Posts Tagged ‘การจัดการความรู้’

ติดตั้งสาย fiber optic จากหอพักไปสระว่ายน้ำและสนามกอล์ฟ

Wednesday, February 3rd, 2010

 

แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทีมผู้เชี่ยวชาญการติดตั้ง fiber optic

 

3 ก.พ.53 นายอนุชิต ยอดใจยา ให้ความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่บริษัท Com-Link ในการติดตั้งสาย Fiber Optic โดยลากสายจากหอพักหญิงไปตามเสาไฟฟ้าในมหาวิทยาลัยจนถึงสระว่ายน้ำ และสนามกอล์ฟ โดยเป็นทีมที่ประจำอยู่ จังหวัดลำปางและพิษณุโลก รวมทั้งหมด 5 คนมาติดตั้งรวม 2 วันระหว่าง 3-4 ก.พ.53 โดยมีนายธรณินทร์ สุรินทร์ปันยศ และนายวศิลป์ สินพูลทรัพย์ เข้าร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยนกับช่างมืออาชีพ และเก็บภาพประทับใจบริเวณไซท์งานร่วมกัน กิจกรรมต่อไปคือการติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ (Access Point) ที่สระว่ายน้ำ และสนามกอล์ฟ ส่วนอาคารนิเทศจะติดตั้งเพิ่ม 1 จุด เพื่อให้บริการคลุมพื้นที่สนามฟุตบอล โดยมีพี่สมศักดิ์ นำทีมจากกรุงเทพฯ มาติดตั้งในวันจันทร์ที่ 8 ก.พ.53 ซึ่งมีนายอนุชิต ยอดใจยาให้การต้อนรับและประสานงานเช่นเดิม
+ http://thaiabc.hi5.com

ขั้นตอนการทำ KM ให้ได้คะแนนประกัน และถูกตามหลักสากล

Tuesday, December 1st, 2009

1 ธ.ค.52 ช่วงนี้หารือกับอาจารย์อติชาต หาญชาญชัย เรื่องเขียนแผน KM ของคณะบ่อยครั้ง ท่านทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า ขั้นตอนสำหรับการจัดทำตามแผน KM มีอย่างน้อย 5 ขั้นตอนในเบื้องต้น คือ 1)ระบุว่าทำ KM เรื่องอะไร 2)เป้าหมายของแผน KM คืออะไร 3)หน่วยที่วัดผลได้เป็นรูปธรรมคืออะไร 4)ควรยึดแนวกระบวนการ KM ที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งพบว่ามีผู้เชี่ยวชาญนำเสนอกระบวนการไว้ 3 แนว ได้แก่ของ 4.1)กพร. 4.2)ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช 4.3)ดร.ณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ สำหรับม.โยนกใช้แนวของ กพร. เพราะมีคู่มือ และแบบฟอร์มที่ใช้กันทั่วไป 5)แต่ละกิจกรรมตามแผน KM ต้องมีตัวบ่งชี้และเป้าหมาย เมื่อดำเนินการตามแผน ต้องมีหลักฐานว่าได้ผลเป็นอย่างไรตามเป้าหมายของกิจกรรม
     เพราะในการประกันคุณภาพของ สกอ. ตัวบ่งชี้ 7.3 เกณฑ์ที่ 3 ระบุว่า “มีการดำเนินการตามแผนจัดการความรู้และประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ร้อยละ ๑๐๐” ทั้งหมดที่เขียนมาก็เพื่อ 3 คะแนนในตัวบ่งชี้นี้
+ http://www.thaiall.com/km/handbook_2549.doc
+ http://www.thaiall.com/km/indexo.html
+ http://202.183.204.134/manage/StandardDetail.php?code=94

