แนะนำสำนักพัฒนาศักยภาพนักศึกษา

2 ต.ค.52 ผมภูมิใจที่จะแนะนำสำนักหนึ่งในองค์กรของผมให้ชาวไทยได้รู้จัก
     ความเป็นมาของสำนักโดย อ.อัศนีย์ ณ น่าน มีดังนี้ : สำนักพัฒนาศักยภาพนักศึกษาเดิมคือสำนักกิจการนักศึกษาเป็นหน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้น พร้อมกับการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเมื่อปี พ.ศ. 2531 มีฐานะเป็นสำนัก สังกัดกลุ่มงานวิชาการและวางแผนโดยมีสำนักงานตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 อาคารคณะบริหารธุรกิจ มีพันธกิจในการพัฒนานักศึกษา ดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเพื่อให้นักศึกษามีความเป็นอยู่ที่ดี มีความสุขและเรียนรู้การดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพด้วยกิจกรรมตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยโยนก อีกทั้งให้การสนับสนุน ส่งเสริม นักศึกษาให้มีศักยภาพ มีความพร้อมในการเป็นผู้นำและผู้ปฏิบัติงานที่ดี มีความสามารถสูงในหน่วยงานและสถานประกอบการ ตลอดจนเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ ทั้งนี้จะเป็นผู้ร่วมจัดบรรยากาศ สถานการณ์ สภาพแวดล้อม ตลอดจนกิจกรรมและบริการต่าง ๆ  ในมหาวิทยาลัยโยนก (Campus Life) ให้เอื้อต่อการหล่อหลอมให้นักศึกษามีพัฒนาการสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้เป็นมาตรฐาน
     พันธกิจ (Mission) มี 2 ข้อ คือ 1) ส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลการดำเนินกิจกรรมนักศึกษาเพื่อการเรียนรู้แบบ บูรณาการโดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาเป็นคนที่คิดเป็น ทำเป็น มีคุณธรรมจริยธรรม และมีจิตสำนึก สาธารณะ  2) จัดบริการ สวัสดิการด้านต่าง ๆ ให้นักศึกษาโดยยึดหลักประโยชน์สูงสุดด้วย ความสะดวกและรวดเร็ว

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน แนะนำสำนักพัฒนาศักยภาพนักศึกษา

ยกร่างระบบว่าด้วย การตรวจซ่อมวัสดุหรือทรัพย์สิน

2 ต.ค.52 มีศิษย์เก่าถามว่าเขียนระบบการตรวจซ่อมวัสดุหรือทรัพย์สิน ต้องเขียนอย่างไร คุณอนุชิต และคุณธรณินทร์ จึงยกร่างไว้ โดยมีวัตถุประสงค์ของระบบคือ เพื่อเป็นแนวปฏิบัติเป็นระบบเดียวกันในการขอรับบริการจากหน่วยงานที่ให้บริการตรวจซ่อมวัสดุและทรัพย์สิน และสอดคล้องตามระเบียบการจัดซื้อ หรือส่งซ่อมวัสดุหรือทรัพย์สิน หรือแทงจำหน่าย โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1) หน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบวัสดุ หรือทรัพย์สิน แล้วพบว่าชำรุด หรือไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ให้พิจารณาออกบันทึกแจ้งอาการแก่หน่วยงานที่ให้บริการตรวจซ่อมวัสดุหรือทรัพย์สินดังกล่าว 2) หน่วยงานที่ให้บริการตรวจซ่อมเข้าไปตรวจซ่อมวัสดุหรือทรัพย์สิน 2.1) ถ้าแก้ปัญหาได้โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในองค์กร ให้พิจารณาดำเนินการ 2.2) ถ้าแก้ปัญหาได้ แต่ต้องใช้ทรัพยากรจากภายนอกองค์กร ให้สืบราคา และแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป 2.3) ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ ให้แจ้งหน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาจัดหาวัสดุหรือทรัพย์สินมาทดแทน 3) หน่วยงานที่ให้บริการตรวจซ่อม เขียนรายงานสรุปผลการให้บริการลงในบันทึกแจ้งอาการ พร้อมขอเสนอแนะส่งคืนให้กับหน่วยงานต้นสังกัด 4) หน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาดำเนินการขออนุมัติจัดซื้อ หรือส่งซ่อมวัสดุหรือทรัพย์สิน หรือแทงจำหน่าย โดยพิจารณาข้อเสนอแนะของหน่วยงานที่ให้บริการตรวจซ่อมประกอบการตัดสินใจ

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ยกร่างระบบว่าด้วย การตรวจซ่อมวัสดุหรือทรัพย์สิน

ว่าด้วยเรื่องสวัสดิการ #1 (คำจำกัดความและความสำคัญ)

