ภาษาอังกฤษเพื่อศึกษาและฝึกฝน

September 1st, 2016

แนะนำเว็บไซต์สอนภาษาอังกฤษ
ได้ข้อมูลจาก http://www.nation.ac.th
เมื่อ 1 กันยายน 2559

แนะนำภาษาอังกฤษผ่านเว็บไซต์

แนะนำภาษาอังกฤษผ่านเว็บไซต์

website ที่ 2
http://www.e4thai.com/e4e/index.php?view=article&catid=18%3Astudents&id=185%3Aenglish-for-you-mp3

website ที่ 3
http://thai.langhub.com/th-en/travel-english/161-First-Conversation

website ที่ 4
http://www.englishspeak.com/th/english-lesson.cfm?lessonID=1

speexx ของมหาวิทยาลัยเนชั่น
http://it.nation.ac.th/speexx

เรียนออนไลน์กับ speexx.com ที่มหาวิทยาลัยเนชั่น

August 26th, 2016
นโยบายการยกระดับมาตรฐานภาษาอังกษในสถาบันอุดมศึกษา

นโยบายการยกระดับมาตรฐานภาษาอังกษในสถาบันอุดมศึกษา

มหาวิทยาลัยเนชั่น ได้จัดบริการ
สนับสนุนการพัฒนาภาษาอังกฤษของนักศึกษา และบุคลากรแบบออนไลน์
ผ่านบริการ Speexx ที่ http://www.speexx.co.th/nation/
และมีกลุ่มที่เข้าไปพูดคุยสอบถามได้ที่
https://www.facebook.com/groups/684482298366452/

คู่มือการเข้าใช้งาน
1. คู่มือการ Login เข้าสู่ระบบ
2. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ
3. คู่มือการใช้งานฉบับเต็ม
4. กิจกรรมเสริมทักษะ
5. ลืมรหัสผ่าน

ความเป็นมา
หลายสถาบันต่างใช้บริการระบบการเรียนออนไลน์ที่ได้มาตรฐาน
เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
สอดรับกับที่ สกอ. มีประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา
เรื่อง นโยบายการยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษในสถาบันอุดมศึกษา
เมื่อ 12 เมษายน 2559 โดย รศ.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ
ประธานกรรมการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ที่กำหนดมาเป็นข้อ ๆ อย่างเป็นระบบ พอสรุปได้ดังนี้
1. กำหนดนโยบาย และเป้าหมายการยกระดับภาษาอังกฤษในระดับที่ใช้งานได้
2. ให้จัดทำแผนเพื่อดำเนินการตามนโยบาย และเป้าหมาย
3. ให้พิจารณาปรับปรุงการสอนวิชาภาษาอังกฤษที่เป็นอยู่
4. ให้จัดกิจกรรมนอกหลักสูตร
5. ให้ทดสอบ แล้วนำผลทดสอบออกเป็นใบรับรองว่าอยู่ระดับใด
ให้เริ่มกันตั้งแต่ปีการศึกษา 2559
https://www.facebook.com/groups/thaiebook/672016736282481/

SPEEXX คือ โปรแกรมเรียนภาษาด้วยตัวเอง
สำหรับนักศึกษา คนทำงาน และผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ
ที่ประกอบด้วยเนื้อหาที่ตอบสองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างลงตัว
โดยผู้เรียนมีการเรียนรู้ด้วยตนเองและง่ายต่อการใช้งาน
มีบทเรียนในส่วนของไวยากรณ์ คำศัพท์ การออกเสียงและสำเนียงที่ถูกต้อง
รวมไปถึงทักษะความเข้าใจในการอ่านบทความ
http://www.speexx.com
https://www.facebook.com/speexx.thailand/

บริการเรียนออนไลน์ของ SPEEX
นอกจาก Vocabruary และ Grammar และ Reading
ก็ยังมี ฟัง (Listening)
 และมีบางบทเรียนที่เทียบเสียงพูด
ควรมีอุปกรณ์ที่จำเป็นคือ หูฟัง โดยเฉพาะการสอบ Placement Test

earphone สำหรับ listening

earphone สำหรับ listening

การแบ่งเนื้อหาของ Speexx แบ่งตามระดับ
ใน CEF (Common European Framework)

CEF : Common European Framework

CEF : Common European Framework

http://inglesenow.blogspot.com/p/common-european-framework.html
https://en.wikipedia.org/wiki/Common_European_Framework_of_Reference_for_Languages

เกณฑ์มาตรฐานความสามารถภาษาอังกฤษ

เกณฑ์มาตรฐานความสามารถภาษาอังกฤษ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม
http://onlineenglish.cmu.ac.th
เคล็ดลับการเรียนด้วยตัวเอง กับ speexx
http://www.thaiall.com/blog/burin/7754/
นโยบายยกระดับภาษาอังกฤษ
http://www.thaiall.com/blog/burin/7856/

