หรือปฏิบัติกิจกรรม ฯลฯ
(๔). เน้นการฝึกให้ผู้เรียนรู้จักวิธีการทำงานร่วมกัน เพื่อทดสอบการทำงานร่วมกันแบบทีม การสอนแบบนี้ต้องดำเนินการอย่างมีหลักเกณฑ์คือ มีจุดประสงค์ของการทำงาน นักศึกษาจะต้องมีการกำหนดหน้าที่แต่ละคนให้แน่นอนและอาจารย์จะเป็นที่ปรึกษา เสนอแนะให้รู้ว่าจะหาความรู้ได้อย่างไร เมื่อไร ที่ใด
         การจัดการเรียนรู้ ที่เน้นการปฏิบัตินี้จะมีความเข้มข้นของสัดส่วนในการผสมผสานระหว่างวิชาการหรือทฤษฎีและวิชาชีพหรือปฏิบัติอยู่ที่ตัวเลข 50-50 จึงจะเป็นตัวเลขของความเข้มข้นทีลงตัวที่สุดและมีขั้นตอนดังนี้ คือ      

  1. ให้นักศึกษาเรียนรู้ในส่วนของวิชาการก่อนแล้วจึงลงมือปฏิบัติ
  2. เมื่อลงมือปฏิบัติก็จะมองเห็นปัญหา
  3. และเมื่อมองเห็นปัญหานักศึกษาก็จะหาหนทาในการแก้ไขด้วยตนเอง
  4. เมื่อตนเองแก้ไขไม่ได้ก็จะปรึกษากับผู้รู้ หรือ อาจารย์ผู้สอน
  5. นำคำสอนหรือคำแนะนำมาแก้ปัญหาโดยผ่านการวิเคราะห์ร่วมกัน
  6. เมื่อวิเคราะห์ปัญหาได้ นักศึกษาก็จะสามารถสังเคราะห์ได้
  7. เมื่อสังเคราะห์ได้ก็จะสามารถจำวิธีการแก้ปัญหาได้และเกิดความทรงจำ
  8. เมื่อกระบวนการทั้งหมดถูกนำมาผ่านการฝึกฝนอีกซ้ำๆก็จะเกิดความทรงจำที่ยั่งยืน

ในรายวิชาของการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติของคณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยเนชั่น สามารถที่จะจำแนกส่วนต่างๆนั้น คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่นได้จัดอาจารย์เพื่อสอนในรายวิชาดังกล่าวแยกออกเป็นสองวิทยาเขต เอาไว้ดังนี้ คือ

    คณะนิเทศศาสตร์ วิทยาเขต บางนา ได้แก่

  1. อาจารย์สิทธิโชค โควาบุญพิทักษ์ ( นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต (การสื่อสารเพื่อการพัฒนา) มหาวิทยาลัยรามคำแหง / นิเทศศาสตร์บัณฑิต (วิทยุโทรทัศน์) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  1. อาจารย์ชินกฤต อุดมลาภไพศาล (นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต (การสื่อสารมวลชน) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาศาสตรบัณฑิต (เทคโนโลยีการศึกษา) เกียรตินิยมอับดับ1 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  2. อาจารย์รัตนาวดี ลำพาย ( พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต สาขา การจัดการพัฒนาสังคม คณะพัฒนาสังคม นิด้า , ศิลปะศาสตร์บัณฑิต คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

   คณะนิเทศศาสตร์ ศูนย์โยนก ลำปาง ได้แก่

  1. อาจารย์พิมพ์พธู พินทุเสนีย์ ( ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (การสื่อสารพัฒนาการ) มหาวิทยาลัยรามคำแหง ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  2. อาจารย์ปวิณรัตน์ แซ่ตั้ง (ครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต และ มหาบัณฑิต สาขา เทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม) Master of Science in Industrial Education (Industrial Design Technology) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  1. คุณสราวุธ เบี้ยจรัส เจ้าหน้าที่โสตทัศนศึกษาชำนาญการ สอนเกี่ยวกับ การใช้อุปกรณ์สายวิชาชีพ ( นศบ.นิเทศศาสตร์บัณฑิต การโฆษณาประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ )

 

เอกสารอ้างอิง

http://www.moe.go.th/main2/plan/p-r-b42-01.htm

สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา. (2550). แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

การจัดการเรียนรู้แบบประสบการณ์และเน้นการปฏิบัติ. กรุงเทพฯ:ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

รายงานการวิจัยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

 

 

 

การขอตำแหน่งทางวิชาการด้วยงานสร้างสรรค์(ภาพถ่าย)

Monday, May 30th, 2016

การขอตำแหน่งทางวิชาการด้วยงานสร้างสรรค์(ภาพถ่าย)

ภาพถ่ายในฐานะผลงานทางวิชาการในที่นี้จะเป็นลักษณะภาพถ่ายที่เป็น ๑.ภาพเคลื่อนไหว ๒.ภาพนิ่ง

ในที่นี้เราจะขอเน้นการขอผลงานทางวิชาการภาพถ่ายที่เป็นภาพนิ่ง ซึ่งภาพถ่ายนั้นๆ จะต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลักๆดังนี้คือ

๑.ภาพถ่ายจะต้องครอบคลุมผลงานด้านศิลปะทางการถ่ายภาพ มีการจัดองค์ประกอบภาพที่ดี

๒.ต้องประกอบด้วยกระบวนการทางวิชาการ มีบทวิเคราะห์ที่อธิบายหรือเสริมสร้างองค์ความรู้ หรือวิธีการที่จะเป็นประโยชน์ในสาขาวิชา มีความก้าวหน้าทางวิชาการความรู้ใหม่ในสาขาวิชานั้นๆ

๓.มีการเผยแพร่นิทรรศการที่มีการกลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิ (ภาพถ่ายที่ได้รับการคัดเลือกให้จัดแสดง)

จากข้อที่ ๓. ภาพที่ผ่านการจัดนิทรรศการ ย่อมมีผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนั้นๆได้รับความเห็นชอบและผ่านสายตา ภาพนั้นๆจึงเป็นภาพที่เหมาะแก่การนำมาขอตำแหน่งทางวิชาการ เพราะว่า เป็นภาพที่เกิดจากกระบวนการสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ  มีศักยภาพในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นด้านเทคนิค แนวคิด หรือการประกอบสร้างความหมาย และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของภาพถ่ายที่เหมาะแก่การนำมาขอตำแหน่งทางวิชาการ คือ ภาพถ่ายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตน(Style)

ในด้านส่วนประกอบงานเขียนสำหรับภาพถ่ายนั้นๆ เพื่อการนำมาขอตำแหน่งทางวิชาการ ควรจะมี

๑.ที่มาของแนวคิด หรือแรงบันดาลใจ

๒.แนวคิดที่เกี่ยวข้อง

๓.กระบวนการสร้างสรรค์

๔.องค์ความรู้ที่ได้รับ

สำหรับจุดเริ่มต้นแห่งแรงบันดาลใจอาจจะเกิดได้จากปัจจัยดังต่อไปนี้ เช่น

พฤติกรรมของผู้คน (เช่น พฤติกรรมของคนที่ชอบถ่ายเซลฟี่ตัวเอง)

สิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการสร้างสรรค์(ฉากหลังต่างๆ ที่เราถ่ายภาพ)

สังคม การเมือง วัฒนธรรม

สุนทรียภาพ

อุดมการณ์ ความเชื่อ

สรุปโดยย่อในการขอตำแหน่งทางวิชาการด้วยงานสร้างสรรค์ (ภาพถ่าย) ให้เราเตรียมพร้อมในสิ่งต่อไปนี้

๑.ที่มาของแรงบันดาลใจ (กระบวนการสื่อสารของภาพถ่าย)

๒.การทบทวนวรรณกรรม (การจัดองค์ประกอบภาพ, ทฤษฎีสี, แนวคิดการสื่อความหมายด้วยภาพ, การศึกษาเชิงสัญวิทยา)

๓.กระบวนการสร้างสรรค์ (เช่น การสำรวจสถานที่, การวางแผนการถ่าย, กระบวนการถ่ายภาพ)

