อ.อัศนีย์ร่วมเวทีวิจัยที่ศูนย์ประสานงานวิจัยฯ

ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น

ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2552 9.00 – 14.00 น. ได้ร่วมแลกเปลี่ยนกับการนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการวิจัย “กระบวนการสร้างการเรียนรู้ตำนานมูลศาสนาฉบับวัดบ้านเอื้อม ตำบลบ้านเอื้อม อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง” นำเสนอโดยทีมวิจัย 3 ท่าน คือ พระอธิการสวัสดิ์ โสตฺถิโก เจ้าอาวาสวัดบ้านเอื้อม พระสุริยา วัดยางอ้อยเหนือ และ อาจารย์เกษวรี  สว่างวงศ์ ซึ่งทุกท่านนำเสนอที่มา กิจกรรม บทเรียน ปัญหา และการขยับต่อในช่วงต่อไปได้อย่างชัดเจน ตำนานมูลศาสนาของวัดบ้านเอื้อมที่เลือกมาแปลครั้งนี้ มีต้นฉบับขนาด 48 หน้าปั๊ปสา โดยมีแผนแปลออกมา 4 รุ่นคือ 1) ภาษาล้านนา 2) ภาษาปริวรรต 3) ภาษาคำเมือง 4) ภาษาไทย ได้มีโอกาสนำเสนอเรื่องการจัดทำหรือการนำพจนานุกรมภาษาล้านนามาใช้ในโครงการ นอกเหนือจากที่โครงการได้จัดทำแบบฝึกหัดที่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของอาจารย์อัศนีย์ ณ น่าน ว่าน่าจะนำวรรณกรรมอ้างอิงในพื้นที่อื่นมาใช้ประโยชน์ หลังเสร็จการประชุมคุณภัทรา มาน้อย เฉลยว่าทีมนี้ได้มีการใช้ Social Mapping ทำให้สามารถนำเสนอได้อย่างเป็นลำดับเริ่มจากนำเสนอเรื่องคนและความรู้ (Social) ข้อมูล (Map) และกิจกรรม (Ing)
                      ร่วมแลกเปลี่ยนกับการนำเสนอโครงการใหม่ของเยาวชนโรงเรียนพัฒนาสังคม คุณกมลธสรณ์ ยอดกำลัง นำเยาวชนของอำเภอห้างฉัตรมานำเสนอ เยาวชนอธิบายได้ชัดเจนกันทุกคน ผมมีโอกาสนำเสนอว่าน่าจะหาชื่อโครงการมาเป็นธง วัตถุประสงค์ สรรหาคนที่เข้ามามีบทบาท ประเด็น และกิจกรรม โดยสิ่งแรกที่ต้องทำคือการหาชื่อโครงการ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น ทีมเยาวชนที่มานำเสนอมีความเข้าใจกิจกรรมที่ทำอยู่ในโรงเรียนพอสมควร จึงเสนอชื่อโครงการว่า “รูปแบบโรงเรียนต้นแบบเชิงบูรณาการบ้าน วัด โรงเรียน” แต่หลังจากแลกเปลี่ยนร่วมกันในเวที ได้มีข้อสังเกตว่าเยาวชนอายุประมาณ 10 – 15 ปี น่าจะมีขอบเขตไม่กว้างหรือลึกเกินไปนัก จึงเสนอชื่อโครงการใหม่ว่า “แนวทางการพัฒนาเยาวชนโรงเรียนพัฒนาสังคม” เพราะที่มากันครั้งนี้เนื่องจากเกาะกลุ่มจากการใช้โรงเรียนพัฒนาสังคมเป็นฐาน และที่เสนอไปก็เพื่อให้มีการนำไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในพื้นที่ใหม่ ก่อนที่จะกลับมานำเสนอในเวที เพื่อทบทวนและร่วมให้ความเห็นกันอีกครั้ง
http://www.thaiall.com/blog/burin/226/

โพสท์ใน งานวิจัยและบริการวิชาการ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน อ.อัศนีย์ร่วมเวทีวิจัยที่ศูนย์ประสานงานวิจัยฯ

นิเทศนักศึกษาฝึกงานเกี่ยวกับการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์

กสท

เยี่ยมนักศึกษาฝึกงานที่ กสท.ลำปาง

      บ่ายวันหนึ่งผู้เขียนไปนิเทศนักศึกษาฝึกงาน คือการตรวจเยี่ยมนักศึกษาและผู้ประกอบการที่รับนักศึกษาเข้าไปฝึกปฏิบัติงานหลังจากศึกษาเล่าเรียนจนมีความรู้ติดตัวไปส่วนหนึ่ง จากการฝึกงานจะทำให้พวกเขาได้สัมผัสกับงานจริง และฝึกทำงานร่วมกับผู้อื่น หลังฝึกงานต้องนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอาจารย์และเพื่อน ก่อให้เกิดการจัดการความรู้ระหว่างนักศึกษา และอาจารย์ สำหรับอาจารย์จะพิจารณานำประเด็นที่ได้เรียนรู้ไปปรับหลักสูตรเพื่อบ่มเพาะนักศึกษาให้เหมาะกับความต้องการของผู้ประกอบการ นำไปจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อเติมเต็มศักยภาพของนักศึกษาที่ยังมีเวลาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยหลังกลับจากการฝึกงาน
       บ่ายวันนั้นได้เข้าไปที่บริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด พบกับคุณพิมพ์ศิริ จันทรราช สำนักงานบริการลูกค้า และคุณวสุพล พวงสุวรรณ ผู้ดูแลงาน CAT2Call & e-Auction ซึ่งดูแลลูกศิษย์ และนำออกไปทำงานนอกสำนักงานหลายครั้ง จึงได้รู้ว่าส่วนราชการในปัจจุบันนำการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ไปใช้อย่างจริงจังตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2549 เพื่อความสะดวก โปร่งใส ใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างคุ้มค่า โดยกสท.ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์จากกระทรวงการคลัง ตั้งแต่มกราคม 2549
       บริษัทจะนำเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปติดตั้งในที่ทำการของส่วนราชการ สำหรับการคัดเลือกผู้เสนอราคา (ฺBidder) แบบ Real Time โดยเปิดให้เสนอราคาได้ทั้งแบบประมูลซื้อ และประมูลขายตามแต่กรณี ในช่วงเวลาที่นัดหมายผู้เสนอราคาสามารถส่งราคาของตนผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจากที่ใดก็ได้เข้าไปยังเครื่องบริการที่ตั้งอยู่ในสำนักงานใหญ่ของ กสท. ส่วนคณะกรรมการจะเลือกผู้ชนะการประมูลที่เสนอราคาที่ดีที่สุดผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่กสท.จัดเตรียมไว้ และประกาศผลอย่างรวดเร็วผ่านเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง คือ gprocument.go.th นี่เป็นวัตกรรมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร และประเทศชาติ เป็นตัวอย่างการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตแบบภาครัฐถึงภาคธุรกิจ (G-to-B) ที่จำกัดวงการใช้บริการเพียงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องบนระบบความปลอดภัยที่เหมาะสม หากนักศึกษาฝึกงานเข้าใจในระบบและกลไกก็สามารถนำหลักการไปปรับใช้กับธุรกรรมในลักษณะใดก็ย่อมได้ กรณีนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่นักศึกษาฝึกงานได้รับประสบการณ์และนำกลับไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยจนเกิดการพัฒนาคนแบบต่อยอดต่อไป ( http://www.gprocument.go.th )
http://www.thaiall.com/blog/burin/214/

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน นิเทศนักศึกษาฝึกงานเกี่ยวกับการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์

