รายงานการทำงานต่อคณบดีฯ 1/2552

เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2552 1)การอบรม : กลางวันผมเป็นตัวแทนของโครงการวิจัยฯ ที่มหาวิทยาลัยรับทุนในการทำวิจัยเพื่อท้องถิ่น ไปอบรม “การวาดเพื่อการสื่อสาร” ที่จัดโดยศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น มีรายละเอียดใน blog ของมหาวิทยาลัย 2)ร่วมงาน cocktail กลางคืนร่วมงานมุทิตาจิตของ รศ.จินตนา สุนทรธรรม ร่วมกับ ร.คณบดี และอ.อติชาต หาญชาญชัย มีประเด็นที่ผมจับได้เกี่ยวกับไอทีในชีวิตประจำวัน จึงเขียนเป็นบทความที่ 194 ลง นสพ.ฅนเมืองเหนือ และนำเสนอในเว็บไซต์ของคณะ 3)ได้แนวคิดเขียนบทความ จากงานมุทิตาจิต ผมจับประเด็นเรื่องการจัดการความรู้ การบริหารความเสี่ยง และระบบ knowledge-based system ได้ แต่ยังไม่ได้ยกร่างบทความ สิ่งที่เห็นคือความเสียดายในองค์ความรู้ที่มหาวิทยาลัยสกัด หรือสั่งสมจากท่านออกมาเป็นรูปธรรม เพื่อใช้ในการเรียนรู้ และต่อยอดไปสู่การพัฒนาคน ยังไม่มากพอที่ผมจะสังเกตุเห็น โดยเฉพาะระบบ knowledge-based system ที่จะเป็นการบริหารจัดการองค์ความรู้ เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจก็ยังไม่ชัด .. ก็มีแผนจะนำเสนอในกลุ่มประเด็นนี้ครับ
http://www.thaiall.com/blog/burin/290/

โพสท์ใน วิทยาการคอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน รายงานการทำงานต่อคณบดีฯ 1/2552

2 กิจกรรมในวันหยุด

        สุดสัปดาห์ก่อนเปิดเทอมใหม่นี้ มีกิจกรรมที่ต้องเข้าร่วม 2 กิจกรรม คือ งานมุทิตาจิต รศ.จินตนา สุนทรธรรม ในวันเสาร์ที่ 30 และการประชุมร่วม 3 ฝ่าย ของสมาคมผู้ปกรองและครู เครือข่ายผู้ปกครอง และกรรมการบริหารโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง ในวันอาทิตย์ที่ 31 กิจกรรมในตอนเช้าวันเสาร์ส่วนหนึ่งเป็นการแข่งขันกอล์ฟรวมศิษย์เก่าทุกรุ่นตั้งแต่รุ่นที่ 1-15 ในระหว่างเล่นกอล์ฟ มี Social Networking กันตลอด 18 หลุม และในภาคเย็นซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของงาน ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นการรวมศิษย์เก่าทุกรุ่นได้มากที่สุดในรอบ 15 ปี เป็น Knowledge Community กลุ่มใหญ่ของโยนก หลายคนเปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่ วัยวุฒิ คุณวุฒิ หน้าที่การงาน สถานภาพ บางคนสวยขึ้น บางคนอุ้มท้องมา เป็นดอกเตอร์ถึง 3 คน หลายคนเป็นผู้ประกอบการ สิ่งที่ประทับใจมากคือ ความสมัครสมานสามัคคี ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Yonok MBA ไม่ได้หล่อหลอมคนเหล่านี้เพียงด้านวิชาการอย่างเดียว แต่ความรัก ความผูกพัน ความเป็นศิษย์เก่า มันฝังลึกมาก หลายคนสานต่อความสัมพันธ์เป็นคนรัก เป็นคู่ครอง เป็นคู่ค้า เป็นลูกค้า เป็นคู่แข่งก็มี ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ Yonok MBA เป็นจุดเริ่มต้น เป็นจุดประกายแห่งความฝันของหลายคน เป็นที่ทำให้ฝันของหลายคนเป็นจริง ที่ประสบความสำเร็จมาได้นั้น พวกเราต้องขอบคุณท่านอาจารย์แม่ รศ.จินตนา สุนทรธรรม ของพวกเราจริงๆ ที่ท่านเสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ ทุ่มเท แม้ในวัยที่ท่านควรจะได้พักผ่อนมาตั้งนานแล้ว ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงดลบันดาลให้ท่านมีอายุยืนยาวนาน ได้ใช้เวลาที่เหลือกับความตั้งใจที่ท่านอยากจะทำต่อไปได้อย่างสมบูรณ์ พวกเราทุกคนจะเป็นกำลังใจให้ท่านตลอดไป
        สำหรับในวันอาทิตย์เป็นการประชุมที่ได้สาระมากที่สุดครั้งหนึ่งของผม จากการเป็นกรรมการ 1 สมัย นายก 1 สมัย และที่ปรึกษาอีก 1 สมัย ของ PTA และการเป็นประธาน PNA อีก 1 สมัย รวมแล้วกว่า 8 ปี สิ่งที่ได้พบของการจัดการศึกษาระดับภาคบังคับ 12 ปี นั้น วิสัยทัศน์และความสามารถในการบริหารจัดการของผู้อำนวยการ (อัสสัมชัญลำปางคือ บราเดอร์) คือ Key Success Factor ทีสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การวางคนที่เหมาะสมลงในตำแหน่งที่เหมาะสม (Put the right man on the right job) ในที่นี้หมายถึงครู โดยเฉพาะครูที่ต้องมีบทบาทในการวางแผนและสั่งการด้วย ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย ทั้งนี้ต้องเป็นครูที่เก่งและดีด้วย ประการสุดท้ายที่สำคัญมากๆ เช่นกัน คือ ผู้ปกครอง ต้องเข้าใจระบบการศึกษา ต้องเข้าใจโรงเรียน ต้องเข้าใจครู ที่สำคัญยิ่ง ต้องเข้าใจลูกให้มาก ทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์ และสังคมของลูก การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ปกครองด้วนกันถือเป็นความจำเป็นและจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ในฐานะของประธานเครือข่ายผู้ปกครองในสมัยที่ 2 จะพยายามผลักดันให้เกิดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการแบ่งปันความรู้ระหว่างผู้ปกครองให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ขอยกตัวอย่างผู้ปกครองท่านหนึ่งซึ่งเป็นกรรมการ PTA คือพี่ทวีศักดิ์ คุณาชีวะ ท่านเป็นหัวหน้าที่ดูแลด้านความปลอดภัยของคลัง ปตท. ลำปาง ท่านมีประสบการณ์สูงมากๆ ในหลายๆ ด้าน ผมเคยสนทนากับท่านหลายครั้ง ทุกครั้งได้รับความรู้ใหม่ๆ เสมอ ครั้งนี้ท่านเล่าประสบการณ์จริงของลูกซึ่งตอนเล็กๆ เป็นเด็กที่ไม่อยู่นิ่ง จึงพาไปสถานที่แห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ในช่วงภาคฤดูร้อน กลับมากลายเป็นคนนิ่ง เรียนหนังสือเก่ง โรงเรียนอัสสัมชัญลำปางก็มีเด็กประเภทนี้อยู่บ้างแต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จเลย จึงน่าจะได้ลองไปศึกษาการทำงานจากประสบการณ์บอกเล่าของพี่ทวีศักดิ์ในครั้งนี้ นี่แหละคือการใช้เครื่องมือ Story Telling ในการจัดการความรู้นั่นเอง

