คุณวุฒิ คุณภาพ คุณธรรม ของสถาบันการศึกษา

คุณวุฒิ  คุณภาพ  คุณธรรม : คำทั้ง ๓ คำนี้   เชื่อว่าผู้อ่านคงคุ้นเคยอยู่      และคงเป็นคำที่ทุก ๆ คนปรารถนาจะให้เกิดขึ้นกับตัวเอง   และกับบุคคลข้างเคียง    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง   อยากจะให้เกิดกับคนในองค์กรเดียวกัน   ตั้งแต่ระดับหัวหน้าสูงสุดลงไปเลย  ก็เพราะอานุภาพของความหมายของคำทั้งสามคำนั่นเอง

บทความโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภิเษก  จันทร์เอี่ยม

“คุณวุฒิ” เป็น สิ่งที่คนในแวดวงวิชาการอย่างพวกเราจะแสวงหามาใส่ตัวเสมอ     หากมีมาก ๆ จนเป็นที่เชื่อถือได้   ก็จะได้รับการยกย่องหรือขนานนามให้ว่า  เป็น   “ผู้ทรงคุณวุฒิ”

สิ่งที่เรียกว่า  “คุณวุฒิ” นั้นได้มาจากไหน      หนทางหนึ่งได้มาจากการเป็นผู้ที่ร่ำเรียนในหลักสูตร สาขาวิชาใดวิชาหนึ่งจนถึงขั้นสูงหรือสูงสุดเท่าที่จะมีให้เรียน       เมื่อได้รับ “คุณวุฒิ” ทางการศึกษามา      ก็จะกลายเป็นผู้รอบรู้      เชี่ยวชาญในศาสตร์สาขานั้น  ๆ          อีกทางหนึ่งก็ได้จากการที่บุคคลผู้นั้นได้พยายามคิดสร้างผลงานทางวิชาการจน เป็นที่เชื่อถือได้ว่า             ผลงานนั้นสมควรได้รับการยอมรับ  ได้รับเกียรติ   ได้รับการยกย่องจากผู้ทรงคุณวุฒิกว่านั้น      จึงทำให้ได้รับอนุมัติให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น   อันเป็นผลมาจากการทุ่มเทกำลังกาย  กำลังปัญญา     เพื่อให้ตนเองมีความรู้  มีความเชี่ยวชาญ  ในศาสตร์แขนงนั้น ๆ เช่นกัน

การที่บุคคลมีคุณวุฒิหรือได้รับคุณวุฒิสูงขึ้น    นั่นหมายถึงบุคคลคนนั้นจะสามารถคิด  อ่าน   กระทำการใด ๆ  ได้หลากหลาย  ซับซ้อนมากกว่าคนอื่น    บุคคลรอบข้างก็จะคาดหวังผลงานของผู้ทรงคุณวุฒิไว้ในระดับสูงทีเดียว

ความเป็น “ผู้ทรงคุณวุฒิ”   จึงทำให้บุคคลนั้นกลายเป็นคนที่  จะคิด  จะพูด  จะกระทำการใด ๆ ก็ตาม    ผู้อื่นย่อมหมายเอาว่า  สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นถ้อยคำวาจา   หรือพฤติกรรม    ย่อมเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้   เพราะได้กลั่นกรองมาจากสติปัญญาของผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าว

ดังนั้น   เมื่อบุคคลใดมีคุณวุฒิ     หรือได้รับคุณวุฒิสูงขึ้น           ย่อมต้องพึงระมัดระวังพฤติกรรมที่แสดงออกทั้ง  การคิด  การพูด  การกระทำต้องให้สมกับความเป็นผู้มีคุณวุฒิหรือที่เรียกกันว่า “ผู้ทรงคุณวุฒิ”นั่นเอง