๔.มีผลงานสร้างสรรค์ (ภาพที่จะใช้จัดแสดง)

๕.สรุปผลงาน (สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ องค์ความรู้ใหม่ที่ได้รับ, เทคนิคหรือเนื้อหาใหม่ๆในการสร้างสรรค์ผลงาน)

๖.มีการเผยแพร่ผลงาน (มีภาพที่จัดแสดงในนิทรรศการต่างๆทั้งระดับประเทศ หรือ นานาชาติ ก็ได้)

๗.ผู้คัดเลือกผลงาน (ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขานั้นๆ)

 

อ.สิทธิโชค  โควาบุญพิทักษ์

ประสบการณ์ในการขอตำแหน่ง “ผู้ช่วยศาสตราจารย์”

Monday, May 30th, 2016

ประสบการณ์ในการขอตำแหน่ง “ผู้ช่วยศาสตราจารย์”

ตำแหน่งทางวิชาการ หมายความถึง วิทยฐานะที่ทรงเกียรติของอาจารย์ในระดับอุดมศึกษา ซึ่งประกอบด้วยตำแหน่งศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ ซึ่งได้รับแต่งตั้งตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (https://www.rsu.ac.th, 2559)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (assistant Professor) ใช้อักษรย่อว่า “ผศ.” เป็นตำแหน่งทางวิชาการ ต่อมาจากตำแหน่ง อาจารย์ ก่อนจะเป็น รองศาสตราจารย์ โดยต้องมีชั่วโมงสอน มีผลงานเอกสารประกอบการสอนอย่างน้อย 1 รายวิชา คุณภาพดี และผลงานวิจัย คุณภาพดี หรือ ผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์แสดงถึงมีความรู้ ความสามารถ และมีผลงานทางวิชาการ ตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีหน้าที่หลักในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาชั้นสูง คือ มีชั่วโมงสอนประจำวิชาใดวิชาหนึ่งที่กำหนดไว้ในหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษาและมีความชำนาญในการสอน และเสนอเอกสารประกอบการสอนที่ผลิตขึ้นสำหรับการสอนทั้งรายวิชาไม่น้อยกว่า 1 รายวิชา ซึ่งมีคุณภาพดี และได้ใช้ประกอบการสอนมาแล้ว โดยผ่านการประเมินจากคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการในข้อบังคับของสภาสถาบัน (https://th.wikipedia.org, 2559)

ผู้เขียนได้ยื่นเรื่องเพื่อเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการ ระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์ โดยวิธีปกติ สิ่งสำคัญอันดับแรก คือการตรวจสอบความพร้อมของตนเอง ทางด้านคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง รวมทั้งเอกสารและผลงานทางวิชาการ ซึ่งสามารถสรุปจากประสบการณ์เฉพาะของผู้เขียนในการขอตำแหน่งได้ ดังนี้

 

  1. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
    • คุณวุฒิ และระยะเวลาการเป็นอาจารย์ คุณวุฒิปริญญาโท ซึ่งต้องมีระยะเวลาการเป็นอาจารย์ไม่น้อยกว่า

5 ปี (สำหรับคุณวุฒิอื่นๆ จะแตกต่างในเรื่องของระยะเวลาการเป็นอาจารย์)

 

  1. การสอน

2.1 การสอน  เป็นการเลือกรายวิชาที่จะขอตำแหน่งมา 1 รายวิชา ที่มีความชำนาญในการสอน และมีเอกสารประการ

สอนคุณภาพดีที่ผ่านการใช้สอนมาแล้วอย่างน้อย 1 ภาคการศึกษา ในเอกสารประกอบการสอนไม่ได้จำกัดว่าต้องมีกี่บท ซึ่งในแต่ละบทจะต้องประกอบด้วย หัวข้อเรื่อง, วัตถุประสงค์การเรียนรู้, เนื้อหา, คำถามและกิจกรรมท้ายบท โดยเอกสารประกอบการสอนนั้น จะผ่านการประเมินจากคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งวิชาการภายในมหาวิทยาลัย

