Think about Jitaree school

There was a final examination for Japanese Language at Jitaree school yesterday. I finished to teach there for this semester.

Regretably, the number of student who study Japanese decreased. But I’m not disappointed about it.

When I started to teach at Jitaree, I just wanted to promote our Japanese Language Program to this school.

But I have changed my mind.

 

In Thailand, the student who was born into a wealthy family is able to take high quality education. But it is difficult to take high quality education for the student who was born a poor family.

Jitaree is the school for poor students. Most of them give up their life easily and they choose easy way, monotonous life. Because they think there is no way to get out from poverty and there is no opportunity to think about their life seriously.

But some of them believe that there is a way to get out from poverty and want to get an opportunity to make their life better.

I think one of the most important way to get out from poverty is “education”.

So, I would like to give the students who  really want to get a chance to make their life better or really want to study Japanese an opportunity to do it as possible as I can, even if the number of the sutdent a few.

This is the real reason that I’ m teaching at Jitaree school.

 

They gave me gifts.

PICT0186

This one is from the school.

a ri ga too  go za i ma su !

PICT0185

This one is from students

to te mo ka wa i i de su ne.

โพสท์ใน ทั่วไป | ปิดความเห็น บน Think about Jitaree school

เล่าเรื่อง CDMA ที่ฟังมาจากเวทีของ CAT

catcdma

catcdma

24 ก.ย.52 ท่านอธิการมอบให้ผมไปร่วมประชุม CAT@North 2009 “IT CAT @ IT YOU”  09.00น. – 12.00น. ณ ห้องล้านนาบอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่ ซึ่งมีหัวข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับ security และบริการ ผมจึงเสนอให้ นายอนุชิต ยอดใจยา และนายธรณินทร์ สุรินทร์ปันยศ ร่วมเดินทางไปด้วย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ต้องขอเบิก เพราะผู้รับผิดชอบการเดินทาง และอาหารกลางวันคือ บมจ.กสท โทรคมนาคม เมื่อกลับมาผมได้ ค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต และเขียนบทความ 1 เรื่อง เกี่ยวกับ CAT CDMA ลงนสพ.ฅนเมืองเหนือ ดังนี้

            ซีดีเอ็มเอ (CDMA = Code Division Multiple Access) คือ รูปแบบของเทคโนโลยีการสื่อสารประเภทหนึ่งที่ใช้ได้ทั้งเสียงและข้อมูลดิจิทอล เป็นบริการมัลติมีเดียไร้สายความเร็วสูง ถูกคิดค้นและพัฒนาโดยบริษัท Qualcomm ระบบนี้จะแปลงคลื่นเสียงไปเป็นข้อมูลดิจิทอล และเข้ารหัสเฉพาะเพื่อใช้งานแต่ละครั้ง จากการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับบริการของ บมจ.กสท โทรคมนาคม ที่จังหวัดเชียงใหม่ประจำปี 2009 ซึ่งมหาวิทยาลัยโยนกได้รับเชิญไปร่วมงานในฐานะลูกค้า Leased Line ทำให้ทราบว่ามีบริการมากมายที่บริษัทพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการทำงานของลูกค้าอย่างมีประสิทธิผล สำหรับบริการ CATCDMA นั้น เจ้าหน้าที่ได้แนะนำว่าถ้าต้องการใช้บริการควรสอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับพื้นที่ให้บริการ หรือเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ตั้งเสาสัญญาณด้วยตัวเองที่ www.catcdma.com
            ความแตกต่างของ CATCDMA กับบริการจากค่ายอื่น มี 3 เรื่องที่ชัดเจน คือ 1)ความเร็วสูงสุดถึง 3.1 Mbps ซึ่งสูงที่สุดในบริการลักษณะใกล้เคียงกัน และ 2)ค่าบริการที่ถูกมากสำหรับโปรโมชั่นแจ่มอินเตอร์ ถ้าโทรในเครือข่ายนาทีละ 10 สตางค์ นอกเครือข่ายนาทีละ 50 สตางค์ หรือโทรไปต่างประเทศนาทีละ 4 บาท และ 3)ไม่จำกัดเรื่องสถานที่ในการเชื่อมต่อเมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ USB Modem หรือ AIR Card เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค หรือเน็ตบุ๊ค  ผู้ใช้จะอยู่ที่บ้าน ร้านอาหาร ที่ทำงาน หรือระหว่างการเดินทางก็เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ติดขัด เรียกว่าใช้ได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยความเร็วสูงตลอดเวลาอย่างแท้จริง
            ความแตกต่างของ Wi-Fi ที่มีในเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค กับ CATCDMA คือ จุดกระจายสัญญาณของ Wi-Fi Access Point รุ่นมาตรฐานมีรัศมีประมาณ 100 เมตร และความเร็วประมาณ 54 Mbps ผู้ให้บริการ Wi-Fi อาจเป็นองค์กร สถาบันการศึกษา ร้านอาหาร หรือส่วนราชการ แต่ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ CDMA ในประเทศไทย คือ บมจ.กสท โทรคมนาคม เพียงรายเดียว ซึ่งมีรัศมีกระจายสัญญาณของ Cell site CDMA อยู่ที่ประมาณ 10 กิโลเมตร ครั้งต่อไปถ้าท่านจะต้องซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ น่าจะหันไปมองโทรศัพท์ CDMA ที่มีโปรโมชั่นให้เลือกหลากหลายตามการใช้งานที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ถ้าโทรศัพท์ยังไม่ชำรุดก็ยังไม่ต้องรีบเปลี่ยน เพราะเชื่อได้ว่ารออีกสักระยะก็จะมีโปรโมชั่นที่ดีกว่ามาให้เลือก และราคาของ Air Card ก็น่าจะลดลงมาให้คนธรรมดาซื้อหามาใช้ได้

