Posts Tagged ‘sar’

ผลการสังเคราะห์งานวิจัย เรื่อง e-doc กับ sar evidence

Friday, April 19th, 2013

ชื่องานวิจัย
การพัฒนาระบบเชื่อมโยงแฟ้มอิเล็กทรอนิกส์ระดับบุคคลกับระบบอ้างอิงหลักฐาน
ตามเกณฑ์ประกันคุณภาพการศึกษาภายใน และภายนอก
กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยเนชั่น จังหวัดลำปาง

ประเภทการวิจัย
การวิจัยประยุกต์

ผู้วิจัย
หัวหน้าโครงการ ผศ.บุรินทร์  รุจจนพันธุ์

หน่วยงาน
สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

ผู้สนับสนุนทุนวิจัย
มหาวิทยาลัยเนชั่น

วัตถุประสงค์การวิจัย
เพื่อพัฒนาโปรแกรมให้บุคลากร และคณะวิชาจัดเก็บข้อมูลการประเมินตนเอง รองรับการประเมินคุณภาพการศึกษาทั้งภายใน และภายนอก และเพื่อให้ผู้ประเมินตรวจสอบหลักฐานเพื่อการประกันคุณภาพได้อย่างพอใจ

สรุปผลการวิจัย
การวัดความพึงพอใจต่อการใช้งานระบบที่มีการบูรณาการระบบฐานข้อมูลต่าง ๆ จากระดับบุคคลสู่คณะวิชาและเกณฑ์ประเมินคุณภาพการศึกษา ได้ใช้แบบสำรวจความพึงพอใจ พบว่า การส่งข้อมูลเข้าตามเกณฑ์คุณภาพทั้งภายในและภายนอกยังไม่บรรลุเป้าหมาย เพราะมีจำนวนเอกสารเข้าสู่ระบบไม่มากพอ เนื่องจากขาดระบบและกลไกในระดับคณะวิชาที่จะขับเคลื่อนบุคลากรให้เข้าใช้งานระบบฐานข้อมูลตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงระดับคณะวิชา ดังนั้นผู้ประเมินจึงไม่สามารถตรวจสอบเอกสารจากระบบฐานข้อมูลได้ จึงมีระดับความพึงพอใจในระดับปานกลาง จึงสรุปได้ว่าการพัฒนาระบบเชื่อมโยงแฟ้มอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับระบบต่าง ๆ ยังจำเป็นต้องอาศัยนโยบายของผู้บริหารที่จะกำกับติดตามให้มีหลักฐานตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการศึกษาทั้งภายในและภายนอกที่ชัดเจน

ผลการสังเคราะห์งานวิจัย (องค์ความรู้จากการวิจัย)
มหาวิทยาลัยควรดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการประเมินตนเองที่สนับสนุนคณะวิชา รองรับเกณฑ์ภายใน และภายนอก ในแต่ละปีการศึกษา เพื่อรอรับการประเมินจากผู้ประเมิน โดยเชื่อมโยงเข้ากับระบบแฟ้มอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ เพื่อเสริมการใช้งานระบบฐานข้อมูลการประกันคุณภาพการศึกษาของ สกอ. และ สมศ. (http://www.cheqa.mua.go.th) นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยและคณะวิชา ควรมีระบบและกลไกในการขับเคลื่อนให้อาจารย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักและให้ความร่วมมืออย่างจริงจังในการบันทึกข้อมูลการประเมินตนเองอย่างครบถ้วน

ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาวิจัย
ข้อเสนอแนะ คือ ให้พัฒนาระบบฐานข้อมูลการประเมินตนเองที่เชื่อมโยงหลักฐานตามเกณฑ์ทั้งภายในและภายนอก แล้วตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทั้งระดับบุคคล ระดับคณะวิชา และระดับมหาวิทยาลัย  และเสนอให้คณะวิชาจัดทำระบบและกลไกในการกำกับติดตามการใช้งานระบบฐานข้อมูลการประเมินตนเองที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร คณะวิชา และหน่วยงานสนับสนุนอย่างเข้าใจ

การใช้ประโยชน์ต่อการเรียนการสอน
ทุกรายวิชา

วงจรในการจัดกระบวนการประเมินคุณภาพภายใน

Thursday, November 8th, 2012

วงจรในการจัดกระบวนการประเมินคุณภาพภายใน

จากหัวข้อแนวทางการจัดกระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน หน้า 201

