open house โดยคุณสุทธิชัย หยุ่น

open house at nation university

open house at nation university

มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง ขอเชิญสื่อมวลชนทุกแขนง ร่วมงาน Open House สัมมนา เรื่อง “เรียนและทำงานอย่างไรให้เป็นมืออาชีพ” และสัมมนาเรื่อง “คิดอย่างสตีฟ จ๊อบส์” โดยคุณสุทธิชัย หยุ่น ประธานเครือเนชั่น และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง ณ โถงเสานัก อาคารคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤษภาคม 2555 เวลา 12.30-15.20 น.

โพสท์ใน งานประชาสัมพันธ์ รับนักศึกษา | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน open house โดยคุณสุทธิชัย หยุ่น

แบ่งปันประสบการณ์จากการประชุมเชิงปฏิบัติการด้าน QA


          2 วันของการเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ QA ตามโครงการ 1 ช่วย 9 ของ โดยสุดยอดวิทยากร รศ.อุษณีย์ คำประกอบ จึงขอแบ่งปันประสบการณ์อันเกี่ยวเนื่องใน 2 เรื่อง
          เรื่องแรก เป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการบรรยายของวิทยากร ที่ผมซาบซึ้งในความมีน้ำใจของท่านที่มีให้กับเรามาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งได้เห็นในครั้งนี้กับ “ความทุ่มเท” หรือ “การทำการบ้านอย่างหนัก” ของท่าน ผมพูดได้อย่างเต็มปากว่า ท่านคือกูรูด้าน QA แบบที่พูดได้สนิทใจว่า รู้จริง รู้ลึก รู้ถึงความเชื่อมโยงของเกณฑ์ต่างๆ ทั้งของ สกอ. และ สมศ. และที่สำคัญไปกว่า รู้ถึงเจตนารมณ์ของเกณฑ์ในแต่ละตัวบ่งชี้ ไม่ใช่เพียงแค่เข้าใจจากการตีความตามตัวอักษรที่ผู้ประเมินหลายคนรวมถึงตัวผมเองเข้าใจอยู่ สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก 2 วัน ที่เสียเวลาไป มันจึงคุ้มค่ามาก เพราะ 1.เรานำไปเขียน/ปรับปรุง SAR ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อคะแนนที่จะได้เพิ่มขึ้น 2.การเรียนรู้ในบทบาทของความเป็นครู ที่ต้องเป็นผู้ให้ และมีความพร้อมที่จะให้ ทุกครั้งที่ต้องยืนหน้าชั้นเรียน คงจะต้องถามตัวเองเสมอว่า “วันนี้เราพร้อมแล้วหรือยัง” พร้อมทั้งการเป็นผู้ให้ด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู และพร้อมในเนื้อหาบทเรียนที่จะให้ทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้าง เหมือนที่ท่านวิทยากรบอกว่า อาจารย์ส่วนใหญ่มีทักษะวิชาชีพที่ได้ร่ำเรียนมาและเข้ามาเป็นอาจารย์ในทันที แต่สิ่งที่ขาดไป คือ บทบาทและหน้าที่ความเป็นครู ไม่ได้ร่ำเรียนมาด้วย สำหรับผมแล้ว อาชีพการเป็นครู/อาจารย์ มันจึงไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิด…..
          เรื่องที่สอง เป็นเรื่องของ “คนชอบกาแฟ” เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของการประชุม/สัมมนา ที่ต้องมีบริการ ชา/กาแฟ ในเวลา 10.30 น. และ 14.30 น. ส่งผลให้ในช่วง 2 วัน ที่ผ่านมา ผมดื่มกาแฟวันละ 3 แก้ว (รอบเช้ามาจากที่บ้านแล้ว 1 แก้ว) แต่ก็มีอาจารย์บางท่านไม่ดื่ม ทราบมาว่า Caffeine ทำให้ใจสั่น รวมถึงคนที่เป็นความดัน ก็ไม่ดื่ม บางคนดื่มแล้วมีผลข้างเคียง ทำให้ปวดหัว กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็ว แต่ผลจากงานวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้สรุปว่า การดื่มกาแฟในปริมาณปานกลาง ไม่ส่งผลใดๆ ต่อคนเป็นโรคหัวใจ ในทางตรงข้าม กาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ในปริมาณที่มากกว่าผักและผลไม้หลายชนิดด้วยซ้ำ และผลจากงานวิจัยพบว่า การดื่มกาแฟเป็นประจำช่วยลดอัตราเสียงมะเร็งต่อมลูกหมาก ลดอัตราเสี่ยงโรคพาร์กินสัน ลดอัตราการเสียชีวิตจากหัวใจวายเฉียบพลัน ข้อมูลจากการวิจัยตลอด 26 ปี กับผู้หญิงมากกว่า 67,000 คน ในประเทศสหรัฐอเมริกา การดื่มกาแฟ 4 แก้วต่อวัน ลดอัตราเสี่ยงมะเร็งเยื่อบุมดลูก กาแฟยังช่วยลดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก ลดปริมาณสารอินซูลินที่มีผลต่อโรคเบาหวาน
          สรุปแล้ว การประชุม 2 วันที่ผ่านมานั้น ผมได้ทั้งสุขภาพสมองและสุขภาพกาย คุ้มค่าจริงๆ ครับ

