Posts Tagged ‘media’

ส่งภาพเข้าผิดห้อง ทำให้ไม่แสดงผลใน blog ตามปกติ

Thursday, June 5th, 2014
media directory

media directory

หลายวันมานี้ ส่งภาพ image เข้า blog แล้วหาย
ไม่ฟ้อง error เหมือนปัญหาทั่ว ๆ ไป
เหมือนส่งเข้าได้ปกติ แต่กลับไม่แสดงผล
ก็คิดว่าเป็นปัญหาที่ระบบ directory
วันนี้นั่งหาวิธีแก้ไขว่าอะไรคือสาเหตุ

สุดท้ายก็พบว่า wordpress ที่เริ่ม post แรก
ตั้งแต่ 8 เมษายน 2009 นั้น มีการย้ายระบบมาหลายรอบ
อัพเกรดก็หลายครั้ง ล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2557
มีการย้ายจาก appserv เป็น xampp
แต่มีค่า config ใน mysql ได้บันทึกชื่อ directory ไว้
สำหรับห้องเก็บ media เมื่อย้าย directory ของ script
แต่ไม่ไปแก่ config ก็ทำให้ระบบสับสนว่าจะเลือกห้องเก็บภาพที่ไหน
ตอนส่งภาพเข้าไป ก็ส่งเข้าห้องเก่า แต่ตอนเรียกใช้ กลับเรียกจากห้องใหม่
จากความพยายามหาว่าอะไรคือสาเหตุ ก็ได้มีการ upgrade version
เป็น 3.9.1 เป็นที่เรียบร้อย ดูทันสมัยขึ้นพอสมควร

สิทธิในการฟ้องคดี กับเสรีภาพวิชาการ

Thursday, September 19th, 2013

มีประเด็นข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณี คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทค.) ฟ้องคดีนักวิชาการ และสื่อมวลชนว่า เป็นสิทธิอันชอบธรรมของ กทค.

โดย จักร์กฤษ เพิ่มพูล

ทั้งในฐานะส่วนตัว และองค์กรที่จะฟ้องคดีคนที่ทำให้พวกเขาเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ ในขณะเดียวกันก็มีประเด็นโต้แย้งว่า ถึงแม้จะเป็นการใช้สิทธิ แต่เป็นการใช้ในลักษณะลิดรอนในการแสดงความคิดเห็นของนักวิชาการ และสื่อมวลชน ซึ่งได้รับรองโดยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่

ความชอบธรรม

ความชอบธรรม

เรื่องที่ กทค. ใช้เป็นฐานความผิด ในการฟ้องคดีนี้ คือ การวิพากษ์เรื่องสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 1800 ซึ่งเป็นประเด็นสาธารณะ แม้จะกระทบพาดพิงไปถึงบุคคลที่ประกอบขึ้นเป็น กทค.บ้าง ก็ถือว่า กทค. เป็น public figure หรือบุคคลสาธารณะด้วย บุคคลสาธารณะย่อมได้รับการยกเว้น ในการที่สื่อหรือสาธารณชนจะติดตาม ตรวจสอบ หรือนำเสนอเรื่องราวของเขาเหล่านั้น และหากพิจารณาประกอบกับข้อยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาท เรื่องประเด็นสาธารณะ การแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมต่อสาธารณะ ในประมวลกฎหมายอาญา ก็มีคำพิพากษาศาลฎีกาหลายคดีเป็นบรรทัดฐาน

คำว่า ใช้สิทธิในการลิดรอนเสรีภาพ หรือการแสดงออกในลักษณะข่มขู่ คุกคาม นอกเหนือจากการใช้สิทธิตามกฎหมาย เช่น ขู่จะฟ้องทั่วราชอาณาจักร ซึ่งทำไม่ได้โดยข้อกฎหมาย หรือข้อหา คำขอท้ายฟ้องที่มุ่งหมายจะแก้แค้นตอบแทนในแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน มุ่งหมายจะให้จำเลยรับโทษหนักกว่าที่ควร อาจตีความได้ว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ซึ่งในทางคดีแพ่งเขียนไว้ชัด แต่ในคดีอาญา ประมวลกฎหมาย มาตรา 175 บอกว่า ผู้ใดเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา หรือว่ากระทำความผิดอาญาแรงกว่าที่เป็นความจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

