นโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ

6 ก.ค.53 ได้รับหนังสือจากคณบดี วช 0003/ว898 ที่ส่งมาจาก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งจัดทำเอกสาร นโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ (พ.ศ.2551-2554) แล้วส่งมาเผยแพร่ ดังนั้นมหาวิทยาล้ยโยนกจึงร่วมเผยแพร่
     พบว่า ยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ มี 5 ประเด็นคือ 1) การสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ 2) การสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางสังคม 3) การสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางวิทยาการและทรัพยากรบุคคล 4) การเสริมสร้างและพัฒนาทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5) การบริหารจัดการความรู้ ผลงานวิจัย นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ ทรัพยากร และภูมิปัญญาของประเทศ
+ http://www.yonok.ac.th/doc/handbooks/nrct_policies_research5154.pdf
+ http://www.nrct.go.th/downloads/ps/NRCT_Policies&strategies51-54.pdf

โพสท์ใน งานวิจัยและบริการวิชาการ | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน นโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ

การปรับปรุงเอกสารโดยใช้ Google Doc

บางครั้งเราจะพบปัญหาในการทำโครงการหรือเอกสารใด เอกสารหนึ่งเราจะพบหากเอกสารชิ้นนั้นเราจะต้องร่วมกันทำหลายคน มักจะเกิดปัญหาดังนี้
1. การจัดส่งเอกสารชิ้นนั้นมักจะส่งไปทาง Email เพื่อให้เพื่อนร่วมงานช่วยกันแก้ไข เช่นมีผู้ร่วมจัดทำเอกสารนี้ 5 คน ถ้าเอกสารถูกสร้างจากคนที่ 1 เมื่อเสร็จแล้วจะต้องส่งผ่าน Email ให้กับอีก 4 คนในทีมผลคือมีเอกสารที่จะส่งกลับมาหาคนที่ 1 ทั้งหมด 4 ฉบับที่แก้ไขโดยเพื่อน 4 รวมของตัวเองด้วยเป็น 5 ฉบับ เท่ากับมีเอกสาร 5 เวอร์ชั่น ผลสุดท้ายจะต้องนำมาปรับปรุงในเอกสารหลักอีกครั้ง ซึ่งเกิดความสับสน
2. เอกสารถูกส่งต่อเป็นทอด ๆ เพื่อแก้ไขหรือส่งกลับไปกลับมาผลก็คือมีเอกสารมากมายหลายเวอร์ชั่น ผลสุดท้ายคือจำไม่ได้ว่าต้องใช้ฉบับไหนเป็นฉบับหลัก

Google Doc ช่วยคุณได้เพียงคุณมี Account ของ Google แล้ว upload เอกสาร Word หรือ Excel หรือ Powerpoint ขึ้นไปไว้ที่ Google Doc แล้วเชิญคนใน Group ที่เราสร้างขึ้นมาเป็นผู้ร่วมแก้ไข เอกสารทั้งหมดจะมีเพียงฉบับเดียวที่สามารถแก้ไขโดยคนหลายคน by Jirasak NUBKK

โพสท์ใน ทั่วไป | ปิดความเห็น บน การปรับปรุงเอกสารโดยใช้ Google Doc

การจัดการฐานข้อมูล QA โดยใช้ Access หรือ Excel น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

การจัดการฐานข้อมูลของ QA โดยใช้ Access สามารถทำได้หรือ Excel 2007 สามารถทำหรือไม่อย่างไรครับ เพราะว่าเราน่าจะลองใช้งาน Software ที่มีอยู่ในเครื่องทุกเครื่องมากกว่าที่เราจะต้องไปจัดซื้อ Software เฉพาะมาซึ่งราคาแพงมาก ตามที่ผมได้สอบถามเพื่อน ๆ ชาว QA หลายคน พบว่าถ้าหากต้องการนวัตกรรมด้าน QA ส่วนใหญ่จะรอคอย Software ราคาแพง ๆ ที่ต้องสั่งซื้อหรือต้องรอการพัฒนามาโดยเฉพาะ แต่ทำไมเราไม่ลองใช้ Software เล็ก ๆ แต่ความสามารถไม่ได้เล็กตามตัวล่ะครับ อาทิเช่น Excel ซึ่งหลาย ๆ ท่านก็คงจะพอใช้งานได้บ้างอยู่ แต่เราไม่เคยใช้มันเต็มความสามารถ Excel 2007 มี Feature หนึ่งที่ผมชอบมากคือ Remove Duplicate เราสามารถจัดการข้อมูลจำนวนมาก ๆ ที่อาจจะซ้ำกัน เช่นเราอาจจะลบรายชื่อนักศึกษาจากระบบที่มีชื่อเดียวกันโดยให้ Excel ตรวจสอบทั้งชื่อ สกุล ก็จะลบรายชื่อนักศึกษาที่เกินได้ ลองใช้ดูนะครับ แล้วเดี๋ยวจะมีรายละเอียดมาเพิ่มเติม by Jirasak NUBKK

