Archive for the ‘ระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์’ Category

IT Examination

Wednesday, May 18th, 2016

tutor_it_59_1 tutor_it_59_2

ปีการศึกษา 2558 ภาคเรียนที่ 2 จากคะแนนเต็ม 50
มีนักศึกษาสอบ IT Examination ได้คะแนน 48 และ 49 หลายคน ดังนี้
– ดวงพร เบ้าสมศรี 49 คะแนน
– นรากร อินทรวิจิตร 49 คะแนน
– ทรงพล พรรัตนพิทักษ์ 49 คะแนน
– จิรนันท์ แก้วใส 48 คะแนน
– นิตยา จอมคำ 48 คะแนน
– พิมพกานต์ ปะละวงค์ 48 คะแนน
– ชนิกานต์ สิงหะ 48 คะแนน
สำหรับผู้ผ่านตามเกณฑ์ คือ ไม่น้อยกว่า 40 คะแนนในการสอบครั้งแรก
จะได้รับเกียรติบัตรจากมหาวิทยาลัย และได้รับผลการเรียน S ในวิชา COMP 300
https://www.facebook.com/ajburin/media_set?set=a.10150990934333895.443727.814248894

ทุกภาคการศึกษา มหาวิทยาลัยเนชั่นจะมีกลไกจัดติว และจัดสอบ
IT Examination : Computer for Working
โดยจะจัดให้นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ทุกคณะวิชา และผู้ที่ยังไม่ผ่านการสอบ
การติวนั้นก็เพื่อให้นักศึกษามีความพร้อมในการเข้าสอบ
เงื่อนไขการผ่านเกณฑ์คือ
คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ตามประกาศ
ถ้าสอบผ่านเกณฑ์ก็จะไม่ต้องลงทะเบียนวิชา COMP 300
แต่ได้รับผลการเรียนเป็น S พร้อมรับเกียรติบัตรในฐานะที่สอบผ่านเกณฑ์ในครั้งแรก
ถ้าสอบไม่ผ่านเกณฑ์ ก็ต้องลงทะเบียนวิชา COMP 300
และเข้าเรียนรู้ด้วยตนเองในระบบ แล้วเข้าติวก่อนสอบรอบต่อไป
หากยังสอบอีกครั้งแล้วไม่ผ่านก็จะได้รับผลการเรียนเป็น U และต้องลงทะเบียนในภาคเรียนต่อไปอีก

certification

certification ของ ศัลณ์ษิกา ไชยกุล ในพิธีไหว้ครู

โดยปีการศึกษา 2558 ภาคเรียนที่ 2
จัดติวในวันที่ 27 เมษายน 2559 ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 1 มีนักศึกษาสนใจเข้าติวจำนวนมาก
https://www.facebook.com/ajburin/media_set?set=a.10152198257413895.1073741841.814248894

หลักเกณฑ์การสอบ IT Examination :Computer for working
ประกาศ 20 พฤศจิกายน 2556
http://it.nation.ac.th/std/news/file_load/STD0029.docx
http://it.nation.ac.th/std/?pages=3

Download หลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย
ที่ http://goo.gl/8EKwWn

เทคนิคการเขียนบทความทางวิชาการเพื่อการตีพิมพ์

Thursday, May 1st, 2014
nccit diagram

nccit diagram

ระบบและกลไก การนำเสนอบทความทางวิชาการในการประชุม
บทเรียนจาก nccit.net

ทุกปีการศึกษาต้องมีบทความทางวิชาการ
ที่เขียนโดยอาจารย์ในคณะวิชา เพื่อสะท้อนอะไรบางอย่างที่เรียกว่าตัวตน
ดังนั้นคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงกำหนดให้มีการพูดคุยกัน
เรื่อง เทคนิคการเขียนบทความทางวิชาการเพื่อการตีพิมพ์

มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ
1. เพื่อหาแนวปฏิบัติที่ดีของการเขียนบทความทางวิชาการเพื่อการตีพิมพ์
2. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้คณาจารย์ในการเขียนบทความทางวิชาการที่มีคุณภาพ
3. เพื่อให้ผลงานทางวิชาการของคณาจารย์ได้รับการตีพิมพ์เพิ่มมากขึ้น

ในการประชุมหลายครั้ง เราได้พูดคุยถึง good practice
ของอาจารย์หลายท่านที่เขียนบทควาทางวิชาการ แล้วนำเสนอ
ซึ่งมีเวทีมากมายที่จะรับผลงานตีพิมพ์ เชื่อมโยงกับฐานข้อมูล TCI
ก็จะช่วยให้บทความที่นำเสนอมีความน่าเชื่อถือ น่าสนใจ และเป็นที่ยอมรับ

บุคลากรของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมเวทีต่าง ๆ เรื่องการเขียน และการให้ความสำคัญ
กับการเขียนบทความวิชาการ
เช่น การเขียนบทความทางวิชาการเพื่อใช้เป็นผลงานทางวิชาการหนึ่ง
ที่ถูกใช้เสนอขอตำแหน่งทางวิชาการ
โดยคณะสนับสนุนให้เข้าร่วมอบรม เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2557
ซึ่ง ผศ.ดร.ศิริพร เสริตานนท์  วิทยากร
พูดถึงความสำคัญของการเลือกนำเสนอในเวที ที่อยู่ในรายการของ TCI
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.584196208261181.142796.506818005999002
https://scontent-b-sin.xx.fbcdn.net/hphotos-prn2/t1.0-9/p180x540/1511240_818713478142785_1400895810_n.jpg

มหาวิทยาลัยสนับสนุนให้บุคลากรเขียนบทความทางวิชาการเสนอในเวทีต่าง ๆ
เช่น เวทีของมหาวิทยาลัยเนชั่น งานประชุม lampang 2020
การประชุมวิชาการ อุดมศึกษาไทยกับการพัฒนาประเทศ ประจำปีการศึกษา 2556
การสนับสนุนให้นักศึกษานำเสนอภาคโพสเตอร์
ซึ่งผ่านการกลั่นกรองจาก อ.ดร.อติชาต หาญชาญชัย อ.ที่ปรึกษา
โดยมีงานที่ผ่าน 2 ชิ้นคือ น.ส.ศัลณ์ษิกา ไชยกุล และนายณภัทร เทพจันตา
https://www.facebook.com/ajarnburin/photos/a.779721072042026.1073741916.506818005999002/779721945375272/
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.779721072042026.1073741916.506818005999002

การจัดเวทีให้นักศึกษา และอาจารย์ได้มีโอกาสนำเสนอในเวที
ช่วยให้บุคลากรมีความเข้าใจเทคนิคการเขียนบทความ และการนำเสนอในเวทีดีขึ้น
ในคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มีอาจารย์ร่วมนำเสนอหลายบทความ
ทั้งในเวทีของมหาวิทยาลัย และเวทีนอกมหาวิทยาลัย
แล้วนำประสบการณ์มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในคณะวิชา
อาทิ ntc 2014 หรือ nccit 2014
เพื่อเชิญชวนทุกท่านได้ออกไปนำเสนอในเวทีต่าง ๆ
http://www.nation.ac.th/ntc2014/

เทคนิคการทวนสอบตามกรอบมาตรฐาน TQF

Thursday, May 1st, 2014
ตรวจสอบตามรายการ

http://www.ncas.rutgers.edu/pre-healthtimeline

การจัดการความรู้เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นในปีการศึกษา 2556
ที่คณะวิชามีความสนใจเรื่อง เทคนิคการทวนสอบตามกรอบมาตรฐาน TQF
แล้วนำมาเป็นประเด็นในการจัดการความรู้
ที่ถูกนำมาพูดคุยเกี่ยวกับเทคนิคการทวนสอบในหลายครั้ง

โดยวัตถุประสงค์ของประเด็นนี้ มี 2 ข้อ
1. เพื่อหาแนวปฏิบัติที่ดีของการทวนสอบ
2. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้อาจารย์ผู้สอน
และสามารถนำแนวปฏิบัติเรื่องการทวนสอบ ไปปฏิบัติจริงได้

ซึ่งการทวนสอบในระดับวิชา สามารถทำได้ 3 แบบ
1. ทวนสอบข้อสอบกับแผนการสอน กับหลักสูตร
2. ทวนสอบข้อสอบกับผลการเรียน กับนักศึกษา
3. ทวนสอบข้อสอบทั้งแผนการสอน และผลการเรียน
ถ้าจะทวนสอบที่ขยายออกไปก็ต้องเกี่ยวข้องกับหลักสูตร
และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ซึ่งกระบวนการมีหลายวิธี
อาทิ การสังเกต การตรวจสอบ การประเมิน การสัมภาษณ์ เป็นต้น

โดยอาจารย์ในคณะวิชาพิจารณาร่วมกัน โดย อ.ศศิวิมล แรงสิงห์
ได้สรุปว่าคณะวิชาของเราสนใจประเด็นการทวนสอบวิชากับแผนการสอนเป็นหลัก
จึงให้ความสำคัญกับการ defend ข้อสอบตามกรอบมาตรฐานการเรียนรู้
แต่ก็ยังไม่ทิ้งการ defend grade ที่เป็นปลายทางของการจัดการเรียนการสอน