หากพิเคราะห์ในแง่เสรีภาพ นักวิชาการ และสื่อมวลชน ใช้เสรีภาพจนเกินขอบเขต หรือไม่มีความรับผิดชอบหรือไม่

การใช้เสรีภาพจนเกินเลยไปจากหน้าที่นักวิชาการ ที่มุ่งจะเสนอแง่มุมทางวิชาการด้วยเหตุ และผลเพื่อให้สังคมตื่นรู้และเท่าทันบางเรื่องราวที่ยากเข้าถึงและเข้าใจ หรือการใช้เสรีภาพของสื่อในการรายงานและอธิบายปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้น ในกรณีนี้ ไม่มีประเด็นที่จะชี้ให้เห็นเลยว่า สื่อและนักวิชาการได้ใช้เสรีภาพในทางที่จะไปกระทบต่อเกียรติยศ ชื่อเสียงของบุคคลใดในฐานะส่วนตัวเลย ตรงกันข้าม กลับแสดงให้เห็นว่า กทค. ใน กสทช. กำลังใช้สิทธิโดยไม่เข้าใจบริบท หรือบทบาทของนักวิชาการ และสื่อ ซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อ กสทช. มากกว่า

“การฟ้องร้องครั้งนี้กลับยิ่งทำให้องค์กรได้รับความเสียหายมากกว่า เพราะการที่ กสทช. ถูกวิพากษ์วิจารณ์และอาจไม่พอใจกับข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบนั้น ก็สามารถใช้สิทธิในการโต้แย้งเพื่อชี้แจงข้อมูลผ่านการแถลงข่าว ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงการใช้งบประมาณซื้อพื้นที่สื่อเพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์งานของ กสทช. ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด รวมทั้งพบว่าสถานีโทรทัศน์บางช่องได้เชิญกรรมการบางท่านไปออกรายการเพื่อชี้แจง แต่กลับได้รับการปฏิเสธไม่ร่วม การกระทำเช่นนี้ย่อมอาจถูกมองได้ว่าเป็นการปฏิเสธการตรวจสอบจากภายนอก ซึ่งขัดเจตนารมณ์การเป็นองค์กรอิสระที่ต้องมีหลักธรรมาภิบาลเรื่องความโปร่งใสตรวจสอบได้”
สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. กล่าว

กสทช. และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทค.) ร่วมกันเป็นโจทก์ ฟ้อง ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัย มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และณัฎฐา โกมลวาทิน ผู้สื่อข่าวและผู้ดำเนินรายการ “ที่นี่ไทยพีบีเอส” จากกรณีนำเสนอข่าวการสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ณ ศาลอาญา

กรณีเช่นนี้ เคยปรากฏมาก่อน จากการที่บริษัทโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งฟ้องผู้ร่วมรายการ และจอมขวัญ หลาวเพ็ชร พิธีกรรายการ คม ชัด ลึก ทางเนชั่นแชนแนล ศาลยกฟ้องชั้นไต่สวน โดยให้เหตุผลว่า

…การตั้งประเด็นคำถาม เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดกับประชาชนในพื้นที่ ความไม่โปร่งใสในการประมูล เป็นการทำหน้าที่ในฐานะสื่อมวลชน

ซึ่งศาลได้ยกฟ้องผู้ร่วมรายการในเวลาต่อมา ด้วยเหตุว่าเป็นการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ

ไม่ว่า กสทช. โดย กทค. จะเดินหน้าใช้อำนาจศาลข่มขู่ คุกคาม นักวิชาการและสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ตามวิชาชีพครั้งนี้อย่างไร ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของ กทค. และกสทช. ทั้งคณะอย่างเข้มข้นต่อไปได้

กสทช. ตัดสินใจเดินหน้า ไม่ถอนฟ้อง ไม่เจรจา ไม่อ่อนข้อกับคู่กรณีอย่างใดทั้งสิ้น นี่นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะเท่ากับ กสทช. กำลังยื่นดาบให้ศาลเชือดคอตัวเอง

