สร้างความตระหนักด้วยผลวิเคราะห์ความเบี่ยงเบน

7 ต.ค.52 ช่วงนี้อยู่ระหว่างเขียนรายงานการวิจัยเรื่อง “พัฒนาระบบฐานข้อมูลการประเมินตนเอง ปีการศึกษา 2551กรณีศึกษามหาวิทยาลัยโยนก จังหวัดลำปาง” ซึ่งได้รับการสนับสนุนข้อมูลจาก อ.ศศิวิมล แรงสิงห์ ในส่วนของผลการวิจัย หัวข้อ “ผลวิเคราะห์ความเบี่ยงเบนจากการประเมินตนเอง และผู้ประเมิน ข้อมูลปีการศึกษา 2550” มีรายละเอียดว่า ผู้วิจัยได้เปรียบเทียบผลการประเมินตนเองของหน่วยงาน และผลการประเมินของผู้ประเมิน แล้วได้นำผลต่างของค่าทั้ง 2 มาคำนวณหาความเบี่ยงเบน เพื่อศึกษาจำนวนตัวบ่งชี้ที่มีความเบี่ยงเบนไปจาก 0 ซึ่งคะแนนประเมินทั้ง 2 ค่านั้นไม่ควรแตกต่างกันในทางทฤษฎี เพราะหน่วยงานที่จัดเตรียมเอกสารหลักฐานอย่างถูกต้องครบถ้วนแล้วประเมินตนเองด้วยคะแนนเท่าใดก็ควรได้รับคะแนนจากผู้ประเมินเมื่อตรวจสอบเอกสารเป็นเท่านั้น จึงไม่ควรจะมีความเบี่ยงเบนที่ต่างไปจาก 0
     การวิเคราะห์ความเบี่ยงเบนของหน่วยงานจำแนกตามคณะสำหรับจำนวนตัวบ่งชี้รวม 39 ตัวที่ได้มีการประเมินตนเอง และจากผู้ประเมิน พบว่า 1)คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มีจำนวนตัวบ่งชี้ที่มีความคลาดเคลื่อน 17 ตัวบ่งชี้ 2)บัณฑิตวิทยาลัยมีจำนวนตัวบ่งชี้ที่มีความคลาดเคลื่อน 12 ตัวบ่งชี้ 3)คณะนิเทศศาสตร์มีจำนวนตัวบ่งชี้ที่มีความคลาดเคลื่อน 9 ตัวบ่งชี้ 4)คณะบริหารธุรกิจมีจำนวนตัวบ่งชี้ที่มีความคลาดเคลื่อน 8 ตัวบ่งชี้ 5)คณะนิติศาสตร์มีจำนวนตัวบ่งชี้ที่มีความคลาดเคลื่อน 7 ตัวบ่งชี้ และ 6)คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีจำนวนตัวบ่งชี้ที่มีความคลาดเคลื่อน 5 ตัวบ่งชี้
     การวิเคราะห์ความเบี่ยงเบนของหน่วยงานจำแนกตามตัวบ่งชี้สำหรับจำนวนตัวบ่งชี้รวม 39 ตัว ที่ได้มีการประเมินตนเอง และจากผู้ประเมิน พบว่าตัวบ่งชี้ที่หน่วยงานเข้าใจคลาดเคลื่อนไม่ต่ำกว่า 3 หน่วยงานมีทั้งหมด 9 ตัวบ่งชี้  โดยตัวบ่งชี้ที่เข้าใจคลาดเคลื่อน 4 หน่วยงานมี 2 ตัวบ่งชี้ คือ 1) ตัวบ่งชี้ 4.1 มีการพัฒนาระบบและกลไกในการสนับสนุนการผลิตงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ 2) ตัวบ่งชี้ 5.1 มีระบบและกลไกในการบริการทางวิชาการแก่สังคมตามเป้าหมายของสถาบัน
     สำหรับตัวบ่งชี้ที่เข้าใจคลาดเคลื่อน 3 หน่วยงานมี 7 ตัวบ่งชี้ คือ 1) ตัวบ่งชี้ 1.1 มีการกำหนดปรัชญาหรือปณิธาน ตลอดจนมีกระบวนการพัฒนากลยุทธ์ แผนดำเนินงานและมีการกำหนดตัวบ่งชี้เพื่อวัดความสำเร็จของการดำเนินงานตามแผนให้ครบทุกภารกิจ 2) ตัวบ่งชี้ 2.1 มีระบบและกลไกในการพัฒนาและบริหารหลักสูตร 3) ตัวบ่งชี้ 2.8 มีระบบและกลไกสนับสนุนให้อาจารย์ประจำทำการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน 4) ตัวบ่งชี้ 5.2 ร้อยละของอาจารย์ประจำที่มีส่วนร่วมในการให้บริการทางวิชาการแก่สังคม เป็นที่ปรึกษา เป็นกรรมการวิทยานิพนธ์ภายนอกสถาบัน เป็นกรรมการวิชาการ กรรมการวิชาชีพในระดับชาติหรือระดับนานาชาติต่ออาจารย์ประจำ 5) ตัวบ่งชี้ 7.2 ภาวะผู้นำของผู้บริหารทุกระดับของสถาบัน 6) ตัวบ่งชี้ 7.8 มีการนำระบบบริหารความเสี่ยงมาใช้ในกระบวนการบริหารการศึกษา 7) ตัวบ่งชี้ 9.2 มีระบบและกลไกการให้ความรู้และทักษะด้านการประกันคุณภาพแก่นักศึกษา
     ทีมวิจัยนำเสนอผลการวิเคราะห์ความคลาดเคลื่อนจากการประเมินตนเองกับของผู้ประเมินในการประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ครั้งที่ 22 /2552 วันอังคารที่  21  กรกฎาคม  2552 วาระ 4.3 โดยมีนักวิจัยร่วมประชุมครั้งนี้ 4 ท่านได้แก่ อ.ศศิวิมล แรงสิงห์ อ.บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ อ.วันชาติ นภาศรี และ อ.คนึงสุข นันทชมภู ซึ่ง อ.วันชาติ นภาศรี ได้จัดทำบทสรุป 7 หน้า โดยมีข้อเสนอแนะในรายงาน 3 ข้อ คือ 1)เร่งพัฒนาศักยภาพของระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหาร การเรียนการสอน การบริการวิชาการ กิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักศึกษา และการวิจัย 2)กำหนดนิยามปฏิบัติการในรายตัวบ่งชี้ที่ยังมีความสับสน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน 3)จัดทำคำอธิบายว่าตัวบ่งชี้ใดใช้หลักฐานอะไรบ้าง และจัดให้มีการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจแก่บุคลากรทุกคน นักศึกษา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน สร้างความตระหนักด้วยผลวิเคราะห์ความเบี่ยงเบน