ของ คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษา ปีการศึกษา 2554-2556

(Quality Assurance Manual 2554-2556)

nation handbook

nation handbook

1. สถาบันวางแผนการประเมินคุณภาพประจำปีการศึกษาใหม่ โดยประกาศตัวบ่งชี้ก่อนเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ และแจกคู่มือการจัดทำ SAR (กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวบ่งชี้ วิธีการ และกำหนดการประเมินคุณภาพภายในประจำปี)
2. สถาบันเก็บข้อมูลระยะ 12 เดือนตามตัวบ่งชี้ที่ได้ประกาศใช้บนระบบ CHEQA Online (มีทีมงานให้คำปรึกษากับบุคลากร และหรือหน่วยงานและหรือภาควิชาในการเก็บข้อมูล พร้อมทั้งพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานตามความเหมาะสม)
3. สาขาวิชา ศูนย์นอกที่ตั้ง จัดทำ SAR และเตรียมการประเมินระดับคณะวิชา และศูนย์นอกที่ตั้ง
4. ประเมินระดับคณะวิชา และศูนย์นอกที่ตั้ง
5. คณะวิชาและศูนย์นอกที่ตั้ง นำผลการประเมินมาจัดทำ SAR บนระบบ CHEQA Online และเตรียมการประเมินระดับสถาบัน และแต่งตั้งกรรมการประเมินระดับสถาบัน
6. ประเมินระดับคณะวิชา และศูนย์นอกที่ตั้งบนระบบ CHEQA Online
7. สถาบันนำผลการประเมินระดับคณะวิชา และศูนย์นอกที่ตั้งมาจัดทำ SAR บนระบบ CHEQA Online และเตรียมการประเมินระดับสถาบัน และแต่งตั้งกรรมการประเมินระดับสถาบัน
8. ประเมินระดับสถาบันบนระบบ CHEQA Online และนำผลการประเมินเสนอสภาสถาบันเพื่อพิจารณาวางแผนพัฒนาสถาบันในปีการศึกษาถัดไป
9. ผู้บริหารของสถาบันอุดมศึกษานำผลการประเมินและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน (รวมทั้งข้อเสนอแนะของสภาสถาบัน) มาวางแผนปรับปรุงการดำเนิน หรือปรับแผนกลยุทธ์/แผนปฏิบัติการประจำปีและเสนอตั้งงบประมาณปีถัดไป หรือจัดทำโครงการพัฒนาและเสนอใช้งบประมาณกลางปี
10. ส่งรายงานประจำปีที่เป็นรายงานการประเมินคุณภาพภายใน (ประกอบด้วย SAR และผลการประเมินคุณภาพภายในระดับคณะวิชา ศูนย์นอกที่ตั้ง และระดับสถาบัน) ให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาผ่านระบบ CHEQA Online และหน่วยงานต้นสังกัด (ภายใน 120 วันนับจากสิ้นปีการศึกษา)

นิเทศอาจารย์/เจ้าหน้าที่ 55 : มคอ. ประกัน ภาระงาน

Sunday, July 22nd, 2012
21 ก.ค.55
21 ก.ค.55

21 – 22 ก.ค.55 มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมนิเทศอาจารย์และเจ้าหน้าที่ ให้ความรู้ และปรับความเข้าใจ สำหรับการจัดการเรียนการสอน และการดำเนินการตามกรอบ มคอ. ในปีการศึกษา 2555 โดย ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม ท่านอธิการบดีเป็นผู้นำบรรยาย ในหัวข้อเกี่ยวกับอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษา การจัดทำข้อตกลงภาระงาน การทำหลักสูตรตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิการศึกษาแห่งชาติ การตัดเกรดที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่มีผลต่อการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพมาตรฐาน โดยมีผู้ช่วยบรรยายได้แก่ ดร.วันชาติ นภาศรี และอ.ศศิวิมล แรงสิงห์ มีการทำ workshop เรื่องของการกำหนดกระบวนการการประกันคุณภาพ และการกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มข้อตกลงภาระงาน

22 july 2555
22 july 2555

การรวมประชุมครั้งนี้ ฝึกบันทึกประเด็นที่ใช้ mindjet บน samsung galaxy tab 10.1 แล้วส่งภาพไปเก็บใน dropbox แล้ว export กลับมาเข้า samsung แล้วใช้ fb apps อัพโหลดเข้า group ของเพื่อนบุคลากร เพื่อชวนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภาพที่ได้ไม่ละเอียดเท่าที่ควร หลายคำอ่านยาก แต่พอเดาได้