งานบุญ งานสัมมนา งานวิจัย กับกาแฟ 3 แก้ว

1) เช้าที่ 28 มีค52 ผมมีนัดหมายไปร่วมงานบุญบวชเณรที่วัดต่าง ๆ กับรถตู้ของสถาบัน
ตั้งแต่ 7.45 น. ก็วางแผนว่าจะไปเรียบร้อยดี แต่เกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับการขับถ่าย
ทำให้ผมเดินทางไปสถานที่นัดหมายประมาณ 7.55 น. พบว่าล้อหมุนไปแล้ว จึงตกรถ
นี่เป็นครั้งที่ 2 ห่างกันไม่ถึงปีที่ผมพลาดงานบุญเป็นชุดเช่นนี้ เพราะเคยไปไหว้พระ 9 วัด
กับพระครูที่วัดไหล่หินลุ่ม ไปกันเป็นคาราวาน แต่วัดที่ 8 เกิดมีรถหลงทาง 2 คัน
และรถของผมก็เป็น 1 ในนั้น มาครั้งนี้ไปไกล ครอบครัวก็ไม่ได้ไป จึงตัดสินใจไม่ตาม
สรุป : การวางแผนเดินทาง ต้องเผื่อเรื่องห้องน้ำ และรถเสีย ไว้พอประมาณ
2) อันที่จริง ผมมีนัดเข้าสัมมนาการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรที่ 2 แต่เคยปฏิเสธไป
เรื่อง วิทยากรกระบวนการ โดย สกว.สำนักงานภาค ห้องสมุดประชาชนเทศบาลนครลำปาง
จึงโทรไปถามว่าในทีมผมไปแล้ว 3 คน คือ พ่อกำนัน แพทย์ และป้ากิม เพิ่มผมไปอีกคน
จะได้ไหม หลังจากเคยปฏิเสธไปแล้ว ทั้งจิ๋ม และจิ๊ปซึ่งเป็นผู้จัดงานมิได้ปฏิเสธแต่อย่างใด
มีกิจกรรมที่ช่วงบ่ายออกไปเสนอกระบวนการจัดตั้งคณะกรรมการกองทุนเงิน 10 ล้าน
ของหมู่บ้าน ผมมีโอกาสสมมติตนเองเป็นกำนัน และจัดเวทีหมวดยกร่างกฎ ให้มานำเสนอ
ตกเย็นก็มีผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ข้อเสนอแนะ ได้ประสบการณ์ และวิธีแก้สถานการณ์ดีมาก
สรุป : อาจสวมหมวกหลายใบ ไม่มีใครสวมทุกใบแล้วไม่พบปัญหา ต้องเลือกตามเหตุอันควร
3) กลับบ้าน ก็พบว่าตัวเองมีปัญหาเรื่องหัวใจ จนเขียนบทความกับรายงานวิจัยไม่ได้
คิดว่าถ้าเดินคลายเครียดอาจหาย ก็นึกขึ้นได้ว่าตอนเย็นดื่มกาแฟแก้วที่ 3 เข้าไปแล้ว
จึงมีอาการทางหัวใจที่เต้นไม่ปกติ พอทราบสาเหตุก็สบายใจ ว่าเดี๋ยวดื่มน้ำเยอะ ก็คงดีขึ้น
ตกดึกจึงนั่ง clear งบประมาณงานวิจัย ตามเอกสาร ต้องรอกิจกรรมอีก 3 รายการ
ที่จะเกิดขึ้น จึงจะ clear ได้ ซึ่งโครงการขอขยายการเขียนรายงานและสรุปไป 2 เดือน
ตามคำแนะนำของผู้ประสานงาน ซึ่งผมก็ว่าดี จะได้ไม่เร่งกิจกรรมสรุปผลในเดือนเมษายน
สรุป : ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ กินเป็นตัวกำหนดที่เราเป็น กินอะไรก็เป็นอย่างนั้น
4) วางแผนว่าพรุ่งนี้ไม่ไปร่วมงานบวชอีกวัน เพราะอยาก clear บทความที่ลงฅนเมืองเหนือ
ให้เสร็จสัก 2 เรื่อง เพราะวันนี้ตอนสัมมนา เขียน draft เรื่องเทคโนโลยีกับนวัตกรรม
แต่ draft อีก 2 เรื่องที่เขียนไว้ยังไม่ได้ prove และ public ถ้าไปงานบวชตกเย็นคงเพลีย
ก็คิดว่าคืนนี้จะนั่งสมาธิแผ่เมตตา แทนการไปงานบวช เพื่อสร้างกุศลแทนกัน ก็คงไม่น่าเกียจ
สรุป : วันนี้คือปัจจุบัน พรุ่งนี้คือสิ่งที่อาจไปไม่ถึง ก็คงมีสักวัน ที่ไปไม่ถึงวันพรุ่งนี้
http://www.thaiall.com/blog/burin/57/

โพสท์ใน วิทยาการคอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน งานบุญ งานสัมมนา งานวิจัย กับกาแฟ 3 แก้ว

แถลงข่าวประกาศใช้ข้อตกลงในการจัดการงานศพฯ

งานแถลงข่าว

งานแถลงข่าว

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2552 นายทรงศักดิ์ แก้วมูล ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลไหล่หิน ร่วมกับผศ.บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ หัวหน้าโครงการวิจัยรูปแบบการจัดการงานศพโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในบทบาทอาจารย์มหาวิทยาลัยโยนกร่วมกับนักวิจัยในพื้นที่ทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จัดงานแถลงข่าวการประกาศใช้รูปแบบการจัดการงานศพโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตำบลไหล่หิน โดยได้รับเกียตรติจากนายชนะเกียรติ เจริญหล้า นายอำเภอเกาะคา เป็นประธานในพิธีมอบป้ายไวนิล ป้ายประชาสัมพันธ์ประเด็นข้อตกลง และเอกสารประกาศข้อตกลง แก่ตัวแทนผู้นำทั้ง 6 หมู่บ้านที่ทำงานร่วมกันมากว่า 2 ปี ณ ศาลาเอนกประสงค์วัดไหล่หินหลวง โดยมีผู้สูงอายุ นักวิจัยในตำบล หัวหน้าส่วนราชการ และนักวิจัยที่สังกัดศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดลำปาง เข้าไปร่วมเป็นเกียรติ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงวิธีวิทยาของโครงการวิจัยครั้งนี้ หลังเสร็จพิธีนางสาวภัทรา มาน้อย พี่เลี้ยงโครงการวิจัยพื้นที่จังหวัดลำปาง ร่วมกับสภาวัฒนธรรมตำบลไหล่หินจัดพิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุในตำบล นักวิจัยอวุโส ปลัดอาวุโส และนายอำเภอเกาะคา (news_announce.zip 15 MB)
ลงข่าวในหนังสือพิมพ์ฅนเมืองเหนือหน้า 19 ฉบับวันที่ 20-26 เมษายน 2552
http://www.thaiall.com/blog/burin/85/

โพสท์ใน งานวิจัยและบริการวิชาการ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน แถลงข่าวประกาศใช้ข้อตกลงในการจัดการงานศพฯ

กำลังใจ

พี่น้องผองเพื่อนโยนกทุกท่าน อีกหนึ่งเดือนเท่านั้นเทอมใหม่ นักศึกษาใหม่ก็จะมาถึงแล้ว ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนกำลังตั้งใจรอการเดินทางมาของนักศึกษาใหม่ แต่พี่น้องครับลองสังเกตุวิธีการขายหรือการตลาดใหม่ ๆ ดูนะครับ ผมเห็นคนขายของเขาเดินหาลูกค้า พูดหรือแสดงสินค้าให้เห็นทุกโอกาสที่มี ดังนั้นพี่น้องโยนกทุกท่าน หากพวกเราช่วยกันพูดแนะนำโยนกให้กับทุกคนทุกโอกาสที่มี โดยไม่ต้องรอให้เป็นหน้าที่ของผู้รับผิดชอบพูดอยู่คนเดียว ผมเชื่อว่ายังมีลูกค้าของเราอีกมากที่ยังต้องการเป็นส่วนหนึ่งของเรา แล้วเราก็จะมีสมาชิกใหม่ที่มากขึ้นผมเชื่ออย่างนั้น  มีวาทะโบราณที่ผมเคยได้ยินมาครับที่ว่า “ทำธุรกิจหรือค้าขายไม่โฆษณาก็เหมือนหลิ่วตาให้นารีในที่มืด” ช่วยกันครับ กำลังใจล้วน ๆ

โพสท์ใน ทั่วไป | ปิดความเห็น บน กำลังใจ

นำบทความดี ๆ มาให้อ่านครับ

การพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อความสำเร็จขององค์กร

 

             ทุนมนุษย์หมายถึง ความรู้ ความสามารถ ตลอดจนทักษะหรือความชำนาญ รวมถึงประสบการณ์ของแต่ละคนที่สั่งสมอยู่ในตัวเอง และสามารถจะนำสิ่งเหล่านี้มารวมเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นศักยภาพขององค์กร หรือเป็นทรัพยากรที่สำคัญและมีคุณค่า ซึ่งจะทำให้องค์กรนั้นมีความสามารถสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขัน

          ดังนั้นการที่องค์กรจะจัดการหรือหาวิธีการที่จะทำให้คนแต่ละคนในองค์กรใช้ศักยภาพ หรือความรู้ความสามารถที่มีมาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้นั้นจึงต้องมีความเข้าใจในคุณสมบัติของทรัพยากรบุคคลที่มีความแตกต่างจากทรัพยากรอื่น ๆ คือ

1.       คนเป็น สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Asset)

2.       ไม่มีค่าเสื่อมเหมือนทรัพย์สินอื่น

3.       คนคือ ทุน” (Human Capital) ที่สามารถสร้าง มูลค่าเพิ่มได้เสมอ

คนเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่จะผลักดันให้องค์กรไปถึงเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ปัญหาอยู่ที่ว่าคนในองค์กรของคุณสักกี่คนที่จะเป็นนักคิด หรือมีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ก่อให้เกิดความพึงพอใจของลูกค้า เพราะหลายองค์กรมักจะจำกัดคนที่จะเป็นนักคิดสร้างสรรค์ หรือมีหน้าที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาสินค้าหรือบริการใหม่ ๆ ไว้เพียงบางฝ่าย โดยยึดติดรูปแบบการทำงานตามหน้าที่ (Functions) ของงานที่แบ่งเป็นฝ่าย ส่วน แผนกเป็นหลัก

ทราบหรือไม่ว่าพลาสเตอร์ยา Band-aid เกิดจากความคิดพนักงานบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ที่ชื่อเอิร์ล ดิกสันซึ่งไม่ได้มีหน้าที่เป็นนักวิจัยอะไรเลย เพียงแต่ว่าภรรยาของเขาถูกมีดบาด ก็เลยทำแผลให้ภรรยาด้วยการใส่ยา แล้วนำผ้าก็อซมาวางและปิดเทปกาวจนเกิดไอเดียนี้ขึ้นมา หากในวันนั้นผู้บริหารมองว่า เขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่วิจัยผลิตภัณฑ์ ไม่ได้มีหน้าที่เสนอไอเดียอะไรสำหรับสินค้าขององค์กร วันนี้อาจจะไม่มีพลาสเตอร์ยาในโลกนี้ก็ได้ หรือถ้ามีอาจไม่ใช่จอห์นสันแอนด์จอห์นสันเป็นผู้ผลิตรายแรกก็ได้