การประชุม KM ครั้งที่ 1/2552

KM Meeting 152การประชุมคณะทำงาน KM เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2552 ก่อนผมเดินทางมาฝรั่งเศส 1 สัปดาห์ ได้หลายประเด็นที่ต้องกลับไปดำเนินการต่อหลังกลับจากฝรั่งเศส เพราะกลัวว่าจะไม่ได้ 2 คะแนน ของตัวบ่งชี้ที่ 7.3  มีการพัฒนาสถาบันสู่องค์การเรียนรู้ ในงานประกันคุณภาพ อย่างไรก็ตาม จะมีอย่างน้อย 2 โครงการ ดำเนินการทันทีในช่วงปิดเทอมเดือนตุลาคม คือ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การพัฒนาสื่อการสอน E-learning” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 ตุลาคม 2552 เวลา 8.30น. – 16.00น. และโครงการวิพากษ์ฐานข้อมูลโยนก (วันที่จัดให้ติดต่อ ผศ.บุรินทร์ด่วน) ผลสัมฤทธิ์ยังไม่มั่นใจว่า จะบรรลุตัวชี้วัดโครงการได้ถึง 80 % หรือไม่ คงต้องฝากความหวังไว้ที่ผศ.บุรินทร์ เช่นเคย เพราะช่วงปิดเทอมนี้มีโครงการผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดมากมาย กลัวบุคลากรโยนกจะอ๊วกเสียก่อนจะมาถึงโครงการ KM ทั้ง 2 โครงการ นอกจากนั้นผมมีแผนจะจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ E-learning สำหรับอาจารย์ชาวต่างประเทศด้วยเช่นกัน เพราะมีหลายคนถามถึง เช่น Aj.Sudha แต่ยังไม่เคยมี version ภาษาอังกฤษสักที และอย่าลืมว่า KM จะประสบผลสำเร็จได้นั้น ขึ้นกับองค์ประกอบหลัก 3 ประการ คือ องค์กร เทคโนโลยี และคน ผมคิดว่า 2 ตัวแรก คงจะไม่มีปัญหา หรือมีก็คงบริหารจัดการได้ แต่ตัวสุดท้ายนี่สิ บังคับกันยาก และต้องทุกคนด้วย แค่ให้มาช่วยกันเขียน Blog ยังยากเลย นี่ถ้าเป็นอาหาร คงต้องเคี้ยวให้ หรือใส่หลอดฉีดยาเข้าเส้นเลยก็คงจะดี มีประเด็นในที่ประชุมโดย ดร.ศรีศุกร์ เสนอให้มีเวทีที่ไม่เป็นทางการ (Social Platform) คล้ายๆ สภากาแฟ แต่ต้องมีประเด็นที่จะมาพูดคุยกันก่อน และคนที่มาก็ต้องสนใจในเรื่องนั้นด้วย คิดว่าจะทำแบบสำรวจเมื่อกลับไป ตอนนี้เอาเป็นว่าใครสนใจประเด็นใดก็ตอบมาได้ที่ Blog นี้ไปพลางก่อน เช่น ประเด็นด้านความงาม (ที่ประชุม KM เสนอมา) ฯลฯ สุดท้ายคงต้องชี้แจงกันสักเล็กน้อยว่า ผลการดำเนินงานด้าน KM ทั้งหมด ผมได้นำไปเก็บไว้ที่ “www.yonok.ac.th/webboard” ภายใต้หัวข้อ “Yonok Knowledge Management” ตอนนี้ใส่ข้อมูลของปี ’51 ไปบางส่วนแล้ว และจะเข้าไปใส่เรื่อยๆ ยังไงฝากประชาสัมพันธ์ด้วยนะครับ สรุปว่า ถ้าพูดถึง KM ที่โยนก ไปที่ webboard ดังกล่าว แต่ถ้าอยากแบ่งปันประสบการณ์กันมาที่ “www.yonok.ac.th/blog” และอะไรก็ตามที่สามารถสกัดเป็นความรู้ได้จาก blog ดังกล่าว ผมก็จะนำไปเก็บดป็นลิ้นชักความรู้ที่ webboard อีกต่อหนึ่ง

โพสท์ใน ทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน การประชุม KM ครั้งที่ 1/2552

