Archive for the ‘Uncategorized’ Category

โครงการอบรมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สามพรานริเวอร์ไซด์ และบริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซส ซิ่งส์ จำกัด

Thursday, June 5th, 2014

ชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม/สัมมนาภายนอก

1. อาจารย์วนิดา วินิจจะกูล

2. อาจารย์ดรรชกร ศรีไพศาล

หัวข้อเรื่อง           โครงการอบรมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สามพรานริเวอร์ไซด์

และบริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซส ซิ่งส์ จำกัด

หน่วยงานที่จัด       คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

วัน/เวลา              วันที่ 21-22 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สถานที่จัด        โรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ และ บริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซส ซิ่งส์ จำกัด

  1. เนื้อหาสาระของการฝึกอบรม/สัมมนา สรุปได้ดังนี้

สวนสามพราน เปิดตัวใหม่กับทายาทรุ่นที่ 2 ในชื่อ โรสกาเด้นท์ ริเวอร์ไซด์ ในรูปแบบของแนวคิด วิถีไทยริมสายน้ำ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใส่ใจดูแลธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม และ สังคมโดยรอบ เพื่ออนาคตของธุรกิจที่ยั่งยืน โดยใช้ CSR เป็นเครื่งมือหลัก และ ใช้โรสกาเด้นท์ เป็นจุดศูนย์กลางในการดำเนิธุรกิจ พร้อมกับการพัฒนาสังคมโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม การพัฒนาชุมชน และ ชนบท การส่งเสริมวิชาชีพ ให้เป็นเกษตรปลอดสารพิษ อยู่ร่วมกับธรรมชาติ ได้อย่างสมดุล

บริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซส ซิ่งส์ จำกัด   ผู้นำด้านนวัตรกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทย  เป็น ผู้มอบ “คุณค่า” ด้านโภชนาการให้แก่คนทั่วโลก  และยังเป็นผู้สร้างสรรค์โครงการดีๆ จากจิตสำนึกของคน อำพลฟูดส์ เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ที่มุ่งหวังเพื่อเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริม และเปลี่ยนแปลงสังคมรวมถึงสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น

จุดสำคัญของทั้ง 2 องค์กร อยู่ที่การใช้ CSR ที่มาจากความสำนึกรับผิดชอบ ผสานไปกับการสื่อสาร เพื่อให้ทุกคนในองค์กรได้ร่วมมือร่วมใจ และ ให้สังคมเกิดการยอมรับ และร่วมมือร่วมใจ

ต้องมีการวางแผนที่ทำ CSR บนพื้นฐานความต้องการ และความพร้อมขององค์ว่า ว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือทางไหนได้บ้างตามกำลังความสามารถให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด หรือไม่กระทบเลย และมีพัฒนาการไปสู่ความยั่งยืนให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

 

  1. ความเห็น/ข้อเสนอแนะอื่นๆ

–        มหาวิทยาลัยเนชั่นมีจุดได้เปรียบด้านความชื่อเสียงด้านการผลิตรายการทีวีวิทยุและอื่นๆ แต่ในด้านงานประชาสัมพันธ์ หรืองานด้านอื่นที่ใกล้เคียงแต่มีชื่อเรียกต่างกันไป เช่น Branding ทางมหาวิทยาลัยยังขาดอาจารย์ที่เชี่ยวชาญและขาดองค์ความรู้ รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นมหาวิทยาลัยและระดับคณะ จึงควรส่งเสริมอาจารย์ให้ได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายภายนอกเพิ่มขึ้น

–        ควรมีการจัดทำ CSR ของมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดพัฒนาการทั้งการเรียน การสอน และการนำไปใช้ จริงอย่างเต็มรูปแบบ

แบ่งปันจากการสัมมนาเรื่อง “เพาะหุ้นเป็น เห็นผลยั่งยืน”

Thursday, June 5th, 2014

 middle

 

ชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม/สัมมนาภายนอก

1. อาจารย์ดรรชกร ศรีไพศาล

  2. อาจารย์สวรัย นัยนานนท์

หัวข้อเรื่อง  เพาะหุ้นเป็น เห็นผลยั่งยืน

หน่วยงานที่จัด บริษัท เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)

วัน/เวลา วันที่ 20 สิงหาคม 2556 เวลา 08.30-17.00 น.