โพสท์ใน ทั่วไป | ปิดความเห็น บน การจัดการฐานข้อมูล QA โดยใช้ Access หรือ Excel น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ผลประเมินการอบรมและวิพากษ์ข้อมูลพื้นฐาน

7 มิ.ย.53 เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.53 ที่ผ่านมา มีเวทีที่จัดโดยงานประกันคุณภาพ อ.อัศนีย์ ณ น่าน และเป็นเสมือนการอบรมนักวิจัยในการใช้งานระบบฐานข้อมูลการประเมินตนเอง ในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐาน โดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็นและความพึงพอใจในการใช้งานโปรแกรมไปพร้อมกัน พบว่า ผลประเมิน 5 คำถามมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (X=3.96, S.D=0.65)
     โดยแบบสอบถามในครั้งนี้มุ่งสร้างการรับรู้แก่ผู้ร่วมวิพากษ์ โดยใช้คำถามนำที่มุ่งไปสู่การให้ความสำคัญกับหลักฐาน การรับรู้เรื่องข้อมูลพื้นฐาน การมีส่วนร่วมจากบุคลากร การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อการประกันคุณภาพ และการมติสำหรับการจัดอบรมเพิ่มเติม ซึ่งสรุปความคิดเห็น/ความพึงพอใจได้ว่า
     1) บุคลากรเชื่อว่าการใช้ระบบฐานข้อมูล ช่วยรวบรวมหลักฐานจากแต่ละบุคคลสู่คณะ และมหาวิทยาลัย นำมาตรวจสอบการอ้างอิงตามเกณฑ์มาตรฐานได้ง่าย อยู่ในระดับมาก (X=4,S.D=0.55)
     2) บุคลากรเชื่อว่าการใช้ระบบฐานข้อมูล สามารถเป็นแหล่งรวบรวมเปรียบเทียบข้อมูลพื้นฐาน (CDS) จากหน่วยงาน และคณะวิชาให้ตรงกับข้อมูลในตัวบ่งชี้ อยู่ในระดับมาก (X=3.86,S.D=0.53)
     3) บุคลากรเห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า “หลักฐานส่วนหนึ่งมาจากการดำเนินงานของบุคลากรหรือคณะกรรมการ หากผู้รับผิดชอบส่งข้อมูลเข้าระบบฐานข้อมูล แล้วคณะวิชาหรือมหาวิทยาลัยนำไปใช้อ้างอิงตามตัวบ่งชี้ ก็จะแสดงการมีส่วนร่วมจากบุคลากร” อยู่ในระดับมาก (X=4.14,S.D=0.53)
     4) ระบบฐานข้อมูลการประเมินตนเอง ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้วท่านสนับสนุนหรือเห็นด้วยกับการให้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อการประเมินตนเอง อยู่ในระดับมาก (X=3.79,S.D=0.43)
     5) ถ้ามีการจัดอบรมการใช้ระบบฐานข้อมูลการประเมินตนเอง เพื่อนำข้อมูลเข้าตามเกณฑ์ ตัวบ่งชี้ หรือข้อมูลพื้นฐาน บุคลากรเห็นว่าควรมีการจัดอบรมขึ้นอีกครั้ง อยู่ในระดับมาก (X=4,S.D=1.04)
+ http://www.thaiall.com/research/sar52/sar_530601_cds.xls

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ผลประเมินการอบรมและวิพากษ์ข้อมูลพื้นฐาน

ร่วมเสนอความคิดเห็น การทำวิจัยในชั้นเรียน


อาจารย์ท่านใด้มีความคิดเห็น หรือ อยากสอบถามเรื่องการทำวิจัยในชั้นเรียนเพิ่มเติม สามารถติดต่อ ได้ที่
1. อาจารย์ ชินพนธ์ โรจนไพบูลย์
2. อาจารย์ศิรินธร อุทิศชลานนท์
และทีมงาน KM ของคณะบริหารธุรกิจ
โทรศัพท์ 113

ดาวน์โหลดเอกสารประกอบ

 1. เอกสารประกอบการบรรยาย

2. คณะบริหารธุรกิจ_วิจัยในชั้นเรียน1.pdf

โพสท์ใน คณะบริหารธุรกิจและรัฐประศาสนศาสตร์, บริหารธุรกิจ | ปิดความเห็น บน ร่วมเสนอความคิดเห็น การทำวิจัยในชั้นเรียน