“ผู้เรียนเป็นสำคัญ” ไม่ใช่เรื่องง่าย

Wednesday, November 25th, 2009

คำว่า “จัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ” ไม่ใช่คำใหม่ เราได้ยินกันมานานแล้ว และผมเชื่อว่าอาจารย์หลายท่านก็ได้ใช้หลักการดังกล่าวในการเรียนการสอนของรายวิชาต่างๆ กันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ายังไม่มีการจัดเก็บวิธีการสอนของอาจารย์แต่ละคนอย่างเป็นระบบ จึงไม่มีการแบ่งปันหรือแลกเปลี่ยนเพื่อการเรียนรู้และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นในปีต่อๆ ไป อาจารย์ที่เพิ่งมาสอนใหม่ๆ จึงต้องใช้วิธีการสอนแบบ “มวยวัด” กว่าจะเข้าที่เข้าทางอาจเป็นปีหรือนานกว่านั้น ในเรื่องนี้ผมขอแบ่งปันประสบการณ์สัก ๑ เรื่อง ที่ได้พบจากการสอน BCOM 100 ให้กับ Freshmen BBA Students ในวันนี้ หัวข้อคือ การสร้างเว็บไซต์ส่วนตัวด้วย Google Sites ผมเริ่มต้นด้วยการอธิบายทีละขั้นตอนผ่านสไลด์ Powerpoint และสาธิตปฏิบัติจริงผ่าน Web Google จากนั้นให้นักศึกษาปฏิบัติเองในห้องเรียนด้วย Notebook ส่วนตัว ผ่านไป ๑/๒ ชั่วโมง ผลที่ได้คือ มีทั้งที่ทำเสร็จตามเป้าหมายของวันนี้ บางคนสำเร็จเพียงครึ่งเดียว บางคนยังอยู่ที่จุด Start ผมจึงอยากบอกเพียงว่า การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีปัจจัยแวดล้อมหลายตัวที่เกี่ยวข้อง การใช้วิธีการหรือเครื่องมือตามที่ สกอ. ระบุมาให้ในคู่มือประกันคุณภาพ นอกจากต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมแล้ว ยังต้องปรับเปลี่ยนในรายละเอียดเมื่อนำไปปฏิบัติกับ Input ที่แตกต่างกัน และอาจารย์ผู้สอนเองก็ต้องเลือกใช้วิธีการที่ตนเองถนัดด้วย เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย “อย่าคิดคนเดียว ต้องระดมสมอง แลกเปลี่ยน รับฟัง และยอมรับในมติ”

ผมเกือบล้มแผน KM ของอ.บุ๋ม แล้ว

Wednesday, November 25th, 2009

25 พ.ย.52 ในการประชุมวันนี้ อ.บุ๋มและผม ได้ร่วมกันยกร่างแผน KM ของคณะ มีการกำหนดเป้าหมาย และหน่วยที่วัดผลได้เป็นรูปธรรม ซึ่งใช้เป็นต้นแบบประกอบการประชุม ประกอบด้วย 1)แผนการจัดการความรู้ 2)แบบฟอร์มกรอกประเด็นความรู้ในหัวข้อต่าง ๆ สำหรับการบ่งชี้ความรู้ เช่น หลักธรรม วิธีการ เครื่องมือ และประสบการณ์ 3)ความหมายของการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในคู่มือประกันคุณภาพ 4)รายงานการประชุมที่มีการดำเนินการตามกิจกรรมที่ 1 มาแล้ว
     หลังจากเริ่มประชุมเพียง 5 นาทีแรก ผมก็เกือบล้มแผน KM ตามแนวทางในแผนซึ่ง ก.พ.ร. และสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ กำหนดแนวทางไว้ นี่นับเป็นอีกครั้งที่ผมเกือบจะยอมแพ้ต่อโชคชะตา ซึ่งมติที่ประชุมจะหันไปมุมการทำแผนแก้ปัญหา หรือแผนปรับการเรียนการสอน เฉพาะวิชาหนึ่งของคณะ ในเป้าหมายเรื่อง “การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ” ซึ่งไม่ใช่แผนการจัดการความรู้ในแบบที่มีการปฏิบัติกันทั่วไป แต่งานนี้ อ.บุ๋ม ท่านไม่ยอมให้แผนถูกล้มหรือผลิกเป็นแผนอะไรก็ไม่รู้ เพราะท่านเข้าใจอย่างถ่องแท้ และรู้ว่าถ้าพลิกแผนจะตอบคำถาม อย่างที่เคยถูก อ.ทัน เคยเคี่ยวในเวทีประเมินมาแล้วได้ลำบากขึ้น ท่านจึงเปิดเวทีแลกเปลี่ยนใช้เวลาทำความเข้าใจมากกว่าหนึ่งชั่วโมงให้ทุกคนได้เข้าใจ ว่าขั้นตอนเหล่านี้มีรายละเอียดอย่างไร จะพลิกแผนเป็นแผนอื่นก็จะผิดไปจากที่ควร .. สรุปว่าแผนครั้งนี้ไม่ถูกล้ม ยังคงเป็นแผนตามมาตรฐานการจัดการความรู้เช่นเดิม .. แต่ผมขู่ อ.บุ๋ม ไปว่า ถ้าครั้งต่อไปอาจารย์ไม่ร่วมประชุมล่ะก็มีหวังผมล้มแผน KM ในที่ประชุมเป็นแน่ .. ขอเอาใจช่วยให้แผน KM ยังคงเป็นแผน KM ไม่ถูกปรับแก้ไปตามความเข้าใจเดิมเดิม
     งานนี้สรุปได้อย่างหนึ่งว่า ถ้าแผน KM ไม่มีชื่อผมก็คงจะไม่มีการเสนอล้มแผน KM เป็นแผนอื่น  เพราะผมเป็นพวกเคยชินกับความล้มเหลว ใครกำหนดอะไรมาแปลกผมเป็นต้องร้องทักไปแต่ถ้าการทำตัวเป็นจิ้งจกร้องทักของผมทำแล้วไม่เกิดผล ผมก็จะทำใจยอมรับกับชะตานั้น คงเพราะผมเคยชินกับการเขียนโปรแกรมแล้ว compile ไม่ผ่านมามาก เคยชินกับการเขียนโปรแกรมแล้วไม่มีคนใช้ ก็เลยชินครับ .. สรุปว่าผมเขียนเล่าเรื่องวิบากกรรมที่ผมกับอ.บุ๋ม พบในวันนี้ ก็เท่านั้นเอง
+ http://www.thaiall.com/km/indexo.html
+ http://www.thaiall.com/km/handbook_2549.doc
+ http://blog.yonok.ac.th/burin/1140/

