KM เครื่องมือช่วยพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อชุมชน (CBR) Logical Framework, Outcome Mapping และ Outcome Chain. ดร.ธีร์ คันโททอง

http://doc.nation.ac.th/secretary_commart_63/3.%202563_develop_Aj.Thee_Online.pdf

โพสท์ใน KM:คณะนิเทศศาสตร์, การส่งเสริมงานวิจัยในคณะวิชา, การส่งเสริมอาจารย์ให้ได้รับตำแหน่งทางวิชาการ | ใส่ความเห็น

การถอดบทเรียนความสำเร็จในการพัฒนางานวิจัยให้ได้รับการตีพิมพ์ของรองศาสตาจารย์มาลี เอื้ออำนวย

http://it.nation.ac.th/download/KM%20Academic%20performance%202562.pdf

โพสท์ใน KM:ด้านการวิจัย, การส่งเสริมงานวิจัยในคณะวิชา, การส่งเสริมอาจารย์ให้ได้รับตำแหน่งทางวิชาการ, คณะพยาบาลศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

การจัดการความรู้ (KM) คณะพยาบาลศาสตร์

การจัดการความรู้ (KM) คณะพยาบาลศาสตร์

โพสท์ใน KM:ด้านการวิจัย, การส่งเสริมงานวิจัยในคณะวิชา, การส่งเสริมอาจารย์ให้ได้รับตำแหน่งทางวิชาการ, คณะพยาบาลศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

การนำฐานข้อมูล NorthWind มาประยุกต์ใช้สำหรับการเรียนการสอน

อ.เกศริน อินเพลา เล่าให้ฟังว่าได้จัดการเรียนการสอน โดยใช้กรณีศึกษาด้วยการนำฐานข้อมูล NorthWind มาประยุกต์ใช้สำหรับการเรียนการสอน รายวิชา CPSC 322 ระบบฐานข้อมูล (Database System) มีวัตถุประสงค์ (Objectives) 3 ข้อ คือ 1) เพื่อให้นิสิตมีความเข้าใจในการออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ 2) เพื่อให้นิสิตสามารถเลือกโปรแกรมบริหารจัดการฐานข้อมูล (Database Management) ได้อย่างเหมาะสมตามสภาพแวดล้อม 3) เพื่อให้นิสิตสามารถติดตั้งระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล และสร้างฐานข้อมูล NorthWind บนระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล

          โดยมีกระบวนการ (Process) ดังนี้ 1) บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล  แนวทางการพัฒนาระบบฐานข้อมูล ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้ (Entity Relationship Diagram) การออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์  (Relational  Database) และการนอร์มัลไลเซซัน (Normalization) 2) บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับระบบจัดการฐานข้อมูล (Databse Management System: DBMS) ที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้งที่มีลิขสิทธิ์ และโอเพนซอร์ท และให้นิสิตทำรายงานเกี่ยวโปรแกรมบริการจัดการฐานข้อมูล ตามที่นิสิตสนใจโดยให้ลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับการติดตั้ง การสร้างฐานข้อมูล การกำหนดสิทธ์ในการเข้าถึงฐานข้อมูล และการเรียกใช้งานฐานข้อมูลผ่านคำสั่ง SQL พร้อมทั้งข้อเด่นและข้อด้อยของโปรแกรมบริการจัดการฐานข้อมูลที่นิสิตสนใจ.. โปรแกรมบริการจัดการฐานข้อมูล MySQL ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ 3) ให้นิสิตประยุกต์ใช้ฐานข้อมูล NorthWind ซึ่งเป็นฐานข้อมูลบนโปรแกรม Microsoft Access โดยนำโครงสร้างฐานข้อมูลดังกล่าวไปสร้างบนโปรแกรมบริการจัดการฐานข้อมูล MySQL

สรุปผลการจัดการเรียนการสอน พบว่า 1) นิสิตมีความเข้าใจขั้นตอนการพัฒนาระบบงานฐานข้อมูล2) นิสิตสามารถออกแบบฐานข้อมูลตามที่นิสิตสนใจ และประยุกต์ใช้โปรแกรมบริการจัดการฐานข้อมูล MySQL ได้ 3) นิสิตสามารถสร้างฐานข้อมูล NorthWind บนโปรแกรมบริการจัดการฐานข้อมูล MySQL ได้

database

database

โพสท์ใน KM:ด้านการวิจัย, คณะบริหารธุรกิจและรัฐประศาสนศาสตร์, คอมพิวเตอร์ธุรกิจ, วิทยาการคอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ , | ใส่ความเห็น