วันที่ 6 ที่ลียง

PictDay5วันนี้มีพยากรณ์ว่าจะมีฝนเล็กน้อย ตื่นเช้ามา 06.30 น. ลมพัดค่อนข้างแรง เมฆดูเต็มท้องฟ้า สักพักละอองฝนโปรยปรายลงมาบ้าง หยุดบ้างสลับกันไป ช่วงเช้าเตรียมสไลด์ที่จะไปนำเสนอผลงานวิชาการที่โมร็อคโค ช่วงบ่ายไปแวะที่ร้าน McDonald ทานกลางวัน แต่มีเป้าหมาย คือไปใช้ internet ฟรี เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ลูกๆ On MSN เลยได้คุยกัน และใช้วิดีโอ MSN ทำให้เห็นลูกๆ ทั้งสองและเพื่อนคู่คิดที่เป็นแม่ของลูก ตอนนี้ลูกๆ ไปติวเข้มที่สยามสแควร์ 2 อาทิตย์ ไปเช่า Service Apartment อยู่ที่นั่น คนโตจะขึ้น ม.4 ส่วนคนเล็กจะขึ้น ม.1 ระหว่างคุยไปก็ต้องรีบตอบ Mail ที่คั่งค้างจำนวนมาก และเขียนบล็อคของวันที่ 3 และวันที่ 4 รวมทั้งเข้าไปพูดคุยใน Social Network ของคลัสเตอร์เซรามิค (www.ceramiccluster.com) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปริญญาเอก ใช้เวลาอยู่ที่ Mac กว่า 3 ชั่วโมง ระหว่างนั้น อ.นุช (ปวินท์รัตน์) ก็กำลังส่ง Mail อยู่หน้าจอคอมพ์ เจ้าอั๋นก็ On MSN ด้วย เรียกว่าใช้ internet ของ Mac คุ้มค่าอาหารกลางวันราว 6.5 ยูโร หรือราว 300 กว่าบาท (คูณด้วย 50 แต่พยายามอย่าคูณ เพราะคูณแล้วเดี๋ยวจะไม่ยอมทานอะไรเลย) ออกจากที่นั่นราว 5 โมงเย็น สรุปว่าวันนี้ได้เรื่องตอบ Mail และคุยกับลูกๆ ก่อนจากลาวันนี้ มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่อยากแบ่งปันพวกเรา เรื่องแรกเป็นเรื่องของอาคารที่ก่อสร้าง ส่วนใหญ่จะอนุรักษ์ทรงแบบเดิม (น่าจะสมัยโรมันด้วยซ้ำ) ดูที่พักของผมก็ได้ซึ่งเป็นอาคารใหม่เอี่ยม สไตล์โบราณชัดๆ และที่สำคัญจั่วบนอาคารจะเป็นรูปไม้กางเขนเด่นตระหง่าน เรื่องที่สองเหมือนที่เคยเกริ่นไปแล้ว คนที่นี่เป็นประเภทแขกขาวเยอะมาก แต่ที่อยากจะเน้น คือ ผู้หญิง ตาคม คิ้วเข้ม หน้าใสเนียน สวยมาก และหุ่นดีด้วย จึงไม่สงสัยเลยว่า ทำไม เวเนซูเอล่า และโคลัมเบีย มักได้ที่ 1 ของ Miss Universe เป็นประจำ เรื่องที่สองเวลาเราไปซื้อของในห้างเหมือน BigC บ้านเรา เวลาจ่ายเงิน มีช่องพิเศษสำหรับให้เราทำกระบวนการจ่ายเงินเองทั้งหมดเริ่มตั้งแต่นำของมาอ่าน Barcode จนครบ กดรวมเงิน และหยอดเงินในช่องรับให้ครบ ส่วนใหญ่ของมักจะไม่เยอะ เช่น 1-2 ชิ้น แต่ลักษณะนี้ ความไว้ใจคนมีสูง ซึ่งแน่นอนถ้าโกง บทลงโทษสูงเช่นกัน ตรงข้ามกับบ้านเรา ทำผิดให้เป็นถูกได้ ก่อนจากกันฉบับนี้ ขอให้ข้อคิดทิ้งท้ายไว้ว่า “ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่ควรอนุรักษ์ไว้ และประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันบ่มเพาะ พวกเราอยากได้ประวัติศาสตร์โยนกแบบไหน อย่าปล่อยให้คนๆ เดียว หรือบางกลุ่มเป็นผู้สร้าง ผมอยากเห็นโยนกอีก 100 ปี มีประวัติศาสตร์ที่น่าชื่นชม น่าติดตาม เหมือนที่ผมเห็นมากมายที่ฝรั่งเศส”