สถานที่จัด ห้องโลตัส ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตต์

1. เนื้อหาสาระของการฝึกอบรม/สัมมนา สรุปได้ดังนี้

นิสัยที่จำเป็นในการเป็นนักลงทุนระยะยาวที่ประสบความสำเร็จ

1. มีความสุขกับการลงทุน

2. ใช้เงินเยี่ยงทาส

3. กล้าตัดสินใจ

4. คิดบวกกับการลงทุน

5. อดทน

6. อย่าพยายามคาดการณ์ทิศทางตลาด

7. อย่าเชื่อคำแนะนำของผู้อื่น

8. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพราะกว่าหุ้นที่ดีที่เราลงทุนจะออกดอกออกผลใช้เวลานาน เราต้องรักษาสุขภาพไว้ใช้เงินนั้น

สิ่งที่ต้องดูว่าหุ้นตัวไหนดีหรือไม่ดี

1. กำไรต่อหุ้น (Earnings per Share, EPS) ต้องเติบโตสม่ำเสมอ

2. อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin, GPM) = (รายได้ – ต้นทุน)/รายได้คงที่หรือเพิ่มขึ้น

3. ค่าใช้จ่ายจากการขายและการบริหารต่อรายได้ (Selling and Administration Expenses, SG&A to Sales)ลดลง แสดงว่าแบรนด์สินค้าแข็งแกร่ง ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเยอะ

4. ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (Interest Expenses to EBIT)ลดลงและอยู่ในระดับต่ำ หากไม่มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเลยยิ่งดี แสดงให้เห็นถึงการเติบโตได้โดยไม่ต้องพึ่งหนี้สิน

5. หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest Bearing Debt to Equity) ต่ำและลดลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงว่าการเงินแข็งแกร่ง และจะไม่มีปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัวตอนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ

6. อัตราส่วนผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (Return on Equity, ROE) เป็นอัตราส่วนกำไรสุทธิหารด้วยส่วนผู้ถือหุ้น

ต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ROE สูง P/E และ P/BV ก็จะสูงด้วยไม่ควรซื้อขายที่ P/E สูงกว่า ROE หากเกินแสดงว่าแพง

7. ผู้บริหารเป็นคนดี มีหลักการ

 

โดยหลักการทั้ง 7 ข้อ ต้องดูกัน 10 ปี เพราะจะผ่านวิกฤติใหญ่ๆ มาเรียบร้อยแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง

การจัดการเงินเพื่อให้มีกำลังในการซื้อหุ้นตลอดเวลา

ทฤษฎี 50:50 ของเบนจามิน เกรแฮม

ลงทุนในหุ้น : ลงทุนสินทรัพย์ที่ใกล้เคียงเงินสด เช่น กองทุนตลาดเงิน (Money Market) หรือ กองทุนตราสารหนี้= 50:50

หากหุ้นขึ้น ขายหุ้นมาซื้อกองทุนสภาพคล่อง เพื่อให้สัดส่วนกลับมาเป็น 50:50

หากหุ้นตก ขายกองทุนสภาพคล่องมาซื้อหุ้น ให้เป็น 50:50 เหมือนเดิม

อาจปรับเพิ่มหุ้นเป็น 70% หากต้องการเสี่ยงเพิ่ม แต่ต้องมีเงินสดติดตัวเพื่อซื้อหุ้นไว้เสมอ

ควรลงทุนในหุ้นเดือนละ 10,000 บาท เริ่มตอนอายุ 40 ปี เมื่อเกษียณจะมีเงิน 10 ล้านบาท โดยมีผลตอบแทนที่ 12% ซึ่งเป็นผลตอบแทนเฉลี่ยที่ได้จากตลาดหุ้น

2. ประโยชน์ที่ท่านสามารถนำมาใช้กับการปฏิบัติงานได้ ดังนี้

แนวคิดด้านการลงทุนในหุ้น จะช่วยสนับสนุนให้หมั่นคิดหาหนทางที่บริหารเงินให้งอกเงย เพื่อเป็นการวางรากฐานและหลักประกันให้กับตนเองและครอบครัวในอนาคตด้วยความไม่ประมาท และนำมาปรับสอนใช้ในหน้าที่อาจารย์คณะบริหารธุรกิจ ให้สัมพันธ์ได้กับหลายวิชา ซึ่งสามารถต่อยอดไปถึงมุมมองด้านการขาย และ การสื่อสารการตลาด ให้รู้เท่าทันกับโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

3. ความเห็น/ข้อเสนอแนะอื่นๆ

มหาวิทยาลัยควรส่งเสริมให้บุคคลากร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ ได้เข้าร่วมอบรมสัมมนาในหลักสูตรระยะยาว  ซึ่งเป็นการช่วยเปิดมุมมองความคิด และสามารถปรับปรุงตนเองให้เท่าทันสถานการณ์ มีความรอบรู้ในการชี้แนะต่อนักศึกษา และเชื่อมโยงศาสตร์ที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน เป็นการบูรณาการการเรียนรู้ที่สำคัญ

เรื่องเล่าจาก “โครงการอบรม เทคนิคการเขียนแผนการตลาดให้ได้ชัยชนะ”

Thursday, June 5th, 2014

อาจารย์ดรรชกร ศรีไพศาล และ อาจารย์สวรัย นัยนานนท์ จากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเนชั่น ศูนย์เนชั่นบางนา ได้ พานักศึกษา

คณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 และ นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจชั้นปีที่ 2 เข้าร่วม  “โครงการอบรม เทคนิคการเขียนแผนการตลาดให้ได้ชัยชนะ” จัดโดย สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 ณ ห้องสยามมกุฎราชกุมาร อาคารเฉลิมพระบารมี ๕๐ ปี ซอยศูนย์วิจัย

download

 