     วันนี้อยากนำเอาเนื้อหาเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ว่าด้วยเรื่องของสวัสดิการมาให้กับทุกๆ ท่านได้อ่านครับ ในหัวข้อ “คำจำกัดความและความสำคัญของสวัสดิการ” โดยหยิบยกมาจากเว็บไซต์ siamhrm.com ครับ

คำจำกัดความและความสำคัญของสวัสดิการ

     สวัสดิการ เป็นการจ่ายค่าตอบแทนอย่างหนึ่งที่องค์กรจ่ายให้กับพนักงาน ทั้งในรูปที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน ทั้งนี้เป็นการจ่ายค่าตอบแทนที่นอกเหนือไปจากการจ่ายค่าจ้างปกติและค่าจ้างจูงใจ การจ่ายชนิดนี้ไม่เกี่ยวกับผลการทำงานของพนักงานแต่อย่างใด

Tomoas J. Bergman และคณะ ได้ให้ความหมายของสวัสดการไว้สั้นๆ ว่า

สวัสดิการ เป็นผลตอบแทนทางอ้อม ที่ลูกจ้างได้รับ เนื่อจากการเป็นสมาชิกขององค์การ

     สวัสดิการ อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าผลประโยชน์เกื้อกูล (Benefits) หรือผลประโยชน์ตอบแทนอื่นๆ (Supplementary compensation) หรือ Fring benfits ก็ได้ สวัสดิการบางชนิดอาจเป็นบริการหรือจัดให้เฉพาะสมาชิกเฉพาะกลุ่มก็ได้ เช่น รถประจำตำแหน่ง ห้องน้ำส่วนตัว ฯลฯ ซึ่งองค์กรมักจัดให้พนักงานในระดับบริหาร

     นับแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ได้มีการนำเอาสวัสดิการในรูปแบบต่างๆ มาจัดให้พนักงานลูกจ้าง เพื่อเป็นการรักษาและจูงใจให้คนทำงานอยูในองค์การทั้งในภาครัฐและเอกชน เนื่องจากในช่วงเวลาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อัตราค่าครองชีพสูงขึ้น รัฐบาลอเมริกันได้ทำการตรึงค่าจ้างไว้เพื่อมิให้เงินเฟ้อ แต่ในขณะเดียวกันก็แบ่งเบาภาระของลูกจ้าง โดยการเสนอสวัสดิการในรูปแบบต่าง แทนการจ่ายค่าจ้าง     ต่อมามีการยอมรับสวัสดิการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการจ่ายค่าตอบแทน ก็แพร่หลายมากขึ้น ประกอบกับความเข้มแข็งของสหภาพแรงงานก็เริ่มทำให้มีข้อเรียกร้องด้านสวัสดิการเพิ่มขึ้นจากข้อร้องเรียนเดิมที่มักเน้นในเรื่องของค่าจ้าง/เงินเดือนเท่านั้น.

     …แล้วองค์กรของท่านละครับ มีสวัสดิการหรือมีข้อเสนอแนะอย่างไรบ้างครับ เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์รของท่าน… มาร่วมแบ่งปันกันได้นะครับ…

โพสท์ใน คณะบริหารธุรกิจและรัฐประศาสนศาสตร์, บริหารธุรกิจ | ติดป้ายกำกับ , , , , , | ปิดความเห็น บน ว่าด้วยเรื่องสวัสดิการ #1 (คำจำกัดความและความสำคัญ)

แก้ปัญหาเครื่องบริการเมลไม่รับเมลจาก thailis

1 ต.ค.52 อ.อัศนีย์ ณ น่าน ประสานโครงการ Thailis แล้วสมัครสมาชิกเป็นผู้ใช้ เพื่อสืบค้น fullpaper research ฉบับเต็ม เพราะการดำเนินการเป็นผู้ให้บริการข้อมูลจำเป็นต้องมีขั้นตอน และใช้เวลา จากนั้นคุณธรณินทร์ สุรินทร์ปันยศ สมัครเป็นผู้ใช้ด้วย e-mail gmail.com ก็ได้รับอีเมลยืนยันการสมัคร และสืบค้นได้ตามปกติ แต่คุณอนุชิต ยอดใจยา และผมสมัครด้วย e-mail ของมหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้รับอีเมลยืนยันใดเลย ซึ่งปัญหานี้เป็นไปได้ 2 กรณีคือ 1)thailis server ไม่ส่งเข้ามหาวิทยาลัย 2)server มหาวิทยาลัยมองเป็น bad mail จากข้อสงสัยข้อที่ 2 จึงเข้าไปตรวจ mail log ของคุณอนุชิต ยอดใจยา ก็พบข้อความว่า “Sender address rejected: Domain not found” และพบว่าเครื่องส่ง mail ของ thailis ถูกปฏิเสธ วิธีแก้ไขที่ง่ายคือแก้ที่ตัวเรา ถ้าแก้ที่ต้นเหตุอาจต้องคุยกันยาว
     ดำเนินการแก้ปัญหา 1)เข้าห้อง /etc/postfix ใน mail server 2)เปิดแฟ้ม main.cf ด้วย vi 3)พบค่า config ว่า smtpd_sender_restrictions = reject_unknown_sender_domain 4)ยกเลิกค่าในข้อ 3 5)reboot server ก็จะได้รับ email จาก thailis ตามปกติ ทำตาม 5 ขั้นตอนข้างต้น ผมก็สืบค้นงานวิจัย และ download fullpaper research ได้แล้ว ผลการทดสอบ download พบบทความเรื่อง scorm ของ อ.อิงอร วงษ์ศรีรักษา ซึ่งเป็นงาน scan จากเอกสารขนาด 5 หน้า
+ http://tdc.thailis.or.th/tdc/