โพสท์ใน งานระบบบริการสารสนเทศ | ติดป้ายกำกับ , , , , | ปิดความเห็น บน เล่าเรื่อง CDMA ที่ฟังมาจากเวทีของ CAT

แก้ปัญหาส่งอีเมล hotmail.com ถึงมหาวิทยาลัย

18 ก.ย.52 คุณเรณู อินทวงศ์ แจ้งว่าส่งต่อ (forward) แฟ้มแนบ 7 MB เข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ คุณอนุชิต ยอดใจยา ได้ทดสอบ พบว่า แฟ้มที่ขนาดไม่ถึง 5 MB ส่งได้ ถ้าสูงกว่า 5 MB จะส่งไม่เข้า และเด้งกลับไป hotmail.com ในเวลาอันสั้น จึงดำเนินการค้นหาข้อมูล และทดสอบในหลายกรณีดังนี้ 1)พบว่า Windows Live Hotmail ไม่ได้รองรับการแนบไฟล์บางประเภท ทำให้ผู้รับอีเมลจะไม่สามารถดาวน์โหลดหรือเปิดสิ่งที่แนบได้ แฟ้มที่อนุญาต เช่น .zip .rar .doc เป็นต้น ส่วนแฟ้มที่ไม่อนุญาต เช่น .asp .bas .bat .mdb .mde .tmp .url .vb .vbe .vbs .exe เป็นต้น ถ้าพยายามแนบแฟ้มจาก  hotmail.com จะพบคำว่า “เพื่อรักษาความปลอดภัยของคุณและความปลอดภัยของบุคคลอื่น คุณไม่สามารถแนบไฟล์ที่มีนามสกุลนี้” 2)ขนาดแฟ้มแนบต่อครั้งมิใช่ต่อแฟ้ม มีขนาดสูงสุดไม่เกิน 10 MB 3)ทดสอบส่งอีเมลขนาด 7 MB จาก hotmail.com ของคุณเรณู  ถึงมหาวิทยาลัย พบข้อความว่า “Delivery Status Notification (Failure)” ตอบมาจาก postmaster@mail.hotmail.com เมื่อค้นหาจาก google.com พบมากกว่า 1 ล้านเว็บเพจ เมื่ออ่านในแฟ้มที่แนบกลับมาคือแฟ้ม ATT00001 พบคำว่า “Size greater than allowed by Remote Host” จึงมั่นใจว่าปัญหาอยู่ที่ Remote Host หรือเครื่องของผมเอง 4)ผมเข้าไปตรวจสอบ postfix ด้วย postconf -n แสดงค่าที่ config และ postconf -d แสดงค่าปริยาย จึงได้ข้อสรุปจากการทดสอบว่า ต้องแก้แฟ้ม /etc/postfix/main.conf   โดยเพิ่ม message_size_limit = 51000000 เพื่อขยายการรับต่อฉบับเป็น 50 MB แม้ค่าปริยายของ message_size_limit = 10240000 ก็ไม่มีผล จึงรับขนาด 7 MB ไม่ได้ในตอนแรก สรุปว่า Forward แฟ้ม 7 MB จาก hotmail.com เข้ามหาวิทยาลัยได้แล้วแต่ผลการทดสอบมี delay นิดหน่อย
+ http://www.thaiall.com/blog/burin/582/

โพสท์ใน งานระบบบริการสารสนเทศ | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน แก้ปัญหาส่งอีเมล hotmail.com ถึงมหาวิทยาลัย

ปรัชญาของ มด‏

ปรัชญามด
มดแดงทำรังอยู่กับต้นไม้ มันช่วยกันโน้มใบไม้ให้ลงมาติดกัน ที่ร่วมแรงกันทำรัง
ทำให้นึกถึงองค์กรต่างๆในบ้านเรา หากทุกองค์กรมีคนทำงานและช่วยกันทำงาน
องค์กรบ้านเราแต่ละองค์กรคงจะก้าวหน้า ความสามัคคีคือพลังที่จะสร้างความยิ่งใหญ่
ตามที่เราต้องการได้ และหากเราศึกษาชีวิตของมดเราจะได้อะไรดีๆอย่างไม่น่าเชื่อ