การวิพากษ์ KM คณะบริหารธุรกิจ เรื่อง การวิจัยในชั้นเรียน

การวิพากษ์ KM คณะบริหารธุรกิจ เรื่อง การวิจัยในชั้นเรียน
วันที่ 25 พฤษภาคม 2553 เวลา 09.00-11.00

1. การวิจัยในชั้นเรียนใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือในการหาคำตอบ หมายถึงอย่างไร
Ans.: โดยหลักพื้นฐานของการวิจัยมีกระบวนการศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ ตีความอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้คำตอบทีเชื่อถือได้ ซึ่งสามารถแยกเป็นขั้นตอนได้ดังนี้
1. สังเกตกำหนดปัญหา
2. กำหนดขอบเขตการศึกษา
3. ตั้งสมมุติฐาน
4. ทดลองปฏิบัติ
5. ติดตามผล

2. หลักการดังกล่าวนำมาใช้กับการวิจัยในชั้นเรียนได้อย่างไร
Ans.: Class room Action Research สามารถทำได้ใน 2 ลักษณะ
1. ไม่ยึดติดกับระเบียบวธีวิจัยอย่างเคร่งครัด มุ่งนำไปใช้แก้ไขปัญหา หรือพัฒนาผู้เรียน
2. ดำเนินงานตามกรอบระเบียบวิธีวิจัยทั่วไป

3. ในการทำวิจัยในชั้นเรียนให้เป็นส่วนหนึ่งของงานที่ทำเป็นส่วนประจำของอาจารย์จะทำ ได้อย่างไร
Ans.: อาจารย์ใช้ข้อมูลที่มีอยู่ให้เป็นจุดเริ่มต้น และใช้การทำวิจัยในแบบ Informal Research เป็นเครื่องมือ ซึ่งไม่ต้องไปยึดติดกับทฤษฎี หรือมีการออกแบบวิจัยมากนัก

4. การทำวิจัยในชั้นเรียน โดยไม่อิงกับระเบียบวิธีวิจัยอย่างเคร่งครัดจะสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานการประกันคุณภาพการศึกษาในตัวบ่งชี้ที่ 2.8 ได้หรือไม่
Ans.: ได้ เพราะเป็นกระบวนการค้นหาคำตอบที่เป็นระบบ โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่สอกคล้องกัน นิยามสัพย์ของงานวิจัยที่ สกอ.ได้กำหนดไว้ เพียงแต่จะมีจุดอ่อนในการนำไปใช้อ้างอิงกับนักศึกษากลุ่มอื่นนอกเหนือจากชั้นเรียนที่อาจารย์ได้เลือกนำมาเป็นตัวอย่างในการทำวิจัย

โพสท์ใน คณะบริหารธุรกิจและรัฐประศาสนศาสตร์ | ปิดความเห็น บน การวิพากษ์ KM คณะบริหารธุรกิจ เรื่อง การวิจัยในชั้นเรียน