โพสท์ใน งานระบบบริการสารสนเทศ | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน แก้ปัญหาเครื่องบริการเมลไม่รับเมลจาก thailis

ปัญหาเข้าเว็บเพจแล้วว่างเปล่า

p8080
30 ก.ย.52
รับแจ้งจากอาจารย์อวุโสว่าพบปัญหาเข้าเว็บเพจที่ใช้ frame ในบางเว็บไซต์ไม่ได้ ทดลองติดตั้ง java runtime 6 ปัญหาก็ไม่หายไป เมื่อ view source แล้วพบ error message ว่า browser ไม่สนับสนุน ก็คิดว่า ต้องลง browser รุ่นใหม่ จึงจะใช้งานได้ ลองติดตั้ง ie8 ก็ยังเข้าไม่ได้ ..
     อีกสักพัก ผมก็ไปทดสอบกับเครื่องในห้องปฏิบัติการ พบว่า เข้าเว็บไซต์ที่เป็นปัญหาได้ปกติด้วย account ของผมที่มีระดับเป็น admin จึงนึกขึ้นได้ว่า account ที่ใช้ทดสอบที่เครื่องอาจารย์อวุโสนั้น เป็น account ระดับ user เมื่อตรวจสอบลึกลงไปก็พบว่า สิ่งที่แตกต่างของเว็บไซต์ดังกล่าวกับเว็บไซต์ทั่วไปคือเปิด port 8080 ซึ่งเป็น default port ของ java server ทั่วไป เมื่อคุณอนุชิต ยอดใจยา เข้าไปยกเลิกการปิด port ดังกล่าวจาก dhcp server ก็มีผลให้ account ใดใดในระบบสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ดังกล่าวได้
+ http://iutcerral.univ-lyon2.fr/conftool/
+ http://it.yonok.ac.th/anuchit/jre-6u14-windows-i586.zip
+ http://www.thaibg.com
+ http://ie6update.kapook.com/ie8_download.php

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ปัญหาเข้าเว็บเพจแล้วว่างเปล่า

แก้เกมการเมือง

     วันนี้ได้รับวารสาร Productivity corner ของสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ปีที่ 10 ฉบับที่ 114 กันยายน 2552 มาหมาดๆ พอเปิดอ่านไปหัวข้อ Human Touch แล้ว มีเนื้อหาเรื่อง “แก้เกมการเมือง” อืมดูแล้วน่าสนใจดี พอลองอ่านดูแล้วยิ่งน่าสนใจไปใหญ่ เลยนำมาแบ่งปันให้กับประชาคม Blog Yonok ครับ ซึ่งเขียนโดยคุณรัชฎา  อสิสนธิสกุล โดยมีเนื้อหาดังนี้ครับ

     องค์กรใด ถ้าการเมือง “แรง” ไม่แพ้การเมืองระดับประเทศแล้ว ไม่นานย่อมเข้าสู่ความเสื่อมถอย คนดีและเก่งเริ่มตีตนออกห่างหรือไม่ก็วางเฉย ไม่รับรู้หรือช่วยกันแก้ไข อาการขนาดนี้นับว่าสาหัส ถ้าม่แก้ไขอาจมีสภาพไม่ต่างกับองค์กรยักษ์ใหญ่ในอดีตที่เหลือแต่เพียงตำนานความสำเร็จให้คนพูดถึงเท่านั้น

     บรรยากาศการทำงานในองค์กรเช่นนี้ ยากต่อการจูงใจให้บุคลากรทุ่มเทกับการทำงาน หรือเหนี่ยวรั้งให้คนเก่งอยู่กับองค์กร สุดท้ายผลการดำเนินงานอาจบรรลุความสำเร็จได้ยาก ความจริงแล้ว การแก้ไขให้บรรยากาศของการทำงานลดปัญหาการเล่นเกมการเมือง อาจต้องทำหลายวิธีตามสภาพอาการ ว่าหนักเบาเพียงใด แต่ไม่ยากเกินกว่าผู้บริหารที่จะทำได้ วิธีที่แนะนำ ได้แก่