ปรัชญาที่ 1 มดไม่เคยละความพยายาม
หากมันมุ่งหน้าไปทางทิศใด แล้วเกิดอุปสรรค
= ถูกปิดกั้นหนทาง มันจะพยายามหาทางเดินทางอื่น
มันจะได้ขึ้นไต้ลงไต่ ไปรอบ ๆ มันจะมอบหาหนทางอื่นเสมอ

ข้อคิด
จงอย่าละความพยายามในการหาหนทางไปสู่สิ้งที่หมายมาด
ปรัชญาที่ 2 มดคิดถึงฤดูหนาวตลอดฤดูร้อน
มันไม่เคยรักสบายจนคิดเพียงว่าคิมหันต์ฤดูจะคงอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้น มันจึงพยายามเก็บสะสมเสบียงไว้สำหรับเหมันต์ ตลอดฤดูคิมหันต์หรรษา

จงตระหนักถึงความเป็นจริง และเตรียมรับกับเหตุการณ์ในอนาคต
ปรัชญาที่ 3 มดคิดถึงฤดูร้อนตลอดฤดูหนาว
ท่ามกลางความหนาวเหน็บแห่งเหมันต์ มันจะเตือนตัวเองว่า
“ความลำบากจะอยู่เพียงไม่นาน แล้วเราก็จะพ้นจากสภาวะนี้”

เมื่อวันที่แสงแห่งความอบอ่นแรกสาดส่อง มันจะออกมาเริงร่า หากอากาศกลับกลายเป็นหนาวอีกครั้ง
มันจะเข้าไปในโพรงอีกครั้ง และออกมารับความอบอุ่นในวันอากาศดีโดยทันใด

ข้อคิด
จงมองทุกสิ่งในเชิงบวกตลอดเวลา
ปรัชญาที่ 4 ทุ่มเททุกสิ่งเท่าที่สามารถ
มดสามารถเก็บเกี่ยวเสบียงตลอดฤดูร้อนเพื่อเตรียมพร้อมฤดูหนาวให้มากเท่าที่มันจะทำได้

ข้อคิด
จงพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเต็มกำลัง

สรุป
1) อย่ายอมแพ้
2) มองไปข้างหน้า
3) มองโลกในแง่ดี
4) ทำเต็มความสามารถ

มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้าวันหลัง เมื่อวานก็สายเกินแก้ พรุ่งนี้ก็สายเกินไป

images
http://gotoknow.org/blog/islandpk/163386

มด ที่เป็นที่มาของ “ปรัชญามด” ที่คนเกียจคร้านควรจะเรียนรู้จากมด
ซึ่งมดมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว 2 ประการ คือ……………………

ประการแรก มดจะไม่เคยยอมแพ้ ถ้ามันมุ่งหน้าจะเดินทางไปทางไหนแล้ว
มันก็จะมีความมุ่งมั่นมาก ดังนั้นแม้ว่ามันจะเผชิญกับสิ่งกีดขวางอย่างไร
มันก็จะพยายามปีนข้ามสิ่งกีดขวางนั้น หรือหากไม่ก็จะเดินอ้อมสิ่งกีดขวางนั้นไป
และหากไปเจอสิ่งกีดขวางอีกอันหนึ่งมันก็จะยังบากบั่นที่จะเดินหน้าต่อไป
มันจะพยายามติดต่อกันไปจนกระทั่งตัวมันตายไปนั่นเอง
คือคุณสมบัติของมดที่ไม่เคยยอมแพ้

ประการที่สอง มดจะเป็นสัตว์ที่มีการวางแผนของชีวิต
ทั้งนี้ เราจะเห็นมดรวมตัวกันตั้งแต่ในฤดูร้อนในการช่วยกันสะสมอาหารไว้กินในฤดูหนาว
เราจะเห็นมดจำนวนมากจะคาบอาหารและเดินเรียงกันเป็นทิวแถวในการเก็บกักตุน เสบียงเอาไว้สำหรับใช้
เมื่อเทียบกับสัตว์อีกประเภทคือ ตั๊กแตนที่เอาแต่ร้องรำทำเพลงหาความสนุกสนาน
และกระโดดโลดเต้นไปวัน ๆ โดยไม่สนใจกับอนาคต และเมื่อเห็นมดทำงานก็ยังหัวเราะ