มองก้าว การจัดการความรู้คณะบริหารธุรกิจ ม.โยนก

Saturday, November 21st, 2009

เมื่อวันศุกร์ที่ 13 พ.ย.52 คณะบริหารฯ ดำเนินการตามแผนการจัดการความรู้ เห็นในขั้นตอนที่ 1 “การบ่งชี้ความรู้” เป็นที่ประจักษ์ คือ การระบุประเด็นความรู้ รูปแบบ และผู้รู้ที่สอดรับกับนโยบาย ขอบเขตและเป้าหมายขององค์กร โดยกำหนดเรื่องของ KM ว่า “การบริหารจัดการยุคใหม่” ตามนโยบายของท่านอธิการที่จะมี KM คณะละเรื่อง ซึ่งคณะบริหาร มีองค์ความรู้ มีความเข้าใจ มีความชำนาญ และผู้ที่ชำนาญในเรื่องที่กำหนดขึ้นก็มีอยู่หลายท่าน ก็ต้องเอาใจช่วยใน 2 เรื่อง คือ 1)กำหนดเป้าหมายที่จะวัดให้ชัดเจน (Desired State) 2)หน่วยที่วัดผลได้เป็นรูปธรรม เพราะการวัดผลสมัยนี้เป็นไปในแนวนี้ทั้งสิ้น ก็เอาใจช่วยและหวังจะเห็นคณะบริหารฯ เป็น good practice ขององค์กร เนื่องจากเริ่มต้นอย่างมีกระบวนการและเรื่องที่ชัดเจน ผ่านบทบาทของ อาจารย์บอย และ อาจารย์นิยม ในระดับคณะเป็นคณะแรกของมหาวิทยาลัย
     จากการชวน อ.บอย แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง แผนการจัดการความรู้ ซึ่งมี 7 ขั้นตอน ตามแนว กพร. และ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ที่ได้จัดทำคู่มืออบรมไว้โดยละเอียด พบว่า การดำเนินการตามแผนที่ได้รับการยอมรับในแวดวงประกันคุณภาพ น่าจะเป็นแนวทางที่น่าสนใจ ซึ่งผมมอบแผน KM ที่ อาจารย์อติชาต หาญชาญชัย ท่านเขียนใช้ในคณะวิทย์ฯ ให้แก่อาจารย์บอยได้ศึกษาประยุกต์ ซึ่งอาจเป็นแนวทางให้มหาวิทยาลัยใช้แนวนี้ก็ได้
+ http://www.thaiall.com/km/indexo.html
+ http://www.yonok.ac.th/business/showword.php
+ http://www.thaiall.com/km/handbook_2549.doc
+ http://www.thaiall.com/blog/burin/722/