ทำให้เราให้ความสำคัญ กับกิจกรรมการประชุมพิจารณา มคอ.3 และ มคอ.5
ประชุมพิจารณาข้อสอบกลางภาค ข้อสอบปลายภาค และผลการสอบ
อย่างระมัดระวัง ก่อนนำไปใช้สอบ และก่อนประกาศผลการสอบ
หรือที่มักเรียกกันว่า defend เกรด
โดยพิจารณาว่าผลการเรียน กับการจัดการเรียนการสอนมีความสอดคล้องกันหรือไม่

การทวนสอบระหว่างกัลยาณมิตรด้วยกัน

เพิ่มเติม 1 .. ความหมายของ การตรวจสอบ และการทวนสอบ (itinlife401)
พบคำว่า การทวนสอบในแบบฟอร์ม มคอ.3 หมวดที่ 7 การประเมินและปรับปรุงการดำเนินการของรายวิชา หัวข้อที่ 4 ใน กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ ที่ทุกวิชาต้องจัดทำก่อนดำเนินการสอน และหัวข้อนี้เป็นแผนที่ต้องดำเนินการในการจัดการเรียนการสอนตามมาตรฐาน เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จก็จะต้องจัดทำ มคอ.5 ที่เป็นรายงานผลการดำเนินการของรายวิชา เรื่องนี้สอดรับกับการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของระบบงาน ซึ่งจำแนกได้ 2 ส่วนคือ การตรวจสอบ (Verification) และการยืนยันความถูกต้อง (Validation)
การพิจารณางาน (Work) สามารถวิเคราะห์ได้หลายรูปแบบ และมีทฤษฎีให้เลือกใช้มากมาย การทำงานให้สำเร็จมักประกอบด้วยระบบและกลไก เมื่องานเสร็จแล้วก็สามารถดำเนินการตรวจสอบ และยืนยันความถูกต้องได้ หากจะแยกความต่างของ verification และ validation ก็อาจแยกที่ประเด็นการตรวจสอบว่า การพบผลการดำเนินการตามที่เขียนไว้ในแผน ทั้งแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการและตัวบ่งชี้ของแผน เป็นไปตามกิจกรรม/โครงการ ระยะเวลา กลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ หากดำเนินการครบทุกรายการที่ตรวจสอบก็เรียกว่าผ่านการ verification โดยกิจกรรมนี้มักเป็นงานที่ดำเนินการโดยพนักงานเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่างานมีคุณภาพตามที่กำหนด
ส่วน Validation คือ การตรวจสอบว่ามีการสร้างระบบที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ก่อนสร้างระบบ ระหว่างสร้าง การใช้ระบบ การเลือกวิธีตรวจสอบ การนำผลการตรวจสอบไปใช้ และการเชื่อมโยงผลของงานเข้ากับผลการตรวจสอบว่ามีความสมเหตุสมผล ก็จะเป็นผลว่าระบบงานนั้นมีความถูกต้องเพียงใด การทวนสอบก็จะรวมความหมายทั้งการตรวจสอบ และการตรวจความถูกต้องว่าข้อสอบ กิจกรรมการเรียนการสอน หลักสูตร มาตรฐานการเรียนรู้ เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ มีที่มาจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งผู้ประกอบการ ชุมชน ผู้ปกครอง นักศึกษา อาจารย์ และสถาบัน ว่ามีความครบถ้วน และเชื่อมโยงกันอย่างถูกต้อง ซึ่งผลการตรวจสอบก็จะนำไปใช้ปรับปรุงนโยบาย แผนกิจกรรม/โครงการ ทั้งในชั้นและนอกชั้น และแนวทางจัดการเรียนทั้งระดับสูงสุดไปถึงแต่ละวิชากันต่อไป
+ http://www.npc-se.co.th/pdf/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C%20Rev%200.pdf
+ http://www.thaiall.com/tqf/

เพิ่มเติม 2 .. สุขวิทย์ โสภาพล ได้แบ่งปันผ่าน blog ของ ubu.ac.th
+ http://km.bus.ubu.ac.th/?p=831
ว่า การทวนสอบ หมายถึง ดำเนินการหาหลักฐานด้วยวิธีการใด ๆ
เช่น การสังเกต การตรวจสอบ การประเมิน การสัมภาษณ์ เป็นต้น
เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่กำหนดขึ้นนั้น ได้มีการดำเนินการ และบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่
โดยทั่วไปการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาในรายวิชา
มีกลยุทธ์ดังต่อไปนี้
1. การตรวจสอบการให้คะแนนจากกระดาษคำตอบข้อสอบและงานที่ได้รับมอบหมาย
2. การตรวจสอบการประเมินหลักสูตรโดยนักศึกษาและผู้สำเร็จการศึกษา
3. การตรวจสอบภาควิชาหรือสาขาวิชาและหลักสูตรโดยบุคคลภายนอก
4. การรายงานเกี่ยวกับทักษะของบัณฑิตโดยผู้ใช้บัณฑิต