1.เนื้อหาสาระของการฝึกอบรม/สัมมนา สรุปได้ดังนี้

บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ OISHI โดยนายอนิรุทธิ์ มหธร  รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม นายสุธี ธรรมสิทธิ์บูรณ์   ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม ร่วมกับสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย โดย นางสาวอินทุ์อร สวัสดิ์อธิคม   ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เชิญชวนนิสิตนักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 ทั่วประเทศ ร่วมส่งไอเดียการตลาดนอกกรอบในการประกวดแผนการตลาดระดับประเทศ J-MAT Award ครั้งที่ 23 ประจำปี 2556 กับโจทย์สร้างสรรค์กลยุทธ์เครื่องดื่มชายอดนิยมให้ครองใจวัยทีน  ภายใต้หัวข้อ “สุดยอดชาเขียว…มัดใจวัยว้าวุ่น” ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพฯ พร้อมด้วยทุนการศึกษาและผลิตภัณฑ์โออิชิรวมกว่า 500,000 บาท

อธิบายถึงข้อมูลของ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และผลิตภัณฑ์ เพื่อให้นักศึกษาที่ร่วมโครงการได้รู้และเข้าใจในองค์กร และ ผลิตภัณฑ์

และได้แนะนำรายละเอียดการทำแผนการตลาด ว่าแต่ละส่วนมีความสำคัญอย่างไร

1. สถานการณ์ทางการตลาดในปัจจุบัน

2. การวิเคราะห์โอกาสจากสถานการณ์การตลาด

3. วัตถุประสงค์

4. กลยุทธ์ทางการตลาดวิเคราะห์ STP

5. แผนการดำเนินงานเพื่อให้ที่รู้จัก

6. แผนการเงิน

7. แผนควบคุมการปฏิบัติงานเพื่อทำการปรับปรุงแก้ไขให้ตรงความค้องการลูกค้ามากขึ้น และยังมีแผนการงานเงินสำรองกรณีฉุกเฉินต่างๆ รวมถึงให้ความสำคัญกับสินค้าเสริมอื่นๆ

การทำแผนการตลาดสำหรับธุรกิจเพื่อเป็นแนวทางและสร้างความราบรื่นในการทำธุรกิจ มุมมองทางการตลาดและไหวพริบก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่บรรดานักศึกษาควรฝึกไว้ เพราะทุกอย่างอาจไม่ได้เป็นไปตามแผนเสมอไป การหัดแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจึงเป็นทักษะที่ต้องมีควบคู่ไปกับวางแผน

2. ประโยชน์ที่นักศึกษาสามารถนำมาใช้กับการการเรียนการสอนได้ ดังนี้

นักศึกษาบริหารธุรกิจ ชั้นปีที่ 2 และ นักศึกษานิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 ยังไม่ได้เรียนวิชาแผนการตลาด แต่นักศึกษาทั้ง 2 คณะจะเข้าใจถึงความสำคัญของการวางแผนก่อนดำเนินการ วิธีการวางแผนที่ดี เพื่อประโยชน์ต่อการเรียนการสอนในวิชา การวางแผนการตลาด ในชั้นปีที่ 3 ของนักศึกษาบริหารธุรกิจ และ เพื่อประโยชน์ด้านมุมมองของการตลาด ที่ช่วยส่งเสริมนักนิเทศศาสตร์ ในการเรียนวิชาโทได้เป็นอย่างดี

3. ความเห็น/ข้อเสนอแนะอื่นๆ

เป็นการเตรียมลับสมอง และ สร้างสรรค์ไอเดียการตลาดนอกกรอบกันให้เต็มที่ และเพื่อสนับสนุนให้นักศึกษารู้และเข้าใจ การวางแผนการตลาด เป็นอีกกลยุทธ์ ที่สำคัญมากในการทำธุรกิจ เพราะการเดินหน้าลุยทำธุรกิจแบบไม่มีการวางแผนก็มีสิทธิเกิดความผิดพลาด หรืออาจเกิดผลดีต่อธุรกิจน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับเวลาและทรัพยากรที่ลงทุนไป ความสำคัญของการทำแผนการตลาดจึงอยู่ที่การดูความเป็นไปของธุรกิจในตลาดที่เรากำลังจะลงไปแข่งขัน ทำความเข้าใจจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเราเอง โอกาสและความเสี่ยง และการกำหนดกลยุทธ์ในการทำงานเพื่อให้เกิดผลดีและผลกำไรสูงสุด

2014-06-05_182335 2014-06-05_182401

 

แบ่งปันจากการอบรม“ลูกเล่นใหม่ๆ สำหรับการบริหารและพัฒนาบุคลากรแบบสร้างสรรค์ ( Creative HRM&HRD)”

