Archive for the ‘การบัญชี’ Category

International Taxation

Thursday, October 29th, 2009

อาทิตย์นี้มาตรวจงานที่เมือง Balikpapan ประเทศอินโดนีเซีย เป็นเมืองอุตสาหกรรมด้านขุดเจาะน้ำมันทางทะเลครับ ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะKalimantan เกาะเดียวกับ ประเทศบูรไน แต่อยูคนละฝั่ง น้ำทะเลที่นี่คนละเรื่องกับภูเก็ตบ้านเรา น้ำทะเลที่นี่เป็นสีโคลนครับ เพราะมีแท่นขุดเจาะน้ำมันในทะเลเต็มไปหมด จากฝั่งสามารถมองเห็นแท่นขุดเจาะน้ำมันได้เลย

ประเทศอินโดนีเซีย มีทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล โดยเฉพาะก๊าซและน้ำมันจำนวนมหาศาล และอดีตเคยเป็นประเทศสมาชิกในกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก (OPEC) เมือง Balikpapan เป็นเมืองที่สำคัญเมืองหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย เพราะมีบริษัทข้ามชาติเข้ามาทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมน้ำมันเป็นจำนวนมาก บริษัท Mermaid Drilling Ltd ซึ่งเป็นบริษัทที่ผมทำงานอยู่ปัจจุบัน เป็นบริษัทสัญชาติไทย แต่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่สิงคโปร์ คล้าย ๆ กับ Thaibev นั่นหละครับ ผมเป็นพนักงานคนไทยรุ่นบุกเบิก รหัสพนักงาน MDL001 (มีเพื่อนหลายคนถามผมว่า บริษัททำธุรกิจขายของเล่นหรือตุ๊กตาหรือเปล่า ผมก็ได้แต่ทำน่างง ๆ ปกติชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องธุรกิจ Oil & Gas จะมีชื่อ เกี่ยวกับอะไร ๆ ในทะเล เช่น Shell, Pearl Oil เป็นต้น) บริษัทที่ผมทำงานอยู่ในปัจจุบัน ก็ทำธุรกิจมีเรือให้บริการขุดเจาะก๊าซและน้ำมันพร้อมกับวิศวกรผู้ชำนาญงาน ปัจจุบันทำงานให้ลูกค้าอยู่ในแถบ ๆ South East Asia ในฐานะที่ผมดูแลรับผิดชอบงานด้านการเงินและบัญชีทั้งหมดของกลุ่มบริษัท จึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาและทำความเข้าหลักภาษีในแต่ละประเทศที่บริษัทเข้าไปประกอบธุรกิจ

วันนี้ผมขอแชร์ประสบการณ์และความรู้ด้านภาษีระหว่างประเทศที่พอมีอยู่บ้างมาแลกเปลี่ยนกันดูนะครับ ผมชอบการศึกษาเชิงเปรียบเทียบครับ เพราะทำให้เราได้รู้ว่าตอนนี้เราอยู่ตำแหน่งไหนในตลาด ผมขอเริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล Corporate Income Tax เทียบกลุ่มประเทศใน South East Asia ก่อนเลยนะครับ

Corporate Income Tax

                                              2008             2009              2010
——————————————————————–
Indonesia                            30%                 28%                   25%
Malaysia*            20% or 26%    20% or 25%    20% or 25%
Singapore                           18%                  18%                    17%
Thailand                             30%                 30%                    30%
Vietnam                             28%                  25%                    25%

* Subject to Net Chargeable Income

จากตารางข้างบน ก็พอจะวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนของบริษัทอย่างคราว ๆ ได้นะครับว่า ประเทศไหนมีต้นทุนทางภาษีที่ถูกกว่ากัน เพราะ Corporate Income Tax ถือเป็น major cost ที่สำคัญตัวหนึ่งของบริษัทเลยนะครับ ลองคิดเล่น ๆ ดูนะครับว่า ถ้าเราทำธุรกิจแล้วมีกำไร ยกตัวอย่างสัก1,000,000 บาท เราอยากเสียภาษีให้รัฐเท่าไหร่ แน่นอนครับว่าเราก็คงอยากเสียภาษีในอัตราที่ต่ำที่สุดใช่ไม่ครับ ดังนั้นถ้าประเทศไหนสามารถกำหนดนโยบายภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าประเทศคู่แข่งก็จะสามารถดึงดูให้บริษัทต่าง ๆ ไปลงทุนได้มากกว่า