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน วันที่ 6 ที่ลียง

อบรมเรื่องตั้งคำถามและหาคำตอบของคนขี้สงสัย

วิทยากร การเขียนวิจัยภาษาอังกฤษ วิทยากร การเขียนวิจัยภาษาอังกฤษ

6 ต.ค.52 เข้าอบรมการเขียนงานวิจัยภาษาอังกฤษ จัดโดยคณะสังคมฯ ซึ่งวิทยากรรับเชิญเป็นกลุ่มอาจารย์สอนปริญญาโทจากมหาวิทยลัยพายัพ แม้วันนี้เป็นวันที่สอง ก็มีคนแน่นห้องเหมือนเดิม บุคลากรภายใน 29 คน (กว่าครึ่งมหาวิทยาลัย) บุคคลภายนอกอีกพอกัน เนื้อหาบรรยายของวิทยากรแต่ละท่านมีดังนี้ 1)Sudha Subramanian เปิดด้วยการชวนแลกเปลี่ยนประสบการณ์วิจัย อาจารย์หลายท่านร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งของโยนก และอาจารย์จากบุรีรัมย์ ฟังแล้วทึ่งในประสบการณ์ของหลายท่าน สำหรับหัวข้อประกอบด้วย Where do i start? และ How do i start? และ Three P’s : Probe ค้นหา, Passion ความชอบ , Persistence ความเพียร 2)Philip Keay, M.A., Dip,ELT สอนเขียนบทความแบบ Free writing โดยหัวข้อใหญ่คือ The process of writing มี 5 ขั้นตอนคือ 2.1)generating idea 2.2)planning 2.3)writing 2.4)revising 2.5) editing 3)Pearl Wattanakul, Ph.D. Department Head ท่านดู Active มาก สอนเรื่องการเขียนงานวิจัย ซึ่งมี Powerpoint นำเสนอวิธีการ 37 slides สำหรับหัวข้อที่สำคัญ อาทิ Process of Research, Research Proposal Structure, Classification of Research by Purpose, Classification of Research by Method 4)David Richards, M.Phil. เป็นท่านสุดท้าย แต่ผมติดภารกิจ จึงไม่อาจนำรายละเอียดมาเล่าให้ฟังได้ เสียดายมากครับ
     สำหรับการเรียนกับ Philip Keay ท่านให้ทำงานเขียนบทความแบบ free writing ในห้องอบรม แล้ว อ.นาดีน ช่วย prove เรื่อง gramma ซึ่งมีผลงานดังนี้

Nowadays, globalization is the life style of everybody. It is a new generation of life. Digital computer can use data in type of 0 and 1 and it can be applied to images, sounds, animation and movies. We have tried to make artificial intelligence which looks like humans. All computers go into one network among wire and wireless technology. Everybody has an email account on the internet and communicate on social networking sites. If i mention the twitter website, it would represent individuals of today.

+ http://www.thaiall.com/ppt/research_proposal_drpearl.ppt
+ http://www.facebook.com/family/Subramanian
+ http://tesol.payap.org/Faculty.html

โพสท์ใน งานวิจัยและบริการวิชาการ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน อบรมเรื่องตั้งคำถามและหาคำตอบของคนขี้สงสัย