“คุณภาพ” เป็นคำที่เราจะได้ยินได้ฟังบ่อยที่สุดในยุคปัจจุบัน   เพราะเป็นยุคที่โหยหาสิ่งที่เรียกว่า “คุณภาพ”  ในทุก ๆ วงการ         โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการศึกษา   ทั้งในเชิงคุณภาพของบุคลากรในวงการศึกษา    และคุณภาพของการศึกษา    รวมถึงคุณภาพของสถานศึกษาด้วย   จะเห็นว่า  ในปัจจุบันนี้มีองค์กรที่ทำหน้าที่รับประกันคุณภาพหรือรับรองคุณภาพการศึกษา อยู่มากมาย

แท้จริงแล้ว  การประกันคุณภาพหรือการรับรองคุณภาพนั้นเป็นตัวแปรผล    ซึ่งไม่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก    สิ่งที่เราควรใส่ใจให้มากคือตัวแปรเหตุ   ที่จะนำมาซึ่ง   “คุณภาพ” ของสิ่งที่เราต้องการ    นั่นคือ  “การจัดการคุณภาพ”             เพราะหากไม่จัดการให้คุณภาพเกิดขึ้นเสียก่อน    ก็ป่วยการที่จะประกันหรือรับรองคุณภาพ   เพราะคงหาคุณภาพไม่พบ

ดังนั้น   ก่อนดำเนินการเรื่องใด ๆ   ที่หวังว่าจะทำได้อย่างมีคุณภาพ        จึงควรกำหนดวิธีการจัดการงานนั้นให้แสดงถึงความมีคุณภาพก่อน    แล้วกำกับให้งานดำเนินไปตามแผนที่วางไว้  นั่นคือ    ต้องมีการกำหนดเกณฑ์ (criteria)  และมาตรฐาน (standard)   ของงานหรือการดำเนินงานนั้น ๆ ก่อน     อาจจะต้องมีการกำหนดการเทียบเคียงสมรรถนะ  (benchmark) กับผู้อื่น  หรือองค์กรอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันด้วย            เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพของตนเองให้ใกล้เคียงกับหน่วยงานอื่น ๆ    ในระหว่างการปฏิบัติงาน   บุคลากรที่เกี่ยวข้องต้องคำนึงถึงหลักแห่งคุณภาพเสมอ   และหมั่นตรวจวัดคุณภาพด้วยเครื่องมือต่าง ๆ  ที่เตรียมไว้     และต้องมีการปรับปรุงคุณภาพของการทำงานเป็นระยะ ๆ ตามแผนที่กำหนดด้วย

หากกระทำดั่งนี้แล้ว   เมื่อมีการประกันคุณภาพ  หรือการรับรองคุณภาพ   ไม่ว่าจะด้วยวิธีการของหน่วยงานใด ๆ ก็ตาม    ย่อมประกันหรือรับรองคุณภาพได้อย่างไม่ยากแน่ ๆ

ในด้านคุณภาพของตัวบุคคลก็เช่นเดียวกัน   ควรคำนึงถึงหลักแห่งคุณภาพด้วยเช่นกัน    และสิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ  การคำนึงถึงคุณภาพเฉพาะตัวบุคคล      และคุณภาพในการปฏิบัติงานของบุคคลนั้นด้วย    โดยจะมีการกำหนดเกณฑ์  มาตรฐาน   การเทียบเคียงสมรรถนะ        ตลอดจนเครื่องมือวัดคุณภาพต่างกันออกไป

อย่างไรก็ตาม   คำว่า “คุณภาพ”   จะยังคงเป็นคำสำคัญที่ทุก ๆคน  ทุก ๆ องค์กร  หวังจะให้เกิดขึ้นกับตนเอง    และก็หวังว่า  คนอื่น ๆ และองค์กรอื่น ๆ  ก็คำนึงถึงเรื่องนี้เช่นกัน
“คุณธรรม” เป็นอีกคำหนึ่งที่จะยังคงเรียกร้องและโหยหาเพื่อให้มีอยู่ในตัวคนทุกคน  ทั้งนี้    เพราะเชื่อว่า  “คุณธรรม”  จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้บุคคล   ไม่คิด   ไม่พูด    ไม่แสดงออกในทางที่ไม่พึงประสงค์     เพราะจะนำมาซึ่งความเดือดร้อนทั้งแก่ตัวบุคคลนั้น  และบุคคลข้างเคียงหรือคนในสังคมโดยทั่วไป    ความสงบสุขในสังคมก็จะพลอยสูญเสียไปด้วย