  • กำหนดหน้าที่รับผิดชอบที่ชัดเจน วิธีนี้เป็นวิธีพื้นฐาน หรือวัยรุ่นเรียกว่า วิธีแบบบ้านๆ แค่เขียนใบพรรณนาลักษณะงาน (Job Description) ที่มีระบุว่าตำแหน่งใดต้องทำงานใดบ้าง อำนาจในการบริหารมีขอบเขตแค่ไหน เชื่อหรือไม่ว่า หลายองค์กรใบพรรณนาลักษณะงานหลักจากเขียนขึ้น (ด้วยความยากลำบาก) แล้วไม่เคยนำมาใช้หรือเก็บไว้ที่ใครคนใดคนหนึ่งในองค์กรจนทุกคนหลงลืม บางแห่งอยู่รวมกับคู่มือการบริหารคุณภาพขององค์กร (คู่มือระบบ ISO นั่นเอง) พนักงานหรือหัวหน้างานอาจไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตการทำงานก็ได้ ดังนั้น การใช้ที่ถูกต้องนั้น จำเป็นต้องให้พนักงานได้รับทราบหน้าที่และขอบเขตอำนาจในการทำงานของตนเอง ถ้าการทำงานจริงไม่ตรงกับเอกสารต้องปรับให้ตรงกับความเป็นจริงอยู่เสมอ
  • วางระบบการเลื่อนตำแหน่งตามความสามารถ การเมืองเกิดจากการที่บุคลากรเข้าใจว่า คนที่สามารถเลื่อนตำแหน่งได้นั้นอาจมีสาเหตุอื่นแอบแฝงนอกจากการพิจารณาความสามารถที่แท้จริง ถ้ามีตัวอย่างที่มีการเลื่อนตำแหน่งคนที่ใครๆ ต่างสังสัยว่ามีความสามารถไม่พอในตำแหน่งนั้นแล้ว จะทำให้เกิดความเข้าใจว่าผู้บริหารอาจตองการตบแทนเฉพาะบางคนด้วยเหตุผลพิเศษที่ไม่เปิดเผย การสร้างระบบการเลื่อนตำแหน่ง (หรือในการบริหารทรัพยากรบุคคลเรียกว่า Career path) โดยพิจารณาจากความสามารถ หรือ Competency ที่ระบุไว้ชัดเจว่า ต้องเป็นคนที่มีความสามารถและคุณสมบัติแบบใดแล้ว จึงจะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง จะช่วยลดความเข้าใจผิดและองค์กรสามารถเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมโดยไม่ต้องอาศัยดุลยพินิจของผู้บริหารที่แต่ละคนอาจะแตกต่างกัน
  • กำหนดนโยบายค่าตอบแทนและผลประโยชน์ที่สอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ องค์กรควรทบทวนและปรับปรุงนโยบายในเรื่องนี้ใหทันกับการเปลี่ยนแปลงอย่างเมาสมตามสถานะขององค์กร เช่น ไม่แตกต่างกันมากนักกบค่าตอบแทนของตำแน่งเดียวกันในองค์กรอื่นที่มีขนาดใกล้เคียงกัน คอยติดตามและให้สวัสดิการที่ตรงกับความต้องการของพนักงานบ้าง (ถ้ามากนักอาจเป็นภาระเรื่องค่าใช้จ่าย) ถ้าการเมืองมุ่งเรื่องผลประโยชน์มาก อาจต้องใช้กลยุทธ์ เช่น ค่าตอบแทนของแต่ละระดบตำแหน่งงานไม่ควรแตกต่างกันมากนัก หรือกำหนดให้ตำแหน่งที่มีค่าตอบแทนสูงต้องมีผลงานหรือเป้าหมายสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
  • ใส่ใจเรื่องการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจท่ถูกต้อง เมื่อกำหนดระบบหรือนโยบายการบริหารงานแล้ว สิ่งสำคัญต่อไป คือ การหมั่นสื่อสารสร้างความเข้าใจอยู่บ่อยๆ อย่าหวังว่าการอธิบายหรือส่งกระดาษให้หนึ่งแผ่นแล้ว ทุกคนจะเข้าใจเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในภาวะอืมครึม มีความเข้าใจผิพลาดคลาดเคลื่อนอยู่บ่อย หรือีข่าวลือข่าวปล่อยทั้งหลาย การสื่อสารที่สั้นกระชับ และรวดเร็ว จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อยุติการแพร่กระจายของข่าวลือทั้งหลายได้เป็นอย่างดี ถ้าปล่อยไว้นานคนที่ได้ฟังอาจคิดว่าเป็นเรื่องจริง เมื่อนั้นต่อให้ใช้วิธีการสื่อสารใดๆ อาจยากเกินเขียวยา
  • ผู้นำเข็มแข็งเด็ดขาด ถ้าได้ทำดังที่บอกข้างต้นแล้ว แต่เมื่อจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้นำจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะเลือกใคร (ถ้าต้องเลือก) หรือดำเนินการทางวินัยตั้งแต่สถานเบา คือ การตัดเตือนด้วยวาจาสำหรับผู้ที่สร้างความเสียหาย หรือผู้ที่ประพฤติไม่หาะสม ไปจนถึงสถานหนัก เช่น งดให้เข้าร่วมกิจกรรมบางอย่าง (เหมาะสำหรับชกับผู้บริหารเพื่อแสดงการไมยอมรับ หรือไม่ให้ความสำคัญอีกต่อไปหรือสักระยะหนึ่ง เป็นต้น การตัดสินใจอย่างเด็ดขาดด้วยอำนาจที่มีอยู่จะเสริมสร้างภาวะผู้นำหรือในเมืองไทยเราเรียกว่า “บารมี” ผู้นำที่มีบารมีจะช่วยสยบการเล่นการเมืองได้ไม่น่อย