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน 2 กิจกรรมในวันหยุด

อาจารย์โยนกกับการอบรมการวาดรูปเพื่อการสื่อสาร

30 พ.ค.52 ศูนย์ถ่ายทอดกระบวนการเรียนรู้ โดยคุณภัทรา มาน้อย (จิ๋ม) คุณรัตติกร บุญมี (จิ๊บ) และคุณอัญมณี แสงแก้ว (โบว์) ได้เชิญคุณกฤษดา เขียวสนุก (พี่บอย) มาเป็นวิทยากรที่ห้องประชุมของห้องสมุดเทศบาลนครลำปาง ในโครงการอบรมครั้งที่ 3 หัวข้อ การวาดเพื่อการสื่อสาร จากแผนงาน 5 โครงการ ประกอบด้วย 1) การวิเคราะห์ชุมชนอย่างมีส่วนร่วม 2) การเป็นวิทยากรกระบวนการ 3) การวาดเพื่อการสื่อสาร 4) การเขียน Social Mapping 5) การคิดแบบวิจัย มีตอนหนึ่งใน powerpoint เรื่อง วิธีเติมสารอาหารให้จินตนาการ มี 5 หัวข้อคือ 1) มองสภาพแวดล้อม 2) ขยับร่างกาย 3) ดูผลงานในปัจจุบัน 4) กล้าคิดแตกต่างอย่างท้าทาย 5) ช่างสังเกต

     อาจารย์ของมหาวิทยาลัยโยนก ถูกชวนเข้าอบรมหลายท่าน แต่สะดวกเข้าได้เพียง 1 ท่าน โดยมีคุณหมอจากเมืองปานมาเป็นตัวแทนโครงการวิจัยน้ำดื่มฯ ของเมืองปาน ที่อ.อดิศักดิ์ เสมอพิทักษ์ และ อ.อัศนีย์ ณ น่าน เป็นทีมวิจัย เหตุที่ทั้ง 2 ท่านไม่ได้มาร่วมด้วยเพราะไปจัดงานมุทิตาจิตของ รศ.จินตนา สุนทรธรรม ได้พบ รศ.ดร.บุญฑวรรณ วิงวอน ในงานกลางคืน แต่งานอบรมตอนกลางวันผมได้พบ ผศ.ดร.ดวงจันทร์ เดี่ยววิไล ก็เป็นอีกวันหนึ่งของผมที่ได้พบผู้คนมากมายอีกครั้ง

          การอบรมครั้งนี้เน้นการวาดเพื่อการสื่อสาร มิใช่วาดเพื่อความสวยงามหลาย ๆ คนวาดได้สวยงามมาก แต่เป้าหมายของการวาดในงานวิจัย คือการนำเสนอให้ชุมชนได้เข้าใจในสิ่งที่นักวิจัยต้องการสื่อ แล้วจิ๋มก็ได้อธิบายว่า การวาดมี 2 แบบ หากแบ่งตามแผนการวาด คือ 1)แบบไม่มีแผน เพราะฟังคนในเวทีพูดแล้ววาดทันที 2) แบบมีแผน เพราะวางแผนไว้ในหัวแล้ววางโครงแบบเพื่อสื่อให้เห็นอย่างเป็นระบบ ช่วงเช้าวิทยากรจัดกิจกรรมละลายพฤติกรรม บรรยายทฤษฎีการวาดรู้ และการใช้จินตนาการ นำเสนอภาพจาก http://www.funpic.hu พอ 11.30 น. ก็สอนวาดภาพแสดงความรู้สึกของคน โดยใช้วงกลมกับเส้น 3 เส้นเป็นหลัก ช่วงบ่ายก็สอนวาดมุมของหน้า ตัวคน สถานที่ และการใช้ลูกศร บ่ายแก่หน่อยก็แบ่งกลุ่มให้วาดตามโครงการของตนเอง