พี่ไอทีสอนน้องปีหนึ่งตัดคลิ๊ปให้เหลือแต่ตัว

August 25th, 2016
freshman training

freshman training

25 ส.ค.59 เห็นคุณเอกพันธ์ วุฒิชัย กับคุณเปรม อุ่นเรือน
กำลังสอนนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ตัดต่อคลิ๊ป
เน้นการตัดพื้นหลังออก แล้วซ้อนหลาย layer
ผมก็เข้าไปแจมด้วย
ลอง import ภาพ .gif เป็น layer ใหม่
เข้าไปเป็นตัวเดินเรื่อง มีหน้าที่เดินอย่างเดียวเลย
แต่ใช้เสียง background จาก youtube.com
แล้วยก tense มาเป็นเนื้อหา ก็ลงตัวนะกับ 50 วินาที
ที่ https://www.youtube.com/watch?v=84-ffOEC90o
ส่วนคลิ๊ปแนะนำตัวของนักศึกษาที่หยิบมาเป็นตัวอย่าง 3 คน
1. น้องฝ้าย สาขาออกแบบ (571) ที่ตัดพื้นได้ดี

2. น้องกาญจนา สาขาบัญชี (581) ที่แสดงออกได้ดี

3. น้องบุญบง สาขาบริหาร (542) ตัดพื้นออกได้สะอาดดี

กิจกรรมพี่น้องพากันเตียวขึ้นดอย 2559 (ปลูกฝ้ายถักทอ สืบสานตำนานจุลกฐิน)

August 21st, 2016

20 ส.ค.59 กิจกรรมพี่น้องพากันเตียวขึ้นดอย 2559 (ปลูกฝ้ายถักทอ สืบสานตำนานจุลกฐิน)
ณ วัดสามัคคีบุญญาราม อ.เมือง จ.ลำปาง
มีอัลบั้มภาพ และคลิ๊ปโดยมืออาชีพขั้นเทพให้ชมหลายจากหลายท่าน

กิจกรรมพี่น้องพากันเตียวขึ้นดอย

กิจกรรมพี่น้องพากันเตียวขึ้นดอย

ม.เนชั่นจัดปลูกฝ้ายจุลกฐินรับน้องใหม่ 2559
โพสต์ข่าวในช่องเนชั่น
http://www.nationtv.tv/main/content/social/378513709/

คลิ๊ปวิ่งขึ้นเนิน Spirit มนัสการพระพุทธรูปปรางค์นาคปรก วัดสามัคคีบุญญาราม ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง
โดยพี่นิเวศน์
https://www.facebook.com/nivate2012/videos/952848771528562/

พี่น้องร่วมใจวิ่งขึ้นเนิน Spirit มนัสการพระพุทธรูปปางนาคปรก 33 ภาพ
โดยพี่นิเวศน์
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1213787828687085/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=952836978196408&set=oa.1213787825353752
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=952838838196222&set=oa.1213787825353752

ข้าวแลงขันโตกต้อนรับนักศึกษาใหม่ 52 ภาพ
โดยพี่นิเวศน์
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1213021208763747/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=952169204929852&set=oa.1213021205430414

พิธีบายศรีสู่ขวัญ 36 ภาพ
โดยพี่นิเวศน์
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1213015602097641/

พิธีมอบทุนในห้องประชุม 25 ภาพ
โดยพี่นิเวศน์
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1212858398780028/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=951977961615643&set=oa.1212858388780029
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=951978071615632&set=oa.1212858388780029

พิธีมอบทุนบนเวที 20 ภาพ
โดยพี่นิเวศน์
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1212854172113784/

กิจกรรมรับน้อง 29 ภาพ
โดยคุณสราวุธ เบี้ยจรัส
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1211399812259220/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1415011541859612&set=oa.1211399795592555

กิจกรรมรับน้องนิเทศ 59 ภาพ
โดยคุณสราวุธ เบี้ยจรัส
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1207481469317721/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1408506225843477&set=oa.1207481475984387

กิจกรรมรับน้องวิทยาศาสตร์สุขภาพ 13 ภาพ
โดยคุณสราวุธ เบี้ยจรัส
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1207486192650582/

ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง 38 ภาพ
โดย อ.ดรรชกร
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1211300478935820/
https://www.facebook.com/616217491803441/photos/a.1116173375141181.1073741857.616217491803441/1116174011807784/

ภาพจาก drone ของ อ.สิทธิโชค โควาบุญพิทักษ์ 6 ภาพ
โดย Palist Lunruangrit
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1212667928799075/
https://www.facebook.com/NationUNews/photos/pcb.1061568717253546/1061565310587220/