Thursday, June 5th, 2014

อยากจะแบ่งปันเรื่องที่ได้ไปอบรมสัมมนา ในหัวข้อ “ลูกเล่นใหม่ๆ สำหรับการบริหารและพัฒนาบุคลากรแบบสร้างสรรค์ (Creative HRM&HRD)” โดย ท่านอาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์ เป็นผู้บรรยาย จัดโดย หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ที่ โรงแรม สยาม@สยาม มาคะ

pr_news_img_36185_1

รูปแบบการอบรม

50% ทฤษฎี
35% กิจกรรมกระตุ้นต่อมคิด
15 % ถาม-ตอบ

 

          เนื้อหาโดยรวม

  • ขาย “ความคิด” กับกิจกรรมพัฒนาพนักงานให้ผู้บริหารยอมรับ
  • ทำแบบสอบถามวิเคราะห์แนวทางเสริมสร้างนวัตกรรมบุคคล (Personal Innovative Competency)
  • เรียนรู้กิจกรรม HR จากหลากหลายองค์กรในสหรัฐอเมริกา เพื่อพัฒนาการทำงานของบุคลากรให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงขึ้น
  • ใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อพบไอเดียใหม่ในการบริหารบุคลากรให้แข็งแกร่ง
  • การพัฒนาประสิทธิภาพส่วนบุคคลด้วย HPI (Human Performance Improvement)
  • 12Q ที่ให้พนักงานใช้ศักยภาพในการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • การประเมินความถนัดด้านการคิดสร้างสรรค์ ด้วยการประยุกต์ใช้ MBTI (Myers-Briggs Type Indicator)
  • วิเคราะห์ เลือก และประยุกต์กิจกรรมต่างๆ สู่การทำงานจริง
  • เพื่อกระตุ้นการทำงานของพนักงาน แบบรายบุคคล ทีม และ องค์กร
  • เพื่อกระตุ้นพนักงานให้คิดนอกกรอบเพื่อพัฒนาคุณภาพงาน
  • เพื่อมอบรางวัลแก่พนักงานทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

รายละเอียดตามเนื้อหาการเข้าอบรม

          วิทยากรให้ ผู้เข้าร่วมอบรม ฝึกการคิดแบบคร่อมกรอบ โดยการจัดทำเป็น PPCO  ซึ่งประกอบด้วย

Pluses           : ข้อดีในปัจจุบัน

Potentials       : ข้อดีในอนาคต

Concerns       : ติด แต่ว่า  กังวล

Opportunities : หลบ เลี่ยง ทะลุ

เทคนิคการคิดสร้างสรรค์ คือ คิดออกนอกกรอบไปก่อน (Think out of box) แต่ไอเดียที่ได้ มักเป็นไอเดียที่เพ้อเจ้อ ใช้จริงไม่ได้ เปรียบเหมือนผลไม้ดิบที่ยังทานไม่ได้ ต้องทำการดัด หรือบ่มความคิดให้สุกก่อน ด้วย PPCO

โดยการให้จับกลุ่ม 2-3 คน แล้ว จับฉลากหัวข้อ “11.5 ของการบริหารงานแปลกๆ ให้เกิดความคิดใหม่” ซึ่งประกอบด้วย

1. รับคนที่เรียนรู้ช้า (ด้านการปรับตัวเข้ากับองค์กร)

1.5 รับคนใหม่ที่คุณไม่ค่อยชอบ

2. รับคนที่ดูเหมือนจะไม่จำเป็น

3. ใช้การสัมภาษณ์งานเพื่อหาความคิดใหม่

4. สนับสนุนให้พนักงานให้ดื้อดึงกับหัวหน้า

5. มองหาคนที่มีความสุข

6. ให้รางวัลกับคนที่ทำงาน และลงโทษการไม่ทำอะไร

7. ตัดสินใจทำสิ่งที่เหมือนจะล้มเหลวแต่ชักจูงทุกคนว่าต้องสำเร็จ

8. ทำสิ่งที่ดูเหมือนไร้สาระหรือเป็นไปไม่ได้

9. หลีกเลี่ยงการคุยกับคนที่เห็นแต่เรื่องเงิน

10. อย่าเรียนรู้จากคนที่น่าจะแก้ปัญหาให้เราได้

11. ลืมอดีต โดยเฉพาะเรื่องความสำเร็จ

 

ความคิดเห็นของกลุ่ม ในหัวข้อที่ 2 “รับคนที่ดูเหมือนจะไม่จำเป็น”

P : ข้อดี คือ อาจจะใช้เทคนิคที่ชำนาญงานด้านอื่นมาปรับปรุงพัฒนางานที่จะต้องทำให้ดึมากขึ้น เช่น รับคนจบ IT มาทำงาน ฝ่ายบัญชี ก็ อาจจะมาคิดค้นวิธีการทำงานให้รวดเร็ว รัดกุมมากขึ้น

P : งานจะเกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

C : ติดเรื่องของเนื้อหาของงาน อาจจะต้องใช้ความรู้ความชำนาญเป็นพิเศษ  และ ข้อกฎหมายอาจบังคับให้ต้องเป็นคนที่จบตรงสายงานถึงทำงานนั้นๆ ได้ และติดที่จะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานที่ไม่จำเป็นมาทำงาน