         การวาดภาพครั้งนี้ ก็ต้องเลือกว่านำเสนอในกรอบใด ใช้ไดอะแกรมแบบใด และมีขอบเขตเพียงใด เพราะกรอบที่จะเขียนมีตัวเลือกในหัวของผมประกอบด้วย 1) ขั้นตอนในภาพรวม 2) ความสัมพันธ์ของกลุ่มคนและบทบาทของคน 3) ประเด็นและบทบาทของคน 4) กระบวนการและบทบาทของคน 5) การพัฒนาสื่อและบทบาทของคน 6) วิเคราะห์ตาม Social Map 7) วิเคราะห์ตาม Mind Map

ช่วยกันวาด

ช่วยกันวาด

          สรุปว่าภาพที่วาดออกมาแสดงถึงขั้นตอนในภาพรวม แบ่งตามช่วงเวลา ขอบเขตที่นำเสนอคือ บทบาทของกลุ่มคน สถานที่ในแบบตามลำดับ และสื่อที่ใช้ ส่วนลำดับในแผนภาพควบคุมการไหลแบบตามลำดับ (Sequence)  เพราะสื่อให้เข้าใจได้ง่าย เป็นภาพมุมกว้างไม่ละเอียดนัก  แต่จำนวนประเด็นที่อยู่ในภาพมีมากเกินเวลาที่มีอยู่ การอธิบายให้เข้าใจสิ่งที่ต้องการนำเสนอจึงทำได้จำกัด เมื่อเทียบกับจำนวนกลุ่มที่ต้องออกมานำเสนอ ประกอบกับการอบรมครั้งนี้เป็นเพียงการฝึกวาดรูปเพื่อการสื่อสาร และวิทยากรก็บอกว่า “ได้เท่าใดเท่านั้น” ทำให้ผมไม่นำเสนอขั้นตอนการทำงานในระยะที่ 3 เพราะแค่ 2 ระยะที่เขียนไปก็คงต้องอธิบายกันยาวอยู่แล้ว http://www.thaiall.com/blog/burin/284/

โพสท์ใน งานวิจัยและบริการวิชาการ, วิทยาการคอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน อาจารย์โยนกกับการอบรมการวาดรูปเพื่อการสื่อสาร

จัดงานมุทิตาจิตให้อาจารย์แม่ (รศ.จินตนา สุนทรธรรม)

อาจารย์จินต์

อาจารย์จินต์

30 พ.ค.52 ได้ร่วมงานมุทิตาจิต (หนึ่งในพรหมวิหาร 4 คือยินดีเมื่อเห็นเขาเป็นสุข) ของ รศ.จินตนา สุนทรธรรม เป็นงานแสดงความยินดีในการเกษียณรอบที่สองของท่าน เพราะท่านเกษียณอายุราชการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ปี 2537 และมาเริ่มทำงานที่ม.โยนกในปีเดียวกัน จนถึงปี 2552 ท่านทำงานไป 15 ปี มีอายุครบ 75 ปี รู้สึกว่าสังขารไม่ให้อีกต่อไป จึงขอเกษียณการทำงานอย่างแท้จริง ท่านตั้งปณิธานที่จะไปอยู่วัดใช้ชีวิตอย่างสงบตามวิถีของพุทธศาสนิกชน