คลิ๊ปกิจกรรมกลางคืน และมีอีกหลายคลิ๊ป
โดย Palist Lunruangrit
https://www.facebook.com/NTUsmo/videos/935045266638930/

คลิ๊ปกิจกรรมบนรถไฟ
โดย Palist Lunruangrit
https://www.facebook.com/NTUsmo/videos/934103713399752/

คลิ๊ปนำเสนอวิธีเดินทางไปหัวลำโพง ขึ้นรถไฟฟ้าด้วย
โดย Palist Lunruangrit
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1209791559086712/

รูปกิจกรรมของฐานที่ 8 ฐานลำเลียงน้ำ 88 ภาพ
โดย Roong S’Ky
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1212838885448646/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1257393037627867&set=oa.1212838878781980

อัลบั้ม 232 ภาพ
โดย peerapat.rungroj
https://www.facebook.com/peerapat.rungroj/media_set?set=a.1168043556551616.1073741833.100000379477171
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1168057833216855&set=a.1168043556551616.1073741833.100000379477171

พิธีเปิดและเดินขึ้นดอย 101 ภาพ
โดยพี่นิเวศน์
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1213772352021966/

ม.เนชั่น รับน้องสร้างสรรค์ใส่ใจประเพณีพี่พาน้องเตียวขึ้นดอย 126 ภาพ
โดยพี่นิเวศน์
https://www.facebook.com/media/set/?set=oa.1213779088687959

อัลบั้ม โดย Thisisa Book
วิ่งขึ้นดอย 45 ภาพ (ชุดที่ 9)
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1214070745325460/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10207770341638964&set=pcb.1214070745325460
ก่อนวิ่ง 42 ภาพ (ชุดที่ 8)
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1214054605327074/
นั่งรอวิ่ง 42 ภาพ (ชุดที่ 7)
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1214043231994878/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10207770169394658&set=pcb.1214043231994878
ตั้งขบวน 36 ภาพ (ชุดที่ 6 มีภาพผมกับอ.ชินพันธ์ในอัลบั้มนี้)
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1214018175330717/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10207769962949497&set=pcb.1214018175330717
รอตั้งขบวน 40 ภาพ (ชุดที่ 5)
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1214005375331997/
เดินถึงลาน 40 ภาพ (ชุดที่ 4 มีภาพผมกับวรรณ)
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1213976765334858/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10207769646981598&set=pcb.1213976765334858
ระหว่างเดินขึ้นดอย 40 ภาพ (ชุดที่ 3)
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1213976765334858/
เริ่มเดินขึ้นดอย 40 ภาพ (ชุดที่ 2)
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1213959675336567/
พิธีเปิดงาน 33 ภาพ (ชุดที่ 1)
https://www.facebook.com/groups/nationu/permalink/1213937958672072/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10207769122328482&set=pcb.1213937958672072

การเขียนบทความวิจัยอย่างไร จึงจะโดนใจบรรณาธิการ โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มนัส สุวรรณ

July 31st, 2016
ภาพโดย อ.อดิศักดิ์ จำปาทอง

ภาพโดย อ.อดิศักดิ์ จำปาทอง

ตามที่ได้ไปประชุมร่วมกับ อ.อดิศักดิ์ จำปาทอง และ อ.ดร.ตะวันฉาย มิตรประชา
เรื่อง เขียนบทความวิจัยอย่างไร จึงจะโดนใจบรรณาธิการ
โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มนัส สุวรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่
มีเรื่องราวจากเอกสารของท่านวิทยากร มาแบ่งปันดังนี้

นิยามศัพท์

บทความ หมายถึง งานเขียนประเภทร้อยแก้ว ซึ่งผู้เขียนต้องการถ่ายทอดความคิด
และ/หรือ ข้อมูลข่าวสารไปยังผู้อ่านโดยใช้ตัวอักษรเป็นสื่อกลาง
ประเภทของบทความ
– บทความทั่วไป
– บทความกึ่งวิชาการ
– บทความทางวิชาการ
บทความทั่วไป หมายถึง งานเขียนที่มิได้มุ่งเน้นการให้ความรู้
หรือข้อเท็จจริงเชิงวิชาการ แต่มุ่งเน้นที่จะให้ความรู้ทั่วไป ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
หรือให้ข้อคิดแก่ผู้อ่าน เช่น บทความแสดงความคิดเห็น บทความเล่าอัตชีวประวัติ
บทความเล่าประสบการณ์การเดินทาง และบทความที่ให้ข้อคิดหรือปรัชญาชีวิต เป็นต้น
บทความกึ่งวิชาการ หมายถึง งานเขียนที่ผู้เขียนประสงค์จะให้ความรู้เชิงวิชาการ
แต่ไม่ลึกซึ้งถึงระดับองค์ความรู้หรือทฤษฎี เช่น บทความที่เป็นบทวิเคราะห์/วิพากษ์
และบทความสนับสนุนหลักการหรือแนวคิด เป็นต้น
บทความทางวิชาการ หมายถึง งานเขียนหรือความเรียงที่ผู้เขียนประสงค์จะสื่อองค์ความรู้
หรือข้อค้นพบใหม่ ๆ ทางวิชาการในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งเป็นการเฉพาะ เช่น บทความวิจัย
บทความเสนอแนวคิด หลักการ และ/หรือแบบจำลอง เป็นต้น