เพิ่มเติม 3 .. เรื่องการทวนสอบ ได้พบเอกสารในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
http://www.eduservice.psu.ac.th/Laksood/template_form/sob(5april56).doc
ได้ให้แนวทางไว้อย่างชัดเจน และเป็นตัวอย่างหนึ่งได้
โดยให้ตัวอย่างแบบฟอร์ม และแนวทางในการดำเนินงานไว้ 6 ข้อ ดังนี้

1. คณะแต่งตั้งคณะกรรมการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษา
2. หลักสูตรที่ดำเนินการตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิฯ แจ้งรายวิชาที่เปิดสอนทั้งหมดในปีการศึกษาไปยังคณะกรรมการ
3. คณะกรรมการสุ่มรายวิชาอย่างน้อยร้อยละ 25 ของรายวิชาที่เปิดสอนในแต่ละปีการศึกษาของแต่ละหลักสูตร เพื่อดำเนินการทวนสอบ โดยมีหลักการในการทวนสอบว่า ดำเนินการเฉพาะรายวิชาที่เปิดสอน และไม่ทวนสอบรายวิชาเดิมหรือซ้ำซ้อน สำหรับการดำเนินการทวนสอบรายวิชาในรายวิชาศึกษาทั่วไป และรายวิชาพื้นฐาน มหาวิทยาลัยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
4. กระบวนการทวนสอบมีหลายวิธี เช่น การสังเกต การตรวจสอบ การประเมิน การสัมภาษณ์ ฯลฯ เพื่อยืนยันพิสูจณ์ว่าสิ่งที่กำหนดขึ้นนั้นได้มีการดำเนินการและบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่ามาตรฐานผลการเรียนรู้ที่คาดหวังเป็นที่เข้าใจตรงกันและมีการจัดการเรียนการสอนจนบรรลุผลสำเร็จ
5. คณะกรรมการทวนสอบแจ้งผลการทวนสอบให้หลักสูตรทราบเพื่อพัฒนาปรับปรุงและแจ้งคณะกรรมการ ตามข้อ 2 ของวิธีการประเมินทราบและดำเนินการกำกับดูแลให้มีการพัฒนาตามผลการประเมิน
6. คณะรายงานผลในภาพรวมของการทวนสอบไปยังมหาวิทยาลัย