ย้อนกลับมาที่องค์กรของคุณ วันนี้องค์กรของคุณส่งเสริมคนในองค์กรให้มีความพร้อมในการแข่งขันกับคู่แข่งมากน้อยแค่ไหนแล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างความพร้อมและความสามารถให้กับทุกคนในหน่วยงาน ไม่ใช่ไปสร้างไว้กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งโดยเฉพาะ และต้องมีวิธีคิดใหม่ในเรื่องของการค้นหาศักยภาพหรือความสามารถในองค์กรของคุณให้พบ โดยไม่ไปใช้ข้อจำกัดตามลักษณะงานหรือตามหน้าที่ง่าย หรือตามตำแหน่งที่เขาทำอยู่ เพื่อสร้างทุนมนุษย์ในองค์กรของคุณให้มีความพร้อมที่จะแข่งขันกับคู่แข่งได้ตลอดเวลา และในทุกสถานการณ์    พูดง่าย ๆ ว่าองค์กรต้องหาความร่วมมือร่วมใจจากพนักงานทุกคนโดยไม่เลือกหมู่เหล่า  ใครมีไอเดียหรือวิธีการจะคิดหรือเสนอแนะอะไรที่น่าสนใจ ก็จะต้องรับมาพิจารณาเพื่อต่อยอดความคิดนั้น ซึ่งจะทำให้องค์กรของคุณอยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงนี้ได้ในที่สุด

             จากกรณีของเอิร์ล ดิกสัน กับพลาสเตอร์ยานั้น เขาสามารถคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ได้ด้วยประสบการณ์ของตนเอง ซึ่งกว่าจะค้นพบได้คงไม่ง่ายนัก แต่น่าจะดีกว่าหากว่าองค์กรของคุณมีส่วนช่วยในด้านการพัฒนาบุคลากร เช่น ให้การฝึกอบรม สร้างการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ  ก็น่าจะทำให้องค์กรมีบุคลากรนักคิดคล้าย ๆ คุณเอิร์ลได้มากขึ้น หรือเร็วขึ้นกว่ารอให้เขาคิดได้เอง

              องค์กรกับคนในองค์กรก็เหมือนกับการปลูกต้นไม้ ถ้าเราหมั่นรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย เอาใจใส่ ก็จะทำให้ต้นไม้ออกดอกผลได้ดีกว่า มีรากที่แข็งแรงกว่าการปล่อยไปตามเรื่องตามราวอย่างแน่นอน…วันนี้องค์กรของคุณมีการวางแผนในการสร้างสมรรถนะหรือความสามารถ (Competency) ในทุนมนุษย์เพื่อให้มีความพร้อมในการแข่งขัน หรือเป็นต้นไม่ที่มีรากแข็งแรงเพื่อช่วยค้ำยันองค์กรแล้วหรือยัง

 

ที่มา : หนังสือ Training Roadmap ตาม Competency เขาทำกันอย่างไร โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์

 

        แล้วพวกเราหละ ? ผมเชื่อว่าพวกเราหลายคนก็มีความคิดที่ดีเหมือนกับเอิร์ล ดิกสัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ การยอมรับจากคนในองค์กร การแสวงหาความร่วมมือร่วมใจจากพวกเราทุกคนโดยไม่เลือกหมู่เหล่า ใช่หรือไม่  หากสิ่งที่คิดหรือเสนอแนะอะไร ถูกพิจารณาเพื่อต่อยอดความคิดนั้นด้วยกันอย่างไร้อคติ และ ภาวการณ์คุมคามหรือที่ถูกเรียกว่าภัยเงียบสามารถถูกกำจัดออกไป หรือ มีวิธีที่แสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าไม่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าจะทำให้องค์กรของเราอยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงนี้ได้ในที่สุด

                ขอให้กำลังใจกับพวกเราที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต หมั่นให้กำลังใจตัวเองนะครับ ถึงเหนื่อยถึงท้อให้ทน อย่าสนคำคนนินทา ถึงแม้เรี่ยวแรงอ่อนล้า ให้พวกเราเชื่อและศรัทธาตนเองนะครับ เชื่อมั่นและศรัทธา แม็คครับ……

โพสท์ใน บริหารธุรกิจ | ปิดความเห็น บน นำบทความดี ๆ มาให้อ่านครับ

มาดูกันว่าคุณเครียดหรือไม่

1. พูดโดยรวมแล้ว คุณเป็นคนอืดอาด ชักช้า ……….ใช่ ( ทำต่อข้อ3 )  ไม่ใช่ ( ทำต่อข้อ 2 )
2.หากมีการกำหนดส่งงานภายใน 1 เดือน คุณจะรีบทำจนเสร็จ  ….ใช่ ( ทำต่อข้อ 5 ) ไม่ใช่ ( ทำต่อข้อ 6 )
3. คนในบ้านคุณทะเลาะกันบ่อย บางครั้งเสียงดังหนวกหูจนคุณแทบบ้า   ………ใช่ (ทำต่อข้อ 4) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 6)
4. คุณขยันกว่าใคร ……..ใช่ ( ทำต่อข้อ 8) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 7)
5. คุณชอบใช้เวลาอยู่กับบ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์ ……..ใช่ ( ทำต่อข้อ 9) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 6)
6. ถึงแม้คุณกำลังยุ่งแต่ถ้าเพื่อนโทรมาหา คุณจะรับสาย ………ใช่ (ทำต่อข้อ 9) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 10)
7. ภายใน 1 สัปดาห์ มี 2 วัน วันที่คุณเข้านอนหลังเที่ยงคืน ……..ใช่ (ทำต่อข้อ 12) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 11)
8. คุณชอบร่วมกิจกรรมสังคม …….ใช่ (ทำต่อข้อ 12) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 7)
9. คุณคิดว่าชีวิตตนเองสงบ ……ใช่ ( ทำต่อข้อ 13) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 10)
10. ถ้านัดเพื่อนไว้ พอดีวันนั้นไม่อยากออกจากบ้าน คุณจะโทรเลื่อนวันนัดไหม ….ใช่ (ทำต่อข้อ 13)

      ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 14 )
11. ทุกวันคุณต้องกินขนมขบเคี้ยว …… ใช่ ( ทำต่อข้อ 15 ) ไม่ใช่ ( ทำต่อข้อ 14 )
12. คุณต้องฟังคำสั่งคนอื่นบ่อย ๆ ………ใช่ ( ทำต่อข้อ 16 ) ไม่ใช่ ( ทำต่อข้อ 15 )
13. คุณชอบออกกำลังกาย ……..ใช่ ( ทำต่อข้อ 17) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 18)
14. หากชอบใครสักคน คุณจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นพูดคุยก่อน ………ใช่ ( ทำต่อข้อ 13) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 18)
15. คุณมีอาชีพเสริมไหม ……………ใช่ ( ทำต่อข้อ 20) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 19)
16. เพราะถูกกดดัน คุณจึงทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ……..ใช่ (ทำต่อข้อ 20) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 15)
17. คุณรู้สึกพอใจกับท่าทีเปิดเผยของคุณ ………ใช่ ( ทำต่อข้อ 21) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 22)
18. คุณบอกความลับกับเพื่อนแต่บางครั้งเพื่อนกลับปากโป้งเปิดเผยความลับของคุณ
      ……..ใช่ (ทำต่อข้อ 19) ไม่ใช่ ( ทำต่อข้อ 17 )
19. คุณมีห้องนอนเป็นของตนเอง ……ใช่ ( ทำต่อข้อ 22) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 23 )
20. คุณมีเวลาดูทีวี 2 ชั่วโมงต่อวัน …….ใช่ ( ทำต่อข้อ 24) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 27 )
21. ถ้ามีคนสบประมาท คุณจะโกรธมาก ……..ใช่ ( ทำต่อข้อ 28) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 25)
22. คุณเขียนบันทึกเรื่องราวประจำวัน ……..ใช่ (ทำต่อข้อ 21) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 28)
23. ไม่ว่ามีเสียงรบกวนแค่ไหนคุณยังมีสมาธิในการทำงาน ……ใช่ ( ทำต่อข้อ 28 ) ไม่ใช่ ( ทำต่อข้อ 20 )
24. ห้องนอนคุณรกเหมือนรังหนู ………ใช่ ( คุณเป็นคนประเภท D ) ไม่ใช่ ( คุณเป็นคนประเภท C )
25. คุณมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งไว้คอยระบายปัญหาคับข้องใจ ……ใช่ (คุณเป็นคนประเภท A ) ไม่ใช่ ( ทำต่อข้อ 26 )
26. คุณเคยมีเรื่องกังวลใจอย่างหนึ่งจนนอนไม่หลับ ทั้งที่เรื่องนั้นอยู่นอกเหนือความสามารถของคุณ

…….ใช่ ( คุณเป็นคนประเภท B ) ไม่ใช่ ( คุณเป็นคนประเภท A )
27. งานของคุณต้องการความมีระเบียบวินัย ………ใช่ (ทำต่อข้อ 28) ไม่ใช่ (ทำต่อข้อ 24)
28. หากคะแนนความมั่นใจเต็ม 10 คุณคิดว่าตัวเองจะไม่น้อยกว่า 5
      ……..ใช่ ( คุณเป็นคนประเภท C ) ไม่ใช่ ( คุณเป็นคนประเภท B )

 

อ่านคำตอบ

 


คนประเภท A วางตัวสบาย ๆ คุณจะรู้สึกว่าทุกอย่างจัดการได้ เมื่อผจญวิกฤตการณ์ คุณไม่เคยสับสนหรือผิดพลาด รู้จักควบคุมตัวเอง บางครั้งจึงดูอึดอาดไปบ้าง คุณมีความ กดดันแต่พอเหมาะ เพื่อผลักดันตนเองไปสู่ความสำเร็จ ว่าแต่ว่า คุณอย่าตั้งเป้าหมายไว้ต่ำ เกินไปแล้วกัน