ธรรมชาติของบทความทางวิชาการร
1. นำเสนอความรู้ที่ตั้งอยู่บนฐานวิชาการของสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง
2. ความรู้ที่นำเสนอต้องมีความถูกต้องและเชื่อถือได้ หรืออย่างน้อยที่สุดต้องมีแนวคิดหรือทฤษฎีสนับสนุน
3. เนื้อหาสาระที่นำเสนอต้องผ่านการประมวล หรือการสังเคราะห์ก่อนเรียบเรียงเชิงพรรณนาตามลำดับอย่างเหมาะสม
4. มีการวิเคราะห์ วิจารณ์ (ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ) บนพื้นฐานทักษะความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของผู้เขียน
5. มีการสรุปและอภิปรายผล รวมตลอดจนให้ข้อเสนอแนะที่จะนำไปสู่การแสวงหาความรู้เพิ่มเติม

การเลือกประเด็นเพื่อเขียนบทความทางวิชาการ
1. เป็นประเด็นที่อยู่ในกรอบความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของผู้เขียน
2. เป็นประเด็นที่มีความแปลกใหม่ ทันสมัย และอยู่ในความสนใจของคนทั่วไป หรือเป็นประเด็นเก่าที่ควรรู้แต่ถูกทิ้งลืม
3. เป็นประเด็นที่สามารถยืนยันความน่าเชื่อถือได้ด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ (Empirical data) หรือมีแนวคิด ทฤษฎีสนับสนุน
4. เป็นประเด็นที่สามารถสร้างเสริมความรู้ และความแตกฉานทางวิชาการให้กับทั้งผู้เขียน และผู้อ่าน
5. เป็นประเด็นที่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม/ประเทศชาติ

องค์ประกอบของบทความทางวิชาการ
1. ชื่อบทความ
2. ชื่อผู้เขียน
3. บทคัดย่อ และคำสำคัญ (Abstract และ Keywords)
4. บทนำ/ความนำ
5. เนื้อเรื่อง (สาระสำคัญ/ความรู้ที่ต้องการนำเสนอ)
6. บทสรุปและอภิปรายผล
7. เอกสารอ้างอิง หรือบรรณานุกรม

บทความวิจัย หมายถึง เอกสารความเรียงที่ได้มาจากการประมวลสรุป (Condensation & Digestion)
รายงานการวิจัย หรือวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา ระดับบัณฑิตศึกษา
ทั้งนี้บทความวิจัยมีลักษณะเฉพาะที่สำคัญ ดังนี้
– มีความยาวจำกัด จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมวิชาการหรือลงพิมพ์ในวารสารวิชาการ
– เป็นเอกสารที่มีความทันสมัย และทันต่อเหตุการณ์มากกว่ารายงานการวิจัย
ทั้งนี้เพราะผู้วิจัยสามารถเพิ่มเติมหรือตัดทอนบางส่วนของรายงานการวิจัยเพื่อการเผยแพร่ได้
– มีคุณภาพที่เป็นมาตรฐานมากกว่ารายงานการวิจัยเพราะต้องทำให้อยู่ใน format ที่เป็นที่ยอมรับตามหลักสากล

องค์ประกอบของบทความวิจัย
1. ชื่อเรื่อง
2. ชื่อผู้วิจัย
3. บทคัดย่อ/คำสำคัญ (Abstract/keywords)
4. บทนำ/ความนำ
5. วิธีดำเนินการวิจัย
6. ผลการวิจัย
7. อภิปรายผล
8. เอกสารอ้างอิง หรือบรรณานุกรม