     ในงานนี้มีอาจารย์ เจ้าหน้าที่ เพื่อนร่วมงาน เพื่อนเก่า ศิษย์เก่าไปร่วมงานทั้ง 15 รุ่น และรุ่นที่ไปกันมากที่สุดเห็นจะเป็น MBA รุ่นที่ 1 เป็นงานแสดงความยินดีที่เห็นท่านมีความสุขที่ออกไปพักผ่อน ไม่ต้องตื่นเช้าและกลับเย็น ไม่ต้องเดินตามตะวันอีกต่อไป ต่อไปท่านต้องเป็นนายตนเองแล้ว มีหน้าที่ที่สำคัญที่สุดคือดูแลตนเองให้สังขารอยู่กับท่านให้นานที่สุด ผมอยู่งานมุทิตาจิตจนงานเลิกเวลา 22.00 น. เพราะซึ่งใจและชื่นชมที่สำคัญ 2 เรื่อง คือ 1)ท่านพ้นวัย 60 ไปมากโขและทำงานต่อได้อีกตั้ง 15 ปี ดีใจที่เห็นท่านมีวันนี้ที่สมบูรณ์ ก็ต้องย้อนกับมาดูตัวว่าจะทำอย่างไรจะให้มีอายุยืนยาวได้อย่างท่าน (มนุษย์กว่า 30% จากไปก่อนอายุ 60 ปี) และด้วยปัจจัยเรื่องอายุที่อาจไม่ได้เห็นงานมุทิตาจิตของตนเอง 2)แขกที่มาร่วมงานมีมากมายหลายกลุ่ม ทุกคนมาด้วยจิตกุศล ด้วยใจรักและชื่นชมในอาจารย์ของพวกเขา การจัดงานช่วงเช้ามีทั้งงานบุญเลี้ยงพระ และตีกอล์ฟของศิษย์เก่า ส่วนการจัดงานช่วงเย็นก็เป็นไปอย่างมีความสุข มีการมอบของขวัญแสดงความยินดี ทั้ง อ.ศศิวิมล แรงสิงห์ และอ.อติชาต หาญชาญชัย ก็เป็นตัวแทนหน่วยงานออกไปมอบของขวัญ มีการฉายวีดีทัศน์ที่ทีมงานของบัณฑิตจัดทำถึง 3 ชุด และใช้ใน 3 วาระตามแผนที่วางไว้ การแสดงศิลปวัฒนธรรมของศิษย์ปัจจุบัน ศิษย์เก่าออกมาร้องเพลง มีผู้ร่วมสนับสนุนการจัดงานมากมาย เช่น คุณอนุรักษ์ นภาวรรณ ผู้สนับสนุนรายใหญ่ อ.อัศนีย์ ณ น่าน ประสานจัดทำหนังสือที่ระลึกที่ปกมีภาพของท่านผมขาวตามสังขาร (เห็นท่านแซวตนเองบนเวที) ผศ.นำชัย เติมศิริเกียรติ นำหนังสือธรรมเรื่อง “คุณบิดามารดา” มาแจกภายในงาน บนเวทีมุทิตาจิตมีศิษย์เก่าแต่ละรุ่นออกไปแสดงความรู้สึก ก็มีศิษย์ท่านหนึ่งพูดว่า “หนูขอเบอร์ไว้ด้วยนะคะ เวลามีปัญหาจะโทรไปปรึกษา” ผมก็คิดอยู่ในใจว่าการจัดการความรู้นี่สำคัญจริงแท้ เพราะหัวหน้าผม อ.อติชาต หาญชาญชัย ก็ไปต่อเอกด้านนี้ และสมแล้วที่ในกฎหมายไทยเริ่มให้ความสำคัญ

     ในอดีตช่วงแรกที่ท่านมาที่ม.โยนก ผมพอจำได้ว่า 15 ปีก่อน เดือนเมษายน 2537 ม.โยนกจัดปฐมนิเทศอาจารย์ที่สวนป่าทุ่งเกวียน แล้วท่านก็เป็นหนึ่งในวิทยากร ที่จำได้เพราะมีประเด็นที่ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับท่านในมหาวิทยาลัยเริ่มมีการจัดการความรู้ (KM) ในโลกเรามีระบบที่เรียกว่า expert system มาหลายสิบปี ก็เกิดความรู้สึกเสียดายในองค์ความรู้ของท่านที่สั่งสมมากว่า 75 ปี

     ผมได้ถ่ายทอดสิ่งที่พบเห็นจากความทรงจำที่ร่วมงานมุทิตาจิต 1)ออกมาเป็นบันทึก และโพสท์ใน blog site เป็นการบันทึกสิ่งที่เราประทับใจในตัวท่าน และการมีส่วนร่วมของศิษย์เก่า 2)นำไปประยุกต์สำหรับเขียนบทความไอทีในชีวิตประจำวัน เล่าเรื่องงานมุทิตาจิต กับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพราะงานนี้ใช้ไอทีอยู่ไม่น้อย เป็นเพียงเทคนิคหนึ่ง ที่สามารถนำความรู้มาจัดการในบทบาทของคนร่วมงานคนหนึ่ง
http://www.thaiall.com/blog/burin/279/

โพสท์ใน บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน จัดงานมุทิตาจิตให้อาจารย์แม่ (รศ.จินตนา สุนทรธรรม)

KM กับหลินฮุ่ย

panda

        หลังจากที่หลินฮุ่ยให้กำเนิดทายาทตัวแรกจากการผสมเทียมของนายสัตวแพทย์ ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีนต้องรีบบินด่วนมาที่เชียงใหม่เพื่อช่วยดูแลลูกของหลินฮุ่ย ตามประสบการณ์ที่มีมากกว่า ซึ่งสัตวแพทย์หญิง กรรณิการ์ นิ่มตระกูล สัตวแพทย์ประจำตัวแพนด้าหลินฮุ่ย ต้องเรียนรู้วิธึการเลี้ยงแพนด้าน้อยจากการถ่ายทอดความรู้ของผู้เชี่ยวชาญชาวจีน เช่น การห่อผ้าเพื่อให้เหมือนอยู่ในอ้อมกอดของแม่ การปรับอุณหภูมิมือก่อนจับลูกของหลินฮุ่ย รวมถึงการให้นมและการดูแลในทุกๆ เรื่อง เป็นกระบวนการถ่ายทอดความรู้จากผู้รู้ไปสู่ผู้เรียนรู้ เพื่อรักษาองค์ความรู้ให้คงอยู่ต่อไป