คนประเภท B ปล่อยวางได้ การรับมือกับความเครียดกำลังดี มั่นใจและเชื่อการตัดสินใจ ของตนเอง รู้ว่าต้องมีช่องว่างให้ตัวเองเพื่อผ่อนคลาย รักษาความสมดุลอารมณ์ให้ดี อย่า ให้เกิดความเครียดแบบไร้สาระ แค่นี้ชีวิตก็มีความสุขแล้ว

คนประเภท C เครียดจัด คุณรู้สึกท้อแท้กับแบบทดสอบนี้ไหม และสังเกตบ้างหรือเปล่า ก่อนจะฟังความคิดเห็นของผู้อื่น คุณกล้าแสดงความเห็นขนาดไหน ความกดดันต่าง ๆ ในใจของคุณมาจากความไม่เชื่อมั่นตนเอง คุณควรจัดการชีวิตให้เป็นและแก้ไขสถานการณ์ เฉพาะหน้าให้ได้ คำแนะนำคือ ก่อนอื่นจัดการภาระวุ่นวายให้เสร็จ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง ถ้า อยากพักผ่อนก็ควรพัก แล้วคุณจะรู้ว่าคุณสามารถกุมชะตาชีวิตตัวเองไว้ได้

คนประเภท D สัญญาณขอความช่วยเหลือความเครียดของคุณมากจนสมองจะระเบิด ต้อง หยุดกดดันตัวเองบ้าง ชีวิตมีเรื่องราวให้ทำมากก็จริงอยู่ แต่คุณเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา มี แค่ 2 มือ 2 ขาเท่านั้น หากมีกิจกรรมสังคมมากไป ก็เพลา ๆ ลงบ้าง เลือกทำแต่ที่มี ประโยชน์ ไร้สาระก็ควรตัดไปบ้าง หาเวลาว่างให้ตัวเองผ่อนคลายความเครียด ความกดดัน จะค่อย ๆ มลายหายไปเอง

โพสท์ใน ทั่วไป | ปิดความเห็น บน มาดูกันว่าคุณเครียดหรือไม่

รักษาสุขภาพนะจ๊ะ

หน้าร้อน อากาศร้อน ระวังท้องเสียนะค่ะ

โพสท์ใน ทั่วไป | ปิดความเห็น บน รักษาสุขภาพนะจ๊ะ

รายชื่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 175 เขต ทั่วประเทศ

จากการที่ได้มีโอกาสเป็นคณะกรรมการวางแผนรณรงค์รับนักศึกษา ปีการศึกษา 2553 ของมหาวิทยาลัยโยนก และได้รับมอบหมายให้ค้นหารายชื่อ สพท.ทั่วประเทศ จำนวน 175 เขต เพื่อเป็นประโยชน์ในการทำงาน แต่หลังจากที่ได้ค้นหาจาก google แล้วหาไฟล์ที่รวบรวมได้ยากมาก จึงเกิดแนวคิดในการรวบรวมเป็นไฟล์เพื่อประโยชน์ต่อผู้ใช้งานท่านอื่นๆ ต่อไป ดังนี้
รายชื่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ
1. กระบี่    2. กรุงเทพมหานคร เขต 1    3. กรุงเทพมหานคร เขต 2   4. กรุงเทพมหานคร เขต 3  5. กาญจนบุรี เขต 1  6. กาญจนบุรี เขต 2  7. กาญจนบุรี เขต 3  8. กาฬสินธุ์ เขต 1  9. กาฬสินธุ์ เขต 2  10. กาฬสินธุ์ เขต 3  11. กำแพงเพชร เขต 1  12. กำแพงเพชร เขต 2  13. ขอนแก่น เขต 1  14. ขอนแก่น เขต 2  15. ขอนแก่น เขต 3  16. ขอนแก่น เขต 4  17. ขอนแก่น เขต 5  18. จันทบุรี เขต 1  19. จันทบุรี เขต 2  20. ฉะเชิงเทรา เขต 1  21. ฉะเชิงเทรา เขต 2  22. ชลบุรี เขต 1  23. ชลบุรี เขต 2  24. ชลบุรี เขต 3  25. ชัยนาท
26. ชัยภูมิ เขต 1  27. ชัยภูมิ เขต 2  28. ชัยภูมิ เขต 3  29. ชุมพร เขต 1  30. ชุมพร เขต 2   31. เชียงราย เขต 1  32. เชียงราย เขต 2   33. เชียงราย เขต 3   34. เชียงราย เขต 4
35. เชียงใหม่ เขต 1   36. เชียงใหม่ เขต 2   37. เชียงใหม่ เขต 3   38. เชียงใหม่ เขต 4
39. เชียงใหม่ เขต 5   40. ตรัง เขต 1   41. ตรัง เขต 2   42. ตราด   43. ตาก เขต 1   44. ตาก เขต 2   45. นครนายก   46. นครปฐม เขต 1   47. นครปฐม เขต 2   48. นครพนม เขต 1   49. นครพนม เขต 2   50. นครราชสีมา เขต 1   51. นครราชสีมา เขต 2   52.    ครราชสีมา เขต 3   53. นครราชสีมา เขต 4   54. นครราชสีมา เขต 5   55. นครราชสีมา เขต 6
56. นครราชสีมา เขต 7   57. นครศรีธรรมราช เขต 1   58. นครศรีธรรมราช เขต 2   59. นครศรีธรรมราช เขต 3   60. นครศรีธรรมราช เขต 4   61. นครสวรรค์ เขต 1   62. นครสวรรค์ เขต 2   63. นครสวรรค์ เขต 3   64. นนทบุรี เขต 1   65. นนทบุรี เขต 2
66. นราธิวาส เขต 1   67. นราธิวาส เขต 2   68. น่าน เขต 1   69. น่าน เขต 2   70. บุรีรัมย์ เขต 1   71. บุรีรัมย์ เขต 2   72. บุรีรัมย์ เขต 3   73. บุรีรัมย์ เขต 4   74. ปทุมธานี เขต 1
75. ปทุมธานี เขต 2   76. ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1   77. ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2   78. ปราจีนบุรี   79. ปัตตานี เขต 1   80. ปัตตานี เขต 2   81. พระนครศรีอยุธยา เขต 1   82. พระนครศรีอยุธยา เขต 2   83. พะเยา เขต 1   84. พะเยา เขต 2   85. พังงา   86. พัทลุง
87. พิจิตร เขต 1   88. พิจิตร เขต 2   89. พิษณุโลก เขต 1   90. พิษณุโลก เขต 2   91. พิษณุโลก เขต 3   92. เพชรบุรี เขต 1   93. เพชรบุรี เขต 2   94. เพชรบูรณ์ เขต 1   95. เพชรบูรณ์ เขต 2   96. เพชรบูรณ์ เขต 3   97. แพร่ เขต 1   98. แพร่ เขต 2   99. ภูเก็ต
100. มหาสารคาม เขต 1   101. มหาสารคาม เขต 2   102. มุกดาหาร   103. แม่ฮ่องสอน เขต 1   104. แม่ฮ่องสอน เขต 2   105. ยโสธร เขต 1   106. ยโสธร เขต 2   107. ยะลา เขต 1   108. ยะลา เขต 2   109. ร้อยเอ็ด เขต 1   110. ร้อยเอ็ด เขต 2  111. ร้อยเอ็ด เขต 3   112. ระนอง   113. ระยอง เขต 1   114. ระยอง เขต 2   115. ราชบุรี เขต 1   116. ราชบุรี เขต 2   117. ลพบุรี เขต 1  118. ลพบุรี เขต 2  119. ลำปาง เขต 1  120. ลำปาง   ขต 2  121. ลำปาง เขต 3  122. ลำพูน เขต 1   123. ลำพูน เขต 2   124. เลย เขต 1   125. เลย เขต 2   126. ศรีสะเกษ เขต 1   127. ศรีสะเกษ เขต 2   128. ศรีสะเกษ เขต 3   129. ศรีสะเกษ เขต 4    130. สกลนคร เขต 1   131. สกลนคร เขต 2   132. สกลนคร เขต 3   133. สงขลา เขต 1    134. สงขลา เขต 2   135. สงขลา เขต 3   136. สตูล   137. สมุทรปราการ เขต 1   138. สมุทรปราการ เขต 2   139. สมุทรสงคราม   140. สมุทรสาคร
141. สระแก้ว เขต 1   142. สระแก้ว เขต 2   143. สระบุรี เขต 1   144. สระบุรี เขต 2
145. สิงห์บุรี   146. สุโขทัย เขต 1   147. สุโขทัย เขต 2   148. สุพรรณบุรี เขต 1   149. สุพรรณบุรี เขต 2   150. สุพรรณบุรี เขต 3   151. สุราษฎร์ธานี เขต 1   152. สุราษฎร์ธานี เขต 2   153. สุราษฎร์ธานี เขต 3   154. สุรินทร์ เขต 1   155. สุรินทร์ เขต 2   156. สุรินทร์ เขต 3   157. หนองคาย เขต 1   158. หนองคาย เขต 2   159. หนองคาย เขต 3   160. หนองบัวลำภู เขต 1   161. หนองบัวลำภู เขต 2   162. อ่างทอง   163. อำนาจเจริญ   164. อุดรธานี เขต 1  165. อุดรธานี เขต 2   166. อุดรธานี เขต 3   167. อุดรธานี เขต 4   168. อุตรดิตถ์ เขต 1   169. อุตรดิตถ์ เขต 2   170. อุทัยธานี   171. อุบลราชธานี เขต 1   172. อุบลราชธานี เขต 2   173. อุบลราชธานี เขต 3   174. อุบลราชธานี เขต 4   175. อุบลราชธานี เขต 5