ทั้งนี้เพราะ “คุณธรรม”   หมายถึง ธรรมชาติฝ่ายที่เป็นคุณ          หรือที่เรียกว่า “กุศลธรรม”  ตรงกันข้ามกับ  “อกุศลธรรม”   ซึ่งเป็นธรรมชาติฝ่ายเป็นโทษ     ธรรมชาติทั้งสองส่วนนี้มีอยู่ทั้งในตัวคน  และรอบ ๆ ตัวคน    ถ้าบุคคลใดประพฤติปฏิบัติในส่วนที่เป็น “กุศลธรรม”  ก็จะสร้างสันติสุขให้กับตนเองและคนข้างเคียงได้              และถ้าทุก ๆ คนในสังคมยึดมั่นอยู่ในความมี “คุณธรรม”   สังคมนั้นก็จะมีแต่สันติสุข        เพราะ “คุณธรรม”  จะเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งไม่ให้คนประพฤติชั่ว   หรือกระทำในสิ่งที่จะนำความเสียหายหรือเดือดร้อนมาสู่ตนเองหรือสังคมรอบข้าง

ธรรมชาติฝ่ายเป็นคุณ  หรือ “คุณธรรม”  ที่พึงประสงค์มีมากมายหลายเรื่องตั้งแต่สิ่งที่เป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิต และการอยู่ร่วมกันในสังคม     เช่น  ความขยัน  ความซื่อสัตย์  ความมีเมตตา  กรุณา  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  ความเห็นใจผู้อื่น  ความเสียสละ  ความมานะอดทน   เป็นต้น      หากทุกคนในสังคม  หรือในองค์กรให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว     และประพฤติปฏิบัติ “คุณธรรม”ก็เชื่อว่า   บุคคล   องค์กร  และสังคมจะมีสันติสุขยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในทุก ๆ วันนี้

แต่ทั้งนี้   การประพฤติปฏิบัติอย่างมี “คุณธรรม”  นั้น      ไม่มีกฎหมาย  หรือข้อบังคับใด ๆ ที่จะเอาผิดกับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามแนวทางของคุณธรรมได้        จึงเป็นสิ่งที่บุคคลต้องอาศัยความกล้าหาญที่จะประพฤติปฏิบัติคุณธรรมด้วย ความสมัครใจ              และกล้าหาญที่จะละเว้นสิ่งที่เป็น “อกุศลธรรม”  แม้ว่าบางครั้งสิ่งเหล่านั้นจะเอื้อประโยชน์ให้ตนมากกว่าก็ตาม          ดังนั้น  เมื่อพูดถึง “คุณธรรม”  แล้ว  จึงมักตามด้วย  “จริยธรรม” เสมอ        เพราะ “จริยะ”  คือการกระทำ  หรือการปฏิบัติ  ในสิ่งที่  เป็น “ธรรม”  นั่นเอง

การปฏิบัติสิ่งที่เป็น “จริยธรรม”    ก็อาศัยความกล้าหาญด้วยเช่นกัน       คือกล้าที่จะประพฤติปฏิบัติ “จริยธรรม”    แม้ไม่มีบทบัญญัติโทษไว้ชัดเจนก็ตาม    แม้จะไม่ได้ผลประโยชน์ตามมาก็ตาม    หากสิ่งนั้นพึงเป็นสิ่งกระทำ  หรือเป็นสิ่งพึงเว้นกระทำ   ก็กล้าที่จะลงมือทำหรือละเว้นการกระทำ   เพื่อให้เกิดสันติสุขขึ้น           ความมี “คุณธรรม” และ “จริยธรรม”  จึงมักจะไปด้วยกันเสมอ