โดย จักร์กฤษ เพิ่มพูล จาก กรุงเทพธุรกิจ
http://bit.ly/13FdELP

บ่องตง สื่อสารพันธุ์ใหม่

Monday, August 19th, 2013

ปรมาจารย์ด้านนิเทศศาสตร์ หากได้ยินถ้อยคำที่คนยุคใหม่ใช้สื่อสารกัน ผ่านโลกออนไลน์ คงบ่องตง รับไม่ได้

ดร.จิรันดา กฤษเจริญ

ดร.จิรันดา กฤษเจริญ

เนื่องเพราะภาษาที่ผิดแบบทั้งการเขียนและไวยากรณ์ แต่หากพิจารณานิยามของนักวิชาการบางคน เช่น วิลเบอร์ แชรมม์ (Wilbur Schramm) ซึ่งมักถูกอ้างอิงในตำราพื้นฐานด้านนิเทศศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถ้อยคำ หรือสัญลักษณ์ใดๆ ทั้งการพูด การเขียน การแสดงภาษาท่าทาง ล้วนเป็นการสื่อสารในความหมายเชิงวิชาการทั้งสิ้น

วิลเบอร์ แชรมม์ อธิบายว่า การสื่อสาร คือการมีความเข้าใจร่วมกันในสัญลักษณ์ที่แสดงข่าวสาร แปลว่า จะทำอย่างไร ด้วยวิธีใด ถ้าเข้าใจ จบป่ะ

แน่นอนว่าภาษาแปลก ๆ เหล่านี้ มีต้นกระแสธารมาจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นพัฒนาการมาจากยุคที่ศัพท์บัญญัติใหม่ๆ มาจากสิ่งพิมพ์ เช่น วัยโจ๋

เมื่อพูดถึงอินเทอร์เน็ต เราจะนึกถึงช่องทางการสื่อสารที่ทันสมัย รวดเร็ว ซึ่งเป็นช่องทาง การสื่อสารที่คนไทย โดยเฉพาะวัยรุ่น ใช้อย่างกว้างขวางมากในปัจจุบัน อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งที่ มาที่สำคัญของข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก ทั้งข้อมูลข่าวสารที่เป็นสาธารณะ ไปจนถึงข่าวสารที่เป็น เรื่องส่วนตัว การสื่อสารบนอินเทอร์เน็ตที่นิยมใช้กันมากมีทั้งที่เป็นภาษาเขียน ภาษาพูด และ ภาพถ่าย

ภาษาที่เราใช้การพูดคุย ที่เราเห็นกันอยู่ในอินเทอร์เน็ตนั้น มีทั้งภาษา ที่เราใช้กันอยู่ทั่วๆ ไปในชีวิต ประจำวันของเรา และภาษาที่หากไม่ใช่คนใช้อินเทอร์เน็ตเป็นประจำ ก็อาจจะไม่เข้าใจ หรือ หากไม่ใช่วัยรุ่นก็จะไม่เข้าใจ ภาษานี้เราอาจเรียกได้ว่าเป็น “ศัพท์เฉพาะ” ที่นำมาใช้เป็น เครื่องมือสื่อสารในอินเทอร์เน็ต เช่น เงิบ ฟิน บ่องตง กาก เกรียน ฯลฯ

ศัพท์เฉพาะใน อินเทอร์เน็ตมีที่มาที่หลากหลาย มีทั้งศัพท์ที่เป็นคำเดิม แต่นำมาขยาย ขอบเขตของการใช้ เช่น คำว่า “กาก” ซึ่งตามความหมายเดิมนั้นเป็นคำนาม หมายถึง สิ่งที่เหลือ เมื่อคั้นเอาสิ่งที่ดีออกแล้ว มาใช้เป็นคำวิเศษณ์ ที่เมื่อเติมคำว่า “กาก” ต่อท้ายคำใดก็ตาม หมายถึง สิ่งนั้นไม่ดี หรือไม่มีคุณภาพ เช่น นิสัยกากๆ หมายถึง นิสัยไม่ดี รถกากๆ รถไม่ดีไม่มีคุณภาพ