[itinlife218] กระบวนการจัดการความรู้

Saturday, November 14th, 2009
กระบวนการจัดการความรู้

กระบวนการจัดการความรู้

14 พ.ย.52 การจัดการความรู้หรือเคเอ็ม (KM = Knowledge Management) คือ การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสารมาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด โดย นพ.วิจารณ์ พานิช ได้ระบุว่าการจัดการความรู้สามารถใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 4 ประการ ได้แก่ 1) บรรลุเป้าหมายของงาน 2) บรรลุเป้าหมายการพัฒนาคน 3) บรรลุเป้าหมายการพัฒนาองค์กรไปเป็นองค์กรเรียนรู้ 4) บรรลุความเป็นชุมชน เป็นหมู่คณะ ความเอื้ออาทรระหว่างกันในที่ทำงาน
     การจัดการความรู้เป็นเรื่องใหม่ที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ อาจฝืนธรรมชาติของมนุษย์บางท่าน แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะสนับสนุนให้มนุษย์มีความเอื้ออาทรเพิ่มขึ้นในจิตใจ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน และเห็นเป้าหมายขององค์กรเป็นที่ตั้ง ซึ่งมีกระบวนการที่ยอมรับทั่วไป 7 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1) การบ่งชี้ความรู้ คือ การระบุประเด็นความรู้ รูปแบบ และผู้รู้ที่สอดรับกับนโยบาย ขอบเขตและเป้าหมายขององค์กร 2) การสร้างและแสวงหาความรู้ คือ การรวบรวมความรู้ใหม่ รักษาความรู้เดิม และกรองความรู้ที่ไม่ใช้ออกจากแหล่งรวบรวม 3) การจัดความรู้ให้เป็นระบบ คือ การวิเคราะห์และคัดแยกความรู้เป็นกลุ่มประเด็นให้ง่ายต่อการเข้าถึงอย่างมีขั้นตอน 4) การประมวลและกลั่นกรองความรู้ คือ การปรับปรุงให้ความรู้มีรูปแบบมาตรฐาน ไม่ซ้ำซ้อน มีความสมบูรณ์ มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ 5) การเข้าถึงความรู้ คือ การสร้างแหล่งเผยแพร่ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา
      หลังเผยแพร่ความรู้ที่รวบรวมได้ก็เข้าสู่ขั้นตอนที่ 6) การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ คือ การนำความรู้เข้าสู่เวทีแลกเปลี่ยนที่มีฐานความรู้หรือฐานข้อมูลรองรับให้ง่ายต่อการเข้าถึงและสืบค้น 7) การเรียนรู้ คือ การใช้ความรู้เป็นส่วนหนึ่งของงาน เป็นวงจรความรู้ที่มีการเรียนรู้และพัฒนาให้เกิดประสบการณ์ใหม่อยู่เสมอ การจัดการความรู้เป็นงานบูรณาการที่จะสำเร็จได้ต้องอาศัยความเข้ากันได้ของขอบเขต เป้าหมาย เครื่องมือ ผู้รู้ ผู้เรียนรู้ และผู้บริหารที่เห็นชอบร่วมกันทั้งองค์กร
+ http://www.thaiall.com/km/handbook_2549.doc

International Conference ที่โมร็อคโค

Friday, October 23rd, 2009

Pict_day21v2วันที่ 21 ตุลาคม 2552 เวลา 17.00 น. ได้ร่วมนำเสนอผลงานวิจัยในเวที International Conference on Software, Knowledge and Information Management and Applications (SKIMA 2009) ที่เมือง Fes ประเทศโมร็อคโค บรรยากาศการประชุมและพิธีเปิดเริ่มในตอนบ่ายก่อนเข้า session การนำเสนอผลงานวิจัยที่ละคน ซึ่งผมเจอเป็นคนแรกของวันแรกและอยู่ห้องแรก ครั้งนี้ไม่ตื่นเต้นเหมือนครั้งก่อนที่สิงคโปร์ ได้ประสบการณ์หลายอย่างที่โมร็อคโค มีโอกาสกลับไปฝรั่งเศสพรุ่งนี้จะเล่าให้ฟัง อยู่ที่นี่มีปัญหาเรื่องการใช้ internet อย่างมาก เลยขาดการติดต่อไปพักใหญ่ ต้องขออภัยจริงๆ