การจัดการเรียนการสอนโดยใช้กรณีศึกษา Northwind

การจัดการเรียนการสอนโดยใช้กรณีศึกษา Northwind ของ อ.วิเชพ ใจบุญ พบว่า ในรายวิชาคอมพิวเตอร์เครือข่าย (Computer Netwok) สำหรับนิสิตกลุ่มวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อให้นิสิตเข้าใจหลักการทำงานของการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย และสามารถเลือกใช้โพรโทคอลที่เหมาะสมสำหรับการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย 2) เพื่อให้นิสิตเข้าใจสภาพแวดล้อมในการทำงานจริงในปัจจุบัน ด้านการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์บนเครือข่ายและการเลือกโปรแกรมบริหารจัดการฐานข้อมูล (Database Management) ได้อย่างเหมาะสมตามสภาพแวดล้อม 3) เพื่อให้นิสิตสามารถประยุกต์ใช้ฐานข้อมูลจากสภาพแวดล้อมหนึ่งไปยังอีกสภาพแวดล้อมหนึ่งได้ 4) เพื่อให้นิสิตสามารถติดตั้งระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล และสร้างฐานข้อมูล NorthWind บนระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล รวมทั้งสามารถปรับแต่งค่าการทำงาน (Configuration) ให้กับระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล

โดยมีกระบวนการจัดการเรียนการสอน ดังนี้ 1) บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์บนระบบเครือข่าย และมีการทดลองสร้างระบบเครือข่ายผ่านโปรแกรมจำลองการทำงานของอุปกรณ์จริงในระบบเครือข่าย คือ Cisco Packet Tracer 2) บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับโพรโทคอลที่ใช้กันบนระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และเลือกกรณีศึกษา TCP/IP และมีการทดลองสร้างระบบเครือข่ายสำหรับการสื่อสารข้อมูลโดยใช้โพรโทคอล TCP/IP ผ่านโปรแกรมจำลองการทำงานของอุปกรณ์จริงในระบบเครือข่าย คือ Cisco Packet Tracer 3) บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมบริการจัดการฐานข้อมูล ที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้งที่มีลิขสิทธิ์ และโอเพนซอร์ท และให้นิสิตทำรายงานเกี่ยวโปรแกรมบริการจัดการฐานข้อมูล ตามที่นิสิตสนใจโดยให้ลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับการติดตั้ง การสร้างฐานข้อมูล การกำหนดสิทธ์ในการเข้าถึงฐานข้อมูล และการเรียกใช้งานฐานข้อมูลผ่านคำสั่ง SQL พร้อมทั้งข้อเด่นและข้อด้อยของโปรแกรมบริการจัดการฐานข้อมูลที่นิสิตสนใจ 4) จากข้อที่ 3 ผู้สอนได้เลือกใช้โปรแกรมบริการจัดการฐานข้อมูล  MySQL ซึ่งเป็นโปรแกรมบริหารจัดการฐานข้อมูลที่สามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการได้หลากหลาย และในกรณีศึกษานี้จะใช้โปรแกรมบริการจัดการฐานข้อมูล MySQL ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Linux โดยใช้ Ubuntu 16.04 lts (ก) ให้นิสิตสร้างระบบปฏิบัติการ Ubuntu 16.04 lts ผ่านระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ สำหรับการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ หรือ (Infrastructure as a Service or IaaS) ที่สร้างจาก OpenStack (ข) ให้นิสิตติดตั้งโปรแกรมเพื่อใช้สำหรับการบริการจัดการที่เกี่ยวข้องผ่าน Remote Command line Terminal เพื่อเชื่อมต่อไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เสหมือนบน Cloud Computing ที่สร้างจาก OpenStack ผ่านโพโทคอล ssh (ค) ให้นิสิตประยุกต์ใช้ฐานข้อมูล NorthWind ซึ่งเป็นฐานข้อมูลบนโปรแกรม Microsoft Access โดยนำโครงสร้างฐานข้อมูลดังกล่าวไปสร้างบนโปรแกรมบริการจัดการฐานข้อมูล MySQL บนคอมพิวเตอร์เสหมือนที่อยู่บน Cloud Computing ที่สร้างจาก OpenStack 5) จากข้อ 4 ให้นิสิตปรับแต่โปรแกรมบริการจัดการฐานข้อมูล MySQL เพื่อสามารถเรียกใช้งานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และอินทราเน็ตได้ผ่านโพรโทคอล TCP/IP, HTTP, HTTPS