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน KM กับหลินฮุ่ย

KM = การจัดการคน+การจัดการระบบ

        รู้สึกตงิดใจมาหลายวันหลังกลับจากการประชุมวิชาการที่ มจพ. รวมทั้งได้รับทราบข้อมูลข่าวสารผ่านทางหู ทางตา และโสตสัมผัสอื่นๆ ซึ่งล้วนแล้วเป็นข้อมูลที่มาจากภายในองค์กรแทบทั้งสิ้น หลายสิ่งหลายอย่างเป็นเรื่องที่ดูค่อนไปทางลบ พยายามนั่งขบคิดอยู่หลายวัน คุยกับคนนี้บ้าง คนนั้นบ้าง เรื่องลบๆ กลับดูจะยิ่งเพิ่มขึ้นอีก พินิจพิเคราะห์ดูแล้ว ทุกเรื่องมีที่มาจากคน จากความคิดของคน จากการไม่คิดให้ถ่องแท้ของคน “สุ จิ ปุ ลิ” เริ่มถดถอยหายไปจากจิตใจ หรือพูดแบบไม่เกรงใจใครคือ “การขาดสติ” วัตถุเริ่มครอบงำจิตใจมากขึ้นๆ ความคิดของคนจึงมักไม่มองที่แก่นสารอย่างแท้จริง
        หัวข้อในวันนี้ดูค่อนข้างจะเรียบง่าย ไม่ต้องตีความอะไรให้มาก อินไซด์ฉบับก่อนๆ เคยพูดเรื่อง KM ไว้ค่อนข้างมากแล้ว ฉบับนี้จะขอนำ KM มาเปรียบเทียบกับสิ่งต่างๆ ที่เห็น ที่เป็น และกำลังจะเกิดขึ้นในโยนกต่อไปในอนาคต ทฤษฎีด้าน KM โดยเฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่น ให้ความสำคัญอย่างมากกับ KM ในเรื่องของ “การจัดการความรู้ที่อยู่ในคน” ที่เรียกว่า ความรู้ฝังลึก หรือ Tacit Knowledge เพราะเป็นความรู้ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงการแข่งขัน ทั้งการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และการสร้างนวตกรรม (Innovation) แต่กลับเป็นอะไรที่ทำได้ยาก เห็นผลยาก จึงมักไปทุ่มเทกับ “การจัดการระบบ” และ “การจัดการความรู้ชัดแจ้ง” หรือ Explicit Knowledge แทน เพราะเห็นผลเป็นรูปธรรม และมักจะได้รับคำชื่นชมและผลตอบแทนจาก “จำนวนชิ้น จำนวนเล่ม จำนวนโครงการ หรือแม้แต่รูปเล่มที่สวยงาม”
        สถานการณ์ของโยนกที่ดูจะสวนกับกระแสเศรษฐกิจถดถอย คนตกงานมาก แต่คนโยนกกลับได้งานใหม่กันเป็นว่าเล่น ประเด็นแรก ผมพูดเสมอว่า KM ของหน่วยงานที่ล้มเหลวและวัดได้ง่ายที่สุด คือ เมื่อพนักงานลาออก ความรู้มักจะติดตัวเขาไปทั้งหมด องค์กรที่เขาจากไปคงเหลืออะไรไว้บ้างเมื่อเขาจากไป แต่เรื่องนี้กลับไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด เพราะความล้มเหลวดังกล่าวจะโทษ KM ไม่ได้ เพราะ KM เป็นเพียงเครื่องมือ คนเป็นผู้ใช้ KM ใครบ้างละเป็นผู้ใช้ ทุกคนในองค์กรนั่นเอง ส่วนผู้บริหารต้องสร้างระบบสนับสนุน หมายความว่า คนต้องเห็นประโยชน์จาก KM ระบบองค์กรต้องสนับสนุนและเป็นธรรม โปร่งใส วกกลับมาที่ “สมองไหล” ในโยนก สาเหตุคืออะไร โยนกเสียอะไร และโยนกได้อะไร ผมคิดว่าสาเหตุของเรื่องนี้มาจากความคิดของคน แต่ละคนมองเห็น สัมผัส และรับรู้ถึงเหตุการณ์ทั้งหลายในโยนกเหมือนๆ กัน ทำไมบางคนนิ่ง บางคนกระสับกระส่าย บางคนดิ้นรน และท้ายที่สุดขวนขวายหาแหล่งพักพิงใหม่ อาจเป็นหน่วยงานใหม่ในองค์กรเดิม หรือละทิ้งถิ่นที่อยู่เดิมไปเลยก็ได้ ผมเคยแปลกใจตอนที่อาจารย์บุรินทร์เคยยื่นบันทึกขอลดเงินเดือนแลกกับตำแหน่งคณบดีที่จะไม่ขอรับผิดชอบ และรู้สึกแปลกใจที่วัฒนธรรมในโยนกที่การับภารงานเพิ่มขึ้นที่นอกเหนือจากงานประจำ ควรได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น เพราะบางครั้งงานประจำก็ยังทำได้ไม่ดีที่สุด จึงขอสรุปตามความคิดของตนเองว่า การกระทำอยู่ที่ความคิด ผลของการกระทำอยู่ที่การปฏิบัติ แต่อยากให้ทุกคนในโยนกคิดมากๆ คิดให้รอบด้าน และปฏิบัติด้วยใจที่รักในอาชีพ สังคมย่อมมีทั้งคนดี คนเลว ถ้าท่านอยากเป็นคนดี ท่านต้องดูตัวอย่างที่คนดีเขาทำอยู่ อย่าเอาความคิดเชิงลบที่มาจากการเห็นเพียงด้านลบอย่างเดียว หรืออย่างน้อยคิดเพียงว่า คิดทางบวก ใจเราก็เป็นสุขแล้ว (ทั้งนี้คนที่มีความจำเป็นต้องลาออกเพราะเหตุผลส่วนตัว คงไม่อยู่ในประเด็นเดียวกันนี้) ส่วนโยนกเสียอะไร คงต้องว่ากันที่แต่ละบุคคลถึงผลงานและคุณภาพ ไม่อยากเสียคนเหล่านี้ไป สิ่งที่โยนกได้คือประสบการณ์ ซึ่งหวังว่าหากพิจารณาเรื่องนี้เป็นความเสี่ยงของโยนกด้วย ผู้บริหารคงต้องช่วยกันคิดหาวิธีการป้องกันหรือลดความเสี่ยงกันแล้ว
        ประเด็นที่อยากจะบอกว่าสำคัญยิ่งในทาง KM ของ สุ จิ ปุ ลิ คือ การเขียนครับ ไม่เขียนวันนี้ พรุ่งนี้ สัปดาห์หน้า หรือเดือนหน้า ท่านก็ลืมแล้ว แต่ต้องเขียนในเชิงสร้างสรรค์ เขียนด้วยความคิดที่ดี มีการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนลงมือเขียน เพื่อถ่ายทอด และแบ่งปันความรู้ที่ท่านมีอยู่ให้เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมองค์กร รวมถึงเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ต้องมีผู้อ่านด้วย ผมจำได้ว่า หลังจากที่ผมทำการอบรม Blog ไปแล้ว อาจารย์บุรินทร์เคยทำบันทึกให้หลายๆ คนได้เข้าใจถึงช่องทางในการเขียน Yonok Blog ก็แล้ว วันนี้ Yonok Blog มีเพียงไม่กี่คนที่ Active อยู่ ถ้าเป็นแบบนี้สังคมแห่งการเรียนรู้จะเป็นจริงได้อย่างไร Yonok E-learning ก็เช่นกัน ว่างๆ ก็เข้าไปใช้กันบ้างเพื่อความเป็นนักวิชาการจะได้ไม่หยุดนิ่ง อีกหลายประเด็นขอไว้ต่อฉบับหน้านะครับ