ข้อแนะนำในการเขียนบทความวิจัย
1. ชื่อเรื่องสั้น กระทัดรัดได้ความหมาย (อาจระบุมิติและ/หรือลักษณะการวิจัยด้วยก็ได้)
2. บทคัดย่อเขียนให้กระชับแต่ครอบคลุมกระบวนการวิจัย
โดยปกติมีความยาวไม่เกิน 300 คำ(15 บรรทัด) มีการแบ่งย่อหน้าตามความเหมาะสม
3. บทนำ/ความนำ บ่งบอกถึงที่มาและความสำคัญของการวิจัย
(ทำไมจึงเลือกทำวิจัยเรื่องนี้ / ทำแล้วได้ประโยชน์อะไร)
4. วิธีดำเนินการวิจัยประกอบด้วย
– ขอบเขตของการวิจัย (พื้นที่/ประชากร/เนื้อหา/เวลา)
– ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
– ข้อมูล และแหล่งของข้อมูล
– เครื่องมือ และวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
– วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
5. ผลการวิจัย เขียนสรุปเรียงตามวัตถุประสงค์
6. อภิปรายผล
– อภิปรายเปรียบเทียบกับวรรณกรรมที่ทบทวน
– อภิปรายข้อค้นพบที่มีความพิเศษเฉพาะ
7. เอกสารอ้างอิง หรือบรรณานุกรม
แจงให้ครบตามที่อ้างอิง และเขียนให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ

ข้อสังเกตสำหรับการเขียนบทความวิชาการ/บทความวิจัยที่ไม่ผ่านการคัดกรองเพื่อการเผยแพร่
1. ไม่ดำเนินการตามระเบียบหรือข้อกำหนดของวารสาร หรือที่ประชุม/สัมมนาวิชาการ
2. เนื้อหาสาระของบทความไม่สอดคล้องกับสาขาวิชาเฉพาะของวารสารหรือไม่ตรงกับ Theme
ของการประชุม/สัมมนาวิชาการ
3. บทความขาดความเป็นเอกภาพ (แต่ละองค์ประกอบไม่สัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน)
4. ขาดความชัดเจนในการนำเสนอ/ไม่ครบกระบวนการของการทำวิจัย
5. ไม่ได้ทำการประมวลสรุปเพื่อเขียนเป็นบทความ แต่นำเอาบทสุดท้ายมาปรับเขียน
6. โครงสร้างการเขียนไม่ดี ไม่เป็นไปตามลำดับ ขาดความเป็นเหตุเป็นผล
7. ขาดลีลาการเขียน (Writing style) ที่เป็นวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนวนภาษา
การแบ่งประโยค และการแบ่งวรรคตอน
8. สาระที่นำเสนอไม่ลึกซึ้ง และไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
9. ไม่ประณีต พิถีพิถันในการใช้ภาษา (ไม่คำนึงถึงหลักไวยากรณ์ พิมพ์ผิด สะกดผิด)
10. เป็นเพียงรายงานการศึกษา ขาดการวิเคราะห์ วิจารณ์ และ/หรือการแสดงความคิดเห็นเชิงวิชาการ

ข้อเสนอแนะเพื่อการเผยแพร่บทความ
1. สำรวจวารสารวิชาการ การประชุมสัมมนาวิชาการ ที่บทความที่เขียนสามารถนำไปเผยแพร่ได้
2. ศึกษาและทบทวนระเบียบและข้อกำหนดของวารสาร
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระ และรูปแบบของบทความ
3. วางแผนการเขียนบทความอย่างเป็นระบบ กำหนดโครงร่างและองค์ประกอบของบทความ
กรอบเวลาที่จะเขียน และเวลาที่จะเผยแพร่
4. การเขียนเป็นเรื่องของทักษะ ควรศึกษาหาความรู้ และเพิ่มพูนทักษะด้วยการฝึกเขียนบ่อย ๆ
และด้วยการอ่านบทความดี ๆ จากวารสารดี ๆ
5. ใช้ภาษาเขียนที่เป็นมาตรฐานทางวิชาการ ถูกต้องตามหลักภาษาศาสตร์
6. ตรวจสอบและตรวจทานสิ่งที่ได้เขียนแล้วในบทความหลาย ๆ ครั้ง
เพื่อตัดทอน และ/หรือเพิ่มเติมสาระให้มีความถูกต้องและเหมาะสม
7. กรณีของบทความวิชาการ ต้องไม่ลืมส่วนที่เป็นบทวิเคราะห์ วิจารณ์ และการแสดงความคิดเห็น
บนพื้นฐานของหลักวิชาการ
8. กรณีของบทความวิจัย ต้อเป็นการเรียบเรียงในลักษณะของการประมวลสรุปจากรายงานการวิจัย
มิใช่การนำเอาบทสุดท้ายมานำเสนอ
9. หลักการเขียนบทความวิจัย ต้องพยายามยึดวัตถุประสงค์เป็นตัวตั้งเสมอ
10. นำเสนอเนื้อหาสาระโดยปราศจากอคติ ตรงไปตรงมา

เอกสารประกอบการค้นคว้า
– นงลักษณ์ วิรัชชัย และสุวิมล ว่องวานิช, “การจัดทำรายงานวิชาการ บทความวิจัย และการอ้างอิง”, [ออนไลน์]
– รสริน พิมลบรรยวก์, “การเขียนบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ”, [ออนไลน์]
– รัตนะ บัวสนธ์, “การเขียนบทความวิชาการและบทความวิจัย”, [ออนไลน์]