การประชุม KM ครั้งที่ 1/2552

Wednesday, October 7th, 2009

KM Meeting 152การประชุมคณะทำงาน KM เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2552 ก่อนผมเดินทางมาฝรั่งเศส 1 สัปดาห์ ได้หลายประเด็นที่ต้องกลับไปดำเนินการต่อหลังกลับจากฝรั่งเศส เพราะกลัวว่าจะไม่ได้ 2 คะแนน ของตัวบ่งชี้ที่ 7.3  มีการพัฒนาสถาบันสู่องค์การเรียนรู้ ในงานประกันคุณภาพ อย่างไรก็ตาม จะมีอย่างน้อย 2 โครงการ ดำเนินการทันทีในช่วงปิดเทอมเดือนตุลาคม คือ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การพัฒนาสื่อการสอน E-learning” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 ตุลาคม 2552 เวลา 8.30น. – 16.00น. และโครงการวิพากษ์ฐานข้อมูลโยนก (วันที่จัดให้ติดต่อ ผศ.บุรินทร์ด่วน) ผลสัมฤทธิ์ยังไม่มั่นใจว่า จะบรรลุตัวชี้วัดโครงการได้ถึง 80 % หรือไม่ คงต้องฝากความหวังไว้ที่ผศ.บุรินทร์ เช่นเคย เพราะช่วงปิดเทอมนี้มีโครงการผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดมากมาย กลัวบุคลากรโยนกจะอ๊วกเสียก่อนจะมาถึงโครงการ KM ทั้ง 2 โครงการ นอกจากนั้นผมมีแผนจะจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ E-learning สำหรับอาจารย์ชาวต่างประเทศด้วยเช่นกัน เพราะมีหลายคนถามถึง เช่น Aj.Sudha แต่ยังไม่เคยมี version ภาษาอังกฤษสักที และอย่าลืมว่า KM จะประสบผลสำเร็จได้นั้น ขึ้นกับองค์ประกอบหลัก 3 ประการ คือ องค์กร เทคโนโลยี และคน ผมคิดว่า 2 ตัวแรก คงจะไม่มีปัญหา หรือมีก็คงบริหารจัดการได้ แต่ตัวสุดท้ายนี่สิ บังคับกันยาก และต้องทุกคนด้วย แค่ให้มาช่วยกันเขียน Blog ยังยากเลย นี่ถ้าเป็นอาหาร คงต้องเคี้ยวให้ หรือใส่หลอดฉีดยาเข้าเส้นเลยก็คงจะดี มีประเด็นในที่ประชุมโดย ดร.ศรีศุกร์ เสนอให้มีเวทีที่ไม่เป็นทางการ (Social Platform) คล้ายๆ สภากาแฟ แต่ต้องมีประเด็นที่จะมาพูดคุยกันก่อน และคนที่มาก็ต้องสนใจในเรื่องนั้นด้วย คิดว่าจะทำแบบสำรวจเมื่อกลับไป ตอนนี้เอาเป็นว่าใครสนใจประเด็นใดก็ตอบมาได้ที่ Blog นี้ไปพลางก่อน เช่น ประเด็นด้านความงาม (ที่ประชุม KM เสนอมา) ฯลฯ สุดท้ายคงต้องชี้แจงกันสักเล็กน้อยว่า ผลการดำเนินงานด้าน KM ทั้งหมด ผมได้นำไปเก็บไว้ที่ “www.yonok.ac.th/webboard” ภายใต้หัวข้อ “Yonok Knowledge Management” ตอนนี้ใส่ข้อมูลของปี ‘51 ไปบางส่วนแล้ว และจะเข้าไปใส่เรื่อยๆ ยังไงฝากประชาสัมพันธ์ด้วยนะครับ สรุปว่า ถ้าพูดถึง KM ที่โยนก ไปที่ webboard ดังกล่าว แต่ถ้าอยากแบ่งปันประสบการณ์กันมาที่ “www.yonok.ac.th/blog” และอะไรก็ตามที่สามารถสกัดเป็นความรู้ได้จาก blog ดังกล่าว ผมก็จะนำไปเก็บดป็นลิ้นชักความรู้ที่ webboard อีกต่อหนึ่ง