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน KM = การจัดการคน+การจัดการระบบ

test คัดลอกบล็อกแล้วบันทึกใน /wordpress

ช่วงเย็น 26พค52 1) clear บทความไอทีในชีวิตประจำวัน 2 เรื่อง คือ 192 จุดเริ่มต้นของความปลอดภัยด้านไอที และ 193 การเลือก Netbook หรือ Notebook เผยแพร่ใน thaiall.com/opinion/readonly.php 2) ปรับบทความ thaiall.com/wordpress พร้อมคัดลอกข้อมูลใน /blog ไปติดตั้งใน 127.0.0.1 ที่บ้าน เตรียมสอนช่วงต้นเดือนมิถุนายน52 3) แต่การอบรมจะใช้ template2 ที่ผมต้อง upgrade script ให้ทำงานกับ php รุ่นที่ผมใช้อยู่ และคาดว่าจะตั้งเป็นรุ่น 2.01 ก็ยังไม่ได้แจ้ง อ.ศรีเชาวน์ วิหคโต ผู้พัฒนา template2 ที่กศน.หลายแห่งใช้งาน เลยครับ เพราะคิดว่าพัฒนาแล้วจะติดตั้งใน thaiabc63.zip และแยกเผยแพร่เฉพาะ template21.zip อีกที  4) วันนี้หมดแรงข้าวเย็น คงพัฒนา template2.01 ต่อตอนนี้ไม่ได้แน่ สังขารไม่ให้ซะแล้วครับ ขอพักเท่านี้ พรุ่งนี้เย็นค่อยว่ากันใหม่ http://www.thaiall.com/blog/burin/270/

โพสท์ใน วิทยาการคอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน test คัดลอกบล็อกแล้วบันทึกใน /wordpress

การประชุมวิชาการระดับชาติที่ มจพ.