เห็นเป็นเรื่องขบขัน และเมื่อฤดูหนาวอันโหดร้ายมาเยือน ตั๊กแตนก็อดอาหารตาย
ในขณะที่มดมีอาหารอันอุดมสมบูรณ์ สิ่งที่พูดถึงในวันนี้ คงจะเป็นข้อคิดสำหรับทุกคน
ให้รู้จักคิดวางแผนในชีวิต ที่ยอมทำงานหนักในวันนี้และสละการบริโภคบางส่วน
เพื่อชีวิตที่สุขสบายในอนาคต ก็เลือกเอาอยากจะมีชีวิตอย่าง มด หรือตั๊กแตน

หมวดหมู่: ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา
โดย อัยการชาวเกาะ รับราชการ สำนักงานอัยการสูงสุด
poomping-p@optrex.co.jp

http://www.vcharkarn.com/vblog/50408
http://gotoknow.org/blog/islandpk/163386
……………………………………………………………………………………………………………………………….

โพสท์ใน ทั่วไป | ปิดความเห็น บน ปรัชญาของ มด‏

บทความเรื่อง การเรียนเป็นดีไซน์เนอร์ ( นักออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้า)

บทความเรื่อง การเรียนเป็นดีไซน์เนอร์ ( นักออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้า) ควรเริ่มต้นกันอย่างไร กับการเป็น นักออกแบบ ( designer ) เสื้อผ้าแฟชั่น โดยที่ เจ้าอาชีพ การเป็นผู้ออกแบบแฟชั่น นี่นั้นมักเป็นอะไรที่หลายๆคนอยากจะเป็นกันมากเป็น อันดับต้นๆ อาชีพ โดยเฉพาะกับผู้ซึ่งชื่นชอบสามารถ ที่จะสร้างอิทธิพล เหนือสังคมรอบด้าน ในเรื่องเครื่องแต่งกาย ไม่ว่าจะเป็น แฟชั่นกระเป๋าถือแบบ Prada หรือ ชุดแต่งงาน ( wedding dress ) แบบ Vera Wang ซึ่งมันเป็นส่วนสำคัญ อย่างขาดไม่ได้ ของมนุษย์ในแง่ของ การเป็นปัจจัยสี่..เสียด้วยรายการโปรดอันหนึ่ง ซึ่งเหมาะกับคนที่ ใฝ่ฝันอยากจินตนาการว่า
นักออกแบบแฟชั่น เขาทำงานกันอย่างไร เขาทำงานกันอย่างไร
fashion-designer-1-205x300
fashion-designer-52
การที่จะได้มาของการเป็น นักออกแบบแฟชั่น ที่มีจริยธรรม และจรรยาบรรณ ต้องคอย ควบคุมตนเอง ระหว่างความสมดุล ในการสร้างสรรค์ และความชำนาญ เข้าด้วยกัน อย่างลงตัว ไม่มากไปน้อยไป และต้องสมดุลดีอีกด้วย เกี่ยวกับ การแต่งกาย เวลาอยากได้เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายสักชิ้น ก็เพียงแค่เปิดโทรทัศน์ ชมรายการสุดโปรด ที่อาจมีการ แถมโฆษณาต่อท้าย หรืออาจเปิดหน้ากระดาษ ของนิตยสาร เพื่อดูว่าอะไร ที่กำลังมีอิทธิพลและมาแรงเรื่องแฟชั่นวันนี้ ( fashion trend ) ตามปกติพฤติกรรมของผู้บริโภค และวิถีชีวิตเกี่ยวกับการเลือกสินค้าประเภท เครื่องแต่งตัว นั้น โดยทั่วไป มักตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า แบนอะไร ( product band ) ใครใส่ มันมาจาก ร้านค้า ใครเป็นคนออกแบบ ( designer ) แล้วจึงออกไปซื้อหาของชิ้นนั้นๆ โดยทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับ ชื่อเสียง ของสิ่งที่เราได้เห็นบนลานเดินแบบ ของเหล่า ดาราและทั้งจากนางแบบแฟชั่น ตลอดจนไปถึงชื่อเสียง ของผู้ออกแบบแฟชั่นชิ้นนั้นๆ เป็นปัจจัยสำคัญ ผู้ออกแบบสินค้าแฟชั่น ได้ใช้กระบวนการจินตนาการ และสร้างสรรค์งานขึ้นมา จนเป็นชิ้นเป็นอัน จนเสร็จสิ้น แต่สิ่งที่ผู้ใช้ไม่เคยได้รับรู้เลย ว่ากว่าที่จะได้ต้นแบบตัวอย่าง ที่ไปเดินกัน บนลานแฟชั่นโชว์แต่ละชิ้นได้นั้น จะต้องใช้การทุ่มเทความพยายาม มากมายเพียงใด ในการสร้างงาน และอาศัยความชำนาญส่วนตัว ไปมากน้อยเพียงไร ที่นำมารวม ๆ และใส่ลงไปในงาน ทั้งหมด จนก่อเกิดเป็นผลงานที่ชวนมองได้ขนานนั้น สักชิ้นหนึ่ง
12634