วันที่ 5 ที่ลียง

Pict Roman Theatreวันที่ 5 ในลียง วันนี้อยากแบ่งปันประสบการณ์สัก 4 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ในเมืองลียงและประเทศฝรั่งเศส และคงรวมถึงในอีกหลายๆ ประเทศในทวีปยุโรป เรื่องแรกเป็นเรื่องของกฎหมาย พลเมืองที่นี่ปฏิบัติตามกฎหมายกันอย่างเคร่งครัด เช่น ข้ามถนนบนทางม้าลายโดยรอสัญญานไฟเขียว ไม่ขับรถผ่าไฟแดง ไม่ทิ้งขยะในที่สาธารณะ ไม่สูบบุหรี่ในอาคารและที่ห้าม เพราะการกระทำผิดจะถูกปรับหรือลงโทษแรงมาก เช่น ขับรถผ่าไฟแดง จะถูกปรับราว 300-500 ยูโร หรือเป็นหมื่นถึงสองหมื่นบาทเชียว มีรถคันหนึ่งขับผ่าไฟแดงต่อหน้าต่อตา กล้องบันทึกภาพโดยมีแฟลชขึ้นอัตโนมัติในทันที เรื่องที่สอง ที่นี่เราจะพบเห็นสวนสาธารณะเล็กๆ สนามเด็กเล่นย่อมๆ อยู่ในหลายพื้นที่ เพราะคนที่นี่เสียภาษีกันอย่างถูกต้อง ดังนั้นรัฐบาล หรือผู้บริหารเมืองต่างๆ ก็จะคืนภาษีกลับมาให้สังคมอย่างแท้จริงในรูปแบบของสิ่งอำนวยความสะดวก และบริการสาธารณะต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากบ้านเราจริงๆ การบริหารจัดการระดับท้องถิ่น ซึ่งหลักการดีมาก แต่กลับไปเป็นช่องทางของผู้จะมาเอาผลประโยชน์ทั้งในรูปของตัวเงิน และอำนาจ เชื่อมโยงกันไปเป็นเครือข่ายอำนาจระดับประเทศอีกต่อหนึ่ง เรื่องที่สาม เป็นเรื่องของการให้ความสำคัญในตัวบุคคล โดยจะดูที่ทักษะ ความสามารถ และประสบการณ์จริงๆ หมายความว่า บุรุษไปรษณีย์เงินเดือนจะไม่แตกต่างจากนักบัญชี และ Professor ในมหาวิทยาลัย แถมยังเป็นอาชีพที่ผู้คนใฝ่ฝันอีกด้วย ข้างที่พักของผมมีพนักงานก่อสร้างอาคาร ขับรถคันงามมาจอดตอนเช้าทุกวันเลย ถ้าเป็นบ้านเราพวกนี้ถูกเรียกว่า กรรมกร ต้องนั่งท้ายกระบะขนไปเป็นหมู่ ดังนั้น ที่นี่จึงให้ความสำคัญมากในเรื่องสหกิจศึกษา ที่จะต้องฝึกปฏิบัตินักศึกษาให้ทำงานเป็น สำหรับบ้านเราเรื่องชนชั้น วรรณะ ดูเหมือนจะยังคงมีให้เห็นอยู่เสมอ เรื่องสุดท้าย คือเรื่องของโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ ทราบมาว่าที่ฝรั่งเศสมีมากกว่า 10 โรง และมีโครงการตั้งโรงงานขึ้นเรื่อยๆ บ้านเราต่อต้านกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ที่นี่ เทคโนโลยีมั่นใจเรื่องความปลอดภัยแน่ การบริหารจัดการตามกฎเกณฑ์ ข้อบังคับอย่างแท้จริง ผมว่าบ้านเราปัญหาใหญ่อยู่ที่ เพราะแม้แต่รัฐบาลยังไม่ค่อยจะเห็นโครงการไหนเลยที่ไม่มีปัญหา และถ้าเป็นเรื่องพลังงานนิวเคลียร์ ใครจะไปเชื่อใจได้ ที่นี่ให้ความสำคัญเรื่องพลังงานสะอาดและลดมลภาวะ รถราง รถไฟฟ้าใต้ดิน และรถเมล์ส่วนใหญ่ ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งสิ้น อย่างว่านั่นแหละไฟฟ้า ก็ได้มาจากพลังงานนิวเคลียร์ บ้านเราจึงต้องใช้น้ำมันแพงๆ ไฟฟ้าแพงๆ ต่อไป