dsc08260    จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการระดับชาติ ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ ในระหว่างวันที่ 22-23 พ.ค. 2552 โดยมหาวิทยาลัยโยนกร่วมเป็นเจ้าภาพด้วยนั้น จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับชุมชนวิชาการโยนก ดังนี้
1. การนำเสนองานวิจัยหรือบทความทางวิชาการ ถือเป็นภารกิจ 1 ใน 4 ข้อ ของอาจารย์ที่ต้องปฏิบัติให้ครบทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ อีกทั้งต้องได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเพราะเป็นมาตรฐานที่ต้องปรากฎในการประกันคุณภาพการศึกษา
2. มหาวิทยาลัยโยนกได้รับสิทธิให้สามารถส่งผลงานได้จำนวน 20 ชิ้นในแต่ละปี ซึ่งดูแล้วคงเป็นไปได้ยาก เพราะในปีนี้มีเพียงผลงานของอาจารย์บุรินทร์ เพียง 1 ชิ้นเท่านั้น ในปีหน้าคณะมีเป้าหมายที่จะส่งผลงานอาจารย์จำนวน 5 ชิ้น และผลงานนักศึกษาจำนวนอย่างน้อย 1 ชิ้น
3. การนำเสนอผลงานทางวิชาการระดับชาติหรือระดับนานาชาติในประเทศมีมากมายในหลากหลายสาขาวิชา จึงเป็นหน้าที่ของคณบดีหรือหัวหน้าสาขาที่ต้องหาเวทีที่เหมาะสมให้อาจารย์ในคณะ เพราะการเสนอผลงานวิชาการต้องใช้เวลาในการเตรียมตัว ลงมือเขียน ขัดเกลา และการลงทะเบียน รวมถึงการไปนำเสนอ ค่อนข้างยาวนาน ซึ่งคณะต้องมีการวางแผนเป็นอย่างดี
4. ความสามารถในการจัดประชุมวิชาการระดับชาติหรือระดับนานาชาติในประเทศไทย ยังคงต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกพอสมควร เนื่องจากอาจารย์ส่วนใหญ่ยังไม่ใส่ใจในภารกิจนี้ เวทีดังกล่าวจึงมักกลายเป็นการนำเสนอโครงงานหรือการค้นคว้าอิสระของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
5. ครั้งนี้ดีใจมากที่อาจารย์ในคณะร่วมเดินทางไปด้วยจำนวน 5 คน ซึ่งแต่ละท่านเริ่มตระหนักถึงความสำคัญ และมองเห็นว่าภารกิจดังกล่าวไม่ใช่เรื่องยากเลย อาจารย์ที่ไม่ได้ไปเห็นด้วยตา ฟังด้วยหู ของตนเอง คงต้องใช้เวลาอีกสักนิดในเรื่องนี้
6. ขอชื่นชมคณะผู้จัดการประชุมโดยเฉพาะ รศ.ดร.มนต์ชัย เทียนทอง ที่ให้เกียรติคณะของโยนก และให้การดูแลเป็นอย่างดี มีการกล่าวถึงผู้ให้การสนับสนุนซึ่งรวมถึงโยนกด้วยในการเปิดประชุม มองเห็นสัญลักษณ์ของโยนกตระหง่านบนเวทีแล้ว
รู้สึกตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น
7. ขอทิ้งท้ายเกร็ดเล็กๆ ไว้เพื่อสะกิดใจผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการเดินโดยรถตู้ของมหาวิทยาลัย เนื่องจากเกิดปัญหาที่ระบบทำความเย็นทำให้ไม่สามารถใช้การได้ ต้องใช้เวลารอคอยที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชรยาวนานถึง 6 ชั่วโมง ส่วนหนึ่งรอการอนุมัติเงินค่าซ่อมจำนวน 4000 บาท แต่ก็ยังโชคดีไปถึงที่หมายราว 5 ทุ่ม ด้วยบรรยากาศของอากาศบริสุทธิ์ผสมหมอกควันเล็กน้อย

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน การประชุมวิชาการระดับชาติที่ มจพ.

บรรยายเรื่องการจัดการความรู้ให้กับ มจร.

km1             ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การจัดการความรู้จากทฤษฎีสู่ภาคปฏิบัติ” จัดโดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี ผู้อำนวยการ และคณาจารย์ ทั้งฝ่ายบรรพชิตและฆราวาส โดยภายหลังการบรรยายเสร็จสิ้น ได้เข้าร่วมรับฟังและให้ข้อคิดเห็นต่างๆ ในการจัดทำแผนด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงและการจัดการความรู้ เปรียบเสมือนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ทำให้ได้เกร็ดความรู้ต่างๆ พอสมควร จึงอยากแบ่งปันความรู้ที่ได้ให้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ของชาวโยนก (ํYonok Learning Community) ดังนี้