แหล่งข้อมูลเรื่องที่ 2 : The Nation ฉบับวันที่ March 1, 2012

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน แบ่งปันประสบการณ์จากการประชุมเชิงปฏิบัติการด้าน QA

สินเชื่อเรียนต่อ ม.เนชั่น

สินเชื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัยเนชั่น

สินเชื่อเพื่อศึกษาต่อปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยเนชั่น
สินเชื่อเพื่อศึกษาต่อปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยเนชั่น

นักศึกษาที่สนใจศึกษาต่อหลักสูตรปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยเนชั่น  1) หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (M.B.A.) 2) หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (M.Ed.) 3) หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (M.P.A.) สามารถติดต่อธนาคารธนชาต ขอสินเชื่อเพื่อศึกษาต่อปริญญาโท ได้แล้ว ซึ่งมีสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาของตนเองในระดับปริญญาโท
รายละเอียด
* วงเงินสินเชื่อ : 100% ของค่าเล่าเรียนตามหลักสูตร ขั้นต่ำ 100,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาท
* ระยะเวลาการผ่อนชำระ : สูงสุดไม่เกิน 8 ปี
* การค้ำประกัน : บุคคล หรือเงินฝากประจำ หรืออสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน
* การชำระคืน : ชำระคืนค่างวดทันที แบบลดต้นลดดอก
* วิธีการชำระคืน : หักบัญชีอัตโนมัติธนาคารธนชาต
* วิธีการเบิกเงินกู้ :
o ทยอยเบิกเงินกู้เป็นงวด ตามเอกสารการลงทะเบียนในแต่ละภาคการศึกษา โดยจ่ายเช็คในนามสถาบันการศึกษา
o กรณีผู้กู้ลงทะเบียนไว้ก่อนที่จะได้รับอนุมัติสินเชื่อ ให้จ่ายเงินกู้ตามใบเสร็จรับเงินที่สถาบันการศึกษาออกให้โดยนับย้อนหลังได้ 1 ภาคการศึกษาเท่านั้น
* ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการระงับการเบิกเงินกู้งวดต่อไป ถ้าผู้กู้ค้างชำระติดต่อกันตั้งแต่ 2 งวดขึ้นไป

รายละเอียดเพิ่มเติม
http://www.thanachartbank.co.th/tbankcmsfrontend/personalTHDetail.aspx?PTypeID=9&ProID=19&PName=personal

ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่
http://www.thanachartbank.co.th/tbankcmsfrontend/downloadgroupth.aspx?downloadid=2

http://www.scribd.com/doc/92660837/TBank-Loan-Form

โพสท์ใน งานประชาสัมพันธ์ รับนักศึกษา | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน สินเชื่อเรียนต่อ ม.เนชั่น

แทนคำขอบคุณ

แทนคำขอบคุณ

ต้องขอบคุณท่านผู้บริหารหลายสิบบริษัท
ที่มาร่วมในโครงการสหกิจศึกษากับมหาวิทยาลัยเนชั่น
ที่จะเปิดโอกาสอันมโหฬารให้กับนักศึกษา
และต้องการที่จะทำกิจกรรมสหกิจศึกษา
กับบริษัทดัง ๆ ระดับต้น ๆ ของประเทศ
วันนี้ผมมีข้อเสนอพิเศษสำหรับบริษัท
ที่มาร่วมโครงการสหกิจศึกษากับมหาวิทยาลัยเนชั่น
นั่นก็คือว่า ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานท่าน พนักงานท่าน ผู้ที่สนใจทั้งหลาย
ที่ท่านเห็นว่าจะได้ประโยชน์ จากการมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเนชั่น
ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรบริหารธุรกิจ บัญชี นิเทศศาสตร์
เทคโนโลยีสารสนเทศ ท่องเที่ยว หรือหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์
มาที่มหาวิทยาลัยเนชั่นครับ
และเนื่องจากท่านมาร่วมกิจกรรมกับเรา ได้ประโยชน์อย่างยิ่ง
ผมขอเสนอ ลดค่าเล่าเรียน 20% ให้กับทุกท่าน
ที่ผ่านการแนะนำของท่านผู้บริหาร
บริษัทต่าง ๆ เหล่านี้ครับ
มาสมัครเรียนกับ มหาวิทยาลัยเนชั่น ที่กรุงเทพก็ได้ ที่ลำปางก็ได้
สมัครที่ไหน เรียนที่ไหน ได้ทั้งนั้นครับ
หวังว่านี่จะเป็นข้อเสนอที่กระตุ้นให้ท่านสามารถที่จะ
ไปบอกกล่าวกับพนักงาน ญาติพี่น้อง ลูกหลาน
มาเรียนมหาวิทยาลัยเนชั่น ที่สอนโดยมืออาชีพ จบอย่างมืออาชีพครับ
ขอบคุณมากครับ

โพสท์ใน งานประชาสัมพันธ์ รับนักศึกษา | ติดป้ายกำกับ , , , , | ปิดความเห็น บน แทนคำขอบคุณ