รายงานผลโครงการพัฒนาระบบการจัดการความรู้

Tuesday, June 23rd, 2009

seminar

จากการรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการระบบการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยโยนก ประจำปีการศึกษา 2551 ที่ประชุมกรรมการบริหาร มีข้อเสนอแนะและประเด็นที่จะนำไปขยายผลต่อในปีการศึกษา 2552 ดังนี้

1. ควรส่งเสริมให้มีการใช้ Blog อย่างแพร่หลาย เพื่อส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยโยนกอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ควรมีการกำหนดประเด็นเพื่อให้เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ (CoP) ที่หลากหลาย โดยคณะทำงานจะได้จัดทำแบบสอบถามสำหรับการกำหนดประเด็นของคณะและหน่วยงานที่ไม่กว้างและไม่แคบจนเกินไป และเพื่อความสะดวกในการจัดการระบบ

2. รายวิชาใน YONOK e-Learning สนับสนุนให้ดำเนินการต่อไป โดยขยายผลไปยังคณะต่างๆ ให้มากขึ้น และจะทำการอบรมวิธีการใช้งานแก่ผู้สนใจในโอกาสต่อไป

3. ระบบการจัดการความรู้ควรทำการพัฒนาให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้คณาจารย์และบุคลากรสามารถเข้าถึงความรู้ได้อย่างแท้จริง โดยคณะทำงานจะได้ทำการประสานไปยังสำนัก CIT เพื่อร่วมดำเนินการออกแบบและพัฒนาระบบ KM ต่อไป และจะเชิญคณะทำงาน KM ประชุมเพื่อหารือถึง Knowledge Contents ที่จะเก็บไว้ในระบบ ซึ่งต้องจัดลำดับตามความสำคัญและประโยชน์สูงสุดต่อบุคลากรและองค์กร

4. ประเด็นสุดท้ายที่อยากทำความเข้าใจให้ประชาคมโยนกทราบถึงวัตถุประสงค์ของ KM 2 ประการ ในปีการศึกษา 2551 นี้ คือ มาตรฐานการประกันคุณภาพ และการส่งเสริมให้บุคลากรสร้างพฤติกรรมการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ โดยในเรื่องของการประกันคุณภาพ สกอ. ระบุไว้ในตัวบ่งชี้ที่ 7.3 และ สมศ. ระบุไว้ในตัวบ่งชี้ที่ 5.2 : การพัฒนาสถาบันสู่องค์การเรียนรู้ ซึ่งผมมีความมั่นใจว่าน่าจะได้คะแนนอย่างน้อย 2 จาก 3 แน่นอน แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่คน หรือบุคลากร เพราะปัจจัยแห่งความสำเร็จของ KM อยู่ที่คนเป็นหลัก ถ้าบุคลากรหยุดนิ่ง ไม่พัฒนาตนเอง ไม่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ KM ก็จะหยุดนิ่ง แต่ยังหวังว่า ทุกคนเปลี่ยนแปลงได้ เพื่อตัวคุณ เพื่อหน่วยงานของคุณ และเพื่อโยนก

KM กับหลินฮุ่ย

Saturday, May 30th, 2009

panda

        หลังจากที่หลินฮุ่ยให้กำเนิดทายาทตัวแรกจากการผสมเทียมของนายสัตวแพทย์ ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีนต้องรีบบินด่วนมาที่เชียงใหม่เพื่อช่วยดูแลลูกของหลินฮุ่ย ตามประสบการณ์ที่มีมากกว่า ซึ่งสัตวแพทย์หญิง กรรณิการ์ นิ่มตระกูล สัตวแพทย์ประจำตัวแพนด้าหลินฮุ่ย ต้องเรียนรู้วิธึการเลี้ยงแพนด้าน้อยจากการถ่ายทอดความรู้ของผู้เชี่ยวชาญชาวจีน เช่น การห่อผ้าเพื่อให้เหมือนอยู่ในอ้อมกอดของแม่ การปรับอุณหภูมิมือก่อนจับลูกของหลินฮุ่ย รวมถึงการให้นมและการดูแลในทุกๆ เรื่อง เป็นกระบวนการถ่ายทอดความรู้จากผู้รู้ไปสู่ผู้เรียนรู้ เพื่อรักษาองค์ความรู้ให้คงอยู่ต่อไป