หากในตัวบุคคลใด    มี “คุณ”  ทั้งสามประการนี้   คือ     “คุณวุฒิ      คุณภาพ      และ คุณธรรม”   ย่อมเชื่อได้ว่า   บุคคลนั้นเป็นผู้ทรงอานุภาพแห่งความดี   ความงาม  ที่พร้อมจะบันดาลให้ตนเองประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและประกอบกิจการ งานต่าง ๆ ได้อย่างดี   และสร้างสันติสุข   คือ  “สุขตน”  และ “สุขท่าน”  ได้อย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นคนโดยแท้จริง        และหากองค์กรใด   มีบุคลากรที่เพียบพร้อมด้วย “คุณ”  ทั้งสามประการนี้   องค์กรนั้นก็ย่อมมั่นคงและรุ่งเรือง   เป็นองค์กรที่มีแต่ “สันติสุข”  เช่นกัน

บทความโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.  ภิเษก  จันทร์เอี่ยม
http://www.watjrb.net/index.php?mo=3&art=350276

http://www.kasettak.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=75&Itemid=56

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน คุณวุฒิ คุณภาพ คุณธรรม ของสถาบันการศึกษา

เพิ่ม ระบบอีเลินนิ่งรุ่นใหม่อีก 1 host

moodle1912

moodle1912

18 มิ.ย.54 เครื่องบริการอีเลินนิ่งเดิมใช้ moodle รุ่น 1.5 แต่เพื่อนร่วมงานต้องการทดสอบ moodle รุ่นใหม่ จึงเข้าไป download moodle รุ่น 1.9.12+ จาก moodle.org ก็พบว่าต้องดำเนินการ ดังนี้ 1) เพิ่ม host name ใหม่ 2) ทดสอบติดตั้งพบว่าต้องแก้ php.ini ให้ register_globals=off 3) mysql ที่ใช้ต้องเป็น 4.1.16 ขึ้นไป ส่วน php ต้องเป็น 4.3.0
สำหรับ mysql รุ่นเก่า ผมเข้าไป download แล้วติดตั้ง จากนั้นก็คัดลอกห้อง bin กับ share ไปทับห้องเดิมของ mysql 4.1.12 ที่เคยติดตั้งไว้

http://mirror.provenscaling.com/mysql/community/binaries/

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน เพิ่ม ระบบอีเลินนิ่งรุ่นใหม่อีก 1 host

เครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษา

ดร.วิยดา เหล่มตระกูล

ดร.วิยดา เหล่มตระกูล

14 มิ.ย.54 เข้าอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษา มี อ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล และ อ.พงษ์วัชร ฟองกันทา เป็นวิทยากร มีเนื้อหาในการอบรม 4 เรื่อง ได้แก่
1) หลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
2) การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
3) การสร้างเครื่องมือวัดด้านคุณลักษณะ
4) การสร้างเครื่องมือวัดภาคปฏิบัติ
สอดรับกับ มคอ : กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (Thai Qualifications Framework for Higher Education, TQF:HEd)