หลายคนเรียน MBA อาจารย์ท่านก็พร่ำสอนเรื่อง ทำอย่างไรให้บริษัทของเรามีความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับคู่แข่ง (Competitiveness)  แต่ถ้าเทียบดูจากตารางที่ผมเปรียบเทียบให้ข้างบน ผมว่าเราตายตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเลยครับ ประเทศต่าง ๆ ในแถบนี้ ซึ่งเป็นคู่แข่งเราทั้งนั้น มีอัตราภาษีที่ต่ำกว่าเราทั้งสิ้น ซึ่งหมายถึงต้นทุนที่ต่ำกว่า อย่างน้อยก็ 5% บางประเทศอย่างสิงค์โปร์ ต่ำกว่าเราถึง 13% แล้วเราจะแข่งกับชาวบ้านได้อย่างไรหละครับ

ผมมีโอกาสทำงานกับคนหลากหลายประเทศ ชาวต่างประเทศชอบเมืองไทยครับ เค้าว่า คนไทย nice อาหารไทยก็อร่อย ทะเลก็สวย แล้วอย่างไงครับ พอถึงเวลาตัดสินใจเลือกลงทุน คนทำธุรกิจก็ต้องเลือกประเทศที่ต้นทุนต่ำที่สุดเป็นหลักใช่ไหมครับ ที่จริงแล้วมันก็มีหลายปัจจัยในการตัดสินใจลงทุน ปัจจุบันประเทศไทยดราสู้คู่แข่งโดยเฉพาะเพื่อนบ้านไม่ค่อยได้ ไม่ใช่เราไม่ดี เพียงแต่ว่าเราปรับตัวเองไม่ทัน (หรือช้า) เมื่อเทียบกับคู่แข่ง เราคงปฏิเสธทุนนิยมไม่ได้ เนื่องจากโลกมันหมุนไปทุกวัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ บริษัทที่ผมทำงานอยู่ทุกวันนี้ ผู้บริหารก็มี project ลงทุนตลอดเวลาไม่มีหยุด ถ้าหยุดก็หมายถึงบริษัทถอยหลังเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แต่แน่นอนที่สุดครับ การลงทุนใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น เขาก็ไม่ได้เลือกลงทุนในเมืองไทยอีกต่อไป เพราะประเทศเรามีข้อจำกัดหลายอย่าง ส่วนหนึ่งผมคิดแล้วก็เศร้า……..แต่มาคิดอีกที เราก็จะมีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา แต่ขอบอกว่าเหนื่อยครับพี่น้อง…………….สวัสดี

Phiboon Buakhunngamcharoen
Group Financial Controller
Mermaid Drilling Ltd

BA, Yonok #5
MBA, NIDA Flex #4
EPD, Thammasat University

นักบัญชี…..เพื่อนซี้…..ยันป้าย (ประโยคนี้โดน จริง ๆครับ)

Thursday, October 15th, 2009

ผมพิบูลย์ ศิษย์เก่าโยนก ขอเป็นส่วนหนึ่งของ YONOK Blog นะครับ

จากเด็กนิเทศศาสตร์ปี 1 มาเป็นเด็กบริหารฯ ปี 2 และจบการสาขาการบัญชีในที่สุด ชีวิตในวันนี้ก็วนเวียนอยู่ในสายงานบัญชีมาตลอด สนุก เหนื่อย เติบโต มั่นคง แข็งแรง ก็เพราะวิชาชีพนี้หละครับ