ผลการสังเคราะองค์ความรู้จากงานวิจัย

Thursday, May 23rd, 2013

ชื่องานวิจัย “พฤติกรรมการเรียนที่มีผลต่อความสำเร็จของการจัดทำโครงงานระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์”
ประเภทการวิจัย การวิจัยในชั้นเรียน
ผู้วิจัย อาจารย์เกศริน อินเพลา
หน่วยงาน สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
ผู้สนับสนุนทุนวิจัย มหาวิทยาลัยเนชั่น
วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเรียนที่มีผลต่อความสำเร็จของการจัดทำโครงงานระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ของนักศึกษา
สรุปผลการวิจัย การศึกษาพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษาที่มีผลต่อความสำเร็จของการจัดทำโครงงานระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ (CPIS 412) มหาวิทยาลัยเนชั่น โดยใช้แบบสอบถามแบบ Rating Scale ตามวิธีของ Likert scale 5 ระดับ พบว่า พฤติกรรมการเรียนอยู่ในระดับน้อย การจัดการเวลาในการเรียนในระดับปานกลาง และมีความวิตกกังวลในระดับมากกับในการสอบป้องกันโครงงาน การมีสมาธิและการเอาใจใสต่อการเรียนอยู่ในระดับปานกลาง กระบวนการรวบรวมข้อมูลและการกระตือรือร้นในการค้นหาความรู้ในระดับมาก การเลือกใจความสำคัญและการจดจำเนื้อหาที่สำคัญในระดับปานกลาง การใช้เทคนิคและเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ช่วยเหลือในการเรียนในระดับปานกลาง การทดสอบตนเอง การทบทวนและการเตรียมตัวในการเรียนในระดับปานกลาง และการเตรียมตัวสอบในระดับปานกลาง
ผลการสังเคราะห์งานวิจัย (องค์ความรู้จากการวิจัย)
การศึกษาพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษา ในรายวิชาโครงงานระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ (CPIS 412) มหาวิทยาลัยเนชั่น ได้องค์ความรู้ในภาพรวมด้านพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการเรียนของนักศึกษา ดังนี้
องค์ความรู้ที่ได้
1.การเอาใจใส่ การบริหารจัดการเวลา และความกระตือรือร้นในการค้นคว้า นำเสนอความก้าวหน้า อยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง
2.ความเข้าใจในเนื้อหา การเชื่อมโยงความคิดอย่างเป็นระบบ และความรู้ในการใช้โปรแกรม อยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง
แนวทางในการแก้ปัญหา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถทำโดย
1.ควรจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดทัศนคติที่ดีต่อการเรียน ให้นักศึกษาเห็นคุณค่าของการเรียนแต่ละรายวิชาและประโยชน์ที่จะได้รับหลังจากสำเร็จการศึกษารวมถึงการได้งานทำที่ดี และการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในอนาคต
2.การสร้างแรงจูงใจในการเรียน เช่น การนำรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จมาเล่าถึงประสบการณ์การเรียน วิธีการเรียน
3.ชี้แจ้งให้นักศึกษาทราบถึงนโยบายในการจัดตารางเรียนตารางสอบของมหาวิทยาลัย และความสำคัญของการเรียนที่จะได้รับในแต่ละวิชา เพื่อให้นักศึกษาได้ปฏิบัติตามตารางเรียนของมหาวิทยาลัย
4.จัดกลุ่มติว เพื่อนสอนเพื่อน พี่สอนน้อง เพื่อไม่ให้นักศึกษาเกิดความวิตกกังวลในการเรียนและการสอบ และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักศึกษามากยิ่งขึ้น
5.จัดศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาด้านต่าง ๆ ของนักศึกษา หรือให้อาจารย์ที่ปรึกษาติดตามนักศึกษาที่มีปัญหา ให้เข้ามาขอคำปรึกษาและนำไปแก้ปัญหา เพื่อให้นักศึกษารู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ
6.จัดอบรมเสริมทักษะด้านการรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลที่เชื่อมไปหาเหตุผลของหลักการและทฤษฎีต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาเกิดทักษะในการลำดับเนื้อหา ขั้นตอนการวิเคราะห์และเชื่อมโยงหาเหตุผล
7.ให้อาจารย์ผู้สอนกระตุ้นนักศึกษาขณะที่เรียน มีการให้ขีดเส้นข้อความที่สำคัญ หรือเน้นยำ เพื่อให้นักศึกษาได้ขีดเส้นข้อความที่สำคัญหรือโน้ตสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้นักศึกษาได้นำไปศึกษาทบทวน และค้นคว้าเพิ่มเติมต่อไป
8.จัดอบรมเสริมทักษะด้านเทคนิคและอุปกรณ์ช่วยเหลือทางการเรียน เช่น เทคนิคการสรุปความเกี่ยวกับบทเรียนอย่างเข้าใจด้วยตนเอง
9.ให้อาจารย์ผู้สอนสรุปการเรียนในแต่ละวิชาหลังจากที่สอนเสร็จแล้ว เพื่อเพิ่มความเข้าใจให้กับนักศึกษาที่ยังไม่เข้าใจและนักศึกษาที่สามารถสรุปด้วยตนเองได้แล้วก็จะพิจารณาว่าสรุปตรงกับอาจารย์ที่สรุปหรือไม่
ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาวิจัย ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการทำวิจัยเรื่อง ทัศนคติในการเรียนของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเนชั่น
2. ควรมีการทำวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลให้นักศึกษามีสมาธิในการเรียนของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเนชั่น
3. ควรมีการทำวิจัยเรื่อง การศึกษายุทธวิธีในการเตรียมตัวสอบของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเนชั่น
4. ควรมีการทำวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลให้นักศึกษาเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติตนในการเรียนของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเนชั่น
การใช้ประโยชน์ต่อการเรียนการสอน ทุกรายวิชา

อบรมการเขียนเว็บเพจเบื้องต้น

Sunday, April 22nd, 2012
mcu activities

mcu activities

คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี จัดโครงการอบรม “การเขียนเว็บเพจเบื้องต้น” เพื่อบริการวิชาการแก่ชุมชน ทั้งนี้มีหน่วยงานที่มีความต้องการให้คณะจัดฝึกอบรม คือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ ห้องเรียนบุญวาทย์วิหาร โดยการบริการครั้งนี้ได้ใช้องค์ความรู้ในสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ด้านการเขียนเว็บเพจเบื้องต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับโลกภายนอกอยู่ตลอดเวลา และมหาวิทยาลัยโยนกได้ดำเนินการบริการวิชาการแก่ชุมชนในรูปแบบที่หลากหลายมาเป็นเวลากว่า ๒๓ ปี โดยโครงการอบรม การเขียนเว็บเพจเบื้องต้น มีเนื้อหาการบรรยายเกี่ยวกับ การพัฒนาเว็บไซต์ โฮมเพจ โดเมนเนม และเว็บเพจ เป็นต้น
มีขั้นตอนการดำเนินงานทั้งหมด ๕ ขั้นตอน ดังนี้ ๑) ติดต่อและประสานงานกลุ่มเป้าหมาย ๒) กำหนดเนื้อหา และรายละเอียดของหัวข้อบรรยายที่ผู้เข้ารับอบรมควรรู้ ๓) จัดกิจกรรมบริการวิชาการในชุมชน ๔) ประเมินผลความพึงพอใจของผู้เข้าอบรม ๕) จัดทำรายงานสรุปผลโครงการ