     การเมืองในองค์กรแก้ไขได้ไมยาก แต่ที่ง่ายกว่า คือ การป้องกันด้วยการสร้างระบบการบริหารที่โปร่งใส เป็นธรรม มีการสื่อสารที่เปิดเผย สร้างค่านิยมของการทำงานดวยความสามารถ และสร้างภาวะผู้นำให้กับผู้บริหาร

เมื่อป้องกันไม่ให้มีการเล่นการเมืองแล้ว ย่อมไม่ถูกการเมือง “เล่นงาน” แน่นอน อ่านเพิ่มเติม

โพสท์ใน คณะบริหารธุรกิจและรัฐประศาสนศาสตร์, บริหารธุรกิจ | ติดป้ายกำกับ , , , , , | ปิดความเห็น บน แก้เกมการเมือง

มองเห็นกิเลส และอัตตาในตนเอง .. น่ารังเกียจยิ่ง

28 ก.ย.52 น่าแปลกมาก ที่ใครต่อใคร เช่น เสื้อแดง เสื้อเหลือ นักการเมือง คนในหนังสือพิมพ์ ดาราเซ็กซี่ มักพูดถึง หรือถูกเล่าในเรื่องราวความผิดของคนอื่น นินทา ให้ร้ายด้วยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ใช้ฐานคิดของตนเองเป็นหลัก เป็นเรื่องไม่น่ารื่นรมอย่างยิ่ง แต่จิตใต้สำนึกของผมกลับรู้สึกสนุกไปกับความวุ่นวายภายนอก เท่ากับขาดอุเบกขา ที่ไม่อาจวางเฉยหรือทำตัวเป็นกลาง ทุกครั้งที่อยู่คนเดียวและจิตว่าง ก็จะนึกทบทวนกิจกรรมของมนุษย์จนเผลอรู้สึกรังเกียจ และขยะแขยงความเป็นมนุษย์ของตนเองก็หลายครั้ง อาทิ 1)รู้ว่าตนเอง ยังมีความรัก โลภ โกรธ หลง เห็นพฤติกรรมของดาราสาวเป็นเรื่องไม่สมควร แต่แก้ไขอะไรไม่ได้ 2)แก้ไขสัจธรรมที่ว่าตนเองต้องตายไม่ได้ ยังทำใจไม่ได้ เกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย 3)มองเห็นความไม่รู้จักสงบในผู้สูงอายุรอบตัว เช่นคนในครอบครัว เมื่อผมชวนเข้าวัด “ก็บอกว่า ไปทำไม ไปแล้วได้อะไร” 4)ส่วนตัวผมก็ยังลดการอุปโภคและบริโภคเป็น 0 ไม่ได้สักที แค่ลดลงคนรอบข้างก็มองผมเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้ว .. รำพึงรำพัน

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน มองเห็นกิเลส และอัตตาในตนเอง .. น่ารังเกียจยิ่ง

*ปราชญ์ชาวบ้านในชุมชนท่ากลาง-ท่าใต้ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

โครงการค่ายเรียนรู้คุณธรรม นำชีวิตพอเพียง ปี 2552
ณ บ้านท่ากลาง-ท่าใต้ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง……….