2.2 การสอบสอน ผู้เขียนขอให้คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งวิชาการเข้ามาสอบสอน ในรายวิชาที่ต้องการจะขอตำแหน่ง โดยทำเรื่องขอรับประเมินผลการสอนเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ เอกสารที่ต้องให้กับทางคณะกรรมการ ได้แก่ เอกสารประกอบการสอน, สื่อการสอน, แผนการสอน (มคอ.3) และแบบสรุปผลการประเมินการเรียนการสอนโดยนักศึกษา (ย้อนหลังประมาณ 3 เทอม) สำหรับในรายวิชาดังกล่าว  กล่าวในการสอบสอนต้องมีการเตรียมตัว การเตรียมเนื้อหา การให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน และการบริหารจัดการเวลาให้มีความเหมาะสม ซึ่งการเรียนการสอน หัวข้อที่สอนจะต้องตรงกับแผนการสอน (มคอ.3) เมื่อคณะกรรมการเข้าประเมินการสอนในชั้นเรียนมีมติให้สอนผ่าน จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนของการพิจารณาผลงานวิจัยโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัย หากผลการสอนไม่ผ่านจะไม่ได้ไปสู่ขั้นตอนต่อไป  ดังนั้นการสอบสอนจึงเป็นสิ่งสำคัญ และคณะกรรมการจะอยู่ในชั้นเรียนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบชั่วโมง

 

 

  1. ผลงานทางวิชาการ

3.1 งานวิจัย

ตามเกณฑ์ในการขอตำแหน่งจะต้องเป็นผลงานวิจัยคุณภาพดี ที่แสดงความชำนาญหรือเชี่ยวชาญในสาขาวิชา  และได้ตีพิมพ์เผยแพร่เป็นบทความวิจัยในวารสารวิชาการ (วารสารที่ลงต้องมีรายชื่อปรากฏในฐานข้อมูล TCI) ผู้เขียนเสนองานวิจัยเชิงคุณภาพที่เป็นหัวหน้าโครงการ โดยงานวิจัยจะถูกส่งให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (Readers) ภายนอก ประมาณ 3-5 ท่าน พิจารณาผลงาน การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับผู้ทรงคุณวุฒิและผลการประเมินเป็นความลับทุกกรณี และจะใช้เวลาหลายเดือน  เพราะต้องรอผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละท่านตรวจอ่านและประเมิน ข้อแนะนำสำหรับขั้นตอนนี้ควรเป็นผลงานวิจัยที่ทำคนเดียว 100% เมื่อส่งงานวิจัยไปแล้ว ผู้วิจัยจะไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้อีก

คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งวิชาการของมหาวิทยาลัย จะพิจารณาผลการประเมิน โดยสภามหาวิทยาลัยพิจารณาให้ความเห็นชอบ อธิการบดีจะเป็นผู้ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง ทั้งนี้ผู้เขียนได้ยื่นเรื่องเพื่อเสนอขอตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 และได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558

 

โดย ผศ.บดินทร์ เดชาบูรณานนท์

อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น

#บดินทร์เดชาบูรณานนท์ #มหาวิทยาลัยเนชั่น #ผู้ช่วยศาสตราจารย์ #การขอตำแหน่งทางวิชาการ

 

———————————————————–

บรรณานุกรม

ความหมายของตำแหน่งทางวิชาการ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://www.rsu.ac.th. ,

(วันที่ค้นข้อมูล : 28 พฤษภาคม 2559)

ความหมายของผู้ช่วยศาสตราจารย์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :  https://th.wikipedia.org. ,

(วันที่ค้นข้อมูล : 28 พฤษภาคม 2559)

การจัดการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ

Tuesday, May 10th, 2016

การจัดการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ

การส่งเสริมอาจารย์ให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ

Tuesday, May 10th, 2016

การส่งเสริมอาจารย์ให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ

การใช้สื่อออนไลน์เพื่อการสื่อสารของผู้สูงวัยในจังหวัดลำปาง

Tuesday, May 10th, 2016

การใช้สื่อออนไลน์เพื่อการสื่อสารของผู้สูงวัยในจังหวัดลำปาง

001

facebook