มีวัตถุประสงค์ ๓ ข้อ คือ ๑) เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการเขียนเว็บเพจเบื้องต้น ๒) เพื่อสนับสนุนให้นักศึกษาออกไปเรียนรู้ และทำกิจกรรมในชุมชน ๓) เพื่อพัฒนาความรู้และประสบการณ์ให้ศิษย์เก่า
ซึ่งโครงการนี้พบว่าบรรลุตามตัวบ่งชี้ คือ มีความพึงพอใจต่อโครงการ ๔.๒๖ จากคะแนน ๕ ระดับ ซึ่งเป็นระดับมากที่สุด ค่าความคลาดเคลื่อน ๐.๗๒ ซึ่งค่าความพึงพอใจไม่ต่ำกว่าที่ตั้งไว้ในตัวบ่งชี้ ดังนั้นโครงการนี้จึงบรรลุตามตัวบ่งชี้

http://www.facebook.com/media/set/?set=a.115963435181311.19375.115935711850750

เครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษา

Tuesday, June 14th, 2011
ดร.วิยดา เหล่มตระกูล

ดร.วิยดา เหล่มตระกูล

14 มิ.ย.54 เข้าอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษา มี อ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล และ อ.พงษ์วัชร ฟองกันทา เป็นวิทยากร มีเนื้อหาในการอบรม 4 เรื่อง ได้แก่
1) หลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
2) การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
3) การสร้างเครื่องมือวัดด้านคุณลักษณะ
4) การสร้างเครื่องมือวัดภาคปฏิบัติ
สอดรับกับ มคอ : กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (Thai Qualifications Framework for Higher Education, TQF:HEd)

องค์ประกอบของผลการเรียนรู้ตามแนวคิดและทฤษฎีของบลูม (Benjamin S. Bloom, 1956 อ้างอิงถึงใน ศิริชัย กาญจนวาสี, 2540) มีดังนี้
1) ด้านพุทธพิสัย (Cognitive Domain) เป็นการเรียนรู้ด้านความรู้ความเข้าใจและความคิด เป็นความสามารถทางสถิปัญญา ซึ่งมี 6 ระดับ ดังนี้ (1) ความรู้ความจำ (Knowledge) (2) ความเข้าใจ (Comprehension) (3) การนำไปใช้ (Application) (4) การวิเคราะห์ (Analysis) (5) การสังเคราะห์ (Syntehsis) (6) การประเมินผล (Evaluation)
2) ด้านจิตพิสัย (Affective Domain) เป็นการเรียนรู้ด้านอารมณ์ ความรู้สึก ซึ่งมี 5 ระดับ ดังนี้ (1) การรับรู้หรือการใส่ใจต่อสิ่งเร้า (Receiving or Attending) (2) การตอบสนอง (Responding) (3) การเห็นคุณค่า (Valuing) (4) การจัดระบบค่านิยม (Organization) (5) การแสดงลักษณะตามค่านิยม (Characterization)
3) ด้านทักษะพิสัย  (Psychomotor domain/skill domain) เป็นการเรียนรู้ด้านความชำนาญ หรือทักษะในการปฏิบัติ ซึ่งมี 7 ระดับ ดังนี้ (1) การรับรู้ของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (Perception) (2) ความพร้อมที่จะปฏิบัติ (Set) (3) การปฏิบัติตามข้อแนะนำ (Guided Response) (4) การปฏิบัติจนเป็นนิสัย (Mechanism) (5) การปฏิบัติที่สลับซับซ้อน (Complex overt response) (6) การปรับเปลี่ยนการปฏิบัติ (Adaption) (7) การสร้างปฏิบัติการใหม่ (Origination)