โพสท์ใน บริหารธุรกิจ | ปิดความเห็น บน รายชื่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 175 เขต ทั่วประเทศ

สวัสดีครับ

เทคนิคการฝึกอบรม
เทคนิคการฝึกอบรมเป็นกิจกรรมที่สำคัญต่อการจัดฝึกอบรมเป็นอย่างมากเพราะการอบรม   เพื่อเพิ่มพูนสรรถภาพและประสิทธิภาพของบุคคล   ในด้านความรู้ความเข้าใจ   ทักษะและทัศนคติของผู้เข้ารับการฝึกอบรมอันจะทำให้สามารถนำสิ่งที่ฝึกอบรมให้นั้นไปปรับใช้ได้กับการปฏิบัติงานจริง   ซึ่งการสร้างภาวะการเรียนรู้เพื่อเพิ่มพูนสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวนั้น   ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการประยุกต์   และเลือกใช้เทคนิคและวิธีการฝึกอบรมรวมถึงสื่อการสอนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม   เนื้อหาสาระในการหลักสูตร   ผู้เข้ารับการฝึกอบรม   ความรู้และความสามารถของผู้เป็นวิทยากรในการเลือกเทคนิคที่จะถ่ายทอด   สถานที่   สิ่งอำนวยความสะดวก   เครื่องมือเครื่องใช้   และวัสดุอุปกรณ์   รวมทั้งโสตทัศนูปกรณ์   ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ในแต่ละโครงการฝึกอบรม   ตลอดจนค่าใช้จ่าย   ฯลฯ   เป็นต้น

ความหมายของเทคนิคการฝึกอบรม
วิธีการ   หรือเครื่องมือ   หรือกิจกรรม   ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร   และสื่อความหมายระหว่างผู้ที่เป็นวิทยากรกับผู้เข้ารับการฝึกอบรม   หรือระหว่างผู้เข้ารับการฝึกอบรมด้วยกัน   หรือระหว่างบุคคลอื่นใด   ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมในกระบวนการฝึกอบรมเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคลด้านความรู้   ทักษะ   และทัศนคติของผู้เข้ารับการฝึกอบรมในระดับที่ต้องการ   เพื่อนำความรู้   ทักษะ   และทัศนคติไปใช้ในการปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเภทของเทคนิคในการฝึกอบรม

การบรรยาย ( Lecture )
การบรรยาย   เป็นเทคนิควิธีที่ใช้ในการถ่ายทอดความคิดเห็น   ความรู้   ตลอดจนข้อมูล   ข้อเท็จจริงให้แก่ผู้ฟัง   เป็นเทคนิคที่แพร่หลายและสามารถใช้ประกอบกับเทคนิคอื่น ๆ ได้   แต่มีจุดด้อยตรงที่ลักษณะของการบรรยายจะเป็นระบบสื่อสารทางเดียว   ยิ่งถ้ามีเวลาจำกัดโอกาสที่จะให้ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมในการซักถาม   หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่บรรยายจะไม่มี   ผู้บรรยายไม่สามารถประเมินได้ว่าเมื่อจบการบรรยายแล้วผู้ฟังมีความรู้   ความเข้าใจ   ในสิ่งที่บรรยายมากน้อยเพียงใด   ซึ่งอาจจะต้องพิจารณาจากผลกระทบที่เกิดจากการบรรยายความสำเร็จของการบรรยายจะขึ้นอยู่กับความสามารถและประสบการณ์ของผู้บรรยาย   กล่าวคือผู้บรรยายบางคนสามารถบรรยายเรื่องที่ยากต่อการทำความเข้าใจให้ผู้ฟังเกิดความสนใจเกิดความกระจ่างเกิดเป็นรูปธรรม   นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง   ถ้าจะพิจารณาอย่างผิวเผินแล้วอาจคิดว่าการบรรยายเป็นสิ่งที่ง่าย   สามารถใช้ได้ทุกโอกาส   ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วถ้าจะให้การบรรยายเกิดประสิทธิภาพ   และประสบความสำเร็จ   มีส่วนที่ต้องดำเนินการ   2  ส่วน   คือ   การเตรียมตัวในการบรรยาย   กับการบรรยาย

ข้อดี
1.  การบรรยายเป็นเทคนิคที่ง่ายต่อการใช้   ผู้ที่มีประสบการณ์จะใช้เวลาในการเตรียมตัวน้อยลง
2.  เนื้อหาสาระที่ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้เวลาในการอบรมด้วยวิธีอื่น
3.  สามารถให้การอบรมคนเป็นจำนวนมาก ๆ ในแต่ละครั้ง
4.  สะดวกและช่วยลดภาระงานด้านการจัดการของฝ่ายฝึกอบรม
5.  สามารถเน้นเนื้อหาระได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการอบรม
6.  การบรรยายนอกจากจะใช้เป็นเทคนิคเฉพาะแล้ว   ยังสามารถนำไปเป็นเครื่องมือในการฝึกเทคนิคอื่น ๆ เช่น   การฝึกปฏิบัติงานจริงจำเป็นต้องใช้การบรรยายนำก่อน   จึงอาจกล่าวได้ว่า   การบรรยายเป็นเทคนิคพื้นฐานของเทคนิคพื้นฐานของเทคนิคอื่น   ๆ

ข้อจำกัด
1.  ประสิทธิภาพของการบรรยายขึ้นอยู่กับความสามารถและประสบการณ์ของวิทยากร
2.  การบรรยายเป็นลักษณะการสื่อสารทางเดียว   ถ้าไม่เปิดโอกาสให้มีการซักถาม   จะไม่สามารถประเมิน ได้ว่า   ผู้ฟังมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่บรรยายเพียงใด
3.  การบรรยายไม่อาจใช้กับทุกเรื่องได้   เช่น   เรื่องที่ต้องการข้อสรุปเพื่อการนำไปปฏิบัติการ
4.  ช่วงความสนใจในการฟังของบุคคลแต่ละวัย   แต่ละระดับบุคคลในองค์การมีขีดจำกัด   หากใช้เวลาใน การบรรยายมากเกินไป   จะไม่เกิดผลตามความมุ่งหมายที่กำหนด

สรุป
การบรรยายที่มีการซักถามเป็นเทคนิคการฝึกอบรมที่เหมาะกับการฝึกอบรมที่มีวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ความรู้   ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล   การยอมรับของผู้ที่มีส่วนร่วม   การเปลี่ยนทัศนคติ   ทักษะการแก้ปัญหา   แต่ไม่เหมาะสำหรับความรู้ที่ได้จากการอบรมเพื่อเสริมสร้างประสมการณ์ในแนวใหม่

การอภิปราย( Discussion)
การอภิปราย   คือ   การที่กลุ่มคนที่มีความสนใจในปัญหาหรือเรื่องเดียวกัน   ต้องการที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันด้วยวิธีการวิเคราะห์   และพิจารณาโดยอาศัยความคิดเห็นร่วมกัน

1.  การอภิปรายเป็นคณะ ( Panel Discussion)
เป็นการการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และมีประสบการณ์มาให้ความคิดเห็นหรือทรรศนะในเรื่องเดียวกัน   จำนวนผู้อภิปรายอาจจะมีประมาณ   3-5 คน   ในการอภิปรายผู้ทรงคุณวุฒิจะอภิปรายในลักษณะที่สนับสนุนหรือให้เหตุผลโต้แย้งผู้ทรงคุณวุฒิด้วยกัน   เพื่อให้ความคิดกว้างไกลออกไป   และตอนท้ายผู้ดำเนินการอภิปราย    (Moderator) จะเป็นผู้สรุปความคิดเห็นของผู้สรุปความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ

2.  การอภิปรายแบบชุมนุมปาฐกถา ( Symposium Discussion) 
เป็นการอภิปรายที่เชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความรู้ในเรื่องที่สนใจในแต่ละด้าน   มาร่วมเป็นองค์ ปาฐก   ผู้ฟังหรือผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะมีความรู้ความเข้าใจตามเรื่องและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

ข้อดี
1.  การอภิปรายช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในการฟังของผู้ฟังหรือผู้เข้ารับการอบรม   โดยได้สัมผัสกับแนวและ วิธีการพูดของผู้อภิปรายในลักษณะหลากหลาย   โดยเฉพาะการพูดโต้แย้งในการอภิปรายเป็นคณะ
2.  การอภิปรายเป็นคณะช่วยสร้างแนวคิดให้แก่ผู้ฟังในทรรศนะที่ต่างกัน   ทำให้เกิดความความรอบคอบ ในการตัดสินใจเลือกแนวทางที่ดีที่สุด   ส่วนการอภิปรายแบบชุมนุมปาฐกถา   ผู้ฟังจะรับความรู้จาก ผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะทาง   ทำให้รู้จริง   ได้ประโยชน์เต็มที่
3.  การอภิปรายเป็นการแสวงหาข้อสรุปและแนวทางในการแก้ปัญหาของผู้ที่มีความสนใจร่วมกันใน ลักษณะที่มีความเป็นไปได้ของการนำไปใช้   เพราะความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิที่มาอภิปรายบาง เรื่องผู้ฟังรับได้   บางเรื่องต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมซึ่งสามารถทำได้ในได้ในช่วงของคาบการ อภิปราย ( Forum period) 
4.  การอภิปรายทั้งสองแบบสามารถใช้ได้กับคนกลุ่มใหญ่