องค์ประกอบของผลการเรียนรู้ตามแนวคิดและทฤษฎีของบลูม (Benjamin S. Bloom, 1956 อ้างอิงถึงใน ศิริชัย กาญจนวาสี, 2540) มีดังนี้
1) ด้านพุทธพิสัย (Cognitive Domain) เป็นการเรียนรู้ด้านความรู้ความเข้าใจและความคิด เป็นความสามารถทางสถิปัญญา ซึ่งมี 6 ระดับ ดังนี้ (1) ความรู้ความจำ (Knowledge) (2) ความเข้าใจ (Comprehension) (3) การนำไปใช้ (Application) (4) การวิเคราะห์ (Analysis) (5) การสังเคราะห์ (Syntehsis) (6) การประเมินผล (Evaluation)
2) ด้านจิตพิสัย (Affective Domain) เป็นการเรียนรู้ด้านอารมณ์ ความรู้สึก ซึ่งมี 5 ระดับ ดังนี้ (1) การรับรู้หรือการใส่ใจต่อสิ่งเร้า (Receiving or Attending) (2) การตอบสนอง (Responding) (3) การเห็นคุณค่า (Valuing) (4) การจัดระบบค่านิยม (Organization) (5) การแสดงลักษณะตามค่านิยม (Characterization)
3) ด้านทักษะพิสัย  (Psychomotor domain/skill domain) เป็นการเรียนรู้ด้านความชำนาญ หรือทักษะในการปฏิบัติ ซึ่งมี 7 ระดับ ดังนี้ (1) การรับรู้ของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (Perception) (2) ความพร้อมที่จะปฏิบัติ (Set) (3) การปฏิบัติตามข้อแนะนำ (Guided Response) (4) การปฏิบัติจนเป็นนิสัย (Mechanism) (5) การปฏิบัติที่สลับซับซ้อน (Complex overt response) (6) การปรับเปลี่ยนการปฏิบัติ (Adaption) (7) การสร้างปฏิบัติการใหม่ (Origination)

มีโอกาสฝึกปฏิบัติสร้างเครื่องมือวัด แบ่งเป็น 3 ด้าน
1) ด้านพุทธพิสัย มีประเด็นวัดผล 6 ด้านคือ (1) ความรู้ที่เกิดจากความจำ (knowledge) ซึ่งเป็นระดับล่างสุด (2) ความเข้าใจ (Comprehend) (3) การประยุกต์ (Application) (4) การวิเคราะห์ ( Analysis) สามารถแก้ปัญหา ตรวจสอบได้ (5) การสังเคราะห์ ( Synthesis) สามารถนำส่วนต่างๆ มาประกอบเป็นรูปแบบใหม่ได้ให้แตกต่างจากรูปเดิม เน้นโครงสร้างใหม่ (6) การประเมินค่า ( Evaluation)
2) ด้านจิตพิสัย จะมีองค์ประกอบที่ใช้วัด 3 ส่วนคือ เป้าหมาย (Target) ทิศทาง (Direction) และความเข้มข้น (Intensity)
3) ด้านทักษะพิสัย จะมีจุดประสงค์ปลายทางได้ 3 แบบ คือ การปฏิบัติ (performance) กระบวนการ (process) ผลผลิต (product) และวัดได้ 2 แบบคือวัดภาพรวม และวัดองค์ประกอบ
หมายเหตุ. มีบทเรียนที่ได้จากการอบรมมากมาย แต่ขอสรุปสั้น ๆ ไว้เพียงเท่านี้ครับ

โพสท์ใน KM:ด้านการผลิตบัณฑิต, คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ, คอมพิวเตอร์ธุรกิจ, วิทยาการคอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ , , , , , | ปิดความเห็น บน เครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษา

วิพากษ์เค้าโครงรายวิชา

8 มิ.ย.54 ผลการวิพากษ์เค้าโครงรายวิชา (Syllabus Defending) ระดับกลุ่มสาขาวันนี้ได้ข้อสรุปว่า ต่อไปหัวข้อในการประเมินผลการเรียน ไม่ควรแตกต่าง และมีความเป็นมาตรฐานตรงกันทุกวิชา จึงทำข้อตกลงเสนอเป็นหัวข้อให้พิจารณาจัดทำในรายวิชาของตน มีลำดับและชื่อหัวข้อดังนี้
1. การเข้าชั้นเรียน
2. ความรับผิดชอบ
3. งานที่มอบหมาย
4. ฝึกปฏิบัติการ
5. โครงงาน
6. สอบย่อย
7. สอบกลางภาค
8. สอบปลายภาค