มีโอกาสฝึกปฏิบัติสร้างเครื่องมือวัด แบ่งเป็น 3 ด้าน
1) ด้านพุทธพิสัย มีประเด็นวัดผล 6 ด้านคือ (1) ความรู้ที่เกิดจากความจำ (knowledge) ซึ่งเป็นระดับล่างสุด (2) ความเข้าใจ (Comprehend) (3) การประยุกต์ (Application) (4) การวิเคราะห์ ( Analysis) สามารถแก้ปัญหา ตรวจสอบได้ (5) การสังเคราะห์ ( Synthesis) สามารถนำส่วนต่างๆ มาประกอบเป็นรูปแบบใหม่ได้ให้แตกต่างจากรูปเดิม เน้นโครงสร้างใหม่ (6) การประเมินค่า ( Evaluation)
2) ด้านจิตพิสัย จะมีองค์ประกอบที่ใช้วัด 3 ส่วนคือ เป้าหมาย (Target) ทิศทาง (Direction) และความเข้มข้น (Intensity)
3) ด้านทักษะพิสัย จะมีจุดประสงค์ปลายทางได้ 3 แบบ คือ การปฏิบัติ (performance) กระบวนการ (process) ผลผลิต (product) และวัดได้ 2 แบบคือวัดภาพรวม และวัดองค์ประกอบ
หมายเหตุ. มีบทเรียนที่ได้จากการอบรมมากมาย แต่ขอสรุปสั้น ๆ ไว้เพียงเท่านี้ครับ

สไลด์เผยแพร่เกี่ยวกับความปลอดภัย

Tuesday, May 31st, 2011

จากการให้บริการวิชาการ ตามโครงการอบรม “การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย” โดย ผศ.บุรินทร์ รุจจนพันธุ์  ที่ อบต.บ้านดง และทต.แม่เมาะ ระหว่าง 21 – 22 ต.ค.2553 พบว่าผู้เข้ารับการอบรมให้ความสนใจเกี่ยวกับความปลอดภัย และขอสไลด์ไว้ศึกษา แล้วคณะวิชาได้พิจารณาเห็นชอบให้นำเสนอได้ จึงนำมาเผยแพร่ให้เพื่อนบุคลากร และผู้สนใจได้ ดาวน์โหลดไปศึกษาได้
ที่ http://www.thaiall.com/security/security_basic.ppt

การบริการวิชาการ ที่แม่เมาะ

Tuesday, May 31st, 2011
การบริการวิชาการ ที่แม่เมาะ

การบริการวิชาการ ที่แม่เมาะ

คณะวิชาทั้ง 3 ได้แก่ คณะบริหารธุรกิจ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี ส่งนักวิชาการออกบริการวิชาการ ที่ อบต.บ้านดง 21 – 22 ต.ค.2553 ซึ่งสืบเนื่องมาจากการสำรวจความต้องการ และการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เมื่อ 18 ต.ค.53  โดยมีโครงการทั้งสิ้น 3 โครงการ คือ โครงการอบรม “การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย” โดย ผศ.บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ โครงการอบรม “การให้ความรู้ด้านกฎหมายครอบครัว” โดย อ.สุทธิ์พจน์  ศิริรัตนาสกุล และ โครงการอบรม “EQ กับการทำงานใต้ความกดดันและการบริหารความเครียด” โดย อ.วีระพันธ์ แก้วรัตน์
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.450808788894.247022.814248894