มหาวิทยาลัยโยนก ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ในการจัดทำโครงการค่ายเรียนรู้คุณธรรม นำชีวิตพอเพียง ปี 2552 ที่มีวัตถุประสงค์หลัก คือ (1) เพื่อให้นักศึกษาและอาจารย์ของมหาวิทยาลัยโยนกได้ศึกษาและวิเคราะห์วิถีชีวิต เศรษฐกิจ ศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อ การเมือง การปกครองของประชาชนในชุมชน โดยการสัมผัสและปฏิบัติงานจริง (Activity Based Learning) รวมทั้งได้ร่วมกันศึกษาถึงแก่นแท้ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การสร้างสังคมอยู่เย็นเป็นสุข และการนำไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม (2) เพื่อพัฒนาความเป็นผู้นำ (Leadership Development) ให้นักศึกษากล้าคิด กล้าทำ รวมทั้งฝึกหัดใช้กระบวนการวิเคราะห์และสังเคราะห์การเรียนรู้ของนักศึกษาบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง และ (3) เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาเรียนรู้จากชุมชนที่แสดงถึงความเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยโยนก ชุมชน ศาสนา และปรัชญา ชาวบ้านสำหรับเป็นแนวทางการสร้างสังคมอยู่เย็นเป็นสุข (Green and Happiness Society) เป็นต้น
P1080383

P1080385

P1080387

P1080405

P1080449

P1080443

P1080441

ปราชญ์ชาวบ้านในชุมชน
กรอบการเรียนรู้ในโครงการค่ายเรียนรู้ คุณธรรม นำชีวิตพอเพียง ในหัวข้อการศึกษาปราชญ์ชาวบ้านในชุมชนในการศึกษาได้ยึดกรอบ ดังนี้
– แหล่งภูมิปัญญาในชุมชน (บ้าน วัด(มัสยิด) โรงเรียน)
– ขอบข่ายประเภท องค์ความรู้ในชุมชน

ความหมายของภูมิปัญญาท้องถิ่น
ภูมิปัญญาท้องถิ่น หมายถึง ความรู้ ความเชื่อ ความสามารถของมนุษย์ในการแก้ปัญหา ปรับตัวจัดความสัมพันธ์และการดำรงชีวิต ให้ผสมผสานและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ สังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตทางกลุ่มชน เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเอง และบรรพบุรุษที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา ซึ่งเป็นความรู้แบบองค์รวม (Holistic) ที่มีการเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับระบบสังคม วัฒนธรรม รวมทั้งความเชื่อทางศาสนาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ลักษณะของภูมิปัญญาท้องถิ่น
– เป็นเรื่องของการใช้ความรู้ ทักษะความเชื่อ พฤติกรรมของคนในชุมชน
– แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างคน ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในชุมชน
– มีเอกลักษณ์ในตนเอง ซึ่งมีวัฒนธรรมเป็นพื้นฐาน
– คำนึงถึงวิกฤติการณ์ในชุมชน อันได้แก่ การดำรงชวิตของมนุษย์ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
– มีลักษณะเป็นพลวัต คือ เปลี่ยนแปลงได้และมีพัฒนาการอยู่ตลอดเวลา
– ไม่มีการบันทึกเป็นระบบ
– ดูดซับการถ่ายทอดโดยผ่านวิถีชีวิต การปฏิบัติ และการบอกเล่าต่อ ๆ กันมา

จากการศึกษาในหัวข้อ “ปราชญ์ชาวบ้านในชุมชน” พบว่าในหมู่บ้านท่ากลางท่าใต้

มีบุคคลที่มีความรู้ในด้านของปราชญ์ชาวบ้านในชุมชนทั้งหมด 3 ด้าน ดังนี้
1. ด้านการแพทย์แผนโบราณ
-พ่อหนานต้น สายเครือคำ อายุ 77 ปี
-นายจันทร์ดี มูลหอม อายุ 82 ปี
-นายฤทธิ์ แก้วโห้ อายุ 67 ปี
-นายฤทธิ์ แก้วโห้ อายุ 67 ปี
-นายจู สิทธิหนิ้ว อายุ 73 ปี
2. ด้านเศรษฐกิจ คือนายเลื่อน มูลนันไชย อายุ 66 ปี
3. ด้านเกษตรกรรม คือนายเลื่อน มูลนันไชย อายุ 66 ปี

การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมในหัวข้อปราชญ์ชาวบ้านในชุมชน
จุดแข็ง
หมู่บ้านท่ากลาง – ท่าใต้มีปราชญ์
ที่เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ ความสามารถและเชี่ยวชาญ
ทั้งในด้านการรักษาแพทย์แผนไทย ด้านเกษตรกรรม และด้านเศรษฐกิจ
จุดอ่อน
ยังไม่มีกระบวนการในการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีอยู่ใน
ตัวของปราชญ์ให้คงอยู่กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน
โอกาส
หน่วยงานในท้องถิ่นสามารถนำองค์ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน
ไปใช้ในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ได้ อาทิ สถานศึกษา (พัฒนาหลักสูตร) องค์การบริหารส่วนตำบล (เศรษฐกิจชุมชน)
อุปสรรค
ยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ส่งเสริมสนับสนุน
และดำเนินการรวบรวมข้อมูลเรื่องปราชญ์ชาวบ้านอย่างจริงจัง