ผลสรุป มีดังนี้ 1) นิสิตมีความรู้ความเข้าใจหลักการทำงานองการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย และเห็นภาพการทำงานจริงผ่าน กรณีศึกษาที่กำหนด ทำให้ Class GPA 3.5 และคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 79.83 ในรายวิชา CPSC 342 เครือข่ายคอมพิวเตอร์ 2) นิสิตสามารถสร้างฐานข้อมูล NorthWind บนโปรแกรมบริการจัดการฐานข้อมูล MySQL ได้ 3) นิสิตสามารถปรับแต่งค่าการทำงานต่างๆ ให้กับโปรแกรมบริการจัดการฐานข้อมูล MySQL เพื่อให้สามารถสื่อสารผ่านเครือข่ายโดยใช้โพรโตคอล TCP/IP, HTTP, HTTPS

โพสท์ใน KM:ด้านการวิจัย, คณะบริหารธุรกิจและรัฐประศาสนศาสตร์, คอมพิวเตอร์ธุรกิจ, วิทยาการคอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ , | ใส่ความเห็น

KM การจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาชุมชน ดร.ธีร์ คันโททอง

สำหรับการพัฒนาชุมชนนั้นเป็นสิ่งที่สถานศึกษาในพื้นที่จะต้องให้ความสนใจและเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและเมื่อชุมชนเข้มแข็งสถานศึกษาก็เข้มแข็งตามไปด้วย ดังนั้นแล้วเข้าจัดการความรู้ของชุมชนในส่วนของนักวิจัยเองก็จะจะต้องมีความเข้าใจในหลักการ วิธีการ กลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบรวมไปถึงเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะนำไปใช้ในการวิจัยเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและนำไปสู่การจัดการความที่มีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ต่อชุมชนต่อไป สำหรับเนื้อหาสาระสำคัญที่จะขอกล่าวในที่นี้เพื่อเป็นแนวทางให้กับนักวิจัยทุกท่านได้นำไปปรับใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อชุมชนต่อไปนั้นประกอบไปด้วย

  1. การจัดการความรู้เพื่อชุมชน (Knowledge Management)
  2. การสร้างความรู้การวิจัยเพื่อชุมชน
  3. กำหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders)
  4. เครื่องมือของการจัดการความรู้ (Knowledge Management)

 

  1. การจัดการความรู้เพื่อชุมชน (Knowledge Management)

ในเบื้องต้นเราสามารถแบ่งความรู้ออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

1.1 ความรู้ในตัวคน (Tacit) หมายถึง ความรู้ที่เกิดจากการสะสมความรู้ของแต่ละคนในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งอาจเกิดจากประสบการณ์หรือการอ่าน การเรียนรู้จากสื่อต่าง ๆ ก็ได้ซึ่งจะต้องมีขั้นตอนของการไหลเวียนความรู้อยู่ตลอดเวลาจึงจะทำให้เกิดความรู้ขึ้นใหม่เรื่อย ๆ ประกอบด้วยขั้น การใช้ความรู้ การสร้างความรู้ และการแลกเปลี่ยนความรู้ โดยทั้ง 3 องค์ประกอบนี้มีความสำคัญในทุกส่วนจึงจะทำให้เกิดเป็นพลวัตที่ต่อเนื่องไปและก็จะทำให้เกิดความรู้ใหม่ขึ้นเรื่อย ๆ ต่อไป

1.2 ความรู้ในเอกสาร (Explicit) หมายถึง ความรู้ที่มีการบันทึกเป็นรายลักษณ์อักษรในเอกสารต่าง ๆ เช่น บทความ งานวิจัย หนังสือ เป็นต้น ซึ่งก็จะต้องมีขั้นตอนพลวัตของความรู้จึงจะสามารถเพิ่มพูนและจัดระบบเพื่อการใช้งานความรู้ได้อย่างสะดวกและต่อเนื่อง ประกอบด้วย การตรวจสอบยืนยันความรู้ การจัดระบบความรู้ และการเก็บสะสมความรู้ โดยใน 3 องค์ประกอบนี้จะมีความสัมพันธ์กับความรู้ในตัวคน (Tacit) ด้วย

  1. การสร้างความรู้การวิจัยเพื่อชุมชน

ในการจัดการความรู้นั้นผู้วิจัยจะต้องคำนึงถึงชุมชนเป็นสำคัญเนื่องจากความรู้นั้นจะต้องถูกย่อยให้นำไปใช้ได้จริงในภาคปฏิบัติโดยชุมชนเอง ดังนั้นการสร้างความรู้การวิจัยจึงต้องพิจารณาปัญหาของชุมชนเป็นหลัก ซึ่งมีขั้นตอนประกอบด้วย