29 ก.ค.59 มีการอบรมโครงการ “อบรมและพัฒนานักวิจัย” ประจำปี 2559
หลักสูตร “การเขียนบทความวิจัยทางวิชาการ”
จัดโดย เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคเหนือตอนบน
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)
ร่วมกับ งานบริหารงานวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ณ โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง เชียงใหม่
https://www.facebook.com/groups/thaiebook/658232967660858/
http://unrn.rac.oop.cmu.ac.th

อบรมการเขียนบทความวิจัยทางวิชาการ

July 29th, 2016
การเขียนบทความวิจัยทางวิชาการ

การเขียนบทความวิจัยทางวิชาการ

29 ก.ค.59 มีการอบรมโครงการ “อบรมและพัฒนานักวิจัย” ประจำปี 2559
หลักสูตร “การเขียนบทความวิจัยทางวิชาการ
จัดโดย เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคเหนือตอนบน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)
ร่วมกับ งานบริหารงานวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ณ โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง เชียงใหม่

โครงการ "อบรมและพัฒนานักวิจัย" ประจำปี 2559

โครงการ “อบรมและพัฒนานักวิจัย” ประจำปี 2559

– เปิดงานโดย ศาสตราจารย์ ดร.สัญชัย จตุรสิทธา
ประธานเครือข่ายบริหารการวิจัยภาคเหนือตอนบน

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มนัส สุวรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มนัส สุวรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่

– หัวข้อเรื่อง เขียนบทความวิจัยอย่างไร จึงจะโดนใจบรรณาธิการ
โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มนัส สุวรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอร ภู่เจริญ คณบดีคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอร ภู่เจริญ
คณบดีคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

– หัวข้อเรื่อง เทคนิคการเขียนบทความวิจัย เพื่อตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ
โดน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอร ภู่เจริญ
คณบดีคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อดีตอาจารย์ National University of Singapore
https://www.facebook.com/groups/thaiebook/658232967660858/
http://unrn.rac.oop.cmu.ac.th

อ.ศิริอมร กาวีระ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น ศิษย์โยนก รุ่น 4

อ.ศิริอมร กาวีระ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น
ศิษย์โยนก รุ่น 4

พบ อ.ศิริอมร กาวีระ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น
ศิษย์โยนก รุ่น 4 ถ่ายภาพร่วมกับ อ.อดิศักดิ์ จำปาทอง และผม

ระเบียบการใช้ห้องสมุด

July 27th, 2016

Library_ Nation

การดูแลรักษาบริเวณภูมิทัศน์ให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้

July 27th, 2016

เอกสาร KM_งานภูมิทัศน์

คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยเนชั่น ปีการศึกษา 2558

July 27th, 2016

NTU_QA_Handbook_2558

มาตรฐานการเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ

June 27th, 2016

นโยบายวช. ด้านมาตรฐานการวิจัย และรูปแบบและวิธีการเผยแพร่ผลงานวิจัย

          ดร.จินตนาภา โสภณ ที่ปรึกษาด้านการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้บรรยายสรุปในประเด็นดังต่อไปนี้

-วิสัยทัศน์ วช.

-พันธกิจ วช. (จัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัย จัดทำมาตรฐานและแนวทางในการวิจัยของประเทศ)

-โครงสร้าง วช.

หน่วยงานที่สำคัญหน่วยงานหนึ่ง คือ กองมาตรฐานการวิจัย หน้าที่ของกองมาตรฐานการวิจัย ที่สำคัญคือ การกำหนดมาตรฐานการวิจัยของประเทศ และส่งเสริม สนับสนุนการวิจัย

-ปัญหา อุปสรรคของงานวิจัย

  1. นโยบาย
  2. งบประมาณ
  3. หน่วยงาน
  4. จำนวนและคุณภาพนักวิจัย
  5. มาตรฐานการวิจัย
  6. การบูรณาการงานวิจัย
  7. การบริหารจัดการและการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์

 

-ก่อนการปฏิรูประบบมาตรฐานการวิจัย

จะให้ความสำคัญเฉพาะจรรยาบรรณในการทำวิจัย ขาดการกำหนดมาตรฐานการวิจัย ขาดระบบและกลไก ตลอดจนไม่มีความเป็นสากล

-หลังการปฏิรูประบบมาตรฐานการวิจัย : มีการกำหนด

  1. มาตรฐานที่เกี่ยวกับการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์
  2. มาตรฐานการวิจัยในมนุษย์
  3. มาตรฐานเรื่องความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ
  4. มาตรฐานการเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการ
  5. มาตรฐานการวิจัยด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ
  6. ระบบมาตรฐานการนำส่งข้อมูลของโครงการวิจัยที่เสนอขอรับงบประมาณ (NRPM > NRMS)