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน วันที่ 5 ที่ลียง

วันที่ 4 ที่ลียง

PictDay4

วันจันทร์ที่ 5 ต.ค. ค่อนข้างยุ่งกับเรื่องที่พัก เพราะมาถึงวันศุกร์ตอนเย็นเลยได้แต่กุญแจห้อง วันนี้ก็เลยต้องไปทำสัญญาที่พัก เป็นค่าเช่าบ้าน 353.53 ยูโร ค่าประกันของเสียหาย 250 ยูโร ซึ่งจะได้คืนภายหลัง ค่าไฟฟ้า 40 ยูโร ค่าใช้บริการ internet (6 ยูโร) รวมแล้วจ่ายไป 659.53 ยูโร สำหรับค่าที่พัก 1 เดือน จากนั้นเดินทางไปรับเงินเบี้ยเลี้ยงอีกที่หนึ่ง เขาจ่ายเป็นเช็ค 3 ใบ รวมเป็นเงิน 1950 ยูโร สำหรับ  1 เดือน (วันละ 65 ยูโร) คิดเป็นเงินไทยคงตกประมาณ 100,000 บาท เห็นจะได้ มาคราวนี้รู้สึกเป็นใบ้จริงๆ ที่นี่ใช้กันแต่ภาษาฝรั่งเศส ดูเป็นคนโง่ยังไงไม่รู้ โชคยังดีที่มากับอาจารย์ที่ ม.ช. พูดฝรั่งเศสได้ดี (มาอยู่ 4 ปี แล้ว) เสร็จแล้วแวะไปส่ง net ที่ร้าน McDonald สั่งกาแฟมา 1 แก้ว ราคา 1.3 ยูโร (ไม่ให้น่าเกลียด) ปรากฎว่า สัญญานดีเยี่ยม แต่มีปัญหาของ ISP เล่น net ไม่ได้ชั่วคราว รอกว่าชั่วโมง สัญญานจึงใช้การได้ มาที่ร้าน Mac นี่ ได้ความรู้มา 1 อย่าง คือ จะมีรหัส 4 ตัว พิมพ์ลงบนใบเสร็จ สำหรับใช้คีย์ตอนเข้าห้องน้ำประตูจึงจะเปิด หมายความว่าใครจะเดินเข้ามาใช้ห้องน้ำโดยไม่ซื้อของกินในร้าน Mac ไม่ได้เด็ดขาด ยกเว้นแอบเดินไปขอรหัสที่โต๊ะคนอื่น ได้เวลา 6 โมงเย็น จึงเดินทางกลับ ลืมบอกไปว่า ช่วงนี้คนขับรถบัส รถราง รถไฟฟ้าใต้ดิน เขาประท้วงเรื่อง OT กัน ตารางเวลาเดินรถจึงไม่แน่นอน ต้องตรวจสอบทุกวัน แต่อย่างน้อยรีบกลับก่อน 19.00 น. ดูจะปลอดภัยไว้ก่อน วันนี้ตั้งใจจะเตรียมสไลด์ powerpoint สำหรับนำเสนอผลงานทางวิชาการที่โมรอคโคในระหว่างวันที่ 21-23 ต.ค. เพราะไม่ได้แตะวิชาการมาหลายวันแล้ว ขอเป็นคนดีสักวัน