บรรยากาศ
บรรยากาศ

การพัฒนาระบบฐานข้อมูลการประเมินตนเอง

Thursday, April 19th, 2012

ผลการคัดสรร วิเคราะห์และสังเคราะห์ความรู้จากผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์
คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเนชั่น ปีการศึกษา 2554

ชื่องานวิจัย การพัฒนาระบบฐานข้อมูลการประเมินตนเองเชื่อมโยงระบบแฟ้มอิเล็กทรอนิกส์ระดับบุคคล กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยเนชั่น จังหวัดลำปาง
ประเภทการวิจัย การวิจัยประยุกต์
ผู้วิจัย หัวหน้าโครงการ ผศ.บุรินทร์ รุจจนพันธุ์
หน่วยงาน สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
ผู้สนับสนุนทุนวิจัย มหาวิทยาลัยเนชั่น
วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีระบบฐานข้อมูลการประเมินตนเองตามตัวบ่งชี้และองค์ประกอบคุณภาพที่ตรงกับความต้องการของคณะวิชาและผู้ประเมิน สำหรับข้อมูลการประเมินตนเองในแต่ละปีการศึกษา
สรุปผลการวิจัย จากการสำรวจความพึงพอใจการใช้ระบบระดับคณะวิชา พบว่า การส่งข้อมูลแฟ้มอิเล็กทรอนิกส์ตามเกณฑ์คุณภาพไปยังคณะวิชา ยังขาดระบบและกลไกในการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรม ส่งผลให้หน่วยงานระดับคณะวิชาส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลไม่ครบถ้วน ผู้ประเมินจึงไม่สามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง กล่าวคือ มีคณะวิชาเข้าใช้งานในระบบคิดเป็นร้อยละ 89 แต่มีข้อมูลพื้นฐานที่ส่งเข้าระบบเพียงร้อยละ 56 คณะวิชาส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบไม่ครบถ้วน
ผลการสังเคราะห์งานวิจัย
(องค์ความรู้จากการวิจัย) มหาวิทยาลัยควรดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการประเมินตนเองที่สนับสนุนคณะวิชาในการบันทึกข้อมูลการประเมินตนเองในแต่ละปีการศึกษา เพื่อรอรับการประเมินจากผู้ประเมิน โดยเชื่อมโยงเข้ากับระบบแฟ้มอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ เพื่อเสริมการใช้งานระบบฐานข้อมูลการประกันคุณภาพการศึกษาของ สกอ. (CHE-QA) นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยและคณะวิชา ควรมีระบบและกลไกในการขับเคลื่อนให้อาจารย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องตระหนักและให้ความร่วมมืออย่างจริงจังในการบันทึกข้อมูลการประเมินตนเองอย่างครบถ้วน
ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาวิจัย ควรพัฒนาระบบฐานข้อมูลการประเมินตนเองที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทั้งในระดับบุคคล คณะวิชา และมหาวิทยาลัย ที่เชื่อมโยงแฟ้มอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์เข้าด้วยกัน และให้คณะวิชามีนโยบายที่ชัดเจนในการให้บุคลกรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกคนมีส่วนร่วมในการใช้ระบบที่เป็นรูปธรรม
การใช้ประโยชน์ต่อการเรียนการสอน ทุกรายวิชา

สไลด์เผยแพร่เกี่ยวกับความปลอดภัย

Tuesday, May 31st, 2011

จากการให้บริการวิชาการ ตามโครงการอบรม “การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย” โดย ผศ.บุรินทร์ รุจจนพันธุ์  ที่ อบต.บ้านดง และทต.แม่เมาะ ระหว่าง 21 – 22 ต.ค.2553 พบว่าผู้เข้ารับการอบรมให้ความสนใจเกี่ยวกับความปลอดภัย และขอสไลด์ไว้ศึกษา แล้วคณะวิชาได้พิจารณาเห็นชอบให้นำเสนอได้ จึงนำมาเผยแพร่ให้เพื่อนบุคลากร และผู้สนใจได้ ดาวน์โหลดไปศึกษาได้
ที่ http://www.thaiall.com/security/security_basic.ppt