ส่วนหัวข้อใหญ่ในเค้าโครงรายวิชามีดังนี้
1. ชื่อวิชา ชื่อผู้สอน ตามรูปแบบ
2. วิชาบังคับก่อน
3. คำอธิบายรายวิชา
4. จุดประสงค์รายวิชา
5. รายละเอียดการเรียนการสอน
6. การประเมินผลการเรียน
7. เกณฑ์ประเมินผลการเรียน
8. หนังสือบังคับอ่าน
9. หนังสือประกอบการเรียน
10. เว็บไซต์ที่แนะนำ

โพสท์ใน คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ, วิทยาการคอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน วิพากษ์เค้าโครงรายวิชา

กรอบแนวคิดสำหรับนักเรียนศตวรรษที่ 21

framework for school developing

framework for school developing

แผนภาพแสดงการเชื่อมโยงของทักษะในศตรวรรษที่ 21 ที่มีความเกี่ยวข้องกับสารสนเทศ ทรัพยากร และเครื่องมือสื่อสาร หรือเรียกว่า กรอบแนวคิดสำหรับพัฒนาทักษะและความรู้ของนักเรียน พบภาพนี้จากเว็บไซต์ หุ้นส่วนสำหรับทักษะในศตวรรษที่ 21
(The Partnership for 21st Century Skills is a national  organization that advocates[สนับสนุน] for 21st century readiness for every student. As the United States continues to compete in a global  economy that demands innovation, P21 and its members provide tools and resources to help the U.S. education system keep up by fusing[หลอมรวม] the three Rs and four Cs (critical thinking and problem solving, communication, collaboration, and creativity and innovation). While leading districts and schools are already doing this, P21 advocates for local, state and federal policies that support this approach for every school.)

http://www.p21.org/route21/index.php

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน กรอบแนวคิดสำหรับนักเรียนศตวรรษที่ 21

สไลด์เผยแพร่เกี่ยวกับความปลอดภัย

จากการให้บริการวิชาการ ตามโครงการอบรม “การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย” โดย ผศ.บุรินทร์ รุจจนพันธุ์  ที่ อบต.บ้านดง และทต.แม่เมาะ ระหว่าง 21 – 22 ต.ค.2553 พบว่าผู้เข้ารับการอบรมให้ความสนใจเกี่ยวกับความปลอดภัย และขอสไลด์ไว้ศึกษา แล้วคณะวิชาได้พิจารณาเห็นชอบให้นำเสนอได้ จึงนำมาเผยแพร่ให้เพื่อนบุคลากร และผู้สนใจได้ ดาวน์โหลดไปศึกษาได้
ที่ http://www.thaiall.com/security/security_basic.ppt

โพสท์ใน คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ, คอมพิวเตอร์ธุรกิจ, วิทยาการคอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ , , , , | ปิดความเห็น บน สไลด์เผยแพร่เกี่ยวกับความปลอดภัย

การบริการวิชาการ ที่แม่เมาะ

การบริการวิชาการ ที่แม่เมาะ

การบริการวิชาการ ที่แม่เมาะ

คณะวิชาทั้ง 3 ได้แก่ คณะบริหารธุรกิจ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี ส่งนักวิชาการออกบริการวิชาการ ที่ อบต.บ้านดง 21 – 22 ต.ค.2553 ซึ่งสืบเนื่องมาจากการสำรวจความต้องการ และการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เมื่อ 18 ต.ค.53  โดยมีโครงการทั้งสิ้น 3 โครงการ คือ โครงการอบรม “การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย” โดย ผศ.บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ โครงการอบรม “การให้ความรู้ด้านกฎหมายครอบครัว” โดย อ.สุทธิ์พจน์  ศิริรัตนาสกุล และ โครงการอบรม “EQ กับการทำงานใต้ความกดดันและการบริหารความเครียด” โดย อ.วีระพันธ์ แก้วรัตน์
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.450808788894.247022.814248894

โพสท์ใน คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ, คอมพิวเตอร์ธุรกิจ, วิทยาการคอมพิวเตอร์ | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน การบริการวิชาการ ที่แม่เมาะ

รับรองคุณวุฒิเพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้ง

รับรองวุฒิ จาก ก.ค.ศ

รับรองวุฒิ จาก ก.ค.ศ

ข่าวประชาสัมพันธ์ .. ตามที่มีหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เรื่องการรับรองคุณวุฒิเพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีรายชื่อคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยโยนก ที่ ก.ค.ศ รับรองเพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ศธ ๐๒๐๖.๖/๒๔๑ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๔ มีคุณวุฒิที่รับรอง 2 คุณวุฒิคือ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต  และบัญชีบัณฑิต รายละเอียดภาพเอกสาร

โพสท์ใน การบัญชี, บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน รับรองคุณวุฒิเพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้ง

เชิญร่วมพิธีเททองหล่อพระพุทธอุดมมงคลโมลีโลก

buddhist

buddhist

เชิญร่วมพิธีเททองหล่อ “พระพุทธอุดมมงคลโมลีโลก” ปางมารวิชัยทรงเครื่องจักรพรรดิ หน้าตัก 36 นิ้ว พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย วันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2554 เวลา 9.00 น. มีประธานฝ่ายฆราวาส คือ นายอธิคม  สุพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และ ประธานฝ่ายสงฆ์คือ สมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส

โดยมีพระเกจิอาจารย์นั่งปรกพุทธาภิเษก 4 มุม คือ ครูบาบุดดา วัดหนองบัวคำ อ.ลี้ จ.ลำพูน ครูบาเลิศ วัดทุ่งม่านใต้ อ.เมือง จ.ลำปาง ครูบาบุญมา วัดสันกลาง อ.เมือง จ.ลำปาง ครูบาชัยมงคล วัดไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่

สามารถร่วมทำบุญโดยโอนเงินผ่านบัญชีออมทรัพย์ มหาวิทยาลัยโยนก (กองบุญเพื่อจัดสร้างพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย) เลขที่บัญชี 755-0-03703-5 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาแลมป์เทคลำปาง
+ http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=502220

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน เชิญร่วมพิธีเททองหล่อพระพุทธอุดมมงคลโมลีโลก