เนชั่นยู ร่วม 36 บริษัท ส่งนศ.ฝึกงาน ตั้งแต่ปีหนึ่ง

MOU about praticum of nation university students

MOU about praticum of nation university students

ม.เนชั่น ลงนาม 36 บริษัทเอกชน จัดสหกิจศึกษา ส่งนศ.ไปฝึกงานตั้งแต่ปี 1 – 4 พร้อมดึงผู้เชี่ยวชาญร่วมสอน ส่งวิทยากรมืออาชีพ ม.เนชั่น จัดอบรมถึงที่ หวังแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกัน ผลิตบุคลากรคุณภาพสู่ตลาดงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 55  ที่ห้องประชุมใหญ่ชั้น 27 อาคารเนชั่นทาวเวอร์ บางนา กม.4.5 มหาวิทยาลัยเนชั่น จับมือ บริษัทเอกชนไทย 36 แห่ง ลงนามความร่วมมือสหกิจศึกษา ในโครงการ “ความร่วมมือการบูรณาการการเรียนรู้ ฝึกปฏิบัติงานและสหกิจระหว่างมหาวิทยาลัยกับสถานประกอบการ” โดยมีนายสุทธิชัย  หยุ่น  ประธานกรรมการ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป นางสาวดวงกมล  โชตะนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป  นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น ผศ.ดร.พงษ์อินทร์   รักอริยะธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเนชั่น ดำเนินรายการโดยนายอุดม ไพรเกษตร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเนชั่น ร่วมแถลงข่าวกับตัวแทนสถานประกอบการกว่า 30 แห่งในโครงการ
นายสุทธิชัย  เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสถานศึกษากับภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญสาขาเฉพาะด้าน ตรงวัตุประสงค์ในการผลิตนักศึกษาที่มีคุณภาพส่งออกสู่ตลาดงาน โดยภาพที่จะเกิดขึ้นจะเปลี่ยนแปลงเป็นมติใหม่ของการฝึกปฏิบัติงาน จากเดิมมหาวิทยาลัยจะส่งนักศึกษาไปฝึกปฏิบัติงานประมาณ 3-4 เดือนในช่วงที่ศึกษาอยู่ชั้นปี 3 หรือปี 4 แต่มหาวิทยาลัยจะทำรูปแบบใหม่ โดยการส่งนักศึกษาไปฝึกปฏิบัติงานตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นปี 1 ในช่วงปิดภาคเรียนจนกระทั้งถึงชั้นปี 4 เพราะเชื่อว่าการได้ลงมือปฏิบัติจริงในระยะเวลาที่นานพอสมควรจะช่วยเพิ่มคุณภาพตัวนักศึกษาเอง นอกจากนี้ ยังถือเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างบริษัทสหกิจ และมีความใกล้ชิดอีกด้วย
“ผมมองว่าการที่ส่งเด็กไปฝึกงาน 3-4 เดือนช่วงก่อนจบไม่สามารถทำให้เด็กเก่งหรือได้คุณภาพตามที่บริษัทต้องการ ดังนั้นเชื่อว่าการทำโครงการนี้ขึ้นจะช่วยให้พัฒนาศักยภาพเด็กอย่างเต็มที่ แทนที่จะไปฝึกแค่ 3-4 เดือน ม.เนชั่นให้ไปตั้งแต่ปี 1 เลย อย่างน้อยเด็กต้องได้เรียนรู้ประสบการณ์จากที่ฝึกงานมากมาย ถามว่าฝึกเสร็จแล้วบริษัทจะรับเข้าทำงานหรือไม่ เป็นอีกเรื่องนึง แต่การจะให้นักศึกษามีคุณภาพตรงตามความต้องการของบริษัทที่รับเข้าทำงาน บริษัทจะต้องมีบทบาทในการกำหนดการเรียนการสอนช่วยกันกับทางมหาวิทยาลัย ท่านต้องฉีดยาให้กับมหาวิทยาลัยด้วย” ประธานกรรมการ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป กล่าว
นางสาวดวงกมล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเนชั่นตระหนักว่า ต้องเรียนรู้กับผู้ที่มีฝีมือ มีความสามารถ มีประสบการณ์ตรงจากสาขานั้นๆจริง เพื่อคุณภาพของนักศึกษา โดยระหว่างช่วงที่ศึกษาอยู่มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยอาจต้องรบกวนเชิญวิทยากรที่มีประสบการณ์เข้ามาสอน ก่อนออกสนามจริง ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องออกนอกสถานที่ก็ต่อเมื่อถึงเวลาฝึกปฏิบัติงานเท่านั้น และเชื่อว่าการได้เรียนรู้และเรียนกับผู้มีฝีมือจริงๆ จะเป็นการเพิ่มคุณภาพการศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งในการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพสู่ตลาดงานต่อไป
ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ กล่าวว่า บทบาทการป้อนบุคลากรเข้าสู่ตลาดงาน ไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบันจะพบปัญหาที่ว่าจบแล้วทำงานไม่เป็น ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนเมื่อรับเข้าทำงานแล้ว ต้องฝึกงานให้ใหม่เกือบทั้งหมด ยิ่งกระแสเทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น กระบวนการจัดการเรียนการสอนในขั้นตอนการฝึกงานจำเป็นต้องมีฝึกปฏิบัติงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และเพื่แเป็นกาสนองต่อนโยบายการศึกษา มหาวิทยาลัยเนชั่นจึงให้ความสำคัญต่อการฝึกปฏิบัติงาน และให้เห็นผลสัมฤทธิ์มากที่สุด เช่น ประเทศฝั่งยุโรปมี เคเอฟซียูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศไทยก็มีวิทยาลัยดุสิตธานีของโรงแรมดุสิตธานี ซึ่งอยากให้เกิดภาพแบบนี้เกิดขึ้นต่อจากนี้ไป
ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ กล่าวต่อว่า อยากให้เกิดการแลกเปลี่ยนมากขึ้น โดยมีการแลกเปลี่ยนกับบริษัทสหกิจที่ร่วมลงนามคือ มหาวิทยาลัยเนชั่นยินดีจะจัดบริการวิชาการให้กับบริษัท โดยดำเนินการจัดการส่งคณาจารย์ เพื่อเป็นวิทยากรฝึกอบรม ให้แก่สถานประกอบการ 6 ชั่วโมง สนับสนุนให้คณาจารย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่สถานประกอบการ อาทิ การวิจัย การให้คำปรึกษาทางวิชาการ ลดค่าธรรมเนียมร้อยละ 20 ในหลักสูตรปริญญาตรีและโท รวมถึงหลักสูตรประกาศนียบัตรหรือหลักสูตรระยะสั้นที่ทางมหาวิทยาลักำหนดจัดขึ้น และนอกจากนี้ ในอนาคตข้างหน้ามหาวิทยาลัยจะพยายามให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศ
นายธาดา เศวตศิลา ผู้อำนวยการกลุ่มด้านลูกค้าสถาบันการศึกษา บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพราะการได้เรียนรู้กับมืออาชีพบริษัทที่มีฝีมือ ย่อมได้ทักษะที่มีคุณภาพอยู่แล้ว ซึ่งใครก็สามารถทำได้ แต่ตนฝากถึงนายสุทธิชัย ในเรื่องของคุณธรรมจริยธรรม ความถูกต้อง ความชอบทำ ซึ่งมีส่วนสำคัญในชีวิตการทำงาน ส่วนการรับนักศึกษาเข้าฝึกปฏิบัติงาน ทางบมจ.ทรู ได้ทำเป็นนโยบายอยู่แล้ว แต่จะพิเศษตรงที่ว่านักศึกษาจะมาฝึกปฏิบัติตั้งแต่อยู่ชั้นปี 1 และมีความเป็นสหกิจ
36 บริษัทสหกิจ ประกอบด้วย บริษัท เอ็นโซโก้ จำกัด, บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท อเด็คโก้ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ทีม กรุ๊ป ออฟ คัมปานีส์ จำกัด, บริษัท เทคโทนิศส์ ดีซายน์ คอนซัลแตนท์ จำกัด, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรูมูฟ จำกัด, บริษัท เวสเทริ์นดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด ,บริษัท ไอโทรามา คอนซัลติ้ง จำกัด, บริษัท ไอบีเอ็ม (ประทศไทย) จำกัด, บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด, บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต, บริษัท ป.ต.ท. จำกัด (มหาชน), บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท พรีเมียร์โพรดักส์ จำกัด, บริษัท พรีเมียร์โพรดักส์ จำกัด, บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จํากัด, บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน),  บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท มุ่งพัฒนาอินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), บริษัท ศารายา เอ็มเอฟจี (ไทยแลนด์) จำกัด พรีเมียร์ กรุ๊ป, บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท จีเอฟ เอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท ซินโนวา ฟู้ดส์ จำกัด, บริษัท มาลี สามพราน จำกัด (มหาชน), บริษัท แม่ประยูร อาหาร จำกัด, บริษัท สรุพล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท โอลีน จำกัด,  บริษัท สีฟ้าลุมพินี จำกัด, บริษัท แสงชัย กรุ๊ป จำกัด, บริษัท ดาน่า สไปเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ยูนิค อุตสาหกรรมพลาสติก จำกัด, บริษัท ฮูทามากิ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ทีชเทค จำกัด, บริษัท GlaxoSmithkline (Thailand) Limited
———-
โพสท์ใน งานประชาสัมพันธ์ รับนักศึกษา | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เนชั่นยู ร่วม 36 บริษัท ส่งนศ.ฝึกงาน ตั้งแต่ปีหนึ่ง