ข้อจำกัด
1.  ผู้ดำเนินการอภิปรายจะต้องเป็นผู้มีความสามารถและประสบการณ์เกี่ยวกับการอภิปราย   จึงจะสามารถ ควบคุมการอภิปรายให้ดำเนินไปสู่เป้าหมาย   และเวลาของการอภิปรายที่กำหนดไว้
2.  การพิจารณาเลือกเชิญผู้อภิปรายมีความสำคัญมาก   หากได้ผู้มีความรู้และประสบการณ์สูงจะทำให้การ อภิปรายเกิดผลดีและให้การอภิปรายเกิดผลดีและให้ประโยชน์แก่ผู้ฟัง
3.  ผู้แม้จะมีส่วนร่วมในคาบของการอภิปราย   แต่จัดว่ายังมีส่วนร่วมน้อยบางครั้งบรรยายกาศไม่ส่งเสริม ทำให้ผู้ฟังไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเท่าที่ควร

การสาธิต( Demonstration)
เป็นการแสดงให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เห็นการปฏิบัติจริงซึ่งการกระทำหรือปฏิบัติจริงซึ่งการ กระทำหรือปฏิบัติจริงจะมีลักษณะคล้ายการสอนงาน   การสาธิตนิยมใช้กับหัวข้อวิชาที่มีการปฏิบัติ   เช่น   การฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ นาฏศิลป์และขับร้อง   วิธีการ   วิทยากรทำให้ดูแล้วผู้เข้ารับการฝึกอบรมทดลองทำตาม

ข้อดี
เกิดความรู้ความเข้าใจเร็ว   และมีความน่าเชื่อถือสูง   เพิ่มทักษะของผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ดี ไม่เบื่อหน่าย   สามารถปฏิบัติได้หลายครั้ง

ข้อจำกัด
ต้องใช้เวลาเตรียมการมาก   เหมาะกับการฝึกอบรมกลุ่มเล็ก ๆ วิทยากรต้องมีความชำนาญจริง ๆ และต้องไม่พลาด

การสอน (Coaching)
เป็นการแนะนำให้รู้วิธีปฏิบัติงานให้ถูกต้อง   โดยปกติจะเป็นการสอนหรืออบรมในระหว่างการ ปฏิบัติงาน   อาจสอนเป็นรายบุคคลหรือสอนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งผู้สอนต้องมีประสบการณ์และทักษะในเรื่องที่สอนจริง ๆ

ข้อดี  
เน้นเนื้อหาตามความเหมาะสมของแต่ละคน

ข้อจำกัด  
คุณค่าขึ้นกับผู้สอนงานซึ่งส่วนใหญ่คือหัวหน้างาน

การระดมสมอง ( Brainstorming)
เป็นการประชุมกลุ่มเล็กไม่เกิน  15  คน   เปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีโดย ปราศจากข้อจำกัดหรือกฎใด ๆ ในหัวข้อใดหัวขอหนึ่งหรือปัญหาใดปัญหาหนึ่ง   โดยไม่คำนึงว่าจะถูกหรือผิด   ดีหรือไม่ดี   ความคิดหรือข้อเสนอทุกอย่างจะถูกจดไว้แล้วนำไปกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง   ดั้งนั้นพอเริ่มประชุมต้องมีการเลือกประธานและเลขานุการของกลุ่มเสียก่อน

ข้อดี
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีส่วนร่วมโดยตรง   ช่วยกันคิด   ช่วยกันเสนอ   ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์   สามารถแก้ปัญหาที่เผชิญอยู่ได้   ทำให้ความคิดหลากหลายในเวลาจำกัดสามารถเร้าความสนใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ดี   บรรยากาศเป็นกันเอง

ข้อจำกัด
ได้ความคิดเห็นจำนวนมากแต่คุค่าน้อย   และต้องจำกัดกลุ่มผู้เข้ารับการฝึกอบรมเพื่อให้ทุกคนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น   ปัญหาที่นำมาระดมสมองควรเป็นปัญหาเดียว

การประชุมกลุ่มย่อย (Buzz session)
เป็นการแบ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นกลุ่มย่อยจากกลุ่มใหญ่   กลุ่มย่อยละ 2-6  คนเพื่อพิจารณา ประเด็นปัญหา   อาจเป็นปัญหาเดียวกันหรือต่างกัน   ในช่วงเวลาที่กำหนด   มีวิทยากรคอยช่วยเหลือทุกกลุ่ม   แต่ละกลุ่มต้องเลือกประธานและเลขานุการของกลุ่มเพื่อดำเนินการ   แล้วนำความคิดเห็นของกลุ่มเสนอต่อที่ประชุมใหญ่

ข้อดี

เปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น   บรรยากาศเป็นกันเอง

ข้อจำกัด
การประชุมกลุ่มย่อยในให้ในห้องเดียวกันอาจทำให้เกิดเสียงรบกวนกัน   ประธานที่เลือกได้อาจไม่มีลักษณะผู้นำ   ดำเนินการประชุมไม่ดีทำให้ผู้ร่วมการประชุมขาดการแสดงความคิดเห็น   บางกลุ่มอาจได้ความคิดเห็นน้อย   บางกลุ่มอาจใช้เวลามากทำให้ควบคุมเวลาได้ยาก

กรณีศึกษา( Case Study)
เป็นเทคนิคการฝึกอบรมที่นำเอาเรื่องราวหรือกรณีที่เป็นปัญหาเกิดขึ้นจริง ๆ เสนอในกลุ่มผู้เข้ารับการอบรม   สมาชิกของกลุ่มจะใช้หลักวิชาการและประสบการณ์ที่ได้จากการปฏิบัติงานมาผสมผสานเพื่อมาวิเคราะห์กรณีที่ยกมา   โดยมีที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำและให้แนวทางเพื่อช่วยสมาชิกกลุ่มวิเคราะห์ปัญหาได้ตรงวัตถุประสงค์ขั้นตอนของการศึกษาจะเริ่มด้วยหลักการ   และการให้ภาพต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาแก้ไขปัญหา   จากนั้นผู้เข้าฝึกอบรมจะศึกษา   อภิปราย   และค้นคว้าตามหลักวิชาการ   ซึ่งบางครั้งข้อมูลที่ต้องการอาจเป็นข้อมูลที่สำเร็จอยู่แล้ว   แต่บางครั้งจำเป็นต้องค้นคว้าหาข้อมูลบ้าง   และในขั้นตอนสุดท้ายผู้เข้ารับการอบรมจะต้องพิจารณาตัดสินใจแก้ปัญหาหรือกรณีที่นำเสนอภายใต้สภาพการณ์ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด   และเพื่อช่วยให้การตัดสินใจของผู้เข้ารับการอบรมดีขึ้น   การนำเสนอกรณีหรือปัญหา   จะต้องมีรายละเอียดมากพอที่จะทำให้ผู้ศึกษาได้เห็นจุดสำคัญของปัญหาและได้ข้อที่เป็นแนวทางนำไปสู่การตัดสินใจการแก้ปัญหากรณีศึกษาเหมาะสำหรับการฝึกอบรมทางด้านกฎหมาย   ด้านการเงิน   และการฝึกอบรมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสำคัญของมนุษย์   ประเภทบุคคลที่เข้าฝึกอบรมที่เหมาะสมที่จะใช้เทคนิควิธีนี้   คือผู้บริหาร   ผู้จัดการและผู้ที่จะเข้าสู่ระดับมืออาชีพ   ส่วนเรื่องการสนองตอบวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมจะใช้ได้ดีกับการฝึกอบรมที่ต้องการเปลี่ยนทัศนคติ   และสร้างเสริมทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

ข้อดี
ช่วยให้ผู้รับการฝึกอบรมได้วิเคราะห์ตัดสินปัญหาในเรื่องที่เหมือนจริงและสามารถนำไปปรับใช้กับการปฏิบัติงานได้   กรณีศึกษาเป็นกิจกรรมที่มีบรรยากาศเป็นกันเองเพราะทุกคนมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์

ข้อจำกัด
สมาชิกบางคนอาจครอบงำความคิดของผู้อื่นเพราะบุคลิกภาพ   วัยวุฒิหรือคุณวุฒิ   กรณีศึกษาที่เป็นเรื่องจริงหาได้ยาก   โดยเฉพาะเรื่องที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้เข้ารับการฝึกอบรมและเหมาะสมกับเวลา การสร้างกรณีศึกษาเป็นงานที่ต้องใช้เวลาและงบประมาณ   ตอนสรุปผลการกรณีศึกษาวิทยากรมักไม่ให้ความสำคัญและรีบสรุปจบ

การประชุมแบบฟอรัม( Forum)
เป็นเทคนิคที่ใช้กับการประชุมกลุ่มใหญ่   ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการฝึกอบรม   โดยการซักถามแสดงข้อเท็จจริง   ปรึกษาหารือแสดงความคิดเห็นกับวิทยากร วิธีการ   วิทยากรพูดให้ฟังแล้วผู้ฟังสอบถามและแสดงความคิดเห็นได้

ข้อดี
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็น   วิเคราะห์ปัญหา   เป็นการกระตุ้นให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องเตรียมตัวให้ดียิ่งขึ้น   และมีบรรยากาศเป็นกันเอง

ข้อจำกัด
เวลาอาจไม่พอถ้าเป็นเนื้อหาที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสนใจกันทุกคน   พิธีกรและวิทยากรต้องมีความรู้ความสามารถดี   ผู้เข้ารับการฝึกอบรมบางคนอาจไม่กล้าผู้แสดงความคิดเห็น   หรือบางคนพูดนอกประเด็น