O : ก็สอนงานและให้งานที่สามารถช่วยเหลืองานได้ และลดค่าใช้จ่ายโดยการ จ้างเป็น ContactParttime หรือ นักศึกษาฝึกงานก็ได้

 

วิทยากรให้ บรรยายเรื่อง “12Q”  ว่ามีผลการศึกษา เกี่ยวกับผลการทำงานของพนักงานยอดเยี่ยม เลือกเฉพาะคำถามที่เกิดผลต่างกันระหว่างสองกลุ่ม (High VS.Low) สรุปได้ 12 คำถาม ซึ่งพนักงานยอดเยี่ยมจะต้องตอบ Yes ส่วนพนักงานยอดแย่จะตอบ No ใน 12 คำถาม ดังนี้

1. ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันถูกคาดหวังในการทำงานคืออะไร

2. ฉันมีอุปกรณ์ และเครื่องมือที่จำเป็นในการทำงานของฉัน

3. ในการทำงานฉันมีโอกาสทำให้สิ่งที่ฉันทำได้ดีที่สุดทุกวัน

4. ในระยะเวลา 7 วัน ที่ผ่านมาล่าสุด ฉันได้รับการยกย่องชมเชยจากการทำงานดี

5. หัวหน้าโดยตรงของฉัน หรือคนอื่นๆ ในที่ทำงาน แสดงออกว่าแคร์ฉัน

6. คนในที่ทำงานที่คอยสนับสนุฉันให้พัฒนาตนเอง

7. คนในที่ทำงานรับฟังความเห็นของฉัน

8. ภารกิจหรือเป้าหมายขององค์กรทำให้ฉันรู้สึกได้ว่างานของฉันนั้นมีความสำคัญ

9. เพื่อนร่วมงานของฉันมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างมีคุณภาพ

10. ฉันมีเพื่อนที่ดีในที่ทำงาน

11. ในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา มีคนในที่ทำงานพูดคุยกับฉันเกี่ยวกับความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของฉัน

12. ในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาล่าสุด ฉันมีโอกาสได้เรียนรู้ และเติบโตในการทำงาน

สุดท้าย วิทยากรให้ทำแบบทดสอบวิเคราะห์แนวทางเสริมสร้างนวัตกรรมบุคคล

Clarifier : ชอบหารายละเอียดข้อมูล ก่อนที่จะสรุปคำตอบ

Ideator: ชอบคิดหาไอเดียใหม่ๆ มองภาพรวมมากกว่ารายละเอียด

Developer :  ชอบคิดวิเคราะห์ หาแนวทางแก้ปัญหา พัฒนาแนวคิดสู่การนำไปใช้

Implementer : ชอบลงมือปฏิบัติ Learning by Doing

จากการสัมมนาครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีประโยชน์กับท่านผู้อ่านนะคะ

20140515_16013520140515_133534

 

by Savarai Naiyananont

 

ชนะเลิศ To Be Number One Teen Dancercise Thailand Championship 2014

Friday, January 31st, 2014
to be number one : teenage winner in 2014
to be number one : teenage winner in 2014

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการทูบีนัมเบอร์วัน (To Be Number One) ได้พระราชทานถ้วยแก่ผู้ชนะในการแข่งขัน To Be Number One Teen Dancercise Thailand Championship 2014 ซึ่ง จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 โดยพัฒนารูปแบบให้มีความสนุกสนานและหลากหล­ายมากยิ่งขึ้น เยาวชนที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันจะได้รับปร­ะสบการณ์ที่ดี มีโอกาสในการพัฒนาทักษะการเต้นให้ดียิ่งขึ­้น ส่วนเยาวชนทีมใหม่ ๆ ก็จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทักษะใหม่ ๆ ในการเต้นจากเพื่อนๆ ที่มาแข่งขัน

ปี 2014 ได้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 รุ่น
1. รุ่น Junior อายุระหว่าง 6-9 ปี
2. รุ่น Pre-Teenage อายุระหว่าง 10-14 ปี
3. รุ่นTeenage อายุระหว่าง 15-21 ปี