สอนอย่างมีสไตล์…แบบฉบับสุทธิชัย หยุ่น

สอนอย่างมีสไตล์...แบบฉบับสุทธิชัย หยุ่น
สอนอย่างมีสไตล์…แบบฉบับสุทธิชัย หยุ่น
สอนอย่างมีสไตล์…แบบฉบับสุทธิชัย หยุ่น
โดย สุดถนอม  รอดสว่าง (31 มีนาคม 2555)
หากใครถามว่า เทคนิคการสอนที่ดีเป็นอย่างไร คำตอบนั้นอาจมีหลายแนวทาง สำหรับเทคนิคการสอนอีกแนวทางหนึ่งที่ดิฉันมาแบ่งปันในครั้งนี้ ได้มาจากการไปฟังบรรยายพิเศษของคุณสุทธิชัย หยุ่น บรรณาธิการอำนวยการเครือเนชั่น กรุ๊ป และคนต้นแบบของนักสื่อสารมวลชนเมืองไทย เรื่อง “ทิศทางสื่อ ทิศทางวารสารศาสตร์”  ในงานสัมมนายุทธศาสตร์เพื่ออนาคตวารสารศาสตร์ ครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นการประชุมเครือข่ายนักวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน ประจำปี 2555  โดยจัดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา การไปร่วมงานในครั้งนี้ นอกจากจะได้ความรู้ มุมมองใหม่ เกี่ยวกับสถานการณ์ที่นักวิชาชีพสื่อมวลชนกำลังเผชิญอยู่ ยังได้เห็นวิธีการบรรยายที่เรียบง่าย แต่น่าติดตาม ซึ่งดิฉันคิดว่าเราสามารถนำมาปรับใช้เป็นเทคนิคการสอนตามแบบฉบับสุทธิชัย หยุ่น ได้ดังนี้
ประการแรก อาจารย์ต้องทำการบ้าน จากเนื้อหาที่คุณสุทธิชัยพูด สะท้อนให้เห็นว่าได้เตรียมพร้อมในเรื่องที่จะพูดเป็นอย่างดี  มีการวิเคราะห์กลุ่มผู้ฟัง และตีโจทย์แตกว่า ต้องพูดเรื่องอะไร ประเด็นไหนบ้าง พร้อมทั้งกำหนดรูปแบบและวิธีการนำเสนอเพื่อให้การบรรยายน่าติดตาม
ประการที่สอง กำหนดวิธีการเล่าเรื่องและลำดับเนื้อหาที่จะพูด  คุณสุทธิชัย เริ่มการบรรยายด้วยการพูดถึงประเด็นปัญหาที่นักวิชาชีพสื่อมวลชนกำลังประสบอยู่ โดยเปรียบปัญหาเทียบเท่ากับ Perfect Storm ที่นักเดินเรือจะบังคับเรือไปข้างหน้าก็ไม่รู้ทาง จะถอยก็ถอยไม่ได้ หากนักวิชาชีพสื่อมวลชนจะออกจาก Perfect Storm นี้ได้ ก็ต้องมีการปรับตัว (Adapt) พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และวางแผนการปฏิบัติงานในอนาคต หลังจากที่อธิบายให้เข้าใจประเด็นปัญหาแล้ว คุณสุทธิชัยได้ตั้งคำถามนำก่อนที่จะอธิบายขยายความ และยกตัวอย่าง เพื่อให้ผู้ฟังได้เข้าใจชัดเจนขึ้น หากไม่กำหนดประเด็น และลำดับเนื้อหา วิธีการเล่าเรื่อง ผู้สอนอาจจะบรรยายวกวน ไม่น่าสนใจได้
นอกจากนี้ ต้องมีลูกเล่น  ดิฉันเชื่อว่าเสน่ห์ของการบรรยายหรือการสอนที่ดีนั้น คือ ลูกเล่นหรืออารมณ์ขันของผู้บรรยาย หากมีเนื้อหาที่น่าสนใจ แต่ไม่มีลูกเล่นผู้ฟังก็เบื่อได้ ด้วยความเก๋าของอดีตพิธีกรดำเนินรายการข่าวที่มีจุดเด่นด้วยลีลาการสัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้การบรรยายมีสีสัน และสะกดผู้ฟังได้ตลอด โดยคุณสุทธิชัยเริ่มบรรยายจากการถามผู้ฟังว่าจะให้บรรยายแบบ twitter หรือบรรยายแบบเล่าข่าว หลังจากนั้นก็ประกาศว่าจะบรรยายพิเศษตามลักษณะของการเล่น twitter ที่พิมพ์ข้อความได้เพียงสั้นๆ แค่ 140 ตัวอักษร และเริ่มต้นบรรยายพร้อมสรุปจบการบรรยายอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่นาที ก่อนที่จะมีหน้าม้ายกมือขอให้บรรยายเพิ่ม และเปลี่ยนเป็นการบรรยายแบบเล่าข่าวแทน  อย่างไรก็ตาม ลูกเล่นที่กล่าวถึงนั้น ไม่ใช่แค่เพียงลีลาการพูด คำคม อารมณ์ขันของผู้บรรยายเท่านั้น แต่หมายรวมถึงข้อมูลอ้างอิง รูปภาพ คลิปวีดิโอที่หลากหลาย ซึ่งคุณสุทธิชัยได้นำมาใช้ประกอบการบรรยายอีกด้วย
ประการสุดท้ายที่สำคัญที่สุด ได้แก่ เนื้อหา หากลีลาดี แต่ไม่มีประเด็นที่ใหม่ น่าสนใจ และน่าเชื่อถือแล้ว การบรรยายหรือการสอนนั้นก็จะไม่ประสบความสำเร็จ
สำหรับเนื้อหาที่คุณสุทธิชัย บรรยายถึงทิศทางสื่อ ทิศทางวารสารศาสตร์ นั้น คุณสุทธิชัยมองว่าเทคโนโลยีเปลี่ยน ดังนั้นเราควรจะต้องมาทบทวน หาแนวทางใหม่ที่จะสอนนักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่ ให้สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานข่าว เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ทันเหตุการณ์ และที่สำคัญสามารถผลิตข่าวที่มีคุณภาพได้  โดยในการกำหนดอนาคตของการเรียนการสอนวารสารศาสตร์นั้น คุณสุทธิชัยเสนอว่า ผู้สอนต้องตอบคำถาม 3 ข้อ ให้ได้ก่อนว่าเราจะ สอนใคร สอนอะไร และสอนทำไม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