2.1. โจทย์ต้องมาจากสถานการณ์ในชุมชนนั้น ๆ โดยที่ชุมชนนั้น ๆ จะต้องเป็น “เจ้าของปัญหา” เอง

2.2. เจ้าของปัญหานั้น (ชุมชน) ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัยตั้งแต่เริ่มต้นจาก การกำหนดโจทย์ การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การปฏิบัติการ การสรปุผลการวิจัย และการถอดบทการเรียนรู้

2.3. ต้องมีกรอบคิดทางวิชาการในการใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญของผู้วิจัยในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งหรือหลายสาขา ในกระบวนการแก้ปัญหาของชุมชนนั้น ๆ

2.4. มีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงในชุมชน โดยจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปจนถึงสิ้นสุดงานและหลังสิ้นสุดงานก็ยังต้องติดตามผลต่ออีกด้วย

  1. กำหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders)

กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) นั้นจะหมายถึง กลุ่มผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับโครงการ หรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของโครงการทั้งทางบวกและทางลบ โดยต้องกำหนดตามความสำคัญหรือมีอิทธิพล และมีความสนใจต่อปัญหานั้น ๆ ของชุมชน โดยการกำหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) สามารถใส่ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของโครงการสูง

กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ที่มีอิทธิพลมากและความสนใจน้อย กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ที่มีอิทธิพลมากและความสนใจมาก
กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ที่มีอิทธิพลน้อยและความสนใจน้อย กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ที่มีอิทธิพลน้อยและความสนใจมาก

               มีความสนใจต่อโครงการสูง

 

  1. เครื่องมือของการจัดการความรู้ (Knowledge Management)

ในการจัดการความรู้นั้นจำเป็นจะต้องมีเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากชุมชน โดยปกติแล้วการได้มาซึ่งข้อมูลจากชุมชนนั้นจะมีเครื่องมือที่หลากหลาย ซึ่งผู้วิจัยจะเลือกใช้เครื่องมือเหล่าให้เหมาะสมตามสถานการณ์และเป้าหมายของโครงการนั้นด้วย ซึ่งเครื่องมือต่าง ๆ เหล่านี้ผู้วิจัยขอรวบรวมและนำเสนอในเบื้องต้นดังตัวอย่างต่อไปนี้

4.1 การระดมสมอง (Brain Storming)

4.2 มุมมองใหม่ (Fresh Eye)

4.3 การใช้กลุ่มคำสร้างสรรค์ (Random Word)

4.4 ใบแสดงความคิด (Idea Card)

4.5 การใช้ผังมโนทัศน์ (Concept Map)

4.6 สนทนากลุ่ม (focus group)

4.7 ผังก้างปลา (Cause & Effect Diagram)

4.8 แผนที่ความรู้ (Knowledge MAP)

4.9 ข้อมูลเชิงประชากรศาสตร์ (Demographics)

4.10 เครื่องมือการตลาด 7P

4.11 การถอดบทเรียน

4.12 SWOT Analysis และ TOWS Matrix

4.13 คำถามสู่โอกาส

– เราจะทำอย่างไร (How can we ?)

– ถ้าหาก (What if ?)

จากเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลจากชุมชนเหล่านี้ จะเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่จะช่วยให้ผู้วิจัยสามารถรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการจัดการความรู้อีกที โดยเครื่องมือเหล่านี้ยังได้ช่วยให้ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของชุมชนตนเองอีกด้วย ดังนั้นทั้งการ การจัดการความรู้เพื่อชุมชน (Knowledge Management) การสร้างความรู้การวิจัยเพื่อชุมชน กำหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) และเครื่องมือของการจัดการความรู้ (Knowledge Management) จึงมีส่วนสำคัญในการทำวิจัยชุมชนให้สามารถบรรลุเป้าหมายของงานวิจัยและสามารถจัดการความรู้ซึ่งทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป

 

โพสท์ใน KM:คณะนิเทศศาสตร์, คณะนิเทศศาสตร์, งานวิจัยและบริการวิชาการ | ใส่ความเห็น

การเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการด้านการรับใช้สังคม ดร.ธีร์ คันโททอง