ระบบสารสนเทศนักศึกษา

 27 พ.ค.53 ด้วยกลไกการพัฒนาระบบสารสนเทศสำหรับนักศึกษาโดย คุณธรณินทร์ สุรินทร์ปันยศ ทำให้ผมมีโอกาสได้เข้าไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ อ.สกุลศักดิ์ อินหล้า ท่านเป็นหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา ดูแลงานหลายด้านของมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนากิจกรรมนักศึกษา และสอดรับกับการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งทำงานร่วมกับ อ.บุญรักษา ปัญญายืน หัวหน้าฝ่ายพัฒนานักศึกษาใหม่ จากการหารือทำให้ทราบว่าการเก็บข้อมูลการทำกิจกรรมของนักศึกษาจำแนกได้ 2 กลุ่มคือ กิจกรรมหลัก และกิจกรรมรอง ซึ่งกิจกรรมหลักจะถูกกำหนดขึ้นผ่านกลไกของคณะกรรมการพัฒนานักศึกษา ที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมวิชาการของคณะวิชาในรูปการทำงานเชิงบูรณาการ
     เมื่อคุณธรณินทร์ ทราบข้อมูลกิจกรรมหลักจะนำไปบรรจุในระบบสารเทศนักศึกษา และมีกลไกในการจัดการข้อมูล 3 ส่วนคือ 1) ผู้รับผิดชอบกิจกรรมหลัก หรือกิจกรรมรองแต่ละกิจกรรม จะนำข้อมูลมา upload เข้าระบบ และมีรายชื่อนักศึกษาที่ทำกิจกรรมแต่ละครั้งขึ้นมาในระบบ เพื่อการตรวจสอบโดยนักศึกษา และคณะวิชา 2) นักศึกษาจะเป็นผู้เข้ามาให้ข้อมูล ประเมินกิจกรรม และตรวจสอบตนเอง การเข้าร่วมกิจกรรมแล้วแสดงข้อคิดเห็นในรูปของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อกิจกรรมนั้น เกิดเป็นกลไก PDCA ในด้านการทำกิจกรรมของนักศึกษา แล้วสามารถนำข้อมูลไปจัดทำรายงานผลกิจกรรม (Activities Transcript) ของนักศึกษาแต่ละคนได้อย่างสมเหตุสมผล 3) ผู้ควบคุมนโยบายในรูปของคณะกรรมการเข้าตรวจสอบตามกลไก PDCA แล้วประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้เกิดการพัฒนา ปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมและสถานการณ์เฉพาะกิจ
     ระบบนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งผู้ควบคุมนโยบาย ผู้ออกแบบกิจกรรม ผู้ยกร่างกิจกรรม การทำความเข้าใจกับนักศึกษา และการพัฒนาระบบสารสนเทศ ที่ต้องดำเนินการควบคู่กันเชิงบูรณาการ
+ http://www.yonok.ac.th/student/
+ http://www.yonok.ac.th/mis
+ http://sa.siit.tu.ac.th/ats/ac_transcript.php
+ http://www.sat.chula.ac.th/chula2/
+ http://activity.mahidol.ac.th/news/activity2-1.html
+ http://demo.nu.ac.th/ActTrans/

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ระบบสารสนเทศนักศึกษา

ไทยงัดมาตรการภาษีจูงใจ ดึงยักษ์ต่างชาติตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (ROH)

ห่างหายจาก yonok blog ไปหลายเดือน ตอนนี้โยนกคงกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมการรับน้องใหม่ นึกย้อนไปถึงปี 35 ช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ตอนนั้นผมเองก็กำลังจะเข้าเป็นนักศึกษาปี 1 yonok เหมือนกัน (พอได้ทุนกรมสามัญศึกษา คัดเลือกให้มาเรียนที่ yonok เตียก็ไม่ยอมให้ไปสอบที่ไหนเลย เกรงว่าถ้าเกิดสอบติดที่อื่นแล้วมาเรียนที่กรุงเทพฯ อาจจะไม่ปลอดภัย) เหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง ก็กลับมาระเบิดอีกครั้งในปีนี้ ปี 53 ผ่านไป 18 ปี แต่ประเทศไทยยังไปไหนได้ไม่ไกล วนเวียนอยู่ที่เดิม และมีทีท่าว่าจะหนักกว่าเดิมเสียอีก ไม่รู้จะแก้ได้ยังไง ก็คงต้องทำใจยอมรับมันไป แบบเซ็ง ๆ อย่างนี้หละนะ

เมื่อวานได้ยินทางการประกาศมาตราทางภาษี เพื่อจูงใจบริษัทต่างชาติให้มาเปิดสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (Regional Operation Headquarters- ROH) พอได้ยินได้แล้วนับว่าเป็นข่าวดีเลยครับ เพราะ campaign นี้ได้ประโยชน์จริง ๆ ให้แง่ของการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ การที่ประเทศของเรามีบริษัทยักษ์ใหญ่มาเปิด ROH ก็จะเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายมิติ เพราะผู้บริหารระดับสูงที่มานั่งประจำสำนักงานในไทย ก็จะมาใช้ facilities ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เช่าอาคารสำนักงาน, ที่พัก, โรงแรม, ทางเดินทางไม่ว่าจะเป็นทางรถ หรือ เครื่องบิน และที่สำคัญ คนไทยจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับบริษัทเหล่านี้ด้วย ก็จะเป็นการเพิ่มศักยภาพของเราไปในตัว

ตอนผมเริ่มทำงานในหลาย ๆ บริษัท IBM, BMS, Excel อะไร ๆ ก็ต้องรออนุมัติจาก ROH ที่สิงคโปร์ เดียวก็บินไปประชุม, ไปอบรม คนเก่ง ๆ ดี ๆ ก็ถูกดึงไปทำงานที่สิงคโปร์กันหมด คนทำงานในกลุ่มประเทศอาเซียนขนเงินไปใช้จ่ายที่สิงคโปร์มากมาย ทำให้เศรษฐกิจของประเทศสิงคโปร์เติบโตจนเป็นพี่ใหญ่ในอาเซียน ทีนี้หละนะ คงถึงตาประเทศไทยของเราบ้าง จะได้เป็น Hub หรือศูนย์กลางในทุกด้านจริง ๆ สาธุ………… โดยศักยภาพเป็นไปได้ครับ แต่เหตุการณ์แบบปี 35 หรือ 53 มันจะวนกลับมาอีกกี่รอบ ก็คงช่วยภาวนาว่าอย่าเกิดขึ้นอีกเลย