1442806557_c0b7f081c9
2269584551_0fcb3a6d05<
2269584551_0fcb3a6d05
ผู้ออกแบบแฟชั่น มิได้เชี่ยวชาญ แต่เฉพาะ เรื่องในโรงงาน และสายผลิตเครื่องนุ่งห่ม แต่จะต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญเรื่องงานสิ่งทอ และความชำนาญในการเย็บ และอีกยังต้องสามารถ สร้างภาพคล่าวๆ ( sketch )และถ่ายทอดสิ่งต่างๆ ( drawing ) เขียนกำหนดลงบนกระดาษ เป็นลายละเอียดพิเศษต่างๆ ของชิ้นงาน สำหรับการออกแบบ เพื่อนำไป ทำการผลิตอย่างจริงจัง ผู้ออกแบบแฟชั่นยังต้องมีความรู้ และทักษะเข้าใจ ทฤษฏีของสี และการใช้สี ที่จะเน้น และควบคุมลายละเอียดต่างๆ ของชิ้นส่วน ของตัวงานด้วย ซึ่งไม่น้อยเลยทีเดียว วุ้นวายสับสนไปหมด การจะได้มาเป็น นักออกแบบแฟชั่น ของใครบางคนนั้น อาจหมายถึงเพียง การได้เข้าเรียนอย่างตั้งใจ ในโรงเรียนทางการออกแบบแฟชั่น ที่มีชื่อเสียง ซึ่งในปัจจุบันมีสถาบันต่างๆ เปิดบริการกันมากมาย ซึ่งมักสอนโดยตรงเกี่ยวกับ กระบวนการ การออกแบบแฟชั่น ขั้นตอนการเย็บ กระบวนการของ การผลิตสิ่งทอ ตลอดจน เรื่องสำคัญอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องใน งานออกแบบทางตรง และอ้อมเช่น การออกแบบเสื้อผ้า โดยใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด มันคงเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ที่คุณต้อง เรียนรู้สิ่งมูลฐาน ของการออกแบบ เหล่านี้ก่อนที่คุณ จะทำการเพิ่มคุณสมบัติใน การสร้างสรรค์งาน ด้วยตัวของคุณเอง รวมทั้งการต้องใช้ สติปัญญาทั้งหมดที่มีอยู่ด้วย ใส่มันเข้าไปเป็นผลงาน อวดมันบน ปกหนังสือ และแมกกาซีนเล่มต่างๆ หากคุณดัง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สิ่งที่มีความสำคัญมากไปกว่าที่ว่ามานั่น ก็คือคุณควรจะได้มีโอกาส ไปเที่ยวเก็บ เกี่ยวประสบการณ์ มั่นหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้คอมใช้โปรแกรมช่วย simulate การออกแบบ เช่น พวก Optitex และอื่นๆ อย่างที่ baby-bride แสดงให้เห็นบางส่วน ด้านบน หรือจากที่ทำงานของคุณ ไปก่อน โดยการเข้าไป ฝึกหัดงาน ในร้านหรือ หากกับ นักออกแบบ ที่มีชื่อเสียง ต่างๆได้ จะสุดยอด การได้มีโอกาส ทำงานโดยอยู่ เคียงข้างกับ นักออกแบบแฟชั่น ผู้ชำนาญมาก่อนนั้น ผู้ที่ซึ่งสามารถถ่ายทอดให้คุณ ได้มีประสบการณ์ ยิ่งแบบ ตัวต่อตัวเลย จะยิ่งช่วยให้คุณ สามารถสร้างสูตรความพร้อมที่พึ่งมีของคุณ เป็นการเพิ่มความชำนาญ ที่สำคัญแบบ อาหารจานด่วน ( fast food ) เพื่อ เตรียมความพร้อม ก่อนการก้าวสู่ การเป็นนักออกแบบแฟชั่น ที่ประสบความสำเร็จคนต่อไป ดูแล้วทั้งหมดล้วนเกี่ยวพัน กับประสบการณ์ เป็นอย่างยิ่ง ทั้งหมดนี้ อาจกล่าวสรุปได้ว่า คุณอาจเริ่มเข้าใจ การออกแบบ เพียงเบื้องต้นจากการไปเข้าโรงเรียน แต่โรงเรียนไม่สามารถใส่ความชำนาญ ทั้งหมดให้แก่คุณได้หรอก คุณต้องใช้โอกาส ฝึกฝนทักษะ จากการทำด้วยตนเอง เสริมสร้าง ความชำนาญในทุกเวลา ทุกๆวันและในทุกๆสถานที่ ที่มีโอกาส เพื่อสร้างมันเองต่างหาก ต้องทำเท่าที่ ความพยายามของคุณ จะสามารถทำได้ ความพร้อมที่จะเป็นนักออกแบบ ที่มีพรสวรรค์ ความหิวกระหาย การเรียนรู้ ตลอดจนแรงปรารถนาที่จะเป็นผู้นำ การทำงานในอุตสาหกรรม การออกแบบแฟชั่น แห่งนี้ของคุณ จะปูทางให้คุณเดินไปสู่ ความสำเร็จที่สวยหรู และทำให้ความฝัน ถึงการได้เป็น นักออกแบบแฟชั่น เป็นความจริง ได้ไม่ยาก