เกมการบริหาร( Management Games)
เป็นการแข่งขันระหว่างกลุ่มบุคคลตั้งแต่   2  กลุ่มขึ้นไป   โดยแข่งขันเพื่อดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างหนึ่ง   เป็นการให้ปฏิบัติเหมือนเหตุการณ์จริง   อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสื่อสาร   การตัดสินใจ   การวางแผน   การเป็นผู้นำ   มนุษย์สัมพันธ์   ฯลฯ   ขนาดของกลุ่มในการแข่งขันขึ้นอยู่กับเกมการแข่งขัน วิธีการ   ทุกคนในกลุ่มร่วมกันแข่งขันตามเกม

ข้อดี
เป็นการย่อสถานการณ์จริงให้ฝึกในช่วงสั้น ๆ   ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีส่วนร่วมช่วยกันคิดช่วยกันทำ   ทำให้มีบรรยากาศเป็นกันเอง   ได้รับความรู้โดยไม่รู้ตัว

ข้อจำกัด
การเลือกเกมที่ไม่เหมาะสมจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์   การแบ่งกลุ่มมากเกินไปจะเป็นอุปสรรคในการแข่งขัน   และเกมบางชนิดต้องใช้อุปกรณ์และเวลา

การแสดงบทบาทสมมติ( Role playing)
เป็นเทคนิคที่นำเอาเรื่องที่เป็นกรณีตัวอย่างมาเสนอในรูปแบบการแสดงบทบาท   ให้ผู้เข้ารับการ อบรมได้เห็นภาพชัดเจน   ได้สัมผัสกับประสบการณ์และความรู้สึกที่แท้จริงเกี่ยวกับปัญหาที่เป็นกรณีตัวอย่าง   การแสดงบทบาทสมมติช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับทราบข้อมูลและเรื่องราวที่ตรงกับเนื้อเรื่องที่ใช้ในการศึกษาแนวเดียวกัน ซึ่งต่างจากกรณีศึกษาที่ผู้เข้ารับการอบรมอ่านเนื้อหาแล้วต้องจินตนาการและตีความหมายของปัญหาในบางครั้งอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจไขว้เขวได้   นอกจากนี้หลังการแสดงบทบาทสมมติแล้ว   ผู้เข้ารับการอบรมสามารถวิเคราะห์ปัญหาได้   พร้อมกันทั้งกลุ่มใหญ่หรือกลุ่มย่อยได้ทำให้ได้ข้อสรุปเพื่อการแก้ปัญหา
การแสดงบทบาทสมมติ   ผู้ให้การฝึกอบรมจะต้องเตรียมเรื่อง   เนื้อหา   และบทบาทข้อตัวละครไว้ล่วงหน้า   ส่วนผู้แสดงบทบาทจะใช้วิธีอาสาสมัครจากสมาชิกผู้เข้าอบรม   เพื่อให้การแสดงบทบาทได้สมจริง   และในการแสดงผู้ให้การอบรมเป็นเพียงแต่ให้ข้อมูลพร้อมทั้งชี้แจ้งได้เข้าใจเนื้อเรื่องและบทบาทของตน   ผู้แสดงจะแสดงออกตามความรู้สึกนึกคิดของตนในบทที่ได้รับมอบหมาย   สมาชิกที่ได้เข้ารับการอบรมที่เป็นผู้ดูจะได้รับการบอกเล่าเรื่องราวและปัญหาอย่างย่อ ๆ   ส่วนราบละเอียดให้สังเกตจากพฤติกรรมของผู้แสดง   หลักการแสดงบทบาท   ผู้เข้ารับการอบรมจะอภิปรายโดยใช้ประสบการณ์เรียนรู้มาวิเคราะห์ปัญหาจากพฤติกรรมที่แสดงบทบาทสมมติ   พร้อมทั้งแสดงแนวทางในการแก้ปัญหา

ข้อดี
1.  การใช้บทบาทสมมติช่วยกระตุ้นให้สมาชิกผู้เข้ารับการอบรมเกิดความสนใจเรื่องที่อบรม
2.  ส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการอบรมได้แสดงออกด้วยการปฏิบัติจริง   ทำให้ประสิทธิภาพของการเรียนรู้ เพิ่มขึ้น
3.  เปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทดลองแสดงบทบาทตามแนวคิด   และสามารถแสดงบทบาทซ้ำ ได้   เพื่อให้เกิดความเข้าใจและหาข้อสรุปได้
4.  เป็นเทคนิคที่สามารถใช้ได้ทั้งในกรณีที่มีการวางแผนล่วงหน้า   และไม่ได้ว่างแผนล่วงหน้า
5.  ส่งเสริมความคิดริเริ่มของผู้เข้ารับการอบรม

ข้อจำกัด
1.  การใช้เทคนิคนี้ผู้ให้การอบรมอาจมีความยุ่งยากเกี่ยวกับการเตรียมการล่วงหน้า     
2.  การแสดงบทบาทสมมติต้องใช้เวลามาก   ซึ่งมีผลต่อระยะเวลาการฝึกอบรม
3.  การหาอาสาสมัคร   เพื่อแสดงบทบาทเป็นอุปสรรค   เพราะบางคนไม่กล้าแสดงออก
4.  ผู้ให้การฝึกอบรมต้องเป็นผู้มีความสามารถในการเชื่อมโยงความคิดของสมาชิกที่เข้าอบรมไปสู่ ข้อสรุปได้

การสัมมนา( Seminar)
เป็นการประชุมของผู้ที่ปฏิบัติอย่างเดียวกันหรือคล้ายกันแล้วพบปัญหาเหมือน ๆ กัน   เพื่อร่วมกันแสดงความคิดเห็นหาแนวทางปฏิบัติในการแก้ปัญหาทุกคนที่ไปร่วมในการสัมมนาต้องช่วยกันพูดช่วยกันแสดงความคิดเห็น   ปกติจะบรรยายให้ความรู้พื้นฐานก่อนแล้วแบ่งกลุ่มย่อย   จากนั้นนำผลการอภิปรายของกลุ่มย่อยเสนอที่ประชุมใหญ่

ข้อดี
เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์   ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีโอกาสมีส่วนร่วมมาก   ผลสรุปของการสัมมนานำไปเป็นแนวทางแก้ปัญหาได้ดี

ข้อจำกัด
ที่ปรึกษากลุ่มหรือสมาชิกบางคนอาจครอบงำความคิดของผ็อื่นได้เพราะวัยวุฒิหรือคุณวุฒิหรือตำแหน่งหน้าที่การงาน   ถ้าเวลาจำกัดรีบสรุปผลอาจได้ข้อสรุปที่ไม่หน้าพอใจ

การศึกษาดูงานนอกสถานที่( Field Trip)
เป็นการนำผู้เข้ารับการฝึกอบรมไปศึกษายังสถานที่อื่นนอกสถานที่ฝึกอบรม   เพื่อให้พบเห็นของจริงซึ่งผู้จัดต้องเตรียมการเป็นอย่างดี วิธีการ   นำผู้เข้ารับการฝึกอบรมไปศึกษาดูงานนอกสถานที่

ข้อดี
เพิ่มความรู้ความเข้าใจได้เห็นการปฏิบัติจริง   สร้างความสนใจและความกระตือรือร้น   สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้ารับการฝึกอบรม

ข้อจำกัด
ต้องใช้เวลาและเสียค่าใช้จ่ายมาก   ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายโดยเฉพาะเจ้าของสถานที่ที่จะไปศึกษา

การประชุมเชิงปฏิบัติการ( Workshop)

เป็นรูปแบบของการฝึกอบรมที่ส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดการเรียนรู้ทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ   สามารถนำสิ่งที่ได้รับไปปฏิบัติงานในสถานการณ์จริงที่ผู้เข้าอบรมปฏิบัติอยู่  

ลักษณะของการประชุมเชิงปฏิบัติงานจะแบ่งออกเป็น  2  ส่วน   คือ

1.  เป็นการให้ความรู้ของวิทยากร   เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม   ให้สามารถ แก้ไขข้อขัดข้องในการทำงาน   กำหนดแนวทางในการปฏิบัติและปรับปรุงงาน  
2.  เป็นการปฏิบัติการของผู้เข้ารับการอบรมที่จะหารือ   อภิปราย   ให้ได้แนวทางแก้ปัญหาหรือวิธีการ ปฏิบัติงาน   โดยอาจจะดำเนินการทั้งกลุ่มใหญ่หรือแงเป็นกลุ่มย่อย   ซึ่งการดำเนินการของส่วนที่ สอง   จะอาศัยหลักวิชาการหรือหลักการที่วิทยากรได้บรรยายหรืออภิปรายมาใช้ประกอบเป็นแนวทาง

ข้อดี
1.  การประชุมปฏิบัติการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เข้ารับการอบรมทุกคน
2.  ผู้เข้าอบรมมีอิสระในการคิดและปฏิบัติงานกลุ่ม
3.  ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำผลการประชุมปฏิบัติการไปใช้ในการดำเนินงาน   และปฏิบัติงานใน หน่วยงานของตน

ข้อจำกัด
1.  จะต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมากเพื่ออำนวยความสะดวกต่อผู้เข้ารับการอบรมในแต่ละกลุ่ม   รวมทั้งการ จัดวิทยากรประจำกลุ่ม
2.  ต้องใช้เวลามากโดยเฉพาะเวลาสำหรับการปฏิบัติงานกลุ่ม

การอบรมด้านความรู้สึก ( Sensitivity Training)