มาตราการทางภาษีคราวนี้ของเราเหนือกว่าประเทศคู่แข่งนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ หรือ มาเลเซีย ลองดู ตารางเปรียบเทียบได้เลย หวังใจว่า คงจะมีบริษัทต่างชาติเห็นประโยชน์และเข้ามาลงทุน อย่างน้อย บริษัทฯ ที่ผมทำงานอยู่ก็ได้ดำเนินการเปิด ROH ในไทยและก็คงได้ประโยชน์จากมาตราการนี้เช่นกัน

Tax incentives               Thailand(ROH)            Singapore (RHQ/IHQ)  Malaysia(OHQ)
                                                                                        

Income from                  Exempted 15 years            RHQ 15% (3+2 years)   Exempted 10 years
– Business                       -0% oversea income
– Royalties                      -10% local income                IHQ 0%, 5% or 10%
– Interest                                                                        5-20 years

Expat ROH employees  Reduce from 30% to 10% 10% 5 years Exampt, 3-5 years
                                          for 8 years if oversea
                                             income over 50%               Normal rate is 20%     Normal rate is 25%

Remarks;
ROH : Regional Operation Headquarters
RHQ : Regional Headquarters
IHQ : International Headquarter
OHQ : Operational Headquarters Company

Phiboon Buakhunngamcharoen
Group Financial Controller
Mermaid Drilling Ltd
BA, Yonok #5
MBA-Finance, NIDA Flex #4
EDP, Thammasat University

โพสท์ใน การบัญชี | ปิดความเห็น บน ไทยงัดมาตรการภาษีจูงใจ ดึงยักษ์ต่างชาติตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (ROH)

สรุปรายงาน KM จำนวน 2 เล่ม

22 พ.ค.53 ตามที่อ.อติชาต เป็นกลไกสำคัญในการกำกับดูแลการจัดการความรู้ในคณะวิทย์ ทำให้มีรายงานตามแผนการจัดการความรู้เกิดขึ้นใน 2 ปีที่ผ่านมาจำนวน 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1) ในปีการศึกษา 2551 ทำ KM เรื่อง การสร้างความรู้ความเข้าใจและความตระหนัก
     ในปีการศึกษา 2552 ผ่องถ่ายมายังคณะวิทย์ และเกิดการทำงานตามแผนทั้งหมด 2 แผน คือ 2) มิ.ย.-พ.ย.52 ทำเรื่อง การพัฒนาการเรียนการสอน และ 3) ม.ค.-เม.ย.53 ทำเรื่องการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และได้จัดทำรายงานเผยแพร่ใน blog ของมหาวิทยาลัย เพื่อเปิดให้เพื่อนบุคลากรและบุคคลทั่วไปได้เข้าไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผลการติดตามเรื่องแรก พบว่า ค่าเฉลี่ยความสำเร็จของการนำความรู้ไปใช้อยู่ระดับมากที่สุด (X=4.57) ผลการติดตามเรื่องที่สอง พบว่า มีการยอมรับคู่มือวิชาโครงงานฯ สำหรับนำไปประกอบการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผ่านกระบวนการจัดการความรู้
     หากเพื่อนท่านใดมีข้อเสนอแนะก็ยินดีรับ เพื่อการปรับแก้และเป็นบทเรียนแก่บุคคลทั่วไป
+ http://www.thaiall.com/km/science/52_km_june_nov_v1.zip
+ http://www.thaiall.com/km/science/53_km_jan_may_v3.zip

โพสท์ใน คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ, คอมพิวเตอร์ธุรกิจ, วิทยาการคอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน สรุปรายงาน KM จำนวน 2 เล่ม

ท่องเที่ยวเวียดนามกลาง เว้ ฮอยอัน ดานัง

เดือนก พ มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่เวียดนามกลาง สนุกมาๆ ตอนนี้เป็นที่ยอมฮิตของคนไทย จำได้ว่าเจอคนไทย ทุกที่ ทุกวันที่ไปเที่ยวที่นั้น

โพสท์ใน ทั่วไป | ปิดความเห็น บน ท่องเที่ยวเวียดนามกลาง เว้ ฮอยอัน ดานัง