1. มหาวิทยาลัยฝ่ายสงฆ์ (ปัจจุบันรับฆราวาสศึกษาต่อด้วย) มีภารกิจที่ไม่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน แต่หลักสูตรและเนื้อหาที่ศึกษาอาจมุ่งเน้นแตกต่างกันบ้าง ปัจจุบันนิสิตพระลดน้อยลงอย่างมาก (ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย) อีกทั้งมีการแข่งขันสูงจากภาครัฐและเอกชน จึงเป็นความเสี่ยงประการหนึ่งซึ่งต้องวางแผนเพื่อหาแนวทางแก้ไข
2. พระมหาสุเทพ สุปณฺฑิโต ผู้อำนวยการกองแผนงาน มจร. ถามผมว่าความเสี่ยง (Risk) กับปัญหา (Problem) แตกต่างกันหรือไม่อย่างไร ซึ่งผมก็ได้ตอบไปตามที่เข้าใจ แต่ท้ายที่สุดได้รับฟังจากพระครูพิพิธสุดาทร รองอธิการบดี วิทยาเขตเชียงใหม่ ทำให้ถึง “บางอ้อ” ว่า ความเสี่ยงสามารถมองได้เป็นทั้งปัญหาและโอกาส ตัวอย่างเช่น ความเสี่ยงของโยนกประการหนึ่งคือ ความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับรองคุณภาพจาก สกอ. และสมศ. หมายความว่า หากไม่ได้รับรองเมื่อเวลานั้นมาถึง ปัญหาที่ตามมาอาจส่งผลต่อการรับนักศึกษา อย่างไรก็ตาม หากโยนกผ่านการรับรองและหากอยู่ในเกณฑ์ดีด้วยแล้ว เราก็สามารถใช้เป็นโอกาสในการรับนักศึกษาได้เช่นกัน
3. ความรู้ในทางโลกนั้นแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) และความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) ในทางธรรม ความรู้ชัดแจ้ง อาจเปรียบได้กับ “สุตะมยปัญญา” ส่วนความรู้ฝังลึก อาจเปรียบได้กับ “จินตมยปัญญา”  และ “ภาวนามยปัญญา”
4. พระมหาสุเทพ สุปณฺฑิโต ท่านกล่าวว่า มาตรฐานคุณภาพที่ดูเล็กแต่จะป็นปัญหามากที่สุด คือ “การบริหารจัดการ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้านงบประมาณของ มจร. ต้องได้รับอนุมัติจากศูนย์ฯ ที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด จริงๆ แล้วข้อนี้ก็คงไม่แตกต่างไปจากโยนกเช่นกัน
5. พระครูพิพิธสุดาทร ท่านให้ความสำคัญกับเครื่องมือ AAR (After Action Review) ทุกครั้งที่มีการทำงานหรือโครงการอะไรก็สุดแล้วแต่ ควรได้มีการทบทวยภายหลังภารกิจเสร็จสิ้น ซึ่งก็อาจจะเป็นรายงานสรุปโครงการ แต่จุดสำคัญคงอยู่ที่สาระในรายงานใากกว่าว่า ความรู้หรือประโยชน์ที่ได้รับเพื่อเป็นแนวทางในการนำไปใช้ในโอกาสต่อไป ยิ่งเป็นงานระดับปัจเจกบุคคล ทุกวันท่านมีการทบทวนกันหรือไม่ องค์กรหลายแห่ง ทุกๆ เช้า 10 นาทีจะมีการประชุมก่อนเริ่มทำงานเสมอ
6. เพิ่งจะทราบว่า ท่านพระครูพิพิธสุดาทร เป็นผู้หนึ่งที่ต่อต้านการทำเขื่อน ท่านว่าประเทศไทยโดยเฉพาะคนที่จบนอกแล้วมาได้ดิบได้ดี ก็มักอยากลองวิชาโดยเชื่อว่า ต่างชาติทำแล้วดี ซึ่งหมายถึง Best Practice เราก็น่าจะได้ผลเช่นกัน โดยที่ไม่ฉุกคิดเลยว่า ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ป่าชุก ต้องใช้วิธีการป่าอุ้มน้ำจึงจะเหมาะสมที่สุด และได้ผลระยะยาว (ยกเว้นป่าหมดเมื่อไร เขื่อนคงจะเป็นทางเลือกที่ดีได้)
7. สุดท้ายนี้ ผมประทับใจและดีใจที่มีส่วนร่วมในโครงการ MOU ระหว่างโยนก กบ มจร. ในครั้งนี้ ผมรู้สึกมีความสุขที่ได้ร่วมทำบุญผ่านทางพระคุณเจ้า ท่านเจ้าคณะจังหวัดลำปางโดยมอบปัจจัยค่าวิทยากรทั้งหมด ผมคิดเสมอว่า “การให้” จะนำมาซึ่ง “ความสุข” และวันหนึ่งท่านจะได้เป็น “ผู้รับ” อีกมากมาย

หมายเหตุ: รูปภาพจะทำการ Update ภายหลัง

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน บรรยายเรื่องการจัดการความรู้ให้กับ มจร.

พัฒนาชุมชนโดยบทบาทของพระสงษ์

clipboard1เวทีประชุมเริ่ม 2 ทุ่มตรงในอังคารที่ 12 พ.ค.52 พระครูสังฆรักษ์วิชพงษ์ เชิญชวน ผู้นำจากบ้านหมู่ 2 และหมู่ 6 ตำบลไหล่หิน ทั้งกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มอสม. กลุ่มผู้สูงอายุ ครูจาก 2 โรงเรียน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และอาจารย์มหาวิทยาลัย อาทิ อ.ธวัชชัย แสนชมพู อ.อัศนีย์ ณ น่าน มีผู้ร่วมประชุมมากกว่า 50 คน มารับนโยบาย หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ รับทราบแผนการดำเนินงานโครงการ และกำหนดการ เพราะโครงการจะได้รับอนุมัติ 1มิ.ย.52 – 31พ.ค.53 ได้ชมวีดีโอบทเรียนการพัฒนาทั้งในและต่างประเทศ โครงการนี้ได้รับอนุมัติจาก สสส. มีชื่อโครงการคือ “โครงการร่วมสร้างหมู่บ้านพอเพียง เพื่อรากฐานที่ยั่งยืน” ผ่าน “กลุ่มธรรมะสว่างใจบ้านไหล่หิน” ที่พระครูเป็นประธานกลุ่ม ที่ทำการตั้งอยู่ที่วัดชัยมงคลธรรมวราราม โครงการที่มีการนำเสนอว่าจะดำเนินการโดยสรุปมี 8 โครงการคือ 1) ลดรายจ่าย อาทิ ปลูกผักปลอดสาร และบัญชีครัวเรือน 2) แยกขยะ 3) อบรมคุณธรรม 4) กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ 5) ครอบครัวอบอุ่นกิจกรรมวันอาทิตย์ 6) ออกกำลัง และกินเพื่อสุขภาพ 7) ปลูกจิตสำนักรักบ้านเกิด 8) พัฒนากลุ่มอาชีพ ซึ่งทุกโครงการเกิดจากการที่ท่านวิเคราะห์ SWOT ของวัด และชุมชน โดยสอดรับกับข้อสรุปวัตถุประสงค์ 3 ข้อของโครงการ คือ 1) สร้างเสริมสุขภาพและพึ่งตนเอง 2) มีคุณธรรม ลด ละ เลิกสิ่งเสพติด 3) มีครอบครัวอบอุ่น มีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม ใช้เวลาประชุมตั้งแต่ 20.00น. ถึง 22.15น. กว่าผมจะขับรถถึงบ้านก็ 23.00น. พอดี

โพสท์ใน งานวิจัยและบริการวิชาการ, วิทยาการคอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน พัฒนาชุมชนโดยบทบาทของพระสงษ์