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน วันที่ 4 ที่ลียง

วันที่ 3 ที่ลียง

picture3วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบเพราะหน่วยงานและร้านค้าปิดกันหมด เลยถือโอกาสไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ซึ่งที่นี่เขาคุยว่าใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากลุฟร์ที่ปารีส  จากนั้นแวะไปที่ถนนริมแม่น้ำ Rhone ย่าน China Town ที่นี่ผู้คนจะมาพักผ่อน ออกกำลังกาย ทั้งเดิน วิ่ง ขี่จักรยาน รวมทั้งเล่นสเก็ตบอร์ด ลืมบอกไปว่าที่นี่ เขามีจักรยานให้เช่านในราคาชั่วโมงละ 1 ยูโร ใช้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงฟรี โดยเราต้องซื้อบัตรและจะต้องมัดจำเงินค่าจักรยานผ่านบัตรเครดิตราคา 150 ยูโร แต่สามารถจอดได้หลายจุดที่มีไว้บริการ พอเสียบจักรยานเข้าที่จอด เงินที่มัดจำไว้ก็จะคืนกลับมาในบัญชีของเราอัตโนมัติ ตกเย็นแวะไปที่ Montfiere เป็นโบสถ์เก่าแก่อยู่สูงบนยอดเขา ถ่ายรูปและซื้อของที่ระลึกบ้างพอเป็นพิธี เย็นนี้คงต้องกินมาม่าแบบเก่า

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน วันที่ 3 ที่ลียง

วันที่ 2 ที่ลียง

DSC07053

โชคดีที่มาถึงลียง (Lyon) ในวันสุดสัปดาห์ จึงยังไม่มีภารกิจใดๆ สามารถพักผ่อน จัดเตรียมอุปกรณ์ทำอาหารบางอย่าง และเสบียงที่จำเป็น เช่น มาม่า ไข่ ข้าว ฯลฯ ชีวิตนักวิจัยที่นี่ก็เหมือนคนทำงานคนหนึ่ง ใช้ชีวิตเหมือนคนฝรั่งเศสซึ่งส่วนใหญ่เช่าบ้านและทำงาน ต้องช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง เหมือนกลับมาเป็นนักศึกษาใหม่อีกรอบ แต่ชีวิตก็ยังคงต้องสู้ต่อไป วันที่สองของที่นี่เป็นวันเสาร์ที่ 3 ต.ค. ช่วงเช้ามีเวลาเขียน Blog แต่ต้องลงไปส่งด้านล่างเป็นบ้านของคนไทยที่นี่ ส่งเมล์ ตอบเมล์ หลายฉบับ เสร็จตอนบ่ายไปเดิน China Town ซึ่งมีอยู่ทุกที่ในโลกใบนี้ ช่วงเย็นแวะไปชมเวทีแสดงละครของคนโรมันสมัยก่อน 2000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช ที่ยังคงมีร่องรอยให้เห็นชัดเจนตามภาพที่ส่งมาให้ดูกัน เป็นหินหรืออิฐโบราณทั้งหมด ทั้งในส่วนของเวทีและที่นั่งชม มีภาพที่ถ่ายย้อนลงไปด้านล่างเห็นเมืองลียงชัดเจน วันนี้อากาศดีมากประมาณ 20 องศา คิดถึงทุกคนที่เมืองไทย