การบริการวิชาการ ที่แม่เมาะ

Tuesday, May 31st, 2011
การบริการวิชาการ ที่แม่เมาะ

การบริการวิชาการ ที่แม่เมาะ

คณะวิชาทั้ง 3 ได้แก่ คณะบริหารธุรกิจ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี ส่งนักวิชาการออกบริการวิชาการ ที่ อบต.บ้านดง 21 – 22 ต.ค.2553 ซึ่งสืบเนื่องมาจากการสำรวจความต้องการ และการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เมื่อ 18 ต.ค.53  โดยมีโครงการทั้งสิ้น 3 โครงการ คือ โครงการอบรม “การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย” โดย ผศ.บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ โครงการอบรม “การให้ความรู้ด้านกฎหมายครอบครัว” โดย อ.สุทธิ์พจน์  ศิริรัตนาสกุล และ โครงการอบรม “EQ กับการทำงานใต้ความกดดันและการบริหารความเครียด” โดย อ.วีระพันธ์ แก้วรัตน์
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.450808788894.247022.814248894

แหล่งเผยแพร่คู่มือการประกันคุณภาพ

Tuesday, December 21st, 2010

sar manual

sar manual

คู่มือการประกันคุณภาพฯ และแบบฟอร์มการเขียน SAR เป็นเอกสารสำคัญที่ต้องถูกนำไปใช้อย่างเป็นระบบ และให้คณะวิชาได้นำไปใช้ อ.ม ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทุกคณะต้องใช้ในการวางแผน ดำเนินการ ติดตามการทำงาน ให้สอดรับกับเป้าหมายการประกัน  อ.ม จึงประสานกับผู้เกี่ยวข้องในการเผยแพร่เอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการของมหา วิทยาลั…ย บรรลุเป้าหมายคุณภาพที่ตั้งไว้ จึงเผยแพร่เอกสารในระบบอินทราเน็ต เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้เข้าไป download ซึ่งแหล่งเผยแพร่ยังมีอีกหลายแหล่ง วันนี้นำเสนอที่ http://www.yonok.ac.th/intranet หรือ ผ่านลิงค์ http://www.yonok.ac.th/doc/handbooks/formforfaculty2553.doc และ http://www.yonok.ac.th/doc/handbooks/handbook_cheqa_nov_2553.pdf

ปิดร่างรายงานการวิจัย sar51 แล้ว

Wednesday, December 16th, 2009
หน้าจอโปรแกรม การประเมินตนเอง 2550 - 2551 หน้าจอโปรแกรม การประเมินตนเอง 2550 – 2551