1. ข่าวช่อง 3 จากกล้องดิจิทอล

สำหรับรุ่น Teenage มีทีมที่ชนะเลิศ คือ ทีม At First Sight จากมหาวิทยาลัยเนชั่น
มีสมาชิกในทีมประกอบด้วย นางสาวพฤกษา คนเที่ยง ปีที่ 1 นายทศวัต สิทธิจู ปีที่ 4 นางสาวศิริกมล หลี้แซม ปีที่ 1 นางสาวรันติญา ธรรมศรีใจ ปีที่ 1 นายอนุศิลป์ ธรรมวงค์งาม ปีที่ 2 นายกิตติกวิน กุลพันเลิศ ปีที่ 1 และนายธนพัทธ์ อาสนเวช ปีที่ 1 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง พร้อมด้วย นายพงศวัต สิทธิจู ปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง นายรัญชน์ ประเสริฐกุล ปีที่ 1 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง นางสาวพรศิโรม เท่าทอง ปีที่ 4 วิทยาลัยอินเตอร์เทคลำปาง นายบุญพิทักษ์ ปงธิยา คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยอินเตอร์เทคลำปาง นายนวพล อินทวงศ์ ปวช.2 วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง นายกฤษฎาวุฒิ เป็งสีคำ ปวช.2 วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง นายธีรานิตย์ ต๊ะตุ้ย ปวส.2 วิทยาลัยเทคนิคลำปาง นางสาวบุษกร โสภา ปวช.3 โรงเรียนลำปางพานิชยการและเทคโนโลยี นายศึกษิต สรีวิวัฒน์ ม.5/5 โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง นางสาวอารียา สุวัณณกีฏะ ม.6/1 โรงเรียนลำปางกัลยาณี นายศิริพงษ์ จันทร์เรือง ม.5/6 โรงเรียนลำปางกัลยาณี นายกฤตภาส บัณฑุชัย ปวช.3 โรงเรียนลำปางพานิชยการและเทคโนโลยี และนางสาวพัชร์จิรา ตุลาพันธ์ ม.5/ 3 โรงเรียนประชาวิทย์ลำปาง
จัดในวันที่ 26-27 มกราคม 2557 ที่ MCC Hall The Mall บางกะปิ กรุงเทพมหานคร

http://www.tobenumber1.net/

2. รอบชิงชนะเลิศ ภาคเหนือ

3. รอบ final ถ่ายจากด้านขวา

4. รอบ final ถ่ายจากด้านหน้า

5. รอบหน้าพระที่นั่ง

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

พาชมห้องเรียน

Wednesday, January 15th, 2014
พาชมห้องเรียน และห้องประชุม
บริเวณชั้น 2 ในอาคารบริหารธุรกิจ
รวม 9 ห้อง มีที่นั่งทั้งหมด 643 ที่นั่ง
ประกอบด้วย
1. ห้อง Auditorium = 309 ที่นั่ง
2. ห้อง 1203 = 54 ที่นั่ง
3. ห้อง 1204 = 24 ที่นั่ง
4. ห้อง 1205 = 30 ที่นั่ง
5. ห้อง 1206 = 40 ที่นั่ง
6. ห้อง 1207 = 40 ที่นั่ง
7. ห้อง 1208 = 66 ที่นั่ง
8. ห้อง Lab3 = 50 ที่นั่ง
9. ห้อง 1209 = 30 ที่นั่ง

เป็นข้อมูลสำหรับนักวิชาการที่ต้องการ
มาใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัยในการจัดประชุม

KM Day

Thursday, October 17th, 2013

วิชาองค์กรแห่งการเรียนรู้ และการบริหารความรู้ [HRMT 425] ได้จัดกิจกรรม KM Day นำเสนอความรู้ และสัมมนาทางวิชาการในช่วงบ่าย โดยช่วงเช้าจัดเป็นนิทรรศการ และมี ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน เมื่อ 10.00น. วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2556 ณ อาคารบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเนชั่น

องค์ความรู้จากการสัมมนานิเทศบุคลากร 22 ก.ค. 55

Friday, September 13th, 2013

โครงการสัมมนานิเทศบุคลาการ เมื่อวันที่ 22-23 ก.ค. 55 ซึ่งเป็นการนิเทศบุคลากร มีวิทยากรบรรยายในเรื่องความสำคัญของการประกันคุณภาพ เกณฑ์ภาระงาน การจัดทำหลักสูตรตามตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF) และการวัดผลนักศึกษา ซึ่งเป็นการจัดที่มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง และมีการ VDO Conference ไปยังศูนย์เนชั่นบางนา

หากท่านใดสนใจสามารถ download ไฟล์เอกสารประกอบการสัมมนา ดังนี้
1. เอกสารประกอบการบรรยายของผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม อธิการบดี ในการสัมมนา การนิเทศบุคลากร ซึ่งมีประเด็นในเรื่องการจัดทำหลักสูตรตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF) http://it.nation.ac.th/doc/sar/1%20GE_U_22_July_2012.ppt

2. เอกสารประกอบคำบรรยายเรื่อง “นโยบายการจัดทำกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาของประเทศ และการจัดทำหลักสูตรรายวิชาตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ” โดย ดร.จิรณี ตันติรัตนวงศ์ http://it.nation.ac.th/doc/roongrut/TQF.jiranee-ppt.pdf

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการการจัดทำหลักสูตรตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF)

Friday, September 13th, 2013

โครงการอบเชิงปฏิบัติการเรื่อง“การการจัดทำหลักสูตรตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF)” ศูนย์เนชั่นบางนาเมื่อวันที่ 7-8 มีนาคม 2556