สอนใคร ในมุมมองของคุณสุทธิชัย หยุ่น คำว่า “สอนใคร” หมายความว่า “เราจะสอนให้เป็นอะไร”  โดยคุณสุทธิชัยได้กำหนดบัญญัติ 5 ประการ สำหรับการเป็นคนข่าวยุคใหม่ ดังนี้
1. เป็นนักวิเคราะห์ข่าวดิจิทัลทุก Platform โดยนักข่าวสามารถหาข้อมูลมาทำข่าว และบรรณาธิกรข่าวได้ทุกแบบไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ รวมทั้งสามารถตัดต่อรายการเองได้
2. เป็น Curator ของ Content ทุกรูปแบบ ในกรณีนี้ Curator น่าจะหมายถึงผู้สะสม และเสาะหาข้อมูลเพื่อนำมาใช้ในการทำข่าว ซึ่งไม่ควรหยุดนิ่ง ต้องแสวงหาข้อมูลใหม่เสมอ โดยใช้ Social Media ในการหาข้อมูล
3. เป็น Julian Assange แห่ง Wikileaks หมายความว่า คนข่าวรุ่นใหม่ ควรเป็นนักเจาะข่าว สามารถล้วงความลับที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเข้าถึงได้ แต่เป็นความลับที่เป็นประโยชน์ เป็น Public Interest ซึ่งในโลกดิจิทัลมีวิธีการเจาะข่าวหลายแบบ นักข่าวต้องรู้วิธีล้วงข้อมูลลับ โดยใช้ Social Media มาช่วยในการทำข่าวและนำเสนอข้อเท็จจริงให้ประชาชนรู้
4. เป็น Multimedia User หรือ นักสื่อสารกับมวลชนผ่านทุกสื่อ Online สามารถใช้เครื่องมือทุกอย่างทำข่าวได้
5. เป็น Entrepreneur Journalist กล่าวคือ สามารถเป็นเจ้าของสื่อ เนื่องจาก Social Media จะทำให้ระบบนายทุนสื่อหายไป เพราะคนมีช่องทางในการสื่อสารมากขึ้น และสามารถสร้างช่องหรือทำรายการของตนเองผ่าน YouTube โดยผู้เสพสื่อไม่จำเป็นต้องรับข้อมูลข่าวสารจากสื่อหลัก เช่น โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เสมอไป  ดังนั้น โอกาสในการเป็นผู้ประกอบการจึงมีให้กับทุกคน
สอนอะไร ในอนาคตอาจารย์ผู้สอนควรเน้นสอนแนวทาง หรือวิธีการให้นักศึกษาเป็นคนข่าวยุคใหม่ โดยควรสอน ดังนี้
1. สอนความมุ่งมั่นทุ่มเท (Passion) ในการทำงาน เพื่อความยุติธรรม และความเป็นธรรมของสังคม
2. สอนคิดให้เป็น (Critical Thinking) ผู้สอนต้องสอนให้นักศึกษาสามารถแยกแยะเหตุผล โฆษณาชวนเชื่อ และอารมณ์ได้ โดยควรสอนให้คิดวิเคราะห์ ไม่นำอารมณ์มากำหนดว่าอะไรดีหรือเลว
3. สอนเขียนหนังสือให้เป็น (Clear, Focused writing) เพราะถ้านักศึกษาสื่อภาษาไม่ได้ จะรายงานข่าวไม่ได้
4. สอนจริยธรรม (Ethics) ผู้สอนควรสร้างค่านิยมตั้งแต่เริ่มเรียนว่าภารกิจหลักของนักข่าวไม่ใช่แค่วิ่งหาข่าว แต่ต้องทำให้สังคมดีขึ้น ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปแค่ไหน นักข่าวก็จะคงอยู่ได้ถ้าหากมีคุณธรรม
5. สอนทักษะการใช้ New Media ทุกประเภท
6. สอน Short – Form และ Long – Form Journalism โดยเฉพาะการเขียนข่าวแบบ Long – Form Journalism ซึ่งต้องมีการวิเคราะห์ มีเหตุผล มีประเด็น แสดงความคิดเห็น พร้อมหาข้อมูลอ้างอิงประกอบเพื่อให้น่าสนใจ และต้องเขียนได้ทั้งในมิติสั้น ยาว ลึก
7. สอนการใช้ Social Media for Investigative Reporting หรือการรายงานข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน หากใช้ Social Media เป็น จะสามารถระดมความคิด และข้อมูลจากคนจำนวนมาก (Crowd Sourcing) เพื่อนำมาใช้ในการรายงานข่าวเชิงลึกได้
8. สอนสร้างหนังโดยใช้ Smartphone เนื่องจากปัจจุบัน Smartphone ได้ปลดแอกสื่อแล้ว หากนักข่าวมีโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียวก็สามารถถ่ายคลิป ทำข่าว ตัดต่อและส่งข่าวได้
สอนทำไม คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ แต่โดนใจทุกคนก็คือ สอนให้นักศึกษาทุกคนเป็นบุคลากรที่ทันกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม
ปิดท้ายด้วยคำถามชวนคิด ว่า “แล้วใครจะสอนครู?” แม้ว่าจะยังไม่มีข้อสรุปในประเด็นนี้ อย่างน้อยการบรรยายพิเศษครั้งนี้ คุณสุทธิชัย หยุ่น ก็ได้ทำหน้าที่เป็นคนสอนครูตัวเล็กๆ อย่างดิฉัน ให้ Adapt … Not to Die in a Perfect Storm.
โพสท์ใน KM:ด้านการผลิตบัณฑิต | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน สอนอย่างมีสไตล์…แบบฉบับสุทธิชัย หยุ่น

การเขียนและการประเมินมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่ดี


17 ส.ค.54 ดร.สุจิรา หาผล ได้แบ่งปันประสบการณ์จากการไปร่วมประชุมเรื่อง “กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ : การเขียนและการประเมินมาตรฐานการเรียนรู้ที่ดี” ณ โรงแรมโลตัส ปางสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่  ระหว่าง 7 – 8 กรกฎาคม 2554 มีผู้ร่วมประชุม 5 ท่าน ได้แก่ ดร.สุจิรา หาผล  อ.แดน กุลรูป  อ.คงศักดิ์ ตุ้ยสืบ อ.สกุลศักดิ์ อินหล้า  และนางสาวเรณู  อินทะวงศ์ โดยนำเสนอความหมายของ AQF (Australian Qualification Framework) เปรียบเทียบกับ TQF (Thailand Qualification Framwork) ที่มาของมาตรฐานการเรียนรู้ 5 ด้าน คือ 1) ด้านคุณธรรม จริยธรรม 2) ด้านความรู้ 3) ด้านทักษะทางปัญญา 4) ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ และ 5) ด้านการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ  ซึ่งสรุปประเด็นที่นำเสนอในเวทีมีดังนี้
1. Australian Qualification Framework
2. AQF Levels & Qualification types
3. AQF Levels
4. Good Learning Outcomes
5. Writing Good Outcome Statements
6. TQF Learning Domains
จากรายงานการประชุม การจัดการความรู้ระดับมหาวิทยาลัยโยนก
เมื่อ 17 สิงหาคม 2554
โพสท์ใน KM:ด้านการผลิตบัณฑิต, KM:ด้านการวิจัย | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน การเขียนและการประเมินมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่ดี

ข้อกำหนดพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม

คุณธรรม จริยธรรม

คุณธรรม จริยธรรม

ประกาศเรื่อง ข้อกำหนดพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม สำหรับ นักศึกษามหาวิทยาลัยเนชั่น
1. มีความซื่อสัตย์ สุจริต
2. มีความกตัญญู
3. มีความเพียร ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ
4. มีระเบียบวินัย
5. คิดเป็น ทำเป็น มีจิตอาสา และเสียสละ
6. มีความศรัทธาการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
7. เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ประกาศ 10 ตุลาคม 2554

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ข้อกำหนดพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม

ผลการสังเคราะห์ความรู้จากผลงานวิจัยเรื่อง “รูปแบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง”