Pictures credit : ภาพบางส่วนมาจากหนังสือ ” Figure drawing for fashion design Elisabetta Druri และ Tizina Paci ”
สงวนสิขสิทธิ์ © 2551 การนำข้อมูล หรือเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใด ที่ปรากฎใน Blog Thai Top Wedding ไปเผยแพร่ เพื่อการทำรายงานทางการศึกษาเท่านั้น

http://www.thaitopwedding.com/blog

โพสท์ใน ทั่วไป | ปิดความเห็น บน บทความเรื่อง การเรียนเป็นดีไซน์เนอร์ ( นักออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้า)

ลบปุ่ม บันทึก ออกจาก phpbb3

14 ก.ย.52 ระบบเว็บบอร์ด phpbb ได้รับความนิยมอย่างมากในโลกไซเบอร์ มาวันนี้คุณธรณินทร์ สุรินทร์ปันยศ ทีมงานสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศเลือกใช้ phpbb3 เพื่อบริการเว็บบอร์ดในมหาวิทยาลัย (อีกครั้ง) ซึ่งเป็นระบบที่สำนักงานจังหวัดฯ เคยติดตั้งเมื่อหลายปีก่อนเช่นกัน และผมติดตั้ง pnphpbb2 ใน thaiabc.com ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.48 ซึ่งตอนนั้นผมเลือกใช้เป็นส่วน plug-in ใน postnuke ส่วนรุ่นใหม่คือ phpbb3 ใน thaiabc.com นั้นมีตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.51 มาวันนี้พบว่าผู้ใช้มีปัญหาการเลือกกดปุ่มระหว่าง บันทึก กับ ตั้งกระทู้ หากกดปุ่ม บันทึก ก็จะกลายเป็นกระทู้ฉบับร่าง หากจะนำมาตั้งเป็นกระทู้ ก็จะมีขั้นตอนที่ซับซ้อน จึงตัดสินใจยกเลิกปุ่มนี้ออกไป
     วิธีการลบปุ่มบันทึก เริ่มจากก็นั่งหาแบบมองด้วยตาเปล่าในระบบแก้ template ของ phpbb3 กับคุณ bank แต่มองไม่เห็น จึงต้องใช้วิธีกดปุ่มตั้งกระทู้ และ view source จนพบคำว่า save แล้วใช้ search ของ windows หาคำว่า save ใน folder phpbb3 ของ thaiabc.com พบในแฟ้ม posting_editor.html บรรทัดที่ 184 แล้วก็ลบทั้งบรรทัด บรรทัดที่ลบคือ  <!– IF S_SAVE_ALLOWED –> <input type=”submit” accesskey=”k” tabindex=”8″ name=”save” value=”{L_SAVE}” />&nbsp; <!– ENDIF –>
     เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องเกรงว่าผู้ใช้มือใหม่จะกดปุ่ม บันทึก แล้วไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แล้วโทรมาถามกันบ่อย ๆ หรือไม่ก็บอกว่าระบบผิดพลาดแล้วบ่นอยู่ในใจคนเดียว สิ่งที่ทีมงานเกรงว่าจะเกิดขึ้นก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ปัญหาที่ hotmail.com เปลี่ยนนโยบายเรื่อง security ขอให้กรอก captcha บ่อย ๆ ผู้ใช้ก็มาบอกว่าเป็นความผิดพลาดของระบบอีเมลมหาวิทยาลัย ผมก็ถึงกับอึ้งว่า .. ทุกสาเหตุของปัญหามาจากสำนักไอทีหรือนี่ ก็คงเป็นหน้าที่ที่ทีมงานต้องช่วยกันวิเคราะห์ความเสี่ยง และหามาตรการป้องกันในแต่ละปัจจัยเสียงกันไปให้ครบเท่าที่จะสามารถทำได้

โพสท์ใน งานระบบบริการสารสนเทศ | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน ลบปุ่ม บันทึก ออกจาก phpbb3

Thai Language – Comparisons

Structural Practice: maȃk kwaà”, “dii kwaà

                                   (more than, better than)

 

Example:

 

  1. khaǒ lͻͻ̀ kwaà khun jing jing
  2. thәә tham ngaan naan kwaà chăn
  3. phiî chaay phǒm waȃy nám kèng kwaà phǒm
  4. phiî saăw chăn suăy kwaà chăn
  5. khun mii ngәn maȃk kwaà khaǒ