นอกจากการขยายขอบเขตของการใช้คำศัพท์แล้ว ภาษาในอินเทอร์เน็ต ยังมีการนำคำบางคำมาเพิ่มเติมความหมาย เพื่อให้เกิดความสะดวกในการสื่อสาร เช่น “เกรียน” หมายถึง สั้น เกือบติดหนังหัว มาเพิ่มเติมความหมายว่า หมายถึง การปราศจากเหตุผล ไม่รับฟังเหตุผล ทำตัว ไม่เป็นผู้ใหญ่ งี่เง่า กรณีของคำว่า “เกรียน” ในความหมายที่สองนี้ เป็นการเชื่อมโยงเอาทรงผม ของเด็กนักเรียนชาย มาเชื่อมโยงกับนิสัยของเด็กผู้ชายที่อยู่ในวัยเรียน กล่าวคือ เด็กผู้ชาย ในวัยเรียน ที่ส่วนมากจะทำตัวไม่มีเหตุผล มักจะไว้ทรงสั้นเกรียน การด่าว่า “เกรียน” จึงเป็นการด่าว่า นิสัยไม่ดี ทำตัวไม่มีเหตุผล เหมือนเด็กผู้ชายที่ไว้ผมเกรียน

ศัพท์เฉพาะในอินเทอร์เน็ตบางคำ เป็นคำที่สร้างขึ้นมาใหม่ และใส่ความหมายลงไปใน คำนั้น เช่น “เงิบ” หมายถึง อาการหมดสภาพ หมดเรี่ยวแรง งุนงง การสื่อสารความหมายของศัพท์ เฉพาะที่สร้างขึ้นมาใหม่เหล่านี้ โดยมากจะใช้วิธีการแบบ “นำมาใช้จนทำให้เกิด ความเข้าใจกัน ได้เอง” กล่าวคือ ไม่มีการบัญญัติความหมายอย่างเป็นทางการ ไม่มีการออกมาระบุความหมาย หรือคำจำกัดความให้ชัดเจน แต่คนในโลกอินเทอร์เน็ตจะเข้าใจตรงกันว่า “เงิบ” หมายถึงอะไร

คำศัพท์บางคำในโลกอินเทอร์เน็ต เกิดจากความผิดพลาดในการพิมพ์ เพราะการสื่อสาร ในอินเทอร์เน็ตส่วนมากจะใช้การพิมพ์ เช่น “เมพ” ที่เริ่มใช้อย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้เล่นเกม online คำว่า “เมพ” มีที่มา จากความผิดพลาดในการ พิมพ์คำว่า “เทพ” กล่าวคือ บนแป้นพิมพ์ ตัว “ท” อยู่ใกล้กับตัว “ม” เมื่อต้องการความเร็ว ในการพิมพ์จึงไม่ได้มองแป้นพิมพ์ในขณะที่พิมพ์ และ ไม่มีอ่านทวนก่อนส่งสาร จึงกดส่งไปเป็นคำ ว่า “เมพ” แทนที่จะเป็นคำว่า “เทพ” ความ หมายของคำว่า “เมพ” นั้น หมายถึง สุดยอด สุดขีด ส่วนมากแล้ว ใช้สื่อสารความหมายในแง่บวก เช่น “เก่งเมพ” หมายถึง เก่งมาก เก่งสุดยอด ศัพท์เฉพาะในอินเทอร์เน็ตที่มาจากความผิดพลาดในการพิมพ์นี้ ค่อนข้างมีมาก ไม่ว่าจะเป็นคำว่า “เบย” (มาจากคำว่า “เลย”) หรือ “ขิง” (มาจากคำว่า “จิง” ซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่า “จริง” อีกทอด “หนึ่ง”) ก็เกิดจากความผิดพลาดในขั้นตอนการพิมพ์ทั้งนั้น

คำศัพท์เฉพาะในอินเทอร์เน็ตนั้น มีหน้าที่เหมือนคำศัพท์เฉพาะทั่วๆ ไปที่เราใช้ในโลกจริง กล่าวคือ เป็นคำศัพท์ที่ใช้เพื่อสื่อสารความหมายถึงแนวคิดบางอย่าง หรือเพื่ออธิบายอะไรสักอย่าง ที่หากใช้ศัพท์เฉพาะแล้วจะสามารถลดทอนเวลาในการสื่อสารได้ หรือสื่อสารได้ง่ายขึ้น และทำให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้นระหว่างคนพูดและคนฟัง เช่น หากต้องการสื่อสารว่า “จะเอาเรื่องเอาราวใครสักคนอย่างรุนแรง” ก็อาจจะพูดว่า “เดี๋ยวจะเล่นให้เงิบเลย” พูดเพียง เท่านี้ ก็สามารถสื่อสารความหมายได้อย่างตรงไปตรงมา และมีอรรถรส

ในงานสื่อสารมวลชนเองก็จะเห็นได้ว่าเริ่มมีการนำคำศัพท์เหล่านี้มาใช้ ซึ่งทำให้เกิดความสนุกสนาน และถูกใจ ผู้รับสารโดยเฉพาะผู้รับสารที่เป็นวัยรุ่น ทว่าผู้ใหญ่ส่วนมากจะกังวลว่าศัพท์เหล่านี้จะทำให้ภาษาวิบัติ ยิ่งเมื่อถูกนำเสนอผ่านสื่อมวลชนแล้วก็ยิ่งกังวลใจว่าภาษาจะวิบัติกันไปใหญ่

ในงานสื่อสารมวลชน การสื่อสารด้วยคำศัพท์เฉพาะเหล่านี้อาจช่วยเพิ่มอรรถรสในการสื่อสารก็จริงอยู่ หากนำมาใช้เป็นบทพูดในละครก็น่าจะพออนุโลมได้แต่หากนำมาใช้โดยพิธีกร รายการใดรายการหนึ่งที่น่าจะใช้รูปแบบการสนทนาแบบเป็นทางการก็เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวัง สิ่งที่น่ากังวลใจไม่ใช่เรื่องความวิบัติของภาษา แต่น่าจะเป็นเรื่องของการใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสมกับกาลเทศะ ไม่ว่าจะเป็นภาษาในโลกอินเทอร์เน็ต หรือ ภาษาในสื่อมวลชนก็ตาม

กระนั้น ก็อย่าไปวิพากษ์ศัพท์ที่เขาใช้และสื่อสารกันได้

บ่องตง มีเรื่องอีกมากมาย ที่ผู้ใหญ่ต้องทำมากกว่าใส่ใจเรื่องไร้สาระเหล่านี้

โดย : ดร.จิรันดา กฤษเจริญ กรุงเทพธุรกิจ
http://bit.ly/14tGvpf

การส่งสารไปตามสื่อ social media

Friday, March 29th, 2013
blog
blog

บล็อก (Blog) คือ เครื่องมือเขียนบันทึก
ในบันทึกก็จะมีสารที่ต้องการสื่อ
แล้วภาพนี้แสดงให้เห็นว่า
สารนั้นสามารถส่งผ่านไปตามสื่อต่าง ๆ ได้หลายวิธี
โดยแต่ละสื่อก็จะมีเป้าหมาย และวิธีการที่แตกต่างกันไป
แต่สื่อทั้งหมดมีเป้าหมายที่การสร้างการรับรู้ต่อสารเดียวกัน

ปล. ภาพนี้เตรียมเล่าให้เจ้าของแหล่งท่องเที่ยวฟัง
แต่เทคนิคที่ผมใช้ประจำคือ repost

คลิ๊ปสื่อไอที นักศึกษาสาธาฯ ปี 1 – 2/2555

Wednesday, February 6th, 2013
สื่อและเทคโนโลยี

สื่อและเทคโนโลยี

วีดีโอคลิ๊ปนักศึกษาสาธาฯ ปี 1 – 2/2555


6 ก.พ.56 มีโอกาสนำคลิ๊ปของนักศึกษามารวมเป็น playlist ของ youtube.com ทำให้มีจุดเข้าถึงได้ง่าย และฝากลิงค์ไว้กับโฮมเพจวีดีโอช่วยสอน โดยค้นจาก google.com ด้วยคำว่า “วีดีโอช่วยสอน” แล้วไปหารายการที่ 97.15
สำหรับตอนนี้ เป็นการแนะนำเทคโนโลยี ตอนละ 1 นาทีมีทั้งหมด 13 ตอน จาก 13th warrior เป็นงานชิ้นหนึ่งของนักศึกษาปี 1 ในตอนต้นของวิชาสื่อและเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน นักศึกษากลุ่มนี้อยู่ในหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์ ม.เนชั่น