16 ธ.ค.52 วันนี้ผมปิดร่างรายงานการวิจัย “พัฒนาระบบฐานข้อมูลการประเมินตนเอง ปีการศึกษา 2551 กรณีศึกษามหาวิทยาลัยโยนก จังหวัดลำปาง” จากการส่งร่างให้ทีมวิจัยทั้ง 8 คนตรวจสอบก็ดำเนินการไปแล้ว ต่อจากนี้จะประสานส่งรายงานตามลำดับ ซึ่งคาดว่าจะมีกลไกดังนี้ 1) ส่งให้คณบดีพิจารณา 2) คณะกรรมการวิจัยในคณะ 3) สถาบันวิจัย 4) คณะกรรมการของสถาบันวิจัย 5) เวทีวิจัยของมหาวิทยาลัย 6) ท่านอธิการ ถ้าผ่านกลไกนี้ก็จะปิดงบถ่ายเอกสารของโครงการ แล้ววางแผนรวมทีมวิจัยโครงการต่อยอดกับข้อมูลปี 2552 เพื่อขยายให้ถึงระดับบุคคล ซึ่งมีความเป็นไปได้ด้วย 2 ปัจจัย คือ ท่านอธิการสนับสนุน และบุคลากรมีความเข้าใจเพิ่มขึ้นจากการอบรมในเดือนที่ผ่านมา โดยบทคัดย่อมีดังนี้
      งานวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโปรแกรมระบบฐานข้อมูลให้หน่วยงานจัดเก็บข้อมูลการประเมินตนเอง และเพื่อให้ผู้ประเมินตรวจสอบหลักฐานเพื่อการประกันคุณภาพด้วยความพอใจ กรณีศึกษามหาวิทยาลัยโยนก กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาใช้วิธีเลือกแบบเฉพาะเจาะจงจำนวน 2 กลุ่ม รวม 13 คน คือ ผู้ประเมินคุณภาพการศึกษา 7 คน ตัวแทนคณะวิชาและสาขาวิชา 6 คน เครื่องมือที่ใช้พัฒนาระบบคือเครื่องบริการไอไอเอส ตัวแปลภาษาพีเอชพี  เอแจ็กซ์ และระบบฐานข้อมูลไมโครซอฟท์แอคเซส ใช้แบบประเมินความพึอพอใจหลังการอบรมใช้งานโปรแกรม และหลังการประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับสถาบันเสร็จสิ้น โดยลักษณะคำตอบเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ งานที่พัฒนาขึ้นสามารถเลือกข้อมูลปีการศึกษา 2550 หรือ 2551 แบ่งเป็นระบบย่อยที่สำคัญ 6 ระบบ ประกอบด้วย 1) ระบบเข้าใช้งานของผู้ใช้  2) ระบบนำแฟ้มข้อมูลเข้าตามเกณฑ์มาตรฐาน  3) ระบบบันทึกรายละเอียดตามตัวบ่งชี้ 4) ระบบจัดการข้อมูลพื้นฐาน 5) ระบบปรับปรุง  และ 6) ระบบรายงานผลประเมินความพึงพอใจต่อการใช้งานโปรแกรมของหน่วยงานโดยรวมอยู่ระดับมาก (X = 3.71 , S.D = 1.16) และผลการประเมินความพึงพอใจต่อการใช้งานโปรแกรมของผู้ประเมินโดยรวมอยู่ระดับปานกลาง (X = 3.24, S.D = 1.11) ซึ่งสรุปได้ว่าระบบที่พัฒนาขึ้นยังไม่ตอบสนองความพึงพอใจต่อผู้ใช้ทั้ง 2 กลุ่มในระดับมาก
     The objective of this operational research was to develop the self assessment system to serve the satisfaction of users and assessors. This system used the case study of YONOK University.  The data sampling is divided into 2 groups consisting of 7 assessors and 6 faculties. The system development tools were Internet Information Server, PHP Interpreter, AJAX and Microsoft Access Database. 5-scale rating questionnaire was collected to evaluate system performance after finishing training and evaluation of the system. This system could be surve to database of 2550 and 2551.  There are 6 sub-systems: user’s login, documents upload, indicator update management, and common data set management, data updating and reporting system. The evaluation result of user’s satisfaction was high (a mean of 3.71 and standard deviation of 1.16). The evaluation result of assessor’s satisfaction was also moderate (a mean of 3.24 and standard deviation of 1.11). It is concluded that the system performance was not satisfy to both group in high level.
+ http://www.thaiall.com/research/sar51/fullpaper_sar51_521216.zip  500 KB
ถ้าท่านใดอ่านแล้วมีข้อเสนอแนะ แจ้งได้ครับ เพราะยังไม่ปิดงบถ่ายเอกสาร เป็นเพียงร่างรายงาน

ผลวิเคราะห์ความคลาดเคลื่อนจากการประเมิน .. ออกแล้ว

Sunday, December 13th, 2009
วิเคราะห์ความคลาดเคลื่อนใน 3 ตารางแรก วิเคราะห์ความคลาดเคลื่อนใน 3 ตารางแรก