ประสบการณ์การเป็นกรรมการสอบการค้นคว้าแบบอิสระ

Friday, March 25th, 2011
กรรมการสอบ IS มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กรรมการสอบ IS มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ได้รับเชิญให้เป็นกรรมการสอบการค้นคว้าแบบอิสระของนักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2554 (ลาพักผ่อนไปครับ) จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ให้เพื่อนๆ อาจารย์ (เพื่อนร่วมอาชีพของผม) โดยจะขอสรุปเป็นประเด็นต่างๆ ดังนี้
1.กรรมการสอบมีทั้งสิ้น 3 คน ประกอบด้วยอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ 1 คน ประธานกรรมการสอบ 1 คน และกรรมการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกอีก 1 คน ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานหลักสูตร (พิจารณาจาก CV ที่ต้องส่งให้พิจารณาก่อน)
2.ภาคเช้า คณะกรรมการประกอบด้วย รศ.ประทีป จันทร์คง ประธานกรรมการสอบ อ.ดร.เขมกร ไชยประสิทธิ์ กรรมการและอาจารย์ที่ปรึกษา และกระผมซึ่งเป็นกรรมการจากภายนอก
3.ในภาคเช้าผมเป็นกรรมการให้กับนักศึกษาปริญญาโทในหัวข้อ “การพัฒนาระบบการจัดการความรู้เรื่อง การซ่อมบำรุงเครื่องคอมพิวเตอร์ โรงเรียนลำปางพาณิชยการและเทคโนโลยี” สำหรับภาคบ่ายผมขอเข้าเป็นผู้สังเกตการณ์นักศึกษาปริญญาโทอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์เก่าของ ม.โยนก รุ่นที่ 4 คือ ชัยวัฒน์ สมศรี หรือ “ยาว” ของพวกเรา ทำในหัวข้อเรื่อง การพัฒนาระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานบุคลากร โรงเรียนลำปางพาณิชยการและเทคโนโลยี (ประมาณนี้)
4.รูปถ่ายที่นำเสนอเป็นการสอบในช่วงบ่าย จากขวามาซ้าย คือ รศ.ประทีป จันทร์คง (กรรมการและ อ.ที่ปรึกษา) ผศ.ดร.เสมอแข สมหอม ประธานกรรมการสอบ (เป็นประธานหลักสูตร ITM) อ.พิมพร เทพปินตา กรรมการภายนอก (ผอ.โรงเรียน LCCT) ชัยวัฒน์ สมศรี และกระผม
5.นักศึกษานำเสนอด้วย powerpoint จากนั้น จะสาธิตการทำงานของระบบงานที่พัฒนาขึ้น เสร็จแล้วเป็นคำถามของกรรมการสอบ รวมแล้วมีเวลาทั้งสิ้นประมาณ 2 ชั่วโมง
6.รูปแบบก็จะคล้ายๆ กับการนำเสนอโครงงานของนักศึกษาสาขา CS และ CIS ซึ่งแน่นอนว่า ต้องผ่านกระบวนการตามขั้นตอนต่างๆ กับ อ.ที่ปรึกษา จนมั่นใจได้ว่าระบบมีความสมบูรณ์ พร้อมที่จะนำเสนอ โดยปกติ อ.ที่ปรึกษา จะมีความเชี่ยวชาญในหัวข้อที่นักศึกษาเลือกทำ และในวันสอบจบ กรรมการภายนอกต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อนั้นๆ เช่นกัน
7.ภายหลังการสอบเสร็จสิ้น กรรมการ 3 ท่าน จะร่วมกันปรึกษาหารือว่า เห็นชอบที่จะให้นักศึกษาสอบผ่านหรือไม่ และแจ้งให้นักศึกษาทราบ โดยปกติผู้ที่สอบผ่าน มักจะมีการแก้ไขเนื้อหาในเล่มอยู่บ้าง รวมทั้งอาจแก้ไขจุดเล็กๆ น้อยๆ ของโปรแกรม และรายงานสิ่งที่ปรับปรุงแก้ไขผ่าน อ.ที่ปรึกษา และ/หรือ ประธานกรรมการสอบ ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ หากนักศึกษาคนใดกรรมการยังไม่เห็นควรให้ผ่าน ก็จะให้ไปปรับปรุงแก้ไข และกลับมานำเสนอใหม่อีกครั้ง
8.ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ การพบ อ.ที่ปรึกษาและนำเสนอความก้าวหน้าตามระยะเวลาที่กำหนด ก็จะสามารถจบได้ทันตามกำหนด 2 ปี แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่ทันตามกำหนดเวลาแทบทุกคน เพราะยิ่งเป็น นศ.ปริญญาโท ที่ทำงานด้วยแล้ว หากแบ่งเวลาไม่เป็น ก็คงยากที่จบตามกำหนดเวลา
9.ครั้งนี้ผมได้พันธมิตรเพิ่มขึ้นคือ หลักสูตร ITM ที่ มช. และผู้อำนวยการ LCCT คงมีโอกาสได้ไปบรรยาย เป็นกรรมการสอบ หรือเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา IS อีกในอนาคต รวมทั้งความร่วมมือในด้านอื่นๆ อีกมาก
10.ผมเชื่อว่าหลายท่านทำได้ หากมีโอกาส+ความเชี่ยวชาญที่ต้องค้นพบตนเองให้ได้+การแสวงหา (อย่ารอโอกาสมาหา) ผมคาดว่าผมคงจะทำในลักษณะเดียวกันนี้ต่อไปที่ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี รวมทั้งที่มหาวิทยาลัยพะเยา (ในปีการศึกษา 2554) นี้ เป็นกำลังใจให้อาจารย์ทุกท่านครับ

ปฏิทินกิจกรรมสำหรับนักศึกษาใหม่

Thursday, March 10th, 2011
ปฏิทินกิจกรรม

ปฏิทินกิจกรรม

ปฏิทินกิจกรรม สำหรับนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2554 เฉพาะเดือนมิถุนายน 2554 มีกิจกรรมเยอะมากครับ ตั้งแต่ต้นเดือนก็เข้าหอพัก รับน้องใหม่ จากนั้นก็เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ แล้วพิธีสมโภชพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย ก่อนจะมีพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาสใหม่ แล้วจึงเปิดภาคเรียนในวันที่ 20 มิถุนายน 2554

เป็นข้อมูลที่ได้มาจากสำนักรับนักศึกษาที่งานทะเบียน เป็นผู้จัดทำกำหนดการสำหรับนักศึกษาใหม่ปีการศึกษา 2554 แล้วได้ส่งข้อมูลนี้เข้าระบบปฏิทินของ http://class.yonok.ac.th ดังภาพ