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน วันที่ 2 ที่ลียง

วันแรกของการเดินทางมาเมืองลิยง ประเทศฝรั่งเศส

firstวันแรกของการเดินทางมาเมืองลิยง ประเทศฝรั่งเศส เดินทางจากลำปางมาขึ้นเครื่องที่เชียงใหม่ TG 117 และออกเดินทางจากสุวรรณภูมิเกือบเที่ยงคืนของวันที่ 2 ต.ค. ทานอาหารบนเครื่อง 2 มื้อ ถึงสนามบินเวียนนาประเทศออสเตรีย เวลา 05.25 (เวลาท้องถิ่น) เลยถ่ายภาพหน้าร้านกาแฟ Ritazza คนส่วนใหญ่ที่ยุโรป ทานกาแฟกันเป็นว่าเล่น อย่างกาแฟเวียนนาที่มีชื่อเสียงของโลก ต้นตำรับที่นี่นั่นเอง เลยขอทดลองสักแก้ว ก่นบินต่อไปที่ลียง ระหว่างบินเห็นเทือกเขาแอลป์ ลอยเด่นโผล่พ้นเมฆขึ้นมา ยอดเขามองบลังต์ ที่สูงและผู้คนชอบไปเล่นสกีกันก็อยู่ที่นี่ แต่ไม่รู้เป็นยอดเขาไหน เลยถ่ายภาพให้พวกเราได้ดูชมกัน ถึงที่หมายเวลา 11.00 น. เมืองไทยจะเป็นเวลา 17.00 น. ขึ้นรถบัสเพื่อไปยังมหาวิทยาลัยลียง อาจารย์จาก ม.ช.ที่ไปด้วยกันแวะบ้านพี่คนไทยชื่อ น้องแอน เรียนจบที่ฝรั่งเศสและทำงานที่นี่ ทำอาหารมื้อเที่ยงเป็นข้าวผัดกระเพราไข่ดาว อร่อยมาก ทำให้รู้สึกดีมากเลยว่า คนไทยมีนิสัยโอบอ้อมอารี ให้มากกว่าที่จะรับ เดินทางไปติดต่อถึง 3 ที่ กว่าจะได้กุญแจห้องพัก แวะซื้อข้าวของเล็กน้อยและขนของเข้าที่พัก 20.00 น. วันนี้เลยต้องต้มมาม่าใส่ไส้กรอกทานกันกับอาจารย์ภราดร ที่มาด้วยกัน แยกย้ายกันเข้าที่พัก อาบน้ำและข่มใจสักพักรอจนง่วงจริงๆ ถึงค่อยหลับ เพราะปัญหาเรื่องเวลาที่ต่างกัน (Jet Lag) ต้องรีบปรับตัวให้ได้โดยเร็ว ยังดีที่ฝรั่งเศสเวลาต่างจากเมืองไทยไม่มาก ถ้าเป็นที่อเมริกา คงต้องมีปัญหามากกว่านี้ ราตรีสวัสดิ์กันแค่นี้ก่อนนะครับ

โพสท์ใน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน วันแรกของการเดินทางมาเมืองลิยง ประเทศฝรั่งเศส

แนะนำเว๊ปไซค์สำหรับการฝึกอบรม โดย อ.วีระพันธ์

สำหรับเพื่อนสมาชิกท่านใดต้องการหลักสูตรการฝึกอบรม เกม/กิจกรรม ประกอบการฝึกอบรม เพลงประกอบท่าทาง และกิจกรรม Wallk Rally การสร้างทีมงานเพื่อพัฒนาองค์การ ครับ

webmax1

เครือข่ายการฝึกอบรม และเทคนิคการฝึกอบรม และเพลงกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ

webmax2

เว็บไซต์ส่วนตัว อาจารย์วีระพันธ์ แก้วรัตน์ เนื้อหาและภาพกิจกรรมที่จัดฝึกอบรม

โพสท์ใน ทั่วไป | ปิดความเห็น บน แนะนำเว๊ปไซค์สำหรับการฝึกอบรม โดย อ.วีระพันธ์