เมื่อวันที่ 7-8 มีนาคม 2556 มหาวิทยาลัยเนชั่น ศูนย์เนชั่นบางนา ได้เชิญวิทยากร อาจารย์ อัศนีย์ ณ น่าน และ อาจารย์ศศิวิมล แรงสิงห์ จากมหาวิทยาลัยเนชั่น จังหวัดลำปาง มาอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการจัดทำหลักสูตรตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา และความสอดคล้องกับระบบประกันคุณภาพ

จากการอบรมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว มีการสรุปองค์ความรู้ที่ได้รับดังนี้

1. ในการดำเนินงานบริหารหลักสูตรตามตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF) นั้น ผู้ที่มีส่วนร่วมในการบริหารหลักสูตร คือผู้บริหารหลักสูตร ทั้งนี้จากที่ศูนย์เนชั่นบางนาในส่วนงานวิชาการประกอบด้วย 3 คณะวิชา ดังนั้นในการบริหารหลักสูตรจึงมีการแบ่งการรับผิดชอบดังนี้
หลักสูตร คณะวิชาที่รับผิดชอบ คณะกรรมการ
หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ คณะกรรมการบริหารคณะฯ
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต คณะบริหารธุรกิจ คณะกรรมการวิชาการคณะฯ
รายวิชาศึกษาทั่วไป คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ คณะกรรมการวิชาการคณะฯ
หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะบริหารธุรกิจ คณะกรรมการวิชาการคณะฯ
2. ในการจัดทำ มคอ. เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งมหาวิทยาลัย จำเป็นต้องมีการใช้ มคอ.3, มคอ. 4 ฉบับเดียวกันทั้งลำปาง และศูนย์เนชั่นบางนา ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้ก็ต้องมีการดำเนินงานในรูปแบบของคณะกรรมการและเป็นคณะกรรมการที่มีองค์ประกอบคณาจารย์ทั้งลำปาง และศูนย์เนชั่นบางนา ทั้งนี้จากหลักฐานที่ปรากฎ คณะกรรมการบริหารคณะนิเทศศาสตร์ และคณะกรรมการวิชาการคณะบริหารธุรกิจ เป็นคณะกรรมการที่มีองค์ประกอบครบ
3. ในการบริหารจัดการจะต้องมีการประชุมร่วมกันทั้งลำปาง และศูนย์เนชั่นบางนา ซึ่งแต่ละคณะกรรมการก็มีการประชุมร่วมกันผ่าน VDO Conference ในประเด็นดังต่อไปนี้
– การพิจารณา มคอ. 3, มคอ. 4
– การพิจารณาข้อสอบกลางภาค
– การพิจารณาข้อสอบปลายภาค
– การพิจารณาเกรด
– การพิจารณา มคอ.5, มคอ. 6
– การพิจารณา มคอ. 7
4. ในการจัดทำ มคอ. 5, มคอ. 6 นั้น อาจารย์ผู้สอนต้องเป็นผู้ทำ มคอ. 5, มคอ. 6 เองและส่งให้กับอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรภายใน 30 วันหลังจากสอบปลายภาค
5. ในการจัดทำ มคอ. 7 นั้น อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรเป็นผู้จัดทำ โดยมีการจัดทำแยกระหว่างลำปาง และศูนย์เนชั่นบางนา และมีการพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการผู้รับผิดชอบแต่ละคณะเพื่อสรุปการจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษานั้น และทำเป็นข้อเสนอแนะในการจัดทำ มคอ.3, มคอ. 4 ในการสอนครั้งต่อไป
6. ควรกำหนดวาระในการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์เนชั่นบางนาเป็นวาระประจำเพื่อสามารถติดตามงานตามองค์ประกอบงานประกันคุณภาพ

เรียบเรียงโดย อาจารย์รุ่งรัตน์ ธนบดีธาดา

โครงการมหกรรมสุขภาพ เทศบาลเมืองเขลางค์นคร ประจำปี 2555

Sunday, August 18th, 2013

ลักษณะโครงการและกิจกรรม

1. การจัดเวทีเสวนาด้านสุขภาพ
2. การจัดตลาดนัดสุขภาพ และการนำเสนอนวัตกรรมสุขภาพ
3. การให้บริการความรู้ด้านสุขภาพ และการบริการด้านสุขภาพ

ผู้เข้าร่วมโครงการ
1. เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 55 คน
2. ครูและนักเรียนในเขตเทศบาลเมืองเขลางค์นคร จำนวน 67 คน
3. อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน จำนวน 15 คน
4. ประชาชนทั่วไป จำนวน 50 คน
5. นักศึกษาสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 และ 3 จำนวน 34 คน

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคเครือข่ายด้านสุขภาพ
2. เพื่อส่งเสริมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของชุมชนในด้านสุขภาพ
3. เพื่อเผยแพร่ระบบการจัดการสุขภาพแบบองค์รวม
4. นักศึกษาสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น ชั้นปีที่ 3 ได้บูรณาการความรู้จากการเรียนในชั้นเรียนในรายวิชาโภชนาการและการจัดการอาหารในชุมชน รหัสวิชา PUBH 326 สู่การปฏิบัติจากสถานการณ์จริงในชุมชน