วิเคราะห์สื่อปัจจุบันทำนายสื่ออนาคต

Saturday, February 18th, 2012
คุณธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์

คุณธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์

http://it.nation.ac.th/yonok53/new_view.php?id=390

17 กุมภาพันธ์ 2555 คุณธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ (Thanachai Theerapattanavong) เจ้าพ่อสื่อเครือเนชั่น บรรยายพิเศษ เล่าถึงความเป็นมาของสื่อในอดีต ซึ่งใช้เพื่อการสื่อสารระหว่างคน ไปถึงประเภทของสื่อเพื่อใช้สื่อสารกับมหาชน และแนวโน้มของสื่อในอนาคต พร้อมนำเสนอข้อมูลเชิงสถิติ หรือสารสนเทศเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการบริหารงานสื่ออย่างมืออาชีพ มีศัพท์ 2 คำที่ชวนให้ตระหนัก คือ below the line และ above the line โดยสื่อประเภทแรกถูกใช้เป็นเครื่องมือเข้าถึงผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มได้ตรงกว่า มีประสิทธิภาพกว่า และเป็นไปได้ว่าอาจใช้งบประมาณสูงกว่าสื่อหลัก แต่ถึงอย่างไรก็ยังทิ้งสื่อหลักไปไม่ได้

สื่อหลักหรือสื่อแบบ above the line คือ สื่อที่ใช้สร้างการรับรู้ในตราสินค้า เผยแพร่ในวงกว้างในระยะเวลาสั้นอย่างรวดเร็ว มักใช้โฆษณาแนะนำสินค้า อาทิ โทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ ป้ายโฆษณา ส่วนสื่อรอง หรือสื่อแบบ below the line คือ สื่อที่เข้าถึงลูกค้าโดยตรง มักเน้นการสร้างกิจกรรมกับลูกค้า (Event) มีผลให้ลูกค้าจดจำสินค้าจากประสบการณ์ที่ได้ร่วมกิจกรรม (Road Show) อาจเป็นการออกนิทรรศการแนะนำสินค้า เปิดบูทให้ทดลองสินค้า หรือจัดกิจกรรมผ่านเว็บไซต์ แต่สื่อทั้งสองแบบจะต้องดำเนินควบคู่กันไป เพราะกฎทางการตลาดมี 2 ข้อ คือ ผู้บริโภคคือเจ้านาย ถ้าผู้บริโภคผิดให้ย้อนกลับไปดูข้อแรก ดังนั้นการใช้สื่อที่หวังผลทางการตลาดจำเป็นต้องเลือกใช้อย่างสมดุล เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด

Thanachai Theerapattanavong

ข้อมูลทางสถิติปี 2011 เกี่ยวกับจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต พบว่า โลกของเราประชากรมากกว่าหกพันเก้าร้อยล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าสองพันสองร้อยล้านคน คิดเป็นร้อยละ 32 ของประชากรโลก แต่ประเทศไทยมีประชากรมากกว่าหกสิบหกล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าสิบแปดล้านคน คิดเป็นร้อยละ 27 ของประเทศ ซึ่งยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ถ้าเปรียบเทียบในระดับทวีปแล้ว ทวีปเอเชียใช้อินเทอร์เน็ตร้อยละ 26 แต่ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปออสเตรเลียใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าร้อยละ 60 ประเทศมาเลเซียใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าร้อยละ 60 ประเทศกรีนแลนด์ และไอซ์แลนใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าร้อยละ 90 ดูจากสถิติแล้ว ประเทศไทยคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าประชาชนจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเกินร้อยละ 50 ซึ่งข้อมูลทางสถิติทำให้เรารู้ตำแหน่งของตนเองในประชาคมโลก

http://www.internetworldstats.com/stats3.htm

Social Media

Friday, January 27th, 2012

อบรมการประยุกต์ใช้ Social Media สำหรับการเรียนการสอน
วิทยากร อ.เมธา เกรียงปริญญากิจ เมื่อ 26 ธ.ค. 2554 จัดโดย มหาวิทยาลัยเนชั่น ศูนย์เนชั่นทาวเวอร์