พอดีผมไปอ่านคอลัมภ์ นักบัญชี…..เพื่อนซี้…ยันป้าย ของหนังสือโลกวันนี้รายวัน เออใช่นะ นักบัญชีเป็นคู่ซี้ของผู้บริหารจริง ๆ ทุกวันนี้ก็ยุ่งอยู่กับแต่กับนาย และก็นาย เมื่อก่อนตอนทำงานอยู่ที่ IBM ผมสังเกตเห็นว่า ผู้บริหารคนไหนที่มีศักยภาพที่จะเป็น MD บริษัทก็จะส่งไปอบรมสำนักงานใหญ่ที่อเมริกา กลับมาไม่นานก็ได้ promote เป็น CFO และก็ไม่นานเช่นกัน ก็ได้ promote เป็น MD

ก็ต้องยอมรับนะครับวิชาชีพบัญชีเป็นอาชีพหนึ่งที่มีงานรับรองสูง แต่ก็มีความกดดันในงานสูงเช่นกันครับ นักบัญชีมืออาชีพ ก็ต้องเป็นผู้มีความรู้ ทั้งงานบัญชี การเงิน กฎหมาย ภาษี รายละเอียดของธุรกิจที่บริษัทประกอบกิจการ เพราะผลลัพธ์ทางธุรกิจ จะถูกแสดงในรูปของตัวเลข หรืองบการเงินนั่นเอง  และคนที่จะต้องตอบคำถามเป็นคนแรก ๆ จากผู้บริหาร ก็คือ นักบัญชี (กดดันไม๊คร๊าบ) เพราะฉะนั้น นักบัญชี จึงเป็นผู้ที่จะต้องรอบรู้ในธุรกิจที่บริษัททำอยู่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ถ้าเรามองในมุมกลับกัน นักบัญชีนั่นแหละครับเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ เพราะเป็นหน่วยงานเดียวที่จะต้องเข้าใจในธุรกิจอย่างลึกซึ้ง เพื่อที่จะวิเคราะห์ที่มาที่ไปของตัวเลขได้

ประสบการณ์ที่ผ่านมาในหลายธุรกิจ IT, Manufactory, Consumer product, Supply Chain และปัจจุบันทำงานอยู่ในธุรกิจ Oil & Gas แต่ละธุรกิจมี Key Success Factor ที่แตกต่างกัน แต่นักบัญชีสามารถประยุกต์ ศาสตร์ที่เป็นวิชาชีพของตัวเองให้เข้ากับธุรกิจที่เราทำอยู่ได้ หรือแม้แต่คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวถ้ามีความรู้ความเข้าใจในงานบัญชีแล้วหละก็ธุรกิจก็ เงินที่บริษัทหามาได้จะไม่มีทางรั่วไหลเลยครับ

ถึงแม้หน่วยงานบัญชีจะไม่ใช่เป็นหน่วยงานที่หารายได้ให้กับบริษัทฯ แต่ก็เป็นหน่วยงานที่ป้องกันไม่ให้เงินของบริษัทรั่วไหลโดยไม่มีประโยชน์ บางครั้งก็ช่วยบริษัทลดค่าใช้จ่าย เช่น การวางแผนภาษี, การต่อรองดอกเบี้ยกับธนาคาร เป็นต้น

 

Phiboon Buakhunngamcharoen            

Group Financial Controller                                                 BA (accounting), Yonok # 5

Mermaid Drilling Ltd                                                             MBA (Finance), NIDA – Flex # 4

                                                                                                        EDP, Thammasat University

เรียนบัญชีไม่มีตกงาน

Tuesday, April 28th, 2009

ตอนนี้นักศึกษาบัญชีหลักสูตรต่อเนื่อง รหัส 50 กำลังยุ่งอยู่กับการทำ Project บัญชีและงบการเงิน ผลของตัวเอกสารเสร็จแล้ว 7 คน (จาก 19 คน) แต่ยังไม่ผ่านการทดสอบการตอบคำถาม  แต่..ที่น่าตื่นเต้นคือว่ามีนักศึกษาได้งานแล้ว 2 (ใน7) คน (ทั้ง ๆ ที่ยังไม่จบนะคร้าบบ) ว้าวววว ตื่นเต้นตื่นเต้น ข้อมูล ณ 28 เม.ย. 52