ความต้องการด้านการบริการวิชาการ
ด้วยกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ได้มีการส่งเสริมให้กลุ่มองค์กรและประชาชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการสุขภาพ ซึ่งให้งบประมาณสนับสนุน ในการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนในเขตเทศบาลฯ ภายหลังจากดำเนินการพบว่า มีหลายชุมชนที่ได้พัฒนาโครงการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีหรือเป็นต้นแบบชุมชนที่มีการจัดการสุขภาพแบบองค์รวม กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองเขลางค์นครจึงได้จัดทำโครงการ มหกรรมสุขภาพเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ประจำปี 2555 ขึ้น โดยมีการเชิญหน่วยงานต่างๆ ด้านสุขภาพเข้ามาร่วมในการจัดงานในครั้งนี้
สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเนชั่น เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีการจัดการเรียนการสอนทางด้านสุขภาพ และได้ถูกเชิญเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการดังกล่าว ทางสาขาวิชาจึงได้จัดกิจกรรมเข้าร่วมงาน ซึ่งเป็นการบริการความรู้ทางด้านการจัดการอาหารและโภชนาการในชุมชน โดยนำนักศึกษาเข้าร่วมให้บริการด้านสุขภาพและการบริการความรู้ ทางด้านโภชนาการต่างๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์สำหรับผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้

การบูรณาการกับการเรียนการสอน
การบูรณาการโครงการบริการวิชาการกับการเรียนการสอนในหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์ รายวิชาโภชนาการและการจัดการอาหารในชุมชน (PUBH 326) โดยมอบหมายให้นักศึกษา ค้นคว้าในหัวข้อการจัดการอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ให้มีส่วนร่วมในการนำเสนอความรู้ โดยเป็นวิทยากรในการดำเนินกิจกรรมของโครงการ ได้แก่ การอบรมให้ความรู้ทางวิชาการด้านการจัดการอาหาร และการประเมินภาวะโภชนาการ โดยเป็นการฝึกการเรียนรู้ของนักศึกษาผ่านการปฏิบัติงานจริงในชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในดำเนินชีวิตให้มีสุขภาพดีได้ด้วยตนเอง ซึ่งได้ผลการประเมินความพึงพอใจ

ค่าเฉลี่ยและร้อยละความพึงพอใจในการดำเนินงานบริการวิชาการในงานมหกรรมสุขภาพ ของนักศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ชั้นปีที่ 2 และ 3 ที่เข้าร่วมโครงการ ค่าเฉลี่ยและร้อยละของความพึงพอใจ โดยรวมของนักศึกษา มีค่าเท่ากับ 4.01 และ ร้อยละ 80.24 ทั้งนี้เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่นักศึกษามีความพึงพอใจมากที่สุด คือ ได้ความรู้ด้านสุขภาพจากการจัดกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยและร้อยละ เท่ากับ 4.18 และ ร้อยละ 83.57 รองลงมาคือ นักศึกษาได้ประสบการณ์จากการทำงานร่วมกัน และภาพรวมของการจัดกิจกรรม ซึ่งมีค่าเฉลี่ยและร้อยละความพึงพอใจในระดับที่เท่ากัน คือ 4.04 และร้อยละ 80.71

ผลการดำเนินโครงการ และการนำไปใช้ในชุมชน
การบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ

1. ผู้เข้าร่วมงานได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์และนำไปใช้ได้จริง ร้อยละ 70
2. ผู้เข้าร่วมงานมีความพึงพอใจและต้องการให้จัดกิจกรรมอีก ร้อยละ 70.83

ผลการดำเนินงานโครงการ
1 ข้อมูลทั่วไปของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
เพศ ชาย 13 คน คิดเป็นร้อยละ 34.21
หญิง 25 คน คิดเป็นร้อยละ 65.79

ผลประเมินที่ได้จากการบริการความรู้และการบริการประเมินภาวะโภชนาการ

ร้อยละและค่าเฉลี่ยความพึงพอใจในการดำเนินงานบริการวิชาการในงานมหกรรมสุขภาพ ของผู้ที่เข้าร่วมโครงการ ค่าเฉลี่ยและร้อยละของความพึงพอใจ โดยรวมของผู้เข้าร่วมงาน มีค่าเท่ากับ 4.55 และ ร้อยละ 90.92 ทั้งนี้เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่ผู้ร่วมงานมีความพึงพอใจมากที่สุด คือ ได้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ มีค่าเฉลี่ยและร้อยละ เท่ากับ 4.58 และ ร้อยละ 91.58 รองลงมาคือ ได้รับคำแนะนำที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและ และความเหมาะสมของรูปแบบกิจกรรม ซึ่งมีค่าเฉลี่ยและร้อยละความพึงพอใจในระดับที่เท่ากัน คือ 4.55 และร้อยละ 91.05