13 ธ.ค.52 วันนี้ช่วงกลางวันมีภารกิจวิพากษ์แผนพัฒนาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งวัน โดยมี อ.วิเชพ ใจบุญ เป็นผู้ดำเนินการ และมี อ.ศศิวิมล แรงสิงห์ เป็นผู้เชี่ยวชาญให้ข้อเสนอแนะ เมื่อกลับบ้านก็หายจากอาการทอนซิลอักเสบพอดี จึงนำข้อมูลผลการประเมินคุณภาพภายใน ที่เกิดขึ้นในปลายเดือนสิงหาคม 2552 ที่มาจากผู้ประเมินภายในของแต่ละคณะ มาวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างผลการประเมินตนเอง และผลการประเมินของผู้ประเมิน ระหว่างปีการศึกษา 2550 และ 2551 ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งผลของความคลาดเคลื่อนสูงเกินกว่าที่คาดไว้มาก ทำใจเขียนส่วนอภิปรายผล หรือสรุปผลต่อไม่ได้ และคิดว่าคืนนี้ผมคงมีเรื่องอะไรให้นอนคิดมากมายกว่าทุกวัน
     ตารางที่ 1 จำแนกตามจำนวนคะแนนตัวบ่งชี้ที่คลาดเคลื่อนจากผลต่างการประเมินตนเองและของผู้ประเมินในปีการศึกษา 2551 พบว่า ผลรวมจำนวนตัวบ่งชี้จากทุกคณะ ที่ผลประเมินตนเองตรงกับผลของผู้ประเมินมีเพียง 58.55% และที่มีคลาดเคลื่อนระดับ 1 คะแนนมี 22.22% และที่มีคลาดเคลื่อนระดับ 2 คะแนนมี 14.96% และที่มีคลาดเคลื่อนระดับ 3 คะแนนมี 4.27% ซึ่งผลในตารางที่ 1 ไม่เห็นอะไรที่ชัดเจนนัก นอกจากตกใจที่เห็นผลประเมินเกือบครึ่งหนึ่งมีความคลาดเคลื่อน และพบว่าคณะของผมมีจำนวนตัวบ่งชี้คลาดเคลื่อนมากที่สุดคือ 20 ตัวบ่งชี้ แต่คณะบริหารคลาดเคลื่อนน้อยที่สุดคือ 10 ตัวบ่งชี้
     ตารางที่ 2 จำแนกตามจำนวนตัวบ่งชี้ที่คลาดเคลื่อนเปรียบเทียบปีการศึกษา 2550 และ 2551 พบว่า ไม่มีคณะใดเลยที่มีความคลาดเคลื่อนลดลงจากปี 2550 ทั้งที่ได้มีการนำเสนอรายงานความคลาดเคลื่อนไปใน การประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ครั้งที่ 22 /2552 วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2552 วาระ 4.3 โดยมีตัวแทนนักวิจัยร่วมประชุมครั้งนี้ 4 ท่านได้แก่ อ.ศศิวิมล แรงสิงห์ อ.บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ อ.วันชาติ นภาศรี และ อ.คนึงสุข นันทชมภู โดย อ.วันชาติ นภาศรี เป็นตัวแทนทีมวิจัยจัดทำข้อเสนอแนะไว้ในรายงานจำนวน 3 ข้อ คือ 1)เร่งพัฒนาศักยภาพของระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหาร การเรียนการสอน การบริการวิชาการ กิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักศึกษา และการวิจัย 2)กำหนดนิยามปฏิบัติการในรายตัวบ่งชี้ที่ยังมีความสับสน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน 3)จัดทำคำอธิบายว่าตัวบ่งชี้ใดใช้หลักฐานอะไรบ้าง และจัดให้มีการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจแก่บุคลากรทุกคน นักศึกษา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กลับมาหาสิ่งที่พบในตารางที่ 2 คือ คณะของผมติดอันดับหนึ่งในการที่มีจำนวนตัวบ่งชี้ที่คลาดเคลื่อนเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 15 ตัวบ่งชี้ ส่วนคณะที่จำนวนตัวบ่งชี้คลาดเคลื่อนเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดมีคณะบริหารกับคณะสังคม คือ 1 ตัวบ่งชี้
     ตารางที่ 3 จำแนกตามคะแนนที่คลาดเคลื่อนเปรียบเทียบปีการศึกษา 2550 และ 2551 พบว่า คณะของผมยังเป็นเบอร์ 1 คือ คะแนนคลาดเคลื่อนเพิ่มขึ้นอีก 22 คะแนน โดยคณะสังคมคลาดเคลื่อนเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดคือ 3 คะแนน รองลงมาคือคณะบริหาร 5 คะแนน ทั้ง 3 ตารางนี้ได้เปรียบเทียบในระดับคณะ ยังไม่เปรียบเทียบในระดับตัวบ่งชี้ ว่าองค์ประกอบใด หรือตัวบ่งชี้ใด มีความผิดปกติบ้าง แต่เท่าที่คาดการณ์ก็เชื่อได้ว่าความคลาดเคลื่อนกระจายอยู่ในทุกตัวบ่งชี้อย่างแน่นอน แต่จะมีตัวใดสูงเป็นพิเศษคงต้องใช้เวลาทำ pivot table อีกครั้ง
     จากข้อมูลทั้งหมดนี้ ผมมีแผนส่งข้อมูลดิบให้แต่ละคณะและทีมวิจัยได้ตรวจสอบ ก่อนดำเนินการเขียนรายงานสรุปผล และอภิปรายผลรายงานการวิจัยต่อไป ซึ่งส่วนของการวิเคราะห์ความคลาดเคลื่อนเป็นเพียงผลการวิจัยที่เพิ่มเติมจากวัตถุประสงค์หลัก แต่นี่คืองานวิจัยสถาบันที่พบว่าระหว่างการวิจัยได้พบประเด็นที่จะเสริมการพัฒนามหาวิทยาลัยได้ และสนับสนุนให้การดำเนินงานวิจัยบรรลุตามวัตถุประสงค์ สิ่งที่ต้องการค้นหาเป็นหลัก คือความพึงพอใจต่อการใช้งานระบบฐานข้อมูลการประเมินตนเองที่พัฒนาขึ้น ซึ่งผลของความคลาดเคลื่อนและความพึงพอใจสอดคล้องกัน คือ ระดับความพึงพอใจเป็นไปในทางเดียวกับความคลาดเคลื่อน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ดีเลย และจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้
+ http://www.yonok.ac.th/sar/nsar51.php