สำหรับทุกคนที่เป็นอาจารย์สอนในระดับอุดศึกษาแล้วนั้น สิ่งที่ทุกคนจะทำพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ก็คือ การสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ โดยการทำวิจัย ซึ่งเป็นภารกิจที่จะต้องทำในทุกปีการศึกษาอยู่แล้ว และจากงานวิจัยที่อาจารย์ทุกท่านต้องทำนั้น ไม่เพียงแค่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ แต่ผลงานวิชาการนั้นก็ยังสามารถนำมาขอตำแหน่งทางวิชาการได้เช่นกัน ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลสำหรับอาจารย์ที่ได้ลงทุนลงแรงในการทำวิจัยนั่นเองKM การเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการด้าน การรับใช้สังคม ดร.ธีร์ คันโททอง

โพสท์ใน KM:คณะนิเทศศาสตร์, การส่งเสริมอาจารย์ให้ได้รับตำแหน่งทางวิชาการ | ใส่ความเห็น

การพัฒนาการเขียนบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่

ผศ.บุรินทร์ รุจจนพันธ์ุ ได้แชร์ขั้นตอนในการทำวิจัย เพื่อให้ได้ข้อมูลมมาใช้ในการเขียนบทความวิจัย โดยอ้างอิงจากผศ.ดร.ฉัตรศิริ ปิยะพิมลสิทธิ์ ดังนี้

  1. เลือกหัวข้อปัญหาที่จะทำการวิจัย
  2. ศึกษาค้นคว้ารวบรวมความรู้พื้นฐาน และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย
  3. ให้คำจำกัดความหัวข้อปัญหาที่จะทำการวิจัย
  4. สร้างสมมติฐาน
  5. พิจารณาแหล่งที่มาของข้อมูล
  6. สร้างเครื่องมือที่จะใช้ในการวิจัย
  7. การเก็บรวบรวมข้อมูล
  8. การจัดกระทำข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล
  9. ตีความผลการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาข้อสรุป
  10. การเขียนรายงานการวิจัยและการจัดพิมพ์

ทั้งนี้ จะต้องให้ความสำคัญต่อหลักเกณฑ์ในเรื่องจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ด้วย

สำหรับการเขียนรายงานการวิจัย ผศ.บุรินทร์ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการอ้างอิงงานของผู้้อื่นโดยเสนอให้ใช้โปรแกรมอักขราวิสุทธิ์เพื่อช่วยในการตรวจสอบ โดยได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวารสาร/แหล่งซึ่งสามารถตีพิมพ์เผยแพร่ได้ ดังนี้

  1. Website ThaiLTS
  2. รายชื่อวารสารใน TCI
  3. Website Thaijo
  4. WTU Journal [0.6]
  5. Journal เครือข่ายภาคเหนือ [0.8]
  6. NCCIT [0.2]
  7. วารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่
  8. RESGAT [0.8]

และให้ระมัดระวัง Beall’s list หรือรายชื่อสำนักพิมพ์(publishers) และรายชื่อวารสารที่คาดว่าจะไม่มีอยู่จริง(Standalone Journal) และกระบวนการตรวจสอบคุณภาพของบทความไม่ได้มาตรฐาน

และหากบทความนั้นจะใช้เป็นส่วนหนึ่งของการขอตำแหน่งทางวิชาการยิ่งต้องให้ความสำคัญทั้งคุณภาพของบทความและวารสารที่จะตีพิมพ์เผยแพร่

โพสท์ใน คณะบริหารธุรกิจและรัฐประศาสนศาสตร์, ทั่วไป | ใส่ความเห็น

การพัฒนาเทคนิคการสอน: ClassStart

คลังรูปนี้ประกอบด้วย รูป 1

อาจารย์วีระพันธ์  แก้วรัตน์ วิทยากรได้แช … อ่านเพิ่มเติม

คลังรูปเพิ่มเติม | ใส่ความเห็น

Open House Nation University

ห้ามพลาด!!! ในวันที่ 9 ธันวาคม 2562 นี้
ขอเชิญครูแนะแนว บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน
รวมทั้งผู้ที่สนใจ ฟังบรรยายพิเศษโดย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง
ในงาน Open House Nation University แล้วพบกันที่มหาวิทยาลัยเนชั่นนะคะ
สอบถามรายละเอียดได้ที่ งานประชาสัมพันธ์ รับสมัคร ฯ
โทร. 063-0921247 และ 063-0921256
หรือ Line ID : nation_pr

โพสท์ใน งานประชาสัมพันธ์ รับนักศึกษา | ใส่ความเห็น