 

                                                                                                         nai raán aa-haăn”

             (In a restaurant)

 

Vocabulary

 

nͻͻ́ng nͻͻ́ng = waiter/waitress           trong nií      = here

khaȃng        = near                                      naȃ-taàng    = window

rͻͻ diăw      =  a second/a moment    sàng            = to order

kεεng khiăw waăn kài = green sweet curry with chicken

phàt phàk ruam   = fried mixed vegetable

plaa tͻ̑ͻt krà-thiam = deep fried fish with garlic

khaȃw plaàw  = plain rice       khε̑ε nií kͻ̀ͻn = that’s all/ that’s it

kәәn kwaȃ            = over/more than  riȃk             = to call

diăw  = a second/a moment               pai duu hȃi = to check out

lǔa                        = remaining          chaá            = slow

n    = other                                     yang            =  thing

phә̑m                    =   one more

 

Mini Talk

 

A:      nͻͻ́ng nͻͻ́ng nȃng trong nií dȃi măi khá

B:      kiì khon khráp

A:      4 khon khá

B:      ngán trong khaȃng naȃ-taàng dii kwaȃ khráp

A:      nͻͻ́ng khá  khͻͻ̆ Menu duȃy khà

B:      rͻͻ diăw na khráp

A:      khͻͻ̆ sàng kεεng khiăw waăn kài phàt phàk ruam plaa tͻ̑ͻt krà-thiam lέ khaȃw plaàw  khε̑ε nií kͻ̀ͻn khà

B:      thaȃ rͻͻ naan kәәn kwaȃ 20 naa thii  riȃk phǒm dȃi na khráp

A:      khͻ̀ͻp khun khà

A:      nͻͻ́ng nͻͻ́ng aa-haăn yang mȃi dȃi lәәy khà

B:      khráp diăw phǒm pai duu hȃi khráp

          ………..dȃi lέεw khráp lǔa plaa tͻ̑ͻt krà-thiam chaá kwaà aa-haăn n

          phrͻ̑ͻ waȃ khon sàng maȃk kwaà yaàng n

                                                                        

A:      ngán rao kin pai rͻͻ pai là kan

B:      maa lέεw khráp plaa tͻ̑ͻt krà-thiam

A:      dii maȃk nͻͻ́ng rao kamlang à-rͻͻ̀y lәәy khà

B:      khͻ̀ͻp khun khráp sàng à -rai phә̑m mái khráp

A:      nám yen phә̑m nͻ̀ͻy khà

 

 

Structural Practice:       Verb + pai + Verb + pai   

 

Meaning:     “Do two activities at the same time”

 

Example:

 

  1. kin pai rͻͻ pai
  2. chim pai bòn pai
  3. fang pai yím pai
  4. rian pai khuy pai
  5. kin pai khuy pai

 

Drills:
chim =                                               bòn =

fang =                                                yím =

rian  =                                               khuy =

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน Thai Language – Comparisons

Thai Language – Occupations

Structural Practice: “aa-chiîp kaan ngaan”  (Occupations)

     “tham maa haă kin”

     (Working for supporting yourself)

Example:

 

  1. khun mii aa-chiîp kaan ngaan à-rai khá
  2. chăn yaàk hȃi luȗk chaay mii kaan ngaan dii dii
  3. thәә tham maa haă kin à-rai tͻͻn nií
  4. phǒm mȃi ruú waȃ jà tham maa haă kin
  5. khaǒ mii aa-chiîp kaan ngaan thiî dii lăng rian jòp

 

                                                                                                      “thaăm thaang”

(Asking the Way)

 

Vocabulary

 

thε̆εw nií     =                                    riȃk waȃ      =

tàlaàt tàlaàt =                                    thaăm thaang =

roong-rεεm =                                    khàp khȃo  =

tha-nǒn       =                                    yεεk            =

liáw khwaă =                                    hĕn              =

 

 

Mini Talk

 

A:      khun…khá  thε̆εw nií riȃk waȃ à-rai   

B:      tàlaàt Prá-baàt khráp

A:      khͻͻ̆ thaăm thaang nͻͻ̀y khà jà pai roong-rεεm “Wiang

          Thͻͻng”

B:      khàp khȃo tha-nǒn Super Highway lέεw thŭng

          yεεk Wiang Thͻͻng liáw khwaă kͻ̑ hĕn roong-rεεm là khráp

A:      khͻͻ̀p khun khà

Drills

 

tham ngaan          =                                    khruu                             =

liáng chiîp   =                                    khrͻ̑ͻp khrua        =

pràyàt                  =                                    sǒngsaăn              =

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน Thai Language – Occupations

Thai Language – Verb to “Get”, Verb to “Want”

Verb to “Get”, Verb to “Want”               =       “ao” / “yaàk dȃi”