 

-นโยบายด้านมาตรฐานการวิจัย

  1. พัฒนากระบวนการการจัดทำมาตรฐาน
  2. พัฒนากระบวนการขับเคลื่อน
  3. พัฒนากลไกในการบริหารจัดการที่เข้มแข็ง
  4. พัฒนามาตรฐานการวิจัยเพิ่มขึ้น

 

-รูปแบบและวิธีการเผยแพร่ผลงานวิจัย

  1. ประชุมวิชาการ
  2. เผยแพร่ในรูปแบบโปสเตอร์
  3. นำเสนอในวารสารวิชาการ

จะนำเสนอในรูปแบบใดก็แล้วแต่ สิ่งสำคัญคือ จะต้องมีการนำไปใช้ประโยชน์ในชุมชน ซึ่งกรณีนำเสนอผลงานฯ อาจแบ่งออกได้ ดังนี้

  1. สิ่งตีพิมพ์ปฐมภูมิ
  2. สิ่งตีพิมพ์ทุติยภูมิ
  3. สิ่งตีพิมพ์ตติยภูมิ
  4. คู่มือ พจนานุกรม
  5. ตำรา

ในการพิจารณาว่าสิ่งพิมพ์/วารสารเป็นวารสารวิชาการหรือไม่ ดูจาก

  1. มีบทความวิชาการประกอบอย่างน้อยครึ่งหน้า
  2. กรณีเป็นข่าวหรือเป็นการวิจารณ์หนังสือ ต้องมีสาระในเชิงวิชาการ
  3. มีศัพท์ทางเทคนิค
  4. มีการเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง
  5. มีหมายเลข
  6. มีการตรวจแก้ไขโดยผู้ทรงคุณวุฒิในศาสตร์สาขานั้นๆ
  7. มีบทคัดย่อ/บทนำ/บทวิจารณ์/บทสรุป
  8. มีรายการเอกสารอ้างอิง
  9. อยู่ใน TCI List

การเขียนบทความวิชาการมักพบความบกพร่อง ดังนี้

  1. ยาวเกินไป
  2. ไม่แม่นข้อมูล
  3. บรรยายไม่กระจ่าง
  4. บกพร่องด้านภาษา
  5. ใช้ภาพประกอบอย่างฟุมเฟือย

– โครงสร้างบทความวิชาการ

– การเตรียมความพร้องก่อนเขียนและส่งบทความวิชาการ

– การเลือกวารสารเพื่อการตีพิมพ์

การนำข้อมูลเผยแพร่ในระบบ TNRR

          นายชัยยุทธ ชัยสิทธิ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนามาตรฐานการวิจัย กองมาตรฐานการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) บรรยายในประเด็น ดังนี้

– บทบาทของ วช. เกี่ยวกับการให้ทุน

  1. เป็นผู้ประเมิน
  2. เป็นแหล่งทุน

2.1 งบวิจัยมุ่งเป้า

2.2 งบการจัดการความรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากงานวิจัยและนวัตกรรม

2.3 ทุนบัณฑิตศึกษา

2.4 ทุนพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัย (แม่ไก่-ลูกไก่)

– ระบบบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (NRMS) ขยายขอบเขตมาจาก NRPM และ TNRR

  1. Proposal Assessment

ประกาศทุน > ยื่นข้อเสนอ > ตรวจสอบ > ประเมิน > แจ้งผล

  1. Ongoing and Monitoring

นำเข้าจัดสรรงบประมาณ > เบิกจ่าย > รายงานความก้าวหน้า > ส่งรายงาน

  1. Research Evaluation

รายงาน/ผลิตภัณฑ์

– การจัดการโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ

– คลังข้อมูลงานวิจัยไทย (TNRR : www.TNRR.in.th)

– ประโยชน์ของ TNRR

  1. มีระบบฐานข้อมูลแบบบูรณาการ
  2. ลดความซ้ำซ้อนของโครงการวิจัย
  3. มีข้อมูลสำหรับฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ได้
  4. ฝ่ายบริหารสามารถมองภาพรวมงานวิจัยของทั้งประเทศได้
  5. นักวิเคราะห์สามารถมองเห็นรายได้ที่จะเกิดขึ้นได้

-เครือข่ายองค์การบริหารงานวิจัยแห่งชาติ

  1. วช.
  2. สกว.
  3. สวทช.
  4. สวก.
  5. สวรส.
  6. สวทน.
  7. สกอ.

การเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ

          ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายสรุปประเด็นได้ดังนี้

-สังคมไทยต้องเปลี่ยนผู้เรียนจากการเป็น “ผู้บริโภค”(ความรู้) ไปเป็น “ผู้ผลิต”(ความรู้)

ที่ผ่านมา ประเทศไทยลงทุนทางการศึกษาสูงที่สุดในอาเซียน แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างผู้เรียนให้มีความสามารถในการผลิตความรู้

-จริยธรรมสูงกว่ากฎหมาย

นักวิจัยทุกคนต้องตระหนักในเรื่องจริยธรรมในการทำวิจัย การทำวิจัยนั้นไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือมากหรือพิเศษ แต่สิ่งที่สำคัญคือ ต้องบันทึกให้ถูกต้อง และอาจารย์ทุกคนต้องทำงานวิจัย เพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ งานวิจัยเพื่อสังคมนั้นสามารถนำมาขอตำแหน่งทางวิชาการได้ แต่งานวิจัยเพื่อสังคมหรืองานวิจัยใดๆก็ตามที่เป็นงานบริการวิชาการจะนำงานนั้นๆมาขอตำแหน่งทางวิชาการไม่ได้ หากต้องการนำงานนั้นๆมาขอตำแหน่งทางวิชาการต้องนำงานบริการวิชาการนั้นมาเขียนเป็นบทความวิชาการ เผยแพร่ และมีการนำไปใช้ประโยชน์ จึงจะสามารถนำมาขอตำแหน่งทางวิชาการได้ ดังนั้น จึงต้องแยกระหว่าง “วิชาการ” กับ “วิชาชีพ” “วิชาการ”นำมาขอตำแหน่งทางวิชาการได้ “วิชาชีพ”นำมาขอตำแหน่งทางวิชาการไม่ได้

-การทำงานวิจัยให้มีคุณภาพ

 ต้องมีความอดทน ซื่อสัตย์ กตัญญู

อดทน : งานวิจัยเป็นเรื่องใช้เวลา

ซื่อสัตย์ : ผลได้อย่างไร ต้องเป็นอย่างนั้น

กตัญญู : ต้อง acknowledge ผู้ที่เกี่ยวข้อง

-จริยธรรมในยุคดิจิตอล

 ปัจจุบันงานวิจัยเผยแพร่ทางสื่อดิจิตอล ทำให้การเผยแพร่มีความรวดเร็วมาก การนำเสนอความรู้จึงต้องมีหลักฐานและต้องไม่ละเมิดผู้อื่น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการทำวิจัยในยุคดิจิตอลก็คือ

  1. แพร่กระจายได้รวดเร็ว
  2. Conflict of interest
  3. ต้องแยกระหว่าง belief กับ knowledge

-ความซื่อสัตย์ จริยธรรมและงานวิจัย

  1. Fabrication

ในงานวิจัยถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก เพราะเป็นการ make up ข้อมูลงานวิจัย เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองและประโยชน์ในการตรวจสอบ นักวิจัยจึงจำเป็นต้องมี Log book หรือสมุดบันทึก เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่ามีการทำวิจัยจริง โดยการแก้ไขใดๆในสมุดบันทึกจะต้องไม่ใช้น้ำยาลบคำผิดแต่ให้ขีดฆ่าและเซ็นต์กำกับเพื่อให้เห็นร่องรอยการแก้ไข และเห็นข้อมูลก่อนการแก้ไข

  1. Falsification

หมายถึง การดัดแปลงข้อมูลหรือการแก้ไขข้อมูล ตัวเลข ทำไม่ได้ การนำรูปของผู้อื่นมาใช้ จะนำมาตกแต่ง ดัดแปลงไม่ได้ เว้นแต่เป็นการใส่ลูกศร หรือสิ่งจำเป็นอื่นๆ หรือเพิ่มเติมตัวหนังสือ การใช้ภาพของผู้อื่ต้องขออนุญาตและได้รับอนุญาตแล้วจึงจะสามารถนำมาใช้ได้ เว้นแต่กรณีที่เป็นภาพที่เจ้าของให้สิทธิในการนำไปทำซ้ำได้ก็จะสามารถนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต (ตรวจสอบได้โดยการ search ไปที่คำว่า “สิทธิในการใช้งาน”)

  1. Plagiarism

หมายถึง Stealing another’s work หรือการขโมยงานของผู้อื่น เน้นการลอกงานของผู้อื่น วิทยากรมองว่าประเด็นที่ 3 นี้ร้ายแรงน้อยกว่า 1และ 2

– ปัจจุบันมีวารสารที่ออกมาหลอกลวงจำนวนมาก ผู้ที่ประสงค์จะเผยแพร่ผลงานวิจัยและงานวิชาการควรพิจารณาให้ดี ไม่ว่าจะเป็น Phantom of conference หรือ วารสารที่อยู่ใน Beall’s list