ข้อเสนอแนะ
หน่วยงานทั้งในภาครัฐและเอกชนควรเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริม และสนับสนุนในด้านปราชญ์ชาวบ้านในชุมชน ให้มีความยั่งยืน เช่น อาจประยุกต์เข้าในบทเรียนของเยาวชน เพื่อศึกษาภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่น หรือ สนับสนุนในด้านของเศรษฐกิจ ในการช่วยส่งสินค้าออกจำหน่าย เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ชาวบ้าน อีกทั้งเป็นการสืบทอดภูมิปัญญาดังกล่าวอีกด้วย

รายงานจากกลุ่มปราชญ์
อ.ปวินท์รัตน์ สุดประเสริฐ

โพสท์ใน ทั่วไป | ปิดความเห็น บน *ปราชญ์ชาวบ้านในชุมชนท่ากลาง-ท่าใต้ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

3R ตัวชี้วัดความพึงพอใจลูกค้า

     วันนี้มีโอกาสได้หยิบวารสาร Productivity corner ของสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ปีที่ 9 ฉบับที่ 113 สิงหาคม 2552 ขึ้นมาอ่าน แล้วเปิดไปที่หัวข้อ Light Up หน้าที่ 5 ของวารสาร มีหัวข้อหนึ่งที่อ่านแล้วประทับใจเลยอยากจะมาแบ่งปันให้กับสมาชิกทุกท่านได้รับทราบ นั่นก็คือหัวข้อ 3R ตัวชี้วัดความพึงพอใจลูกค้า ซึ่งเขียนโดยคุณจำลักษณ์  ขุนพลแก้ว โดยเนื้อหาสาระมีดังนี้ครับ

     ความพยายามของทุกองค์กรในการคิดค้นกลยุทธ์และวิธีการต่างๆ นานาเพื่อสร้างความพึงพอใจลูกค้านั้น จะสำเร็จเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวัดผล และเครื่องมือที่บอกได้ดีมี 3 ตัวหลักๆ รวมเรียกว่า 3R ดังนี้

    Retain ไม่ว่าลูกค้าใหม่ที่เราหามาได้ในแต่ละปีจะมีมากมายเพียงใด แต่ถ้าไม่สามารถรักษาไว้ได้ในอัตราที่สูง ก็ต้องเหนื่อยในการหาลูกค้าใหม่ในปีถัดไปไม่รู้จบ ดูได้จากตัวเลขอัตราการรักษาลูกค้าเดิม (Retention rate) ซึ่งจะแสดงค่าออกมาเป็นร้อยละ (%) โดยค่าสูงสุดคือ 100% นั่นคือลูกค้าเก่ายังคงอยู่ครบถ้วน ไม่หนีหายไปไหน ดังนั้นยิ่งอัตราส่วนนี้มีค่าสูงมากเท่าใด ย่อมเป็นผลดีต่อธุรกิจนั้นๆ ถือว่าเป็นฐานของรายรับที่สำคัญทีเดียว

    Repeat ถึงแม้ว่าลูกค้าเดิมยังอยู่ แต่ไม่สามารถกระตุ้นกำลังซื้อ เพิ่มกำลังจ่ายให้เพิ่มขึ้นได้ ก็ถือว่าเสียโอกาสอย่างยิ่ง ดังนั้นการกระตุ้นยอดขายให้สูงขึ้น (Growth rate) ในแต่ละปีในกลุ่มลูกค้าเก่า จากการซื้อซ้ำให้บ่อยที่สุดทั้งกลุ่มสินค้าเดิม (Up sell) และในกลุ่มสินค้าใหม่ (Cross sell) โดยเชื่อว่า ลูกค้าที่มีความจงรักภักดีต่อตราสินค้าใดก็ตามแล้ว การตัดสินใจที่จะซื้อเกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็วยิ่ง

    Refer สำหรับลูกค้าเก่าที่มีความจงรักภักดีและชื่นชมในผลงานของเรา ย่อมเป็นนักประชาสัมพันธ์ที่ดีเสียยิ่งกว่าพนักงานขายของเราเสียอีก ดังนั้นความมั่นใจ พอใจ ภูมิใจในสินค้านั้นๆ จะเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นพนักงานขายให้กับสินค้าของเราในที่สุด ไม่ว่าจะด้วยแรงโน้มน้าวเพื่อนสนิทมิตรสหาย ดูได้จากอัตราการบอกต่อ (Refer rate)

    “ทั้ง 3 ตัวนี้ ถ้าทำดีทำถูก จะให้ผลลัพธ์ที่สูงอย่างต่อเนื่อง และทำให้อันดับการแข่งขันขององค์กรในตลาดเลื่อนลำดับจนอาจกลายเป็นเจ้าตลาดได้ในที่สุด”