 

Example: 

chan mȃi ao dȃi mái

phǒm yaàk dȃi sȗa siĭ khiăw

phȗak rao yaàk dȃi ma-haă-witayalai dii dii

ao khaȃw phàt muŭ

 

Unit 12

“pai s khͻ̆ͻng”

(Go for Shopping)

Vocabulary

 

phͻ̑ͻ khaá   =       seller/merchant (male)    mɛ̑ɛ khaá = seller/merchant (female)

krà-paǒ       =       bag                                 bai     =     classifier (hollow objects)

phɛɛng pai  =       too expensive                 lót dȃi măi = can discount?

yang            =       still                                 ìik      =       one more (again)

khaàt tua    =       the last price                            luȗk khaá = customer

tͻ̀̀ͻ               =       negotiate                        kèng  =       good/expert

 

 

Mini Talk

 

A:      phͻ̑ͻ khaá khá krà-paǒ bai nií raa khaa thaô rai khá

B:      2000 Baht khráp

A:      Oh… phɛɛng pai na khá  lót dȃi măi khá

B:      dȃi 1500 Baht khráp

A:      yang phɛɛng pai na khá  lót ìik dȃi măi khá

B:      dȃi 1000 Baht khaàt tua

A:      mȃi ao yang phɛɛng pai na khá 

B:      khun pen luȗk khaá thiȋ tͻ̀̀ͻ kèng jing jing

A:      mȃi yaàk dȃi lәәy  khͻ̆ͻ thoôt duȃy na khá 

 

Structural Practice  “phɛɛng pai”, “lót dȃi măi”

 

Example:

  1. krà-proong tua nií phɛɛng pai
  2. tham mai mȃi tͻ̀̀ͻ raa khaa ìik
  3. yang phɛɛng pai
  4. lót dȃi măi
  5. lót dȃi thaô rai
โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน Thai Language – Verb to “Get”, Verb to “Want”

Thai Language – Family & Kinship Terms

“khrͻ̑ͻp khrua sùk săn”

Vocabulary

 paȃ    =       aunt                                                  

nuŭ    =       I (very polite)

khͻ̑ͻy =       a bit                                                  

lung   =       uncle

saăm wan dii siì wan khȃi  =  frequently sick               

khȃi wàt = catch a cold

yɛ̑ɛ jang  =  too bad                                             

pai yiȃm =  go to visit

yaay  =       grandmother    (mother’s side)             

taa     =       grandfather  (mother’s side)

yaȃ    =       grandmother (father’s side)                       

puù   =       grandfather  (father’s side)

naá    =       aunt / uncle (younger sister or brother of mother)        

aa      =       aunt / uncle (younger sister or brother of father)

mŭan kan      = the same                                        

pùay =       sick

tͻ̑ͻng           = must                                              

duu-lɛɛ  =    look after, take care

khrͻ̑ͻp khrua = family                                         

sùksăn  =   happy                                                                        

Mini talk

 A:      sàwàtdii khà khun paȃ sà-baay dii măi khá

B:      sàwàtdii khà paȃ sà-baay dii nuŭ là sà-baay dii măi

A:      mȃi khͻ̑ͻy sà-baay ləəy

B:      khun lung saăm wan dii siì wan khȃi

A:      lɛέw naá Siree là khá

B:      thəə pùay pen khȃi wàt

A:      Oh… yɛ̑ɛ jang na khá  khun paȃ pai yiȃm khun yaay bang r plaàw

B:      phə̑ng pai maa  khun yaay kap khun taa sà-baay dii

A:      khun puù Yen kap khun yaȃ Siĭ pùay

B:      nuŭ tͻ̑ͻng duu-lɛɛ dii dii na khá

A:      khà  khun paȃ kͻ̑ mŭan kan   

B:      khrͻ̑ͻp khrua rao tͻ̑ͻng duu-lɛɛ kan dii dii

A:      nuŭ yaàk hȃi pen khrͻ̑ͻp khrua sùk săn na khá

 

Drill

phiî nͻ́ͻng   =                                                    phiî chaay      =

phiî saăw    =                                                    nͻ́ͻng chaay             =

nͻ́ͻng saăw =                                                   khon sùt thͻ́ͻng =

khwaam sùk         =                                          rao thúk-khon =

 

Structural Practice    “yuù dii mii sùk”    = good standard of living

yuù dii  = good living                        mii sùk        =       with happiness

Example:

  1. thiî Lampang rao yuù dii mii sùk
  2. thiî năi rao yuù dii mii sùk
  3. khrͻ̑ͻp khrua rao yuù dii mii sùk
  4. phiî nͻ́ͻng khun yuù dii mii sùk r plaàw
  5. thúk-khon thiî muang Thai kin dii yuù dii phȗak rao jung yuù dii mii sùk
โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน Thai Language – Family & Kinship Terms