ชื่องานวิจัยรูปแบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
ประเภทการวิจัย การวิจัยเชิงประเมินผล
ผู้วิจัย
หัวหน้าโครงการวิจัย นายปรีชา ลินมา
ผู้ร่วมวิจัยจากสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์1. อาจารย์เบญจวรรณ นันทชัย
2. อาจารย์สุพิณญา ทองจันทร์
3. อาจารย์ฉัตรชัย หมื่นก้อนแก้ว
4. อาจารย์สกุลศักดิ์ อินหล้า
5. นักศึกษาสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ ชั้นปีที่ 2
หน่วยงาน สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์
ผู้สนับสนุนทุนวิจัย วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครลำปางร่วมกับมหาวิทยาลัยเนชั่น
วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อศึกษารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
2. เพื่อศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
3. เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการมีส่วนร่วมของประชาชนด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
สรุปผลการวิจัย จากการประเมินโดยใช้รูปแบบของ CIPP Model เพื่อประเมินรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยได้ผลดังนี้
1. ด้านบริบทหรือสภาพแวดล้อม (Context) พบว่าทุกกลุ่มมีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่าเป็นการดำเนินงานที่มาจากความต้องการของประชาชน และเกิดจากความร่วมมือกันของทุกฝ่ายตั้งแต่ระดับผู้บริหารของเทศบาลจนถึงระดับประชาชน เพื่อต้องการพัฒนาให้ชุมชนมีศักยภาพและขีดความสามารถในการพัฒนาเมืองเกษตรกรรมและชุมชนน่าอยู่อย่างยั่งยืน
2. ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) พบว่าเทศบาลมีการจัดสรรทรัพยากรภายใต้แผนพัฒนาเทศบาล แผนปฏิบัติการ 21 ระดับท้องถิ่น ในการบริการด้านการจัดการขยะอย่างเพียงพอ บุคลากรและมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
3. ด้านกระบวนการ (Process) พบว่า มีการวางแผนในการดำเนินงานระหว่างเทศบาลและภาคประชาชนเป็นอย่างดี และมีความต่อเนื่อง ภายใต้แผนปฏิบัติการ 21 ระดับท้องถิ่น แต่ขาดการเชื่อมโยงให้ประชาชนเล็งเห็นความสำคัญในการแยกขยะก่อนทิ้งอย่างจริงจัง จึงทำให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานในระดับน้อย
4. ด้านผลผลิต (Product) พบว่า มีเพียง 4 หมู่บ้านจาก 12 หมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการมีรูปแบบการจัดการขยะที่เป็นรูปธรรม ส่วนหมู่บ้านที่ยังไม่เริ่มดำเนินการพบว่าขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการคัดแยกขยะมูลฝอยที่เหมาะสม
ผลการสังเคราะห์งานวิจัย
องค์ความรู้จากการวิจัย การวางแผนดำเนินงานในการจัดการปัญหาขยะ ในระดับชุมชนต้องให้ความสำคัญกับภาคประชาชนเป็นอย่างมาก โดยการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะ และการจูงใจให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานให้มากที่สุด หรือสามารถดำเนินการด้วยตัวชุมชนเองได้ ซึ่งส่งผลให้มีสามารถพัฒนารูปแบบการจัดการขยะในแบบต่างๆ โดยการขับเคลื่อนกันเองภายในชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งส่วนของหน่วยงานภายนอกที่จะเข้าไปส่งเสริมความรู้และทักษะต่างๆ ในการจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นให้กับชุมชน ก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น เพราะชุมชนเองมีความต้องการในการพัฒนาศักยภาพเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว หากมีการส่งเสริมและถ่ายทอดวิธีการจัดการขยะมูลฝอยในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นย่อมได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้หากได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานบริหารภายในท้องถิ่นเป็นอย่างดี และต่อเนื่องด้วยแล้ว ย่อมเห็นผลสำเร็จที่เกิดขึ้นเองจากการดำเนินงานโดยภาคประชาชนได้อย่างชัดเจน และมีความยั่งยืนในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยรูปแบบต่างๆ ในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาวิจัย ควรศึกษาวิจัยรูปแบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมต่อชุมชนแต่ละชุมในเขตเทศบาลตำบลป่าตันนาครัวต่อไป
การใช้ประโยชน์ต่อการเรียนการสอน วิชาเฉพาะในทุกสาขาวิชา

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ผลการสังเคราะห์ความรู้จากผลงานวิจัยเรื่อง “รูปแบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง”

จรรยาบรรณนักวิจัย

การทำวิจัยที่ดีมีคุณภาพ องค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งที่อาจารย์และนักวิจัยต้องมีและยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ คือ จรรยาบรรณนักวิจัย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้กำหนดและอธิบายไว้อย่างชัดเจนในคู่มือนักวิจัย มหาวิทยาลัยเนชั่น ปีการศึกษา 2554 โดยมีแนวทางปฏิบัติในเรื่องจรรยาบรรณนักวิจัย ที่สอดคล้องกับจรรยาบรรณนักวิจัยที่กำหนดโดยคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ รวม 9 ข้อ คือ
ข้อ 1 นักวิจัยต้องซื่อสัตย์และมีคุณธรรมในทางวิชาการและการจัดการ
ข้อ 2 นักวิจัยต้องตระหนักถึงพันธกรณีในการทำวิจัยตามข้อตกลงที่ทำไว้กับหน่วยงานที่สนับสนุนการวิจัยและต่อหน่วยงานที่ตนสังกัด
ข้อ 3 นักวิจัยต้องมีพื้นฐานความรู้ในสาขาวิชาการที่ทำวิจัย
ข้อ 4 นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ศึกษาวิจัยไม่ว่าเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต
ข้อ 5 นักวิจัยต้องเคารพศักดิ์ศรี และสิทธิของมนุษย์ที่ใช้เป็นตัวอย่างในการวิจัย
ข้อ 6 นักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิด โดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการทำวิจัย
ข้อ 7 นักวิจัยพึงนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบ
ข้อ 8 นักวิจัยพึงเคารพความคิดเห็นทางวิชาการของผู้อื่น
ข้อ 9 นักวิจัยพึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมทุกระดับ
ทั้งนี้ อาจารย์สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากคู่มือนักวิจัย และกรณีมีปัญหาหรือข้อสงสัยประการใด สามารถสอบถามมายังคณะกรรมการบริหารการพัฒนา ส่งเสริมการวิจัยและงานสร้างสรรค์ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเนชั่น

โพสท์ใน งานวิจัยและบริการวิชาการ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน จรรยาบรรณนักวิจัย