เป็นการอบรมในลักษณะของผู้เข้ารับการอบรมจะเรียนรู้พฤติกรรมของกลุ่มผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมกับกลุ่ม   ประสบการณ์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ   ความผิดหวังและความคับข้องใจของกลุ่ม   จะได้รับการแก้ไขปัญหากันเองภายในกลุ่ม   การแสดงออกทางความรู้สึกของคนในกลุ่มอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนมากกว่าการเรียนรู้   จุดประสงค์ที่สำคัญของการอบรมด้านความรู้สึก   เป็นการสอนให้เข้าใจในเรื่องของประสิทธิภาพของกลุ่มพลวัตร   และพฤติกรรมของกลุ่มที่ขาดประสิทธิภาพ   โดยแจ้งว่าสิ่งที่เรียนรู้จากกลุ่มจะได้รับการนำกลับไปสู่การปฏิบัติงานของแต่ละคน

ข้อดี
1.  เปิดโอกาสให้สมาชิกที่เข้ารับการอบรมแสดงออกด้านความรู้สึก   และรู้จักควบคุมความรู้สึกที่อาจมี ผลกระทบต่อผู้อื่น  
2.  ผู้เข้ารับการอบรมได้มีส่วนร่วมในการแสดงออกอย่างทั่วถึง
3.  ส่งเสริมให้ผุ้เข้ารับการอบรมได้เปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่พฤติกรรมที่พึงปรารถนาขององค์การ

ข้อจำกัด
1.  ไม่สามารถใช้ได้กับบุคลากรทุกระดับขององค์การ
2.  จำนวนผู้เข้าอบรมจะจำกัดเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ   6 – 8 คน
3.  ผู้ให้การอบรมจะต้องเป็นผู้มีความรู้ในเรื่องกลุ่มพลวัตรเป็นอย่างดี  

การเลือกใช้เทคนิคการฝึกอบรม
การเลือกใช้เทคนิคการฝึกอบรมให้เหมาะกับโครงการฝึกอบรมในแต่ละครั้งนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง   เพราะการใช้เทคนิคการฝึกอบรมที่เหมาะสมนั้นสามารถช่วยให้เกิดการเรียนและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ   ซึ่งได้แก่   ความรู้   ทักษะ   และ   ทัศนคติของผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ตามวัตถุประสงค์   สถานการณ์และปัจจัยอื่น ๆ ของโครงการฝึกอบรมนั้น ๆ ดังนี้

1.  วัตถุประสงค์ของโครงการฝึกอบรม
การเทคนิคการฝึกอบรมจะต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของโครงการฝึกอบรมว่า   ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความรู้   หรือทักษะหรือเจตคติ   หรือทั้ง   3  ด้านไปพร้อม ๆ กัน   ถ้าต้องการให้เกิดความรู้เฉพาะอย่างยิ่งความรู้ระดับความจำ   ความเข้าใจ   และมีผู้เข้ารับการอบรมจำมาก   อาจจะใช้เทคนิคการบรรยายได้   แต่ถ้าจะต้องการให้ผู้เข้าฝึกอบรมจำได้แม่นยำและจำได้นานและเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นนั้น   อาจจะต้องใช้กิจกรรม   หรือโสตทัศนูปกรณ์ต่าง ๆ ประกอบการบรรยายด้วย   น่าจะเป็นประโยชน์ได้อย่างมากและน่าจะเป็นการส่งเสริมให้ผูเข้ารับการฝึกอบรมได้มีโอกาสใช้ประสาทสัมผัสทุกด้านซึ่งจะช่วยให้การฝึกอบรมในแต่ละครั้งได้รับความสำเร็จตามวัตถุประสงค์อย่างแน่นนอน

2.  สอดคล้องกับเนื้อหาสาระในหลักสูตร
ต้องสอดคล้องกับเนื้อหาสาระในหลักสูตร   เพราะเนื้อหาสาระนั้นจะต้องมีความยากง่าย พอเหมาะกับความรู้ความสามารถและต้องมีความต่อเนื่องกับพื้นฐานเดิมของผู้เข้ารับการฝึกอบรมอีกด้วย   โดยปกติแล้วเพื่อหาสาระของหลักสูตรให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการฝึกอบรมแล้วมักจะแบ่งเนื้อหาออกได้เป็นเนื้อหาประเภทข้อเท็จจริง   ความรู้ทั่วไป   แนวคิดและหลักการการแก้ปัญหา   ความคิดสร้างสรรค์   ความสามารถ   ทักษะและทัศนคติ   ซึ่งในทำนองเดียวกันก็ไม่อาจแยกเนื้อเนื้อหาสาระของวิชาใดวิชาหนึ่งออกจากกิจกรรมวิธีการหรือเทคนิคการฝึกอบรมได้แต่อย่างใด   และถ้าหากจะถือหลักการเรียนรู้โดยการกระทำด้วยแล้ว   จะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นว่า   ไม่สามารถจะแยกเนื้อหาสาระของหลักสูตรออกจากเทคนิคการฝึกอบรมได้เลย   เพราะว่ากิจกรรมที่กระทำนั้น   เป็นทั้งเนื้อหาสาระและเทคนิคการฝึกอบรมพร้อม ๆ กันนั่นเอง

3.  ผู้เข้ารับการอบรม

ในการใช้เทคนิคการฝึกอบรมต้องคำนึงถึงผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นสำคัญ   อันได้แก่   ระดับของ ความรู้ความสามารถ   ระดับการศึกษา  อายุ   เพศ   และ   จำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรมด้วยผู้เข้ารับการอบรมที่มีระดับความสามารถและความสามารถและความฉลาดสูงมาก ๆ ชอบที่จะเรียนรู้   และเรียนได้ดีในบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตยและเป็นกันเองมาก   แต่มุ่งที่จะเรียนโดยกระบวนการกลุ่มน้อยและเน้นการเรียนรู้ตามลำพังมากกว่า   จึงเห็นได้ว่า   เทคนิคการฝึกอบรมที่จะอบรมมาใช้นั้นต้องปิดโอกาสให้ผู้เข้าฝึกอบรมที่มีความฉลาดมากมีอิสรภาพที่จะเรียนรู้ในบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตยการฝึกอบรมนั้น ๆ ก็ต้องเอื้ออำนวยให้บุคคลเหล่านี้ได้เรียนรู้ตามลำพังให้มากกว่าผู้มีความสามารถและความเฉลียวฉลาดไม่ค่อยมากนักดังนี้   เป็นต้นผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มีความสามารถและมีความฉลาดพอสมควรนั้น   ค่อนข้างจะได้รับผลประโยชน์และเรียนรู้ได้ดีในบรรยากาศของการเป็นประชาธิปไตยหรือมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้   ดังนั้น   การฝึกอบรมควรจะเป็นประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์และมีเสรีภาพส่วนผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มีความรู้ความสามารถและความสามารถและความเฉลียวฉลาดน้อย   ชอบที่จะเรียนรู้และเรียนรู้ได้ดีโดยการใช้เทคนิคการฝึกอบรมประเภทที่ครูหรือวิทยากรเป็นศูนย์กลาง   มากกว่าวิธีการเรียนรู้อื่น ๆ นอกจากด้านความรู้ความสามารถและความเฉลียวฉลาดของผู้เข้ารับการฝึกอบรมแล้วต้องคำนึงถึงระดับการศึกษาหรือประสบการณ์เดิมของเขาด้วย   กล่าวคือ   เทคนิคที่ใช้ต้องไม่ยุ่งยากสลับซับซ้อนมากจนเกินแก่การทำความเข้าใจให้แก่ผู้เข้ารับการอบรมที่มีระดับการศึกษาไม่สูงนัก   และหากใช้เทคนิคการฝึกอบรมที่ง่ายจนเกินไปกับผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มีระดับการศึกษาสูง ๆ ก็จะทำให้เกิดความเบื่อหน่าย   และไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อการเรียนรู้แต่อย่างใดเลยในทำนองเดียวกันอายุหรือวัยของผู้เข้ารับการฝึกอบรมก็มีความสำคัญที่ต้องคำนึงถึง   เพราะธรรมชาติของการเรียนรู้ของเด็กแตกต่างจากธรรมชาติของการเรียนรู้ของผู้ใหญ่   วิธีการ   กิจกรรม   โสตทัศนูปกรณ์   และ   เทคนิคการฝึกอบรมก็จะต้องแตกต่างไปด้วย    ในการใช้เทคนิคการฝึกอบรมและการจัดกิจกรรมนั้นจะต้องให้สอดคล้องกับความแตกต่างดังกล่าว   ไม่ว่าจะเป็นความต้องการที่จะรู้ถึงเหตุผลที่ว่าทำไมจะต้องเรียนรู้   การมีความเข้าใจในตนเองบทบาทของประสบการณ์   ความรู้เพื่อจะเรียนรู้   แนวโน้ม   ของการเรียนรู้และรวมถึงแรงจูงใจที่จะต้องการจะเรียนรู้อีกด้วย

4.  ต้องคำนึงถึงจำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม
สำหรับจำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรมก็มีความสำคัญต่อการเลือกใช้เทคนิคกาฝึกอบรมถ้าจำนวนคนมีมากคงจะต้องใช้เทคนิคประเภทบรรยาย   การอภิปรายเป็นคณะ   เพราะคงจะไม่สามารถใช้เทคนิคการฝึกอบรมประเภทที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการอบรมได้กระทำหรือเรียนโดยอาศัยกระบวนการกลุ่มแต่อย่างใดดังนี้เป็นต้น

5.  ความรู้ความสามารถของวิทยากร
เพราะถ้าวิทยากรขาดความรู้ความสามารถและทักษะในการใช้เทคนิคการฝึกอบรมบางประเภทเสียแล

 
 
โพสท์ใน ทั่วไป | ปิดความเห็น บน สวัสดีครับ