————————————————————————————

    จากเรื่องดังกล่าวข้างต้น เราลองมองดูตราสินค้าของพวกเรา คือ ตรา Yonok (โยนก) ที่ทุกคนรู้จัก ในและภาคการศึกษา แต่ละปีการศึกษาเราได้มีการ retain นักศึกษามากน้อยเพียงใด ซึ่งเราก็สามารถที่จะดูได้จากอัตราการ drop out ของนักศึกษา หากมีจำนวนที่น้อยเท่าไร นั่นก็แสดงถึงว่าเราสามารถที่จะ retain นักศึกษาให้อยู่กับเราได้มากเท่านั้น

     เราสามารถที่จะสร้างความจงรักภักดีให้ต่อตราสินค้า (Brand Awareness) ให้กับนักศึกษาได้มากน้อยเพียงใด หากนักศึกษาจงรักภักดีต่อตราโยนกแล้ว หลังจากที่นักศึกษาเรียนจบปริญญาตรี หากจะศึกษาต่อปริญญาโท ก็จะเลือกมหาวิทยาลัยโยนกเป็นแห่งแรกในดวงใจ นี่คือการสร้างความจงรักภักดีต่อตราสินค้าโยนกนั่นเอง

     หลังจากที่นักศึกษาได้มีความจงรักภักดีต่อตราโยนกแล้ว เชื่อมั่นได้ว่านักศึกษากลุ่มดังกล่าวก็สามารถที่จะ Refer ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ไปให้กับผู้ที่มีแวดล้อมตัวเขาเอง แนะนำ โน้มน้าว ให้บุคคลที่เขารู้จักได้มาเป็นลูกค้าของสินค้าที่ชื่อว่า โยนก (Yonok University)

    “ทุกท่านคงเห็นแล้วว่า 3R สามารถที่จะเป็นตัวชี้วัดความพึงพอใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี แล้วตอนนี้ทุกท่านพร้อมหรือยังที่จะนำแนวทาง 3R มาใช้เป็นแนวทางในการวัดความพึงพอใจลูกค้าโยนกของเรา ???”

อ่านเพิ่มเติม

โพสท์ใน คณะบริหารธุรกิจและรัฐประศาสนศาสตร์, บริหารธุรกิจ | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน 3R ตัวชี้วัดความพึงพอใจลูกค้า

ม.โยนก..รับเกียรติบัตรจาก วช.“การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2552”

มหาวิทยาลัยโยนก จัดการประชุมวิจัยประจำเดือนกันยายน 2552

ผศ.จินดา งามสุทธิ อธิการบดีมหาวิทยาลัยโยนก เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิจัยประจำเดือนกันยายน 2552 และบรรยายพิเศษ เรื่อง “ระบบและกลไกล ในการพัฒนามาตรฐานการวิจัย มหาวิทยาลัยโยนก” และมอบเกียรติบัตรแสดงความขอบคุณจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่ได้นำผลงานและกิจกรรมการวิจัยเข้าร่วมนำเสนอในงาน “การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2552”
(Thailand Research Expo 2009) เมื่อวันที่ 26-30 สิงหาคม 2552
ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ที่ผ่านมาได้แก่

1. ดร.ศรีศุกร์ นิลกรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพัฒนาและศิลปวัฒนธรรม
ผลงาน เรื่อง “สถานการณ์ผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง”
2. ผศ.บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ผลงาน
เรื่อง “รูปแบบการจัดการงานศพโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง กรณีศึกษา
ชุมชนตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง”
3. อ.วันชาติ นภาศรี อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ผลงาน
เรื่อง “แนวทางการบริหารจัดการเครือข่ายลดมลภาวะทางอากาศ”
4. อ.คงศักดิ์ ตุ้ยสืบ อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ ผลงาน
เรื่อง “การจัดการปัญหาการเผาป่าเพื่อหาของป่าในชุมชนบ้านทุ่งยาว
ตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน”
5. อ.กฤตภาส เสมอพิทักษ์ รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ผลงาน
เรื่อง “การจัดการบริหารแบบมีส่วนร่วมของวิสาหกิจชุมชนน้ำดื่ม อสม.
ตำบลบ้านสา อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง”
6. อ.ศิรดา ชัยบุตร อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผลงาน
เรื่อง “กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาฐานข้อมูล
ตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน”
7. อ.ปวินท์รัตน์ สุดประเสริฐ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการออกแบบ คณะนิเทศศาสตร์
ผลงาน เรื่อง “การออกแบบถนนดวงรัตน์เพื่อการท่องเที่ยว”

P1070855

P1070866

P1070898

P1070901

P1070835

P1070653

P1070825

P1070806

 P1070772

 

 

คงได้เห็นผลงานวิจัยที่หลากหลายเข้มข้น…
แบบไร้ขีดจำกัดจากคณะต่างๆ…ของม.โยนกอีกมากมาย
สู้ๆๆๆนะค่ะทุกท่าน…

โพสท์ใน ทั่วไป | ปิดความเห็น บน ม.โยนก..รับเกียรติบัตรจาก วช.“การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2552”