ประสบการณ์การเป็นกรรมการสอบการค้นคว้าแบบอิสระ

กรรมการสอบ IS มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กรรมการสอบ IS มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ได้รับเชิญให้เป็นกรรมการสอบการค้นคว้าแบบอิสระของนักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2554 (ลาพักผ่อนไปครับ) จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ให้เพื่อนๆ อาจารย์ (เพื่อนร่วมอาชีพของผม) โดยจะขอสรุปเป็นประเด็นต่างๆ ดังนี้
1.กรรมการสอบมีทั้งสิ้น 3 คน ประกอบด้วยอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ 1 คน ประธานกรรมการสอบ 1 คน และกรรมการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกอีก 1 คน ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานหลักสูตร (พิจารณาจาก CV ที่ต้องส่งให้พิจารณาก่อน)
2.ภาคเช้า คณะกรรมการประกอบด้วย รศ.ประทีป จันทร์คง ประธานกรรมการสอบ อ.ดร.เขมกร ไชยประสิทธิ์ กรรมการและอาจารย์ที่ปรึกษา และกระผมซึ่งเป็นกรรมการจากภายนอก
3.ในภาคเช้าผมเป็นกรรมการให้กับนักศึกษาปริญญาโทในหัวข้อ “การพัฒนาระบบการจัดการความรู้เรื่อง การซ่อมบำรุงเครื่องคอมพิวเตอร์ โรงเรียนลำปางพาณิชยการและเทคโนโลยี” สำหรับภาคบ่ายผมขอเข้าเป็นผู้สังเกตการณ์นักศึกษาปริญญาโทอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์เก่าของ ม.โยนก รุ่นที่ 4 คือ ชัยวัฒน์ สมศรี หรือ “ยาว” ของพวกเรา ทำในหัวข้อเรื่อง การพัฒนาระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานบุคลากร โรงเรียนลำปางพาณิชยการและเทคโนโลยี (ประมาณนี้)
4.รูปถ่ายที่นำเสนอเป็นการสอบในช่วงบ่าย จากขวามาซ้าย คือ รศ.ประทีป จันทร์คง (กรรมการและ อ.ที่ปรึกษา) ผศ.ดร.เสมอแข สมหอม ประธานกรรมการสอบ (เป็นประธานหลักสูตร ITM) อ.พิมพร เทพปินตา กรรมการภายนอก (ผอ.โรงเรียน LCCT) ชัยวัฒน์ สมศรี และกระผม
5.นักศึกษานำเสนอด้วย powerpoint จากนั้น จะสาธิตการทำงานของระบบงานที่พัฒนาขึ้น เสร็จแล้วเป็นคำถามของกรรมการสอบ รวมแล้วมีเวลาทั้งสิ้นประมาณ 2 ชั่วโมง
6.รูปแบบก็จะคล้ายๆ กับการนำเสนอโครงงานของนักศึกษาสาขา CS และ CIS ซึ่งแน่นอนว่า ต้องผ่านกระบวนการตามขั้นตอนต่างๆ กับ อ.ที่ปรึกษา จนมั่นใจได้ว่าระบบมีความสมบูรณ์ พร้อมที่จะนำเสนอ โดยปกติ อ.ที่ปรึกษา จะมีความเชี่ยวชาญในหัวข้อที่นักศึกษาเลือกทำ และในวันสอบจบ กรรมการภายนอกต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อนั้นๆ เช่นกัน
7.ภายหลังการสอบเสร็จสิ้น กรรมการ 3 ท่าน จะร่วมกันปรึกษาหารือว่า เห็นชอบที่จะให้นักศึกษาสอบผ่านหรือไม่ และแจ้งให้นักศึกษาทราบ โดยปกติผู้ที่สอบผ่าน มักจะมีการแก้ไขเนื้อหาในเล่มอยู่บ้าง รวมทั้งอาจแก้ไขจุดเล็กๆ น้อยๆ ของโปรแกรม และรายงานสิ่งที่ปรับปรุงแก้ไขผ่าน อ.ที่ปรึกษา และ/หรือ ประธานกรรมการสอบ ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ หากนักศึกษาคนใดกรรมการยังไม่เห็นควรให้ผ่าน ก็จะให้ไปปรับปรุงแก้ไข และกลับมานำเสนอใหม่อีกครั้ง
8.ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ การพบ อ.ที่ปรึกษาและนำเสนอความก้าวหน้าตามระยะเวลาที่กำหนด ก็จะสามารถจบได้ทันตามกำหนด 2 ปี แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่ทันตามกำหนดเวลาแทบทุกคน เพราะยิ่งเป็น นศ.ปริญญาโท ที่ทำงานด้วยแล้ว หากแบ่งเวลาไม่เป็น ก็คงยากที่จบตามกำหนดเวลา
9.ครั้งนี้ผมได้พันธมิตรเพิ่มขึ้นคือ หลักสูตร ITM ที่ มช. และผู้อำนวยการ LCCT คงมีโอกาสได้ไปบรรยาย เป็นกรรมการสอบ หรือเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา IS อีกในอนาคต รวมทั้งความร่วมมือในด้านอื่นๆ อีกมาก
10.ผมเชื่อว่าหลายท่านทำได้ หากมีโอกาส+ความเชี่ยวชาญที่ต้องค้นพบตนเองให้ได้+การแสวงหา (อย่ารอโอกาสมาหา) ผมคาดว่าผมคงจะทำในลักษณะเดียวกันนี้ต่อไปที่ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี รวมทั้งที่มหาวิทยาลัยพะเยา (ในปีการศึกษา 2554) นี้ เป็นกำลังใจให้อาจารย์ทุกท่านครับ

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ประสบการณ์การเป็นกรรมการสอบการค้นคว้าแบบอิสระ