นิยามศัพท์เฉพาะ ที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูล

Sunday, December 13th, 2009

13 ธ.ค.52 ปีการศึกษานี้เริ่มการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ระบบฐานข้อมูล ซึ่งหลายท่านไม่ทราบนิยามศัพท์ของคำต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจึงได้จัดทำ นิยามศัพท์เฉพาะ ที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูล โดยรับความอนุเคราะห์เรียบเรียงจาก อ.วิเชพ ใจบุญ และ อ.เกศริน อินเทลา  และเผยแพร่ให้ทุกคณะ และหน่วยงานได้รับทราบผ่านบันทึก งทส. ๔๑/๒๕๕๒ โดยมีรายละเอียดดังนี้
     ๑. ระบบฐานข้อมูล (Database System) คือ การรวมและจัดเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันเข้าด้วยกัน (Integration) โดยมีการจัดกลุ่มข้อมูลให้อยู่ในรูปตาราง (Grouping) ที่สามารถเชื่อมโยงตารางทั้งหมดเข้าหากัน(Sharing) เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บ (Non Redundancy) ไม่มีความขัดแย้งของข้อมูล (Inconsistency) และมีความคงสภาพของข้อมูล (Integrity)
     ๒. ข้อมูล (Data) คือ ค่าของความจริงที่ปรากฏขึ้น โดยค่าความจริงที่ได้จะนำมาจัดการ ปรับแต่งหรือประมวลผล เพื่อให้ได้สารสนเทศที่ต้องการ
     ๓. สารสนเทศ (Information) คือ กลุ่มของข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้ข้อมูลเหล่านั้นมีความหมายและมีประโยชน์ตามความต้องการของผู้ใช้
     ๔. ระบบ (System) คือ สิ่งที่ประกอบขึ้นมาจากหน่วยย่อยหรือองค์ประกอบย่อย ที่มีความสัมพันธ์และทำหน้าที่ร่วมกัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
    ๕. ระบบ (System) มีความหมายอธิบายในคู่มือของ สกอ. (พ.ค.52) หน้า 222
ระบบ (System) ประกอบด้วย 1)วัตถุประสงค์ (Objective) 2)ปัจจัยนำเข้า (Input) 3)กระบวนการ (Process) และ 4)ผลผลิต (Output) แต่ในการประเมินตามคู่มือของ สกอ. คำว่าระบบ จะเน้นที่กระบวนการ หมายถึง ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่มีการกำหนดอย่างชัดเจนว่าต้องทำอะไรบ้าง เพื่อให้ได้ผลออกมาตามที่ต้องการ ขั้นตอนการปฏิบัติงานจะปรากฎให้ทราบโดยทั่วกันไม่ว่าจะในรูปของเอกสารหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือโดยวิธีการอื่น ๆ
     ๖. ระบบและกลไก มีความหมายอธิบายในคู่มือของ สกอ. (พ.ค.52) หน้า 162
     ระบบและกลไก คือ ขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยบุคลากร ทรัพยากร กฎเกณฑ์ มาตรการ แนวปฏิบัติ และปัจจัยต่าง ๆ เป็นกลไกให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